พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. ระบบควบคุม
  4. ความผิดพลาดอยู่ตัว

// บทที่ 13.5 · ระบบควบคุม · Steady-State Error

ความผิดพลาดสถานะอยู่ตัว ชนิดของระบบ และการรบกวน

เมื่อผลตอบสนองชั่วครู่หายไปแล้ว เอาต์พุตตรงกับค่าอ้างอิงหรือไม่ เครื่อง CNC ต้องตามเส้นทางได้แม่นถึงไมครอน พาวเวอร์ซัพพลายต้องได้ 5.000 V ไม่ใช่ 4.95 V หน้านี้บอกว่าความแม่นยำขึ้นกับจำนวนอินทิเกรเตอร์ในลูปและเกนที่ความถี่ต่ำ และคำนวณได้ในบรรทัดเดียวด้วยทฤษฎีบทค่าสุดท้าย สูตรใช้รหัส E

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • ess=lim⁡s→0sE(s)e_{ss} = \lim_{s\to0}sE(s) ใช้ได้เมื่อวงปิดเสถียร
  • ชนิด = จำนวนขั้วที่ s=0s = 0 ของ G(s)G(s) (ป้อนกลับหนึ่งหน่วย)
  • ขั้นบันได: 11+Kp\frac{1}{1 + K_p} · แรมป์: 1Kv\frac{1}{K_v} · พาราโบลา: 1Ka\frac{1}{K_a}
  • ชนิด N ติดตามอินพุต tN−1t^{N-1} ได้ไม่มีผิด และ tNt^N ผิดคงที่

ทฤษฎีบทค่าสุดท้ายและชนิดของระบบ พื้นฐาน

E1 Steady-state error (unity feedback) ความผิดพลาดอยู่ตัว

E(s)=R(s)1+G(s),ess=lim⁡t→∞e(t)=lim⁡s→0sR(s)1+G(s)E(s) = \frac{R(s)}{1 + G(s)}, \qquad e_{ss} = \lim_{t\to\infty}e(t) = \lim_{s\to0}\frac{sR(s)}{1 + G(s)}

ตรวจเสถียรภาพวงปิดก่อนทุกครั้ง · GG คือ C⋅C \cdot พลานต์ ทั้งหมดในเส้นทางไปข้างหน้า

E2 System type ชนิดของระบบ

G(s)=K∏(s+zi)sN∏(s+pj)⇒ชนิด NG(s) = \frac{K\prod(s + z_i)}{s^N\prod(s + p_j)} \quad\Rightarrow\quad \text{ชนิด } N

มอเตอร์ควบคุมตำแหน่งเป็นชนิด 1 อยู่แล้ว (ตำแหน่ง = อินทิกรัลของความเร็ว) · PI เพิ่มชนิดหนึ่งระดับ

E3 Static error constants ค่าคงตัวความผิดพลาดและตาราง

Kp=lim⁡s→0G(s),Kv=lim⁡s→0sG(s),Ka=lim⁡s→0s2G(s)K_p = \lim_{s\to0}G(s), \quad K_v = \lim_{s\to0}sG(s), \quad K_a = \lim_{s\to0}s^2G(s) อินพุตชนิด 0ชนิด 1ชนิด 2u(t)11+Kp00t u(t)∞1Kv012t2u(t)∞∞1Ka\begin{array}{c|ccc} \text{อินพุต} & \text{ชนิด 0} & \text{ชนิด 1} & \text{ชนิด 2} \\ \hline u(t) & \frac{1}{1 + K_p} & 0 & 0 \\ t\,u(t) & \infty & \frac{1}{K_v} & 0 \\ \tfrac12t^2u(t) & \infty & \infty & \frac{1}{K_a} \end{array}

อินพุตขนาด AA คูณ AA เข้าไป · KvK_v มีหน่วย s⁻¹ เช่น Kv=20K_v = 20 แปลว่าตามแรมป์ 1 หน่วย/วินาที ช้ากว่า 0.05 หน่วย

ตัวอย่าง E-1 · ครบทุกอินพุต

G(s)=100(s+2)s(s+5)(s+10)G(s) = \dfrac{100(s+2)}{s(s+5)(s+10)} ป้อนกลับหนึ่งหน่วย หาความผิดพลาดต่อขั้นบันได แรมป์ และพาราโบลา

  1. ตรวจเสถียรภาพ: s3+15s2+150s+200s^3 + 15s^2 + 150s + 200 สูตรลัด 15×150>20015 \times 150 \gt 200 ✓ เสถียร

  2. ชนิด 1 E2 · Kv=lim⁡sG=100×25×10=4K_v = \lim sG = \dfrac{100 \times 2}{5 \times 10} = 4 E3

ขั้นบันได: 0 · แรมป์: 1/4=0.251/4 = 0.25 · พาราโบลา: ∞

ตัวอย่าง E-2 · แม่นกับเสถียร ขัดกัน

G(s)=Ks(s+2)(s+4)G(s) = \dfrac{K}{s(s+2)(s+4)} ต้องการความผิดพลาดต่อแรมป์ ≤ 0.05 ทำได้ด้วยการปรับ KK หรือไม่

