พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. อนุกรมฟูเรียร์
  4. THD · PF · กำลัง

// บทที่ 14.8 · อนุกรมฟูเรียร์ · Power, THD & Power Factor

กำลังไฟฟ้าเมื่อมีฮาร์มอนิก: RMS THD PF DPF P Q S D และมาตรฐาน IEEE 519

นิยาม P, Q, S และ PF ที่เรียนในวิชาวงจรใช้ได้เฉพาะไซน์ เมื่อกระแสเป็นพัลส์ของคอมพิวเตอร์หรือไดรฟ์ ต้องนิยามใหม่ด้วยอนุกรมฟูเรียร์ หน้านี้ตอบคำถามที่เจอทุกวันในอาคารและโรงงาน: ทำไม PF ต่ำทั้งที่ cos φ ดี ทำไมนิวทรัลร้อน ทำไมหม้อแปลงร้อนก่อนเต็มพิกัด และโรงงานต้องลดฮาร์มอนิกเท่าไรจึงผ่านมาตรฐาน

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • Irms=I12+I22+⋯I_{rms} = \sqrt{I_1^2 + I_2^2 + \cdots} · THD =∑h≥2Ih2/I1= \sqrt{\sum_{h\ge2}I_h^2}/I_1 · TDD ใช้ ILI_L แทน I1I_1
  • P=∑VhIhcos⁡θhP = \sum V_hI_h\cos\theta_h · แรงดันเป็นไซน์ → P=V1I1cos⁡φ1P = V_1I_1\cos\varphi_1 ฮาร์มอนิกไม่ให้กำลังแต่เพิ่ม S
  • S2=P2+Q12+D2S^2 = P^2 + Q_1^2 + D^2 · PF=cos⁡φ1⋅11+THDi2\mathrm{PF} = \cos\varphi_1 \cdot \dfrac{1}{\sqrt{1 + \mathrm{THD}_i^2}}
  • h = 3k ลำดับศูนย์ → IN=3I32+I92+⋯I_N = 3\sqrt{I_3^2 + I_9^2 + \cdots} · IEEE 519: THD แรงดัน ≤ 8 % ที่ ≤ 1 kV
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปวส. · ปี 1กลาง ป.ตรี วิศวกรรมขั้นสูง ป.โท · งานวิจัย

ค่า RMS ที่แท้จริง (True RMS) พื้นฐาน

H1 RMS with harmonics RMS เมื่อมีฮาร์มอนิก

Irms=I02+I12+I22+I32+⋯=I11+THDi2    (I0=0)I_{rms} = \sqrt{I_0^2 + I_1^2 + I_2^2 + I_3^2 + \cdots} = I_1\sqrt{1 + \mathrm{THD}_i^2}\;\;(I_0 = 0)

ค่า RMS ของแต่ละฮาร์มอนิก (P6) ใช้เลือกขนาดสาย ฟิวส์ และหม้อแปลง เพราะความร้อนขึ้นกับ RMS ทั้งก้อน

H3 Crest factor & average-responding meters crest factor และมิเตอร์ที่ไม่ใช่ True RMS

CF=IpeakIrms,มิเตอร์เฉลี่ย: Iread=1.111×∣i∣‾\mathrm{CF} = \frac{I_{peak}}{I_{rms}}, \qquad \text{มิเตอร์เฉลี่ย: } I_{read} = 1.111\times\overline{|i|}

1.111 คือ form factor ของไซน์ (π/(22)\pi/(2\sqrt2)) ถูกเฉพาะไซน์ กระแส SMPS (CF ≈ 3) ทำให้มิเตอร์เฉลี่ยอ่านได้เพียงราวครึ่งหนึ่งของค่าจริง (จำลองในแล็บได้ 47–54 %) ใช้มิเตอร์ True RMS เสมอ

