- หน้าแรก
- คลังความรู้
- ระบบควบคุม
// บทที่ 13 · วิศวกรรมไฟฟ้า · Control Systems Engineering
ระบบควบคุม (Control Systems Engineering): ป้อนกลับ เสถียรภาพ รูทโลคัส โบด และ PID
เครื่องปรับอากาศที่รักษาอุณหภูมิ มอเตอร์ที่หมุนได้ความเร็วตามสั่ง แขนหุ่นยนต์ที่หยุดตรงตำแหน่ง โดรนที่ลอยนิ่งกลางลม และพาวเวอร์ซัพพลายที่จ่าย 5.00 V ไม่ว่าโหลดจะเปลี่ยนแค่ไหน ทั้งหมดใช้หลักการเดียวกัน คือวัดผลลัพธ์ เทียบกับเป้าหมาย แล้วแก้ไข ชุดบทเรียนนี้เริ่มจากวงจรไฟฟ้าที่เราคุ้นเคย ไล่ไปถึงการวาดรูทโลคัสด้วยมือ วิเคราะห์โบด ออกแบบตัวชดเชยและ PID จนถึงหุ่นยนต์และตัวแปลงกำลัง
- เขียนพลานต์เป็นฟังก์ชันถ่ายโอน ต่อตัวควบคุม แล้วปิดวงได้ บล็อกไดอะแกรม
- ระบบเสถียรเมื่อรากของ อยู่ซ้ายของแกน ทุกตัว ตรวจได้โดยไม่ต้องหาราก เราท์–เฮอร์วิตซ์
- รากเหล่านั้นเดินอย่างไรเมื่อปรับ รูทโลคัส · ห่างจากความไม่เสถียรแค่ไหน เกนและเฟสมาร์จิน
- ไม่ได้ตามสเปก เพิ่มขั้วและศูนย์อย่างมีชั้นเชิง lead · lag และ PID
Control Engineering หรือ Control Systems เรียกอะไรดี
ทั่วโลกใช้สองคำนี้แทนกันได้ แต่มีน้ำหนักต่างกันเล็กน้อย Control Systems คือชื่อวิชาที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใช้ (Control Systems Engineering ของ Nise, Modern Control Systems ของ Dorf) เน้นตัวระบบและเครื่องมือวิเคราะห์ ส่วน Control Engineering คือชื่อสาขาวิชาชีพ เน้นงานออกแบบ หน้านี้จึงใช้ชื่อเต็ม Control Systems Engineering ครอบทั้งสองคำ ภาษาไทยใช้ ระบบควบคุม และ วิศวกรรมระบบควบคุม
| คำ | ความหมายที่ใช้ในชุดนี้ | เชื่อมไปหน้า |
|---|---|---|
| Control system | ระบบที่จัดการให้ตัวแปรหนึ่งเป็นไปตามที่ต้องการ | ภาพรวม |
| Feedback control system | ระบบวงปิดที่วัดเอาต์พุตย้อนกลับมาเทียบกับค่าอ้างอิง | ภาพรวม · บล็อก |
| Automatic control | การควบคุมที่ทำงานเองโดยไม่ต้องมีคนคอยปรับ | PID |
| Classical control | วิเคราะห์ในโดเมน และความถี่: Routh รูทโลคัส โบด ไนควิสต์ | ส่วนที่ 2 ถึง 6 |
| Modern control | วิเคราะห์ในปริภูมิสถานะด้วยเมทริกซ์ | ส่วนที่ 7 |
| Mechatronics | กลไก + ไฟฟ้า + อิเล็กทรอนิกส์ + ซอฟต์แวร์ ที่มีระบบควบคุมเป็นแกนกลาง | เมคาทรอนิกส์ |
| Robotics | เมคาทรอนิกส์ที่มีหลายข้อต่อ รับรู้ และตัดสินใจเอง | โรโบติกส์ |
แผนที่การเรียน: classical ก่อน แล้วค่อย modern
