- หน้าแรก
- คลังความรู้
- พีชคณิตเชิงเส้น
- ดีเทอร์มิแนนต์
// บทที่ 7.2 · พีชคณิตเชิงเส้น · Determinants
ดีเทอร์มิแนนต์ (Determinants): วิธีหา สมบัติ และความหมาย
ดีเทอร์มิแนนต์คือตัวเลขหนึ่งตัวที่สรุปเมทริกซ์จัตุรัสทั้งก้อน บอกได้ทันทีว่ามีอินเวอร์สไหม ระบบสมการมีคำตอบเดียวไหม และการแปลงขยายพื้นที่กี่เท่า หน้านี้รวมทุกวิธีคำนวณตั้งแต่ 2×2 ถึง n×n พร้อมสมบัติที่ทำให้คำนวณเร็วขึ้นหลายเท่า สูตรใช้รหัส D
สรุปใน 30 วินาที
- 2×2: detA=ad−bc · 3×3: ซาร์รัสหรือกระจายโคแฟกเตอร์ · ใหญ่กว่านั้น: ลดแถวเป็นสามเหลี่ยมแล้วคูณเส้นทแยง
- สลับแถว เปลี่ยนเครื่องหมาย · คูณแถวด้วย k ค่าคูณ k · บวกพหุคูณของแถวอื่น ค่าไม่เปลี่ยน
- detA=0⟺A มีอินเวอร์ส ⟺ ระบบ Ax=b มีคำตอบเดียว
- ∣detA∣ คืออัตราขยายพื้นที่ (2D) หรือปริมาตร (3D) ของการแปลง A
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปี 1กลาง ป.ตรี วิศวกรรมขั้นสูง ป.โท · งานวิจัย
ดีเทอร์มิแนนต์คืออะไร: มองเป็นพื้นที่ พื้นฐาน
เมทริกซ์ 2×2 เปลี่ยนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสหนึ่งหน่วยให้กลายเป็นสี่เหลี่ยมด้านขนาน ด้านทั้งสองคือหลักของเมทริกซ์ ค่าดีเทอร์มิแนนต์คือพื้นที่มีเครื่องหมายของสี่เหลี่ยมด้านขนานนั้น ถ้าบวกแปลว่าการวางทิศเดิม ถ้าลบแปลว่ารูปถูกพลิก ถ้าเป็นศูนย์แปลว่ารูปถูกบีบจนแบน
กำลังโหลดแล็บ ลากหัวลูกศรของหลักที่ 1 (ส้ม) และหลักที่ 2 (ฟ้า) เพื่อดูพื้นที่เปลี่ยน
D13 Geometric meaning ความหมายเชิงเรขาคณิต
พื้นที่ (หรือปริมาตร) หลังแปลง=∣detA∣×พื้นที่ (หรือปริมาตร) เดิม
detA>0 รักษาการวางทิศ · detA<0 พลิกกลับด้าน (เหมือนส่องกระจก) · detA=0 บีบมิติหายไปหนึ่งมิติขึ้นไป จึงย้อนกลับไม่ได้ (ไม่มีอินเวอร์ส)
ดีเทอร์มิแนนต์ 2×2 พื้นฐาน
D1 2×2 determinant ดีเทอร์มิแนนต์ขนาด 2×2
det(acbd)=acbd=ad−bc
เส้นทแยงลงขวา (หลัก) ลบ เส้นทแยงขึ้นขวา (รอง) · สัญลักษณ์ ∣A∣ คือดีเทอร์มิแนนต์ ไม่ใช่ค่าสัมบูรณ์ ผลอาจติดลบได้
ตัวอย่าง D-1 · 2×2หา 3254 และ 1224
ทแยงหลักลบทแยงรอง D1
3254=(3)(4)−(5)(2)=12−10=2
- 1224=(1)(4)−(2)(2)=0
แถวที่ 2 เป็นสองเท่าของแถวที่ 1 พอดี ดีเทอร์มิแนนต์จึงเป็นศูนย์ D9