THD, THDR และ TDD พื้นฐาน

H2 THD (F and R) and TDD สามนิยามที่เครื่องวัดใช้

THDF=∑h=250Ih2I1,THDR=∑h=250Ih2Irms=THDF1+THDF2,TDD=∑h=250Ih2IL\mathrm{THD}_F = \frac{\sqrt{\sum_{h=2}^{50}I_h^2}}{I_1}, \qquad \mathrm{THD}_R = \frac{\sqrt{\sum_{h=2}^{50}I_h^2}}{I_{rms}} = \frac{\mathrm{THD}_F}{\sqrt{1 + \mathrm{THD}_F^2}}, \qquad \mathrm{TDD} = \frac{\sqrt{\sum_{h=2}^{50}I_h^2}}{I_L}

THDF (เทียบหลัก) ใช้ทั่วไปและเกิน 100 % ได้ · THDR (เทียบ RMS) ไม่เกิน 100 % เครื่องบางยี่ห้อตั้งเป็นค่าเริ่มต้น ต้องตรวจเมนู · TDD (IEEE 519) เทียบกับกระแสความต้องการสูงสุด ILI_L ทำให้โหลดเบาที่มี THD สูงไม่ถูกตัดสินว่าเกิน

กำลัง P, S, Q₁ และกำลังความเพี้ยน D กลาง

เพราะความตั้งฉาก (T1–T3) แรงดันฮาร์มอนิกที่ h กับกระแสฮาร์มอนิกที่ k ≠ h ให้กำลังเฉลี่ยเป็นศูนย์ แรงดันจากการไฟฟ้าเกือบเป็นไซน์ กำลังจริงจึงมาจากฮาร์มอนิกหลักเกือบทั้งหมด แต่ RMS ของกระแสฮาร์มอนิกยังเพิ่ม S

H4 Active power กำลังจริง

P=1T∫Tv i dt=∑hVhIhcos⁡θh  ≈  V1I1cos⁡φ1    (แรงดันเป็นไซน์)P = \frac1T\int_T v\,i\,dt = \sum_{h} V_hI_h\cos\theta_h \;\approx\; V_1I_1\cos\varphi_1 \;\;(\text{แรงดันเป็นไซน์})

H5 Apparent power กำลังปรากฏ

S=Vrms IrmsS = V_{rms}\,I_{rms}

หม้อแปลง สายไฟ และเครื่องกำเนิดถูกจำกัดด้วย S (ความร้อนจาก RMS) ไม่ใช่ P

H6 Q₁ and distortion power D กำลังรีแอกทีฟของหลัก และกำลังความเพี้ยน

Q1=V1I1sin⁡φ1,D=S2−P2−Q12  =v ไซน์  V1∑h≥2Ih2,S2=P2+Q12+D2Q_1 = V_1I_1\sin\varphi_1,\qquad D = \sqrt{S^2 - P^2 - Q_1^2} \;\overset{v\ \text{ไซน์}}{=}\; V_1\sqrt{\textstyle\sum_{h\ge2}I_h^2},\qquad S^2 = P^2 + Q_1^2 + D^2

ภาพเรขาคณิตเป็นทรงสี่หน้า (power tetrahedron) แทนสามเหลี่ยมกำลัง · นิยามของ Budeanu ใช้ QB=∑VhIhsin⁡θhQ_B = \sum V_hI_h\sin\theta_h แทน Q₁ มาตรฐาน IEEE 1459 แนะนำให้ใช้ Q₁ เพราะมีความหมายทางกายภาพชัดเจน (สิ่งที่คาปาซิเตอร์ชดเชยได้)

P = V₁I₁cos φ₁ (+ ฮาร์มอนิก)Q₁DS₁Sφ₁S² = P² + Q₁² + D²PF = P/S = DPF × (I₁/I)คาปาซิเตอร์ลดได้แค่ Q₁ — D ยังอยู่ (H6, H7)
กำลังเมื่อมีฮาร์มอนิก: P กับ Q₁ เป็นสามเหลี่ยมกำลังของฮาร์มอนิกหลัก (DPF = cos φ₁) กำลังความเพี้ยน D ตั้งฉากกับระนาบนั้น S คือเส้นทแยงของกล่อง PF = P/S