ลำดับในชุดนี้ตั้งใจเรียงแบบที่อาจารย์สอนในห้อง เริ่ม classical ก่อน เพราะฟังก์ชันถ่ายโอนให้ภาพทางกายภาพชัด (ขั้วคือความเร็วตอบสนอง เฟสคือความล่าช้า) งานออกแบบในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จบได้ที่ PID และตัวชดเชย และเป็นภาษาที่ datasheet ของไอซีควบคุมใช้ เมื่อแน่นแล้วจึงขึ้น modern control ที่ต่อยอดจากค่าเฉพาะ สำหรับระบบหลายตัวแปร หุ่นยนต์ และการควบคุมที่เหมาะสมที่สุด
ปี 2–3 · เริ่มเรียนวิชาควบคุม
ปี 3–4 · ออกแบบตัวควบคุม
ป.โท · งานวิจัย · งานจริง
บางหน้ายังเขียนไม่เสร็จ ลิงก์ของหน้านั้นจะพาไปการ์ดในหัวข้อถัดไปซึ่งติดป้าย “เร็วๆ นี้” ไว้
เริ่มจากไฟฟ้า ปูทางไปอิเล็กทรอนิกส์กำลัง
นักศึกษาไฟฟ้ามีข้อได้เปรียบ เพราะวงจร RC คือระบบอันดับหนึ่ง วงจร RLC คือระบบอันดับสอง และออปแอมป์คือตัวควบคุมที่สร้างได้จริงบนโต๊ะ ชุดนี้จึงใช้วงจรเป็นตัวอย่างหลักตลอดทาง แล้วค่อยขยายไปมอเตอร์ กลไก และหุ่นยนต์ ปลายทางคือตัวแปลงกำลังแบบสวิตชิ่ง ซึ่งรวมทุกเรื่องในชุดนี้ไว้ในวงจรเดียว
| สิ่งที่รู้จากไฟฟ้า | ในภาษาระบบควบคุม | ใช้ต่อที่ |
|---|---|---|
| วงจร RC, | ระบบอันดับหนึ่ง ขั้ว | แล็บระบบอันดับ 1 |
| วงจร RLC อนุกรม | ระบบอันดับสอง | แล็บระบบอันดับ 2 |
| อิมพีแดนซ์ | ฟังก์ชันถ่ายโอน | แบบจำลอง |
| ออปแอมป์อินเวอร์ติง | ตัวควบคุม PI, PD, lead, lag | แล็บออปแอมป์ · ตัวชดเชย |
| ฟิลเตอร์ low-pass, dB | แบนด์วิดท์ โบดไดอะแกรม | โบด |
| ฟังก์ชันเจเนอเรเตอร์ + สโคป วัดเกนและเฟส | วัดผลตอบสนองความถี่จริง | แล็บ FG + สโคป |
| มอเตอร์ DC: | พลานต์ของเซอร์โว | เมคาทรอนิกส์ |
| บั๊กคอนเวอร์เตอร์, LC ฟิลเตอร์, PWM | และตัวชดเชย Type III | สะพานสู่อิเล็กทรอนิกส์กำลัง |
ทุกหน้าในชุดนี้ แบ่งเป็น 9 ส่วน
อ่านตามลำดับเลขหน้า ตัวอักษรท้ายการ์ดคือรหัสสูตรของหน้านั้น เช่น R3 คือสูตรที่ 3 ของหน้าเราท์–เฮอร์วิตซ์ ใช้อ้างอิงในรายงานหรือค้นหาในหัวข้อถัดไปได้
ภาพรวมและแบบจำลอง Foundations & Modeling
เริ่มจากวงจรไฟฟ้าที่เรารู้จัก แล้วมองมันเป็นระบบที่มีอินพุต เอาต์พุต และป้อนกลับ
สมรรถนะของระบบ Performance
ระบบดีหรือไม่ดี วัดจากอะไร: ความเร็ว overshoot และความแม่นยำ
เสถียรภาพ Stability
คำถามแรกของวิศวกรควบคุม: ระบบนี้เสถียรไหม และเสถียรได้ถึงเกนเท่าไร
รูทโลคัส Root Locus
ดูว่าขั้วเคลื่อนอย่างไรเมื่อปรับเกน วาดด้วยมือให้ได้ก่อนเปิดโปรแกรม
ตอบสนองความถี่ Frequency Response
มองระบบผ่านไซน์: Bode, margin และ Nyquist ภาษาที่วิศวกรทั่วโลกใช้
ออกแบบตัวควบคุม Compensator & PID Design
นำทุกเครื่องมือมาออกแบบ lead lag และ PID ให้ได้ตามสเปก