ค่าแรก =2 (มีอินเวอร์ส) · ค่าที่สอง =0 (เมทริกซ์เอกฐาน ไม่มีอินเวอร์ส)
ตัวอย่าง D-2 · หาค่าตัวแปรที่ทำให้ det = 0หาค่า x ที่ทำให้ x32x−1=0
- x(x−1)−(2)(3)=x2−x−6=0
- (x−3)(x+2)=0
x=3 หรือ x=−2
โจทย์แบบนี้คือแก่นของการหาค่าเฉพาะ: หาค่า λ ที่ทำให้ det(A−λI)=0 E2
ดีเทอร์มิแนนต์ 3×3 ด้วยกฎของซาร์รัส พื้นฐาน
คัดลอกสองหลักแรกไปต่อท้ายทางขวา แล้วคูณตามเส้นทแยง สามเส้นลงขวาเป็นบวก สามเส้นขึ้นขวาเป็นลบ วิธีนี้เร็วที่สุดสำหรับ 3×3 แต่ใช้ได้กับ 3×3 เท่านั้น
เส้นทึบสีฟ้าบวก เส้นประสีส้มลบ ใช้ได้กับ 3×3 เท่านั้น
D2 Rule of Sarrus (3×3 only) กฎของซาร์รัส
detA=a11a22a33+a12a23a31+a13a21a32−a13a22a31−a11a23a32−a12a21a33
ตัวอย่าง D-3 · 3×3 ด้วยซาร์รัสหา detA เมื่อ A=2011−12340
เส้นลงขวาสามเส้น (บวก) D2
(2)(−1)(0)+(1)(4)(1)+(3)(0)(2)=0+4+0=4
เส้นขึ้นขวาสามเส้น (นำไปลบ)
(3)(−1)(1)+(2)(4)(2)+(1)(0)(0)=−3+16+0=13
- detA=4−13=−9
detA=−9
ไมเนอร์ โคแฟกเตอร์ และการกระจายลาปลาซ พื้นฐาน → กลาง
วิธีนี้ใช้ได้กับทุกขนาด แนวคิดคือย่อยดีเทอร์มิแนนต์ n×n ให้เป็นผลรวมของดีเทอร์มิแนนต์ (n−1)×(n−1) หลายตัว ทำซ้ำจนเหลือ 2×2
D3 Minor and cofactor ไมเนอร์และโคแฟกเตอร์
Mij=det(A ที่ตัดแถว i และหลัก j ออก),Cij=(−1)i+jMij,เครื่องหมาย: +−+⋮−+−+−+⋯⋱
เครื่องหมายสลับแบบกระดานหมากรุก ช่องมุมซ้ายบนเป็น + เสมอ ภาษาไทยเรียกโคแฟกเตอร์ว่าตัวประกอบร่วมเกี่ยว
D4 Laplace (cofactor) expansion การกระจายโคแฟกเตอร์ตามแถวหรือหลักใดก็ได้
detA=j=1∑naijCij (ตามแถว i)=i=1∑naijCij (ตามหลัก j)
ทุกแถวทุกหลักให้คำตอบเท่ากัน จึงเลือกแถวที่มีศูนย์มากที่สุด เพราะพจน์ที่ aij=0 หายไปเลย
ตัวอย่าง D-4 · 3×3 ด้วยโคแฟกเตอร์ (เลือกหลักที่มีศูนย์)หา detA ของเมทริกซ์ในตัวอย่าง D-3 โดยกระจายตามหลักที่ 1
หลักที่ 1 คือ (2,0,1) มีศูนย์หนึ่งตัว เครื่องหมายของหลัก 1 คือ +,−,+ D4
detA=+2−1240−01230+11−134
พจน์กลางคูณศูนย์ หายไปเลย ไม่ต้องคำนวณ D1
=2(0−8)−0⋅(⋯)+1(4+3)=−16+7
detA=−9 ตรงกับวิธีซาร์รัส
ตัวอย่าง D-5 · 4×4 ที่มีศูนย์เยอะหา det1302010020410103
แถวที่ 3 คือ (0,0,4,0) มีตัวไม่ใช่ศูนย์ตัวเดียวที่ตำแหน่ง (3,3) เครื่องหมาย (−1)3+3=+ D3