เพาเวอร์แฟกเตอร์ไม่เท่ากับ cos φ พื้นฐาน

H7 True PF = displacement × distortion PF จริง

PF=PS=cos⁡φ1⏟DPF×I1Irms⏟distortion factor=cos⁡φ11+THDi2(แรงดันเป็นไซน์)\mathrm{PF} = \frac{P}{S} = \underbrace{\cos\varphi_1}_{\text{DPF}} \times \underbrace{\frac{I_1}{I_{rms}}}_{\text{distortion factor}} = \frac{\cos\varphi_1}{\sqrt{1 + \mathrm{THD}_i^2}} \quad (\text{แรงดันเป็นไซน์})

DPF แก้ได้ด้วยคาปาซิเตอร์ distortion factor แก้ได้ด้วยการลดฮาร์มอนิกเท่านั้น มิเตอร์ที่แสดง “cos φ” อาจหมายถึง DPF ต้องตรวจคู่มือ

ตัวอย่าง H-1 · คอมพิวเตอร์ไม่มี PFC

วัดที่ 230 V (ไซน์): I1=1.30I_1 = 1.30, I3=1.15I_3 = 1.15, I5=0.95I_5 = 0.95, I7=0.70I_7 = 0.70, I9=0.45I_9 = 0.45, I11=0.25I_{11} = 0.25, I13=0.15I_{13} = 0.15 A (RMS), cos φ₁ = 0.99 หา IrmsI_{rms}, THD, P, S, Q₁, D, PF และ K-factor

  1. H1:

    Irms=1.302+1.152+0.952+0.702+0.452+0.252+0.152=2.166 AI_{rms} = \sqrt{1.30^2 + 1.15^2 + 0.95^2 + 0.70^2 + 0.45^2 + 0.25^2 + 0.15^2} = 2.166\ \text{A}
  2. H2: ∑h≥2Ih2=1.733\sqrt{\sum_{h\ge2}I_h^2} = 1.733 A → THDF = 1.733/1.30 = 133 % · THDR = 1.733/2.166 = 80.0 %

  3. H4: P=230(1.30)(0.99)=296.0P = 230(1.30)(0.99) = 296.0 W · H5: S=230(2.166)=498.2S = 230(2.166) = 498.2 VA

  4. H6: Q1=230(1.30)sin⁡(cos⁡−10.99)=42.2Q_1 = 230(1.30)\sin(\cos^{-1}0.99) = 42.2 var · D=230×1.733=398.5D = 230 \times 1.733 = 398.5 VA

  5. H7: PF = 296.0/498.2 = 0.594 = 0.99 × (1.30/2.166) = 0.99 × 0.600 ✓

  6. H9: K = ∑(Ih/Irms)2h2\sum (I_h/I_{rms})^2h^2 = 18.7

IrmsI_{rms} = 2.17 A, THD 133 %, P = 296 W, S = 498 VA, Q₁ = 42 var, D = 399 VA, PF = 0.59 แม้ cos φ = 0.99 · กำลังความเพี้ยนใหญ่กว่ากำลังรีแอกทีฟเกือบ 10 เท่า

ลองในแล็บ: “SMPS 300 W ไม่มี PFC” ได้ตัวเลขใกล้เคียง (THD ~130 %, PF ~0.6) และกด “เครื่องคำนวณอย่างไร” ดูทุกขั้น ✓

ตัวอย่าง H-2 · ใส่คาปาซิเตอร์แก้ PF ได้ไหม

จาก H-1 ถ้าชดเชย Q₁ = 42 var ด้วยคาปาซิเตอร์จนหมด PF จะเป็นเท่าไร

  1. Q₁ → 0 แต่ D ไม่เปลี่ยน: S′=2962+02+398.52=496.4S' = \sqrt{296^2 + 0^2 + 398.5^2} = 496.4 VA

  2. PF' = 296/496.4 = 0.596 (จาก 0.594)

แทบไม่เปลี่ยน PF ต่ำเพราะความเพี้ยน ไม่ใช่เพราะเฟส คาปาซิเตอร์ยังอาจเรโซแนนซ์กับระบบที่ฮาร์มอนิกต่ำ ๆ ทางแก้คือ Active PFC (M8) ซึ่งทำให้ PF > 0.98