ระบบควบคุมสมัยใหม่ Modern Control
ปริภูมิสถานะ ต่อยอดจากพีชคณิตเชิงเส้น: วางขั้ว ตัวสังเกต LQR
ดิจิทัลและขั้นสูง Digital & Advanced
เมื่อตัวควบคุมคือไมโครคอนโทรลเลอร์ และเมื่อโลกไม่เป็นเชิงเส้น
งานประยุกต์ Mechatronics, Robotics & Power Electronics
ทฤษฎีลงสนามจริง: มอเตอร์ หุ่นยนต์ และตัวแปลงกำลัง ทางไปสู่อิเล็กทรอนิกส์กำลัง
แล็บระบบควบคุม: รูทโลคัส โบด ไนควิสต์ ในจอเดียว
พิมพ์ฟังก์ชันถ่ายโอนวงเปิด เช่น 1/(s(s+1)(s+2)) หรือ (s+3)/(s^2(s+10)) แล้วเลื่อนเกน ดูขั้ววงปิด (จุดส้ม) เดินตามรูทโลคัส พร้อมกับโบดที่เลื่อนขึ้นลงและกราฟไนควิสต์ที่ขยายจนอ้อม ลากขั้ว × หรือศูนย์ ○ เพื่อดูว่ารูปร่างเปลี่ยนอย่างไร คลิกบนเส้นโลคัสเพื่อเลือก ที่จุดนั้น
กำลังโหลดแล็บ (ต้องเปิด JavaScript)
ลองตั้งโจทย์ให้ตัวเอง: ระบบ เสถียรถึง เท่าไร (เฉลย ที่ ซึ่งตรงกับตารางเราท์ในหน้าเราท์–เฮอร์วิตซ์ และเกนมาร์จินที่ คือ dB ในหน้ามาร์จิน) สามวิธีให้คำตอบเดียวกัน นี่คือความงามของวิชานี้
ค้นหาสูตรทั้งหมดในที่เดียว
รวมทุกสูตรจากทุกหน้าที่เปิดแล้ว พิมพ์ได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ หรือรหัสสูตรตรง ๆ เช่น L4 (จุดตัดเส้นกำกับ) หรือ G3 (เฟสมาร์จินกับ ζ)
- F1Closed-loop transfer functionฟังก์ชันถ่ายโอนวงปิด
- ) ภาพรวมป้อนกลับ s = frac {1}{1 + l}, qquad t = frac {l}{1 + l}, qquad s + t = 1, qquad y = tr + sgd - tn, qquad e = sr - sgd + tn ">F2Sensitivity functionsฟังก์ชันความไวและความไวเติมเต็ม ()
- F3Sensitivity to plant variationความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของพลานต์
- M1Transfer functionฟังก์ชันถ่ายโอน
- M2Impedance methodวิธีอิมพีแดนซ์ในโดเมน s
- M3RC low-passวงจร RC
- M4Series RLCวงจร RLC อนุกรม (เอาต์พุตที่ C)
- M5Inverting op-ampออปแอมป์อินเวอร์ติง
- M6DC motor equationsสมการมอเตอร์ DC
- ) แบบจำลอง frac { omega }{v} approx frac {k_m}{ tau _ms + 1}, qquad frac { theta }{v} approx frac {k_m}{s( tau _ms + 1)}, qquad k_m = frac {k_t}{rb + k_tk_e}, quad tau _m = frac {rj}{rb + k_tk_e} ">M7Simplified motor modelแบบจำลองอย่างง่าย ()
- M8Mass–spring–damperมวล-สปริง-ดัมเปอร์
- M9Thermal systemระบบความร้อน
- (มอเตอร์หมุนเร็วกว่า เท่า) แบบจำลอง omega _l = frac { omega _m}{n}, quad t_l = nt_m, quad j_{eq} = j_m + frac {j_l}{n^2}, quad b_{eq} = b_m + frac {b_l}{n^2} ">M10Gear trainชุดเกียร์ทด (มอเตอร์หมุนเร็วกว่า เท่า)