detA=+4⋅M33=4132010013
ไมเนอร์ 3×3 มีแถวแรกเป็น (1,0,0) กระจายตามแถวแรกต่อได้เลย
M33=1⋅1013=1⋅(3−0)=3
detA=4×3=12 ถ้ากระจายตามแถวแรกตรง ๆ จะต้องคำนวณ 3×3 สองตัว เสียเวลากว่าสองเท่า
สมบัติของดีเทอร์มิแนนต์ พื้นฐาน → กลาง
สมบัติเหล่านี้ทำให้หาค่าได้โดยแทบไม่ต้องคำนวณ และเป็นพื้นฐานของวิธีลดแถว ทุกข้อที่พูดถึง “แถว” ใช้กับ “หลัก” ได้ด้วยเพราะ D5
| การดำเนินการแถว | ผลต่อดีเทอร์มิแนนต์ | สูตร |
| สลับสองแถว Ri↔Rj | เปลี่ยนเครื่องหมาย | D6 |
| คูณแถวด้วย k: Ri←kRi | คูณด้วย k | D7 |
| บวกพหุคูณของแถวอื่น Ri←Ri+kRj | ไม่เปลี่ยน | D8 |
D5 Transpose ทรานสโพสไม่เปลี่ยนค่า
det(AT)=detA
D6 Row swap สลับสองแถว
Ri↔Rj ⇒ det→−det
D7 Row scaling คูณแถวเดียวด้วย k
Ri←kRi⇒det→kdet,det(kA)=kndetA
ดึงตัวร่วมออกจากแถวเดียวได้ทีละแถว kA คูณ k ทุกแถว จึงได้ kn
D8 Row replacement บวกพหุคูณของแถวอื่น
Ri←Ri+kRj (i=j)⇒det เท่าเดิม
เครื่องมือหลักของการสร้างศูนย์โดยไม่ทำให้ค่าเปลี่ยน
D9 Zero determinant tests กรณีที่ได้ศูนย์ทันที
detA=0 ถ้ามีแถว (หลัก) ศูนย์ทั้งแถว หรือสองแถวเท่ากัน หรือเป็นสัดส่วนกัน
กรณีทั่วไปคือแถวหนึ่งเป็นผลรวมเชิงเส้นของแถวอื่น (ขึ้นต่อกันเชิงเส้น)
D10 Triangular matrix เมทริกซ์สามเหลี่ยมและทแยงมุม
deta1100∗a220∗∗a33=a11a22⋯ann
ทั้งสามเหลี่ยมบน ล่าง และทแยงมุม ใช้ผลคูณเส้นทแยงหลักได้เลย ดังนั้น detI=1
D11 Product, inverse and power ผลคูณ อินเวอร์ส และกำลัง
det(AB)=detAdetB,det(A−1)=detA1,det(Ak)=(detA)k
แม้ AB=BA แต่ det(AB)=det(BA) เสมอ
D12 Linear in one row, NOT additive เชิงเส้นทีละแถว แต่บวกทั้งเมทริกซ์ไม่ได้
a+a′cb+b′d=acbd+a′cb′d,แต่ det(A+B)=detA+detB
ตัวอย่าง D-6 · ใช้สมบัติล้วน ไม่ต้องรู้สมาชิกให้ A เป็นเมทริกซ์ 3×3 ที่ detA=5 จงหา det(2A), det(A−1), det(ATA), det(−A) และดีเทอร์มิแนนต์ของ B ที่ได้จากการสลับแถว 1 กับ 3 ของ A แล้วคูณแถว 2 ด้วย 3
det(2A)=23detA=8×5=40 D7
det(A−1)=1/5 และ det(ATA)=detATdetA=5×5=25 D11 D5
det(−A)=(−1)3detA=−5 (สำหรับ 2×2 จะได้ +5)
สลับแถวเปลี่ยนเครื่องหมาย แล้วคูณแถวด้วย 3: detB=3×(−5)=−15 D6