การแยกกำลังตาม IEEE 1459 ขั้นสูง

H8 IEEE 1459 decomposition แยกกำลังปรากฏ

S2=(V1I1)2⏟S12+(V1IH)2⏟DI2+(VHI1)2⏟DV2+(VHIH)2⏟SH2,VH=∑h≠1Vh2,    IH=∑h≠1Ih2S^2 = \underbrace{(V_1I_1)^2}_{S_1^2} + \underbrace{(V_1I_H)^2}_{D_I^2} + \underbrace{(V_HI_1)^2}_{D_V^2} + \underbrace{(V_HI_H)^2}_{S_H^2},\qquad V_H = \sqrt{\textstyle\sum_{h\ne1}V_h^2},\;\; I_H = \sqrt{\textstyle\sum_{h\ne1}I_h^2}

SN=S2−S12S_N = \sqrt{S^2 - S_1^2} คือกำลังปรากฏส่วนที่ไม่ใช่ฮาร์มอนิกหลัก DID_I มาจากกระแสเพี้ยน (ปกติใหญ่สุด) DVD_V มาจากแรงดันเพี้ยน ใช้แยกว่าใครทำให้ไฟเพี้ยน เครื่องวัดคุณภาพไฟฟ้าชั้นสูงแสดงค่าเหล่านี้

K-factor และหม้อแปลงที่ร้อนเกินพิกัด กลาง

ความสูญเสียกระแสวนในขดลวดหม้อแปลงเพิ่มตามกำลังสองของความถี่ ฮาร์มอนิกที่ 13 ขนาดเล็ก ๆ จึงสร้างความร้อนเท่ากับกระแสหลักก้อนใหญ่ได้

H9 K-factor ตัวคูณความสูญเสียกระแสวน

K=∑hIh2 h2∑hIh2=∑h(IhIrms)2h2K = \frac{\sum_h I_h^2\,h^2}{\sum_h I_h^2} = \sum_h \Big(\frac{I_h}{I_{rms}}\Big)^2h^2

ไซน์ K = 1 · โหลดสำนักงานทั่วไป K ≈ 4–13 · เลือกหม้อแปลง K-rated (K-4, K-13, K-20) ที่สูงกว่าค่าที่วัด หรือลดพิกัดหม้อแปลงธรรมดาตามวิธีของ IEEE C57.110

ลำดับเฟสของฮาร์มอนิกและกระแสนิวทรัล กลาง

เฟส b ล่าช้ากว่าเฟส a 120° ฮาร์มอนิกที่ h ของเฟส b จึงล่าช้า h×120∘h \times 120^\circ (S6) สำหรับ h = 3 คือ 360° เท่ากับไม่ล่าช้าเลย ฮาร์มอนิกที่ 3 ของสามเฟสจึงอยู่ในเฟสเดียวกันทุกประการ

H10 Harmonic sequence & neutral current ลำดับเฟสและกระแสนิวทรัล

h=3k+1: บวก (1, 4, 7, 13)h=3k+2: ลบ (2, 5, 11, 14)h=3k: ศูนย์ (3, 9, 15)IN=3I32+I92+I152+⋯h = 3k+1:\ \text{บวก (1, 4, 7, 13)} \quad h = 3k+2:\ \text{ลบ (2, 5, 11, 14)} \quad h = 3k:\ \text{ศูนย์ (3, 9, 15)} \qquad I_N = 3\sqrt{I_3^2 + I_9^2 + I_{15}^2 + \cdots}