- M11Force–voltage analogyความคล้ายแรง-แรงดัน
- M12Linearizationการทำให้เป็นเชิงเส้นรอบจุดทำงาน
- B1Series (cascade)อนุกรม
- B2Parallelขนาน
- B3Feedback loopวงป้อนกลับ
- B4Moving junctionsย้ายจุดรวมและจุดแยก
- B5Equivalent unity feedbackแปลงเป็นป้อนกลับหนึ่งหน่วย
- B6Multiple inputsหลายอินพุต
- B7Mason's gain formulaกฎของเมสัน
- T1First-order step responseระบบอันดับหนึ่ง
- T2Second-order standard formระบบอันดับสองมาตรฐาน
- T3Percent overshootเปอร์เซ็นต์พุ่งเกิน
- T4Peak timeเวลายอด
- T5Settling timeเวลาเข้าที่
- T6Rise timeเวลาขึ้น
- T7Admissible regionบริเวณที่ขั้วเด่นต้องอยู่
- T8Dominant-pole approximationการประมาณด้วยขั้วเด่น
- T9Effect of a zeroผลของศูนย์
- E1Steady-state error (unity feedback)ความผิดพลาดอยู่ตัว
- E2System typeชนิดของระบบ
- E3Static error constantsค่าคงตัวความผิดพลาดและตาราง
- E4Disturbance at the plant inputการรบกวนที่อินพุตพลานต์
- E5Non-unity feedbackป้อนกลับไม่เป็นหนึ่งหน่วย
- S1BIBO stabilityอินพุตมีขอบเขต เอาต์พุตมีขอบเขต
- S2Pole-location criterionเกณฑ์ตำแหน่งขั้ว
- S3Closed-loop characteristic equationสมการลักษณะเฉพาะวงปิด
- S4Internal stabilityเสถียรภาพภายใน
- R1Necessary conditionเงื่อนไขจำเป็น (ตรวจก่อนสร้างตาราง)
- R2Routh arrayโครงตารางเราท์
- R3Element formulaสูตรคำนวณแต่ละช่อง
- R4Routh–Hurwitz criterionเกณฑ์ของเราท์–เฮอร์วิตซ์
- R5Row scalingคูณหรือหารทั้งแถวด้วยจำนวนบวก
- R6Third-order shortcutสูตรลัดอันดับสาม
- R7Zero in the first column (ε method)หลักแรกเป็นศูนย์
- R8Reversed-coefficient methodทางเลือก: กลับลำดับสัมประสิทธิ์
- R9Row of zeros: auxiliary polynomialแถวศูนย์ทั้งแถว
- R10Critical gain and oscillation frequencyเกนวิกฤตและความถี่การแกว่ง
- R11Relative stability (axis shift)เสถียรภาพสัมพัทธ์
- R12Hurwitz determinantsดีเทอร์มิแนนต์เฮอร์วิตซ์
- L1Root-locus formรูปแบบมาตรฐานของสมการลักษณะเฉพาะ
- L2Angle conditionเงื่อนไขมุม (บอกว่าจุดไหนอยู่บนโลคัส)
- เท่าไร) รูทโลคัส k = frac {1}{|g(s)h(s)|} = frac { prod _{j=1}^{n}|s - p_j|}{ prod _{i=1}^{m}|s - z_i|} = frac { text {ผลคูณระยะจากขั้วทุกตัว}}{ text {ผลคูณระยะจากศูนย์ทุกตัว}} ">L3Magnitude conditionเงื่อนไขขนาด (บอกว่าจุดนั้นใช้ เท่าไร)
- L4Rule 