  1. Kv=K/8≥1/0.05=20⇒K≥160K_v = K/8 \ge 1/0.05 = 20 \Rightarrow K \ge 160

  2. เสถียรภาพ: s3+6s2+8s+Ks^3 + 6s^2 + 8s + K ต้อง 48>K48 \gt K (R6)

ต้องการ K≥160K \ge 160 แต่เสถียรเมื่อ K<48K \lt 48 เท่านั้น เป็นไปไม่ได้ด้วยเกนอย่างเดียว ต้องใช้ตัวชดเชย lag (เพิ่ม KvK_v ที่ความถี่ต่ำ β≥160/K\beta \ge 160/K เท่า) หรือ PI

ความผิดพลาดจากการรบกวนและป้อนกลับไม่เป็นหนึ่งหน่วย กลาง

E4 Disturbance at the plant input การรบกวนที่อินพุตพลานต์

ED(s)=−Gp(s)1+C(s)Gp(s)D(s),ess,D=−lim⁡s→0sGpD1+CGpE_D(s) = -\frac{G_p(s)}{1 + C(s)G_p(s)}D(s), \qquad e_{ss,D} = -\lim_{s\to0}\frac{sG_pD}{1 + CG_p}

กำจัดการรบกวนขั้นบันไดได้เมื่อตัวควบคุมมีอินทิเกรเตอร์ (อินทิเกรเตอร์ในพลานต์ช่วยค่าอ้างอิง แต่ไม่ช่วยการรบกวนที่เข้าก่อนมัน)

E5 Non-unity feedback ป้อนกลับไม่เป็นหนึ่งหน่วย

e=r−y,Ge=G1+GH−Ge = r - y, \quad G_e = \frac{G}{1 + GH - G}

แปลงเป็นป้อนกลับหนึ่งหน่วยก่อน (B5) แล้วใช้ตาราง E3 กับ GeG_e

ตัวอย่าง E-3 · แรงบิดโหลดกับมอเตอร์

พลานต์ความเร็ว Gp=1s+1G_p = \dfrac{1}{s + 1} มีแรงบิดโหลดขั้นบันไดขนาด 1 ที่อินพุตพลานต์ เทียบ P (K=9K = 9) กับ PI (9+9/s9 + 9/s)

  1. P: ess,D=−Gp(0)1+9Gp(0)=−110=−0.1e_{ss,D} = -\dfrac{G_p(0)}{1 + 9G_p(0)} = -\dfrac{1}{10} = -0.1 E4

  2. PI: C(s)→∞C(s) \to \infty ที่ s→0s \to 0 ได้ ess,D=0e_{ss,D} = 0

P ปล่อยให้ความเร็วตก 10% ของผลกระทบ · PI กำจัดได้หมด นี่คือเหตุที่ไดรฟ์มอเตอร์ทุกตัวใช้ PI ในลูปความเร็ว (ลองในแล็บPID ที่มีการรบกวนครึ่งทาง)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ทฤษฎีบทค่าสุดท้ายกับระบบไม่เสถียร → ได้ตัวเลขที่ไม่มีความหมาย
  • นับชนิดจากอันดับ → ชนิดคือจำนวนขั้วที่ศูนย์เท่านั้น
  • ใช้ตาราง E3 กับ H ≠ 1 → ต้องแปลงก่อน E5
  • คิดว่าพลานต์ชนิด 1 ต้านการรบกวนได้ → ต้องมีอินทิเกรเตอร์ก่อนจุดที่การรบกวนเข้า E4

ต่อยอดไปหน้าถัดไป

ทุกอย่างในหน้านี้ใช้ได้เมื่อระบบเสถียร คำถามแรกของวิศวกรควบคุมจึงอยู่ที่เสถียรภาพ และเครื่องมือที่เร็วที่สุดคือเราท์–เฮอร์วิตซ์

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ทฤษฎีบทค่าสุดท้ายได้ทุกครั้งไหม?

ไม่ได้ ใช้ได้เฉพาะเมื่อ sE(s) มีขั้วอยู่ฝั่งซ้ายทั้งหมด คือระบบวงปิดต้องเสถียรก่อน ถ้าวงปิดไม่เสถียร ความผิดพลาดไม่มีค่าสุดท้าย แต่สูตรจะยังให้ตัวเลขออกมาซึ่งไม่มีความหมาย จึงต้องตรวจเสถียรภาพด้วยเราท์ก่อนเสมอ

ชนิดของระบบ (type) นับอย่างไร?

นับจำนวนขั้วที่ s = 0 (อินทิเกรเตอร์บริสุทธิ์) ของฟังก์ชันวงเปิด G(s)H(s) ในระบบป้อนกลับหนึ่งหน่วย ไม่ใช่อันดับของระบบ เช่น K/(s(s+1)(s+2)) เป็นอันดับสาม แต่ชนิด 1

ทำไมเพิ่มเกนเพื่อลดความผิดพลาดแล้วระบบแกว่ง?

เพราะเกนที่สูงขึ้นทั้งลดความผิดพลาดอยู่ตัวและผลักขั้ววงปิดเข้าหาแกน jω (ดูรูทโลคัส) ถึงจุดหนึ่งก็ไม่เสถียร ทางออกคือตัวชดเชย lag หรือ PI ที่เพิ่มเกนเฉพาะความถี่ต่ำ โดยไม่แตะช่วงความถี่ที่กำหนดเสถียรภาพ

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์