ลำดับบวกกับลบของสามเฟสหักกันในนิวทรัล ลำดับศูนย์บวกกันสามเท่า (สำหรับโหลดสมดุล) · ฮาร์มอนิกลำดับลบ (5, 11) สร้างสนามหมุนกลับทางในมอเตอร์ เกิดแรงบิดเบรกและความร้อน

ฮาร์มอนิกหลัก (ลำดับบวก): a + b + c = 0iₙ = 0ฮาร์มอนิกที่ 3 (ลำดับศูนย์): ทั้งสามเฟสทับกันiₙ = 3I₃เฟส a, b, cabcนิวทรัล
กระแสฮาร์มอนิกหลักของสามเฟส (บน) รวมกันเป็นศูนย์ในนิวทรัล ฮาร์มอนิกที่ 3 ของทั้งสามเฟส (ล่าง) ซ้อนกันพอดีและบวกเป็นสามเท่า
ตัวอย่าง H-3 · ชั้นสำนักงานในระบบ 3 เฟส 4 สาย

แต่ละเฟสมีกระแส I1=20I_1 = 20, I3=16I_3 = 16, I5=12I_5 = 12, I7=7I_7 = 7, I9=4I_9 = 4 A (สมดุลทุกเฟส) หากระแสเฟสและกระแสนิวทรัล

  1. กระแสเฟส H1: 202+162+122+72+42=29.4\sqrt{20^2 + 16^2 + 12^2 + 7^2 + 4^2} = 29.4 A

  2. นิวทรัล H10: ฮาร์มอนิกหลักและที่ 5, 7 หักกันหมด เหลือ 3 และ 9 IN=3162+42=49.5I_N = 3\sqrt{16^2 + 4^2} = 49.5 A

นิวทรัล 49.5 A = 168 % ของกระแสเฟส ถ้าเดินสายนิวทรัลขนาดเท่าเฟส (หรือเล็กกว่า) จะร้อนเกิน แก้โดยเพิ่มขนาดนิวทรัลเป็น 200 % หม้อแปลงซิกแซก หรือลดฮาร์มอนิกที่ 3 ที่ต้นทาง ลองในแล็บ: “SMPS 3 kW ต่อเฟส: นิวทรัลร้อน”

กระแสเพี้ยนทำให้แรงดันเพี้ยน: แรงดันที่จุดต่อร่วม (PCC) กลาง

ระบบไฟมีอิมพีแดนซ์ (ส่วนใหญ่คือรีแอกแตนซ์ของหม้อแปลง) กระแสฮาร์มอนิกที่ไหลผ่านสร้างแรงดันตกที่ความถี่ฮาร์มอนิก โหลดอื่นที่ต่ออยู่จุดเดียวกันจึงได้แรงดันเพี้ยนไปด้วย เป็นเหตุผลที่มาตรฐานกำหนดขีดจำกัดของกระแสที่แต่ละผู้ใช้ไฟปล่อยออกมา

H11 Harmonic voltage at the PCC แรงดันฮาร์มอนิกที่จุดต่อร่วม

Vh≈Ih ∣Rs+jhXs∣≈Ih hXs,Xs≈VphIsc,VhV1≈IhIL⋅hIsc/ILV_h \approx I_h\,|R_s + jhX_s| \approx I_h\,hX_s, \qquad X_s \approx \frac{V_{ph}}{I_{sc}}, \qquad \frac{V_h}{V_1} \approx \frac{I_h}{I_L}\cdot\frac{h}{I_{sc}/I_L}

ระบบแข็ง (Isc/IL สูง) แรงดันเพี้ยนน้อย ระบบอ่อน (หม้อแปลงเล็ก สายยาว เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง) เพี้ยนมาก ฮาร์มอนิกลำดับสูงแม้กระแสน้อยก็สร้างแรงดันได้มากเพราะคูณ h