40, 51, 25, −5, −15
สูตรลัดที่ออกสอบบ่อย: แอดจอยต์ ค่าคงที่ และเมทริกซ์รูปแบบพิเศษ พื้นฐาน → กลาง
ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยชอบให้ detA มาเพียงตัวเลขเดียว แล้วถามดีเทอร์มิแนนต์ของเมทริกซ์ที่สร้างจาก A ทุกข้อแก้ได้ด้วยสูตรในหัวข้อนี้โดยไม่ต้องรู้สมาชิกของ A เลย จุดเริ่มคือ AadjA=(detA)I จาก สูตรอินเวอร์สแบบแอดจอยต์ I3
D22 Determinant of the adjugate det ของ adjA
det(adjA)=(detA)n−1
ที่มา: det(AadjA)=det((detA)I)=(detA)n แล้วหารด้วย detA (สูตรยังจริงเมื่อ detA=0)
D23 Adjugate of kA and adj(adj A) แอดจอยต์ซ้อนและคูณค่าคงที่
adj(kA)=kn−1adjA,adj(adjA)=(detA)n−2A,det(adj(adjA))=(detA)(n−1)2
D24 Adjugate of products แอดจอยต์ของผลคูณ
adj(AB)=adjBadjA,adj(AT)=(adjA)T,adj(A−1)=detAA
ลำดับสลับเหมือน (AB)−1=B−1A−1
D25 Constant-diagonal pattern แนวทแยงเป็น a ตัวอื่นเป็น b
detab⋮bbab⋯⋯⋱⋯bb⋮an×n=(a−b)n−1(a+(n−1)b)
เทคนิค: บวกทุกหลักเข้าหลักแรก ทุกแถวได้ a+(n−1)b ดึงออกมา แล้วลบแถวแรกออกจากแถวอื่น
ตัวอย่าง D-9 · แนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยA เป็นเมทริกซ์ 3×3 ที่ detA=3 จงหา det(2adjA), det(adj(adjA)) และ det(A−1adjA)
det(2adjA)=23det(adjA)=8×32=72 D7 D22
det(adj(adjA))=3(3−1)2=34=81 D23
det(A−1adjA)=detA1⋅(detA)2=detA=3 D11
72, 81, 3
ตรวจข้อสามอีกทาง: A−1adjA=A−1(detA)A−1=3A−2 ได้ det=27⋅91=3 ✓ · ฝึกต่อที่ แนวข้อสอบชุด A
กับดักที่เจอบ่อย det(adjA)=detA และ
det(kA)=kdetA — เลขชี้กำลังขึ้นกับขนาด
n ทุกครั้ง ส่วน
det(A+B) ไม่มีสูตรลัด ต้องบวกเมทริกซ์ก่อน (
D12)
หาดีเทอร์มิแนนต์ด้วยการลดแถว กลาง
สำหรับ 4×4 ขึ้นไป ให้ใช้ D8 สร้างศูนย์ใต้เส้นทแยงจนเป็นเมทริกซ์สามเหลี่ยม แล้วคูณเส้นทแยงตาม D10 ถ้าระหว่างทางสลับแถวให้กลับเครื่องหมาย ถ้าคูณแถวให้หารกลับ วิธีนี้ใช้การคูณประมาณ n3/3 ครั้ง ขณะที่กระจายโคแฟกเตอร์ตรง ๆ ใช้ราว n! ครั้ง ที่ n=10 คือ 333 ครั้งเทียบกับ 3.6 ล้านครั้ง
ตัวอย่าง D-7 · 4×4 ด้วยการลดแถวหา det12−13250613240143
ใช้ 1 ที่มุมซ้ายบนเป็นตัวหลัก (pivot) สร้างศูนย์ในหลักที่ 1 ด้วยการบวกพหุคูณ ค่าไม่เปลี่ยน D8