ตัวอย่าง H-4 · ไดรฟ์ 500 kW บนหม้อแปลง 1000 kVA

หม้อแปลง 1000 kVA 400 V อิมพีแดนซ์ 6 % จ่ายไดรฟ์ 6 พัลส์ 500 kW (PF 0.95) กระแสฮาร์มอนิกเป็น % ของหลัก: 5 → 30, 7 → 20, 11 → 8, 13 → 6, 17 → 4, 19 → 3 หา THD แรงดันด้าน 400 V (ไม่คิดอิมพีแดนซ์ต้นทาง)

  1. Zbase=4002/106=0.16 ΩZ_{base} = 400^2/10^6 = 0.16\ \Omega · Xs=0.06×0.16=0.0096 ΩX_s = 0.06 \times 0.16 = 0.0096\ \Omega (Isc ≈ 24.1 kA) · I1=500 0003(400)(0.95)=760I_1 = \frac{500\,000}{\sqrt3(400)(0.95)} = 760 A

  2. H11: V5=0.30(760)(5)(0.0096)=10.9V_5 = 0.30(760)(5)(0.0096) = 10.9 V (4.7 % ของ 231 V) · V7V_7 = 10.2 V (4.4 %) · V11V_{11} = 6.4 V (2.8 %) · V13V_{13} = 5.7 V (2.5 %) · V17V_{17} = 5.0 V (2.1 %) · V19V_{19} = 4.2 V (1.8 %)

  3. THDV:

    THDV=4.742+4.422+2.782+2.462+2.152+1.802 %=8.0 %\mathrm{THD}_V = \sqrt{4.74^2 + 4.42^2 + 2.78^2 + 2.46^2 + 2.15^2 + 1.80^2}\ \% = 8.0\ \%

THD แรงดันประมาณ 8 % ชนขีดจำกัด IEEE 519 (8 %) และเกินเกณฑ์ กฟภ./กฟน. ที่ 0.4 kV (5 %) ไดรฟ์ขนาดนี้ต้องมีรีแอกเตอร์ โช้ก DC หรือ 12 พัลส์ ดูวิธีแก้

ขีดจำกัดตามมาตรฐาน: IEEE 519-2022, กฟภ./กฟน. และ IEC 61000-3-2 กลาง

IEEE 519 ใช้ประเมินที่จุดต่อร่วมระหว่างผู้ใช้ไฟกับการไฟฟ้า (PCC) ไม่ใช่ที่เครื่องแต่ละตัว ฉบับ 2022 เปลี่ยนชื่อเป็น “Standard” และผ่อนขีดจำกัดของฮาร์มอนิกคู่ (เดิมทุกตัว 25 % ของค่าในตาราง)

H12 IEEE 519-2022 voltage limits at the PCC ขีดจำกัดแรงดัน

แรงดันที่ PCCฮาร์มอนิกแต่ละตัวTHD
V ≤ 1.0 kV5.0 %8.0 %
1 kV < V ≤ 69 kV3.0 %5.0 %
69 kV < V ≤ 161 kV1.5 %2.5 %
V > 161 kV1.0 %1.5 %

H13 IEEE 519-2022 current limits (120 V – 69 kV, % of IL) ขีดจำกัดกระแส

Isc/IL2 ≤ h < 1111 ≤ h < 1717 ≤ h < 2323 ≤ h < 3535 ≤ h ≤ 50TDD
< 204.02.01.50.60.35.0
20 – 507.03.52.51.00.58.0
50 – 10010.04.54.01.50.712.0
100 – 100012.05.55.02.01.015.0
> 100015.07.06.02.51.420.0

ฮาร์มอนิกคู่ (ฉบับ 2022): h ≤ 6 ใช้ 50 % ของค่าในตาราง h > 6 ใช้ 100 % · ILI_L คือกระแสความต้องการสูงสุดเฉลี่ย 15 หรือ 30 นาที · ประเมินจากค่าเปอร์เซ็นไทล์ของการวัดระยะยาว (เช่นค่าราย 10 นาทีตลอด 7 วัน) ค่าราย 3 วินาทีเกินได้ชั่วครู่ อ่านรายละเอียดในตัวมาตรฐาน

H14 Thailand (PEA/MEA) and IEC 61000-3-2 ข้อกำหนดในไทยและเครื่องใช้ไฟฟ้า

ระดับแรงดันที่ PCC (ไทย)THD แรงดันสูงสุด
0.4 kV5 % (คี่ 4 %, คู่ 2 %)
11, 12, 22, 24 kV4 %
33 kV3 %
69 kV2.45 %
115 kV ขึ้นไป1.5 %

มาจาก “ข้อกำหนดกฎเกณฑ์ฮาร์มอนิกเกี่ยวกับไฟฟ้าประเภทธุรกิจและอุตสาหกรรม” ของ กฟผ. กฟน. และ กฟภ. ซึ่งอ้างอิงแนวทาง Engineering Recommendation G5/3 ของสหราชอาณาจักร และกำหนดขีดจำกัดกระแสฮาร์มอนิกแต่ละลำดับตามระดับแรงดันด้วย ตรวจฉบับล่าสุดกับการไฟฟ้าที่รับไฟก่อนออกแบบ · IEC 61000-3-2 Class A กำหนดเป็นแอมแปร์ต่อเครื่อง (≤ 16 A ต่อเฟส) เช่น h = 3: 2.30 A, h = 5: 1.14 A, h = 7: 0.77 A

ตัวอย่าง H-5 · ตรวจ IEEE 519 ของโรงงาน

PCC 400 V, Isc = 20 kA, ILI_L = 500 A (Isc/IL = 40) วัดได้ I5I_5 = 18 %, I7I_7 = 12 %, I11I_{11} = 7 %, I13I_{13} = 5 % ของ ILI_L ผ่านไหม

  1. H13 แถว 20–50: h < 11 ≤ 7.0 % · 11 ≤ h < 17 ≤ 3.5 % · TDD ≤ 8.0 %

  2. รายตัว: I5I_5 18 % > 7 % ✗ · I7I_7 12 % > 7 % ✗ · I11I_{11} 7 % > 3.5 % ✗ · I13I_{13} 5 % > 3.5 % ✗

  3. TDD ≥ 182+122+72+52=23.3\sqrt{18^2 + 12^2 + 7^2 + 5^2} = 23.3 % > 8 % ✗

ไม่ผ่านทุกข้อ ต้องลด TDD ลงราว 3 เท่า ทางเลือก: รีแอกเตอร์ 5 % (ได้ราว 30–35 %, ยังไม่พอ) + ฟิลเตอร์จูน 5th/7th หรือฟิลเตอร์แอกทีฟ หรือไดรฟ์ 18 พัลส์/Active Front End เช็กลิสต์

ฮาร์มอนิกทำอะไรกับอุปกรณ์ พื้นฐาน

อุปกรณ์ผลสาเหตุทางฟูเรียร์
หม้อแปลงร้อนเกิน ต้องลดพิกัดกระแสวน ∝ Ih2h2I_h^2h^2 (K-factor)
สายนิวทรัลร้อน ไหม้ลำดับศูนย์ 3, 9, 15 บวกกัน 3 เท่า
มอเตอร์เหนี่ยวนำร้อน แรงบิดกระเพื่อม เสียงดัง5th ลำดับลบหมุนกลับ, คู่ 5/7 สร้างแรงบิดที่ 6f
คาปาซิเตอร์แก้ PFร้อน ฟิวส์ขาด บวมXC/hX_C/h เล็กลง กระแสฮาร์มอนิกไหลเข้า และเรโซแนนซ์
สาย/บัสบาร์ความต้านทานเพิ่มskin effect ที่ความถี่สูง
มิเตอร์ เบรกเกอร์อิเล็กทรอนิกส์อ่านผิด ทริปผิดcrest factor สูง ไม่ใช่ True RMS
อุปกรณ์ที่ซิงก์กับไฟจับจุดตัดศูนย์ผิดแรงดันเพี้ยน (notching) มีจุดตัดศูนย์หลายจุด