R2←R2−2R1, R3←R3+R1R4←R4−3R11000212011310143
ใช้ 1 ในแถว 2 สร้างศูนย์ใต้มัน
R3←R3−2R21000210011110123
- R4←R4−R31000210011100121
ได้เมทริกซ์สามเหลี่ยมบน ไม่มีการสลับหรือคูณแถว จึงไม่ต้องปรับค่า D10
detA=(1)(1)(1)(1)=1
detA=1
ดีเทอร์มิแนนต์กับการมีคำตอบ พื้นฐาน
D20 Determinant test เกณฑ์ดีเทอร์มิแนนต์
detA=0⟺A−1 มีจริง⟺Ax=b มีคำตอบเดียวทุก b⟺rankA=n
ถ้า detA=0 ระบบอาจไม่มีคำตอบหรือมีคำตอบไม่จำกัด ต้องตรวจด้วยการลดแถว L6 ดูรายการเงื่อนไขที่สมมูลกันทั้งหมดใน I10
งานเรขาคณิตด้วยดีเทอร์มิแนนต์ พื้นฐาน
D17 Area of a triangle พื้นที่สามเหลี่ยมจากพิกัดจุดยอด
พื้นที่=21detx1x2x3y1y2y3111
D18 Collinearity and line equation สามจุดอยู่บนเส้นตรงเดียวกัน
xx1x2yy1y2111=0
แทนจุดที่สามแล้วได้ 0 แปลว่าร่วมเส้น ปล่อย (x,y) เป็นตัวแปรจะได้สมการเส้นตรงผ่านสองจุด
D19 Cross product as a determinant ผลคูณไขว้
A×B=i^AxBxj^AyByk^AzBz,A⋅(B×C)=AxBxCxAyByCyAzBzCz
ผลคูณสเกลาร์สามชั้นคือปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน (D13 ใน 3 มิติ) ดูการใช้งานกับแรงบนตัวนำที่ พีชคณิตของเวกเตอร์
ตัวอย่าง D-8 · พื้นที่สามเหลี่ยม (โจทย์ ม.ปลาย)หาพื้นที่สามเหลี่ยมที่มีจุดยอด (1,2),(4,6),(6,1)
เรียงพิกัดพร้อมหลักของเลข 1 D17
det146261111
ซาร์รัส: ลงขวา (1)(6)(1)+(2)(1)(6)+(1)(4)(1)=6+12+4=22 ขึ้นขวา (1)(6)(6)+(1)(1)(1)+(2)(4)(1)=36+1+8=45 D2
det=22−45=−23
พื้นที่ =21∣−23∣=11.5 ตารางหน่วย (เครื่องหมายลบแค่บอกว่าเรียงจุดตามเข็มนาฬิกา)
ดีเทอร์มิแนนต์พิเศษ ขั้นสูง
D14 Block triangular and Schur complement เมทริกซ์บล็อก
det(AOBD)=detAdetD,det(ACBD)=detA⋅det(D−CA−1B) (A−1 มีจริง)
D−CA−1B เรียก Schur complement ของ A ใช้ลดรูปวงจรด้วยการกำจัดโนด (Kron reduction) ในระบบไฟฟ้ากำลัง
D15 Vandermonde determinant ดีเทอร์มิแนนต์แวนเดอร์มอนด์
111x1x2x3x12x22x32=(x2−x1)(x3−x1)(x3−x2)
ทั่วไป ∏i<j(xj−xi) ไม่เป็นศูนย์เมื่อ xi ต่างกันทั้งหมด จึงลากพหุนามผ่านจุดที่ x ต่างกันได้แบบเดียวเสมอ ตัวอย่าง x=1,2,3 ได้ (1)(2)(1)=2
D16 Determinant and eigenvalues ผลคูณค่าเฉพาะ