แล็บ: เครื่องวิเคราะห์กำลังไฟฟ้าเสมือน พื้นฐาน

เลือกโหลด (ฮีตเตอร์ มอเตอร์ SMPS LED ไตรแอก ไดรฟ์) ดูกระแสบนสโคป อ่าน P, Q₁, S, D, PF, DPF, THD, TDD, K-factor และกระแสนิวทรัลบนเครื่องวิเคราะห์ เปิดเมนู “ระบบไฟต้นทาง” เพื่อเปลี่ยน Isc/IL แล้วดู THD แรงดันเปลี่ยนตาม H11 และสลับเกณฑ์ IEEE 519, กฟภ./กฟน. หรือ IEC 61000-3-2

คำถามที่พบบ่อย

THD คืออะไร คำนวณอย่างไร?

THD (total harmonic distortion) คือสัดส่วนค่า RMS ของฮาร์มอนิกทั้งหมดตั้งแต่ลำดับที่ 2 เทียบกับฮาร์มอนิกหลัก THD=I22+I32+⋯/I1\mathrm{THD} = \sqrt{I_2^2 + I_3^2 + \cdots}/I_1 มาตรฐานไฟฟ้ากำลังนับถึงลำดับที่ 50 กระแสของคอมพิวเตอร์ที่ไม่มี PFC มี THD ได้ถึง 100–150 %

PF กับ cos φ ต่างกันอย่างไร?

cos φ (DPF) คือ cos ของมุมระหว่างแรงดันกับกระแสเฉพาะฮาร์มอนิกหลัก PF จริงคือ P/S ซึ่งรวมผลของฮาร์มอนิกด้วย เมื่อแรงดันเป็นไซน์ PF=cos⁡φ1×1/1+THDi2\mathrm{PF} = \cos\varphi_1 \times 1/\sqrt{1 + \mathrm{THD}_i^2} โหลดที่ cos φ = 0.99 แต่ THD 133 % มี PF เพียง 0.59

ทำไมคาปาซิเตอร์แก้ PF ไม่ช่วยโหลดอิเล็กทรอนิกส์?

คาปาซิเตอร์ชดเชยได้เฉพาะ Q₁ ของฮาร์มอนิกหลัก ถ้า PF ต่ำเพราะความเพี้ยน (D สูง) แต่ cos φ₁ ใกล้ 1 อยู่แล้ว คาปาซิเตอร์จะทำให้กระแสนำหน้าและอาจเกิดเรโซแนนซ์ขยายฮาร์มอนิก ต้องลดฮาร์มอนิกด้วยรีแอกเตอร์ ฟิลเตอร์ หรือ PFC แทน

ทำไมสายนิวทรัลร้อนกว่าสายเฟส?

ฮาร์มอนิกที่ 3, 9, 15 เป็นลำดับศูนย์ ในระบบสามเฟสสี่สายที่มีโหลดแบบ SMPS ทุกเฟส ฮาร์มอนิกพวกนี้ของสามเฟสอยู่ในเฟสเดียวกันจึงบวกกันในนิวทรัล IN=3I32+I92+⋯I_N = 3\sqrt{I_3^2 + I_9^2 + \cdots} ได้ถึง 1.5–1.7 เท่าของกระแสเฟส

IEEE 519-2022 กำหนด THD แรงดันเท่าไร?

ที่จุดต่อร่วม (PCC) แรงดันไม่เกิน 1 kV: ฮาร์มอนิกแต่ละตัวไม่เกิน 5 % และ THD ไม่เกิน 8 % · 1–69 kV: 3 % และ 5 % · 69–161 kV: 1.5 % และ 2.5 % · เกิน 161 kV: 1 % และ 1.5 % ส่วนกระแสกำหนดเป็น TDD ตามอัตราส่วน Isc/IL ตั้งแต่ 5 % ถึง 20 %

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์