detA=λ1λ2⋯λn
นับค่าซ้ำตามจำนวนครั้ง จึง detA=0 ก็ต่อเมื่อมีค่าเฉพาะเป็น 0 E6
D21 Leibniz formula (definition) นิยามแบบการเรียงสับเปลี่ยน
detA=σ∈Sn∑sgn(σ)i=1∏nai,σ(i)
ผลรวม n! พจน์ แต่ละพจน์เลือกสมาชิกแถวละหนึ่งตัวและหลักละหนึ่งตัว 2×2 มี 2 พจน์ 3×3 มี 6 พจน์ (ซาร์รัสคือการเขียน 6 พจน์นี้) 4×4 มี 24 พจน์
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวังจุดเหล่านี้
- ใช้ซาร์รัสกับ 4×4 → ผิด ใช้ได้เฉพาะ 3×3
- ลืมเครื่องหมายกระดานหมากรุกตอนกระจายโคแฟกเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อกระจายตามแถว 2 ซึ่งเริ่มด้วยลบ D3
- คิดว่า det(kA)=kdetA → ต้องเป็น kndetA D7
- ลดแถวแล้วลืมกลับเครื่องหมายเมื่อสลับแถว หรือลืมหารคืนเมื่อคูณแถว D6
- ใช้ Ri←kRi+Rj (คูณแถวที่ถูกแทนที่) โดยไม่รู้ว่าค่าเปลี่ยนไป k เท่า แบบที่ปลอดภัยคือ Ri←Ri+kRj
- อ่าน ∣A∣ เป็นค่าสัมบูรณ์ → ดีเทอร์มิแนนต์ติดลบได้
เครื่องคิดเลขดีเทอร์มิแนนต์แสดงวิธีทำ
ใส่เมทริกซ์ขนาด 2×2 ถึง 4×4 รับเลขเศษส่วนเช่น 3/4 และทศนิยม คำนวณแบบเศษส่วนแม่นยำ 2×2 และ 3×3 แสดงการกระจายโคแฟกเตอร์ 4×4 แสดงการลดแถวทีละขั้น
คำถามที่พบบ่อย
กฎของซาร์รัสใช้กับ 4×4 ได้ไหม?
ไม่ได้ กฎของซาร์รัส (คัดลอกสองหลักแรกแล้วคูณเส้นทแยง) ใช้ได้กับ 3×3 เท่านั้น ถ้าใช้กับ 4×4 จะได้แค่ 8 พจน์จากทั้งหมด 24 พจน์ ขนาดตั้งแต่ 4×4 ขึ้นไปให้กระจายโคแฟกเตอร์ตามแถวที่มีศูนย์มาก หรือลดแถวให้เป็นสามเหลี่ยม
ดีเทอร์มิแนนต์เป็นศูนย์หมายความว่าอะไร?
เมทริกซ์นั้นไม่มีอินเวอร์ส แถวหรือหลักขึ้นต่อกันเชิงเส้น เชิงเรขาคณิตคือการแปลงบีบพื้นที่หรือปริมาตรให้แบนเหลือศูนย์ และระบบ Ax=b ไม่มีคำตอบเดียว (อาจไม่มีคำตอบหรือมีไม่จำกัด)
det(2A) เท่ากับ 2 det A ใช่ไหม?
ไม่ใช่ เพราะ 2A คูณ 2 เข้าไปทุกแถว แต่ละแถวดึง 2 ออกมาได้หนึ่งครั้ง ถ้า A ขนาด n×n จะได้ det(2A)=2ndetA เช่น 3×3 ได้ 8detA
ควรกระจายโคแฟกเตอร์ตามแถวไหน?
เลือกแถวหรือหลักที่มีศูนย์มากที่สุด เพราะพจน์ที่คูณศูนย์หายไปทันที ถ้าไม่มีศูนย์เลย ให้ใช้การดำเนินการแถวแบบบวกพหุคูณ (ไม่เปลี่ยนค่าดีเทอร์มิแนนต์) สร้างศูนย์ก่อน
มด
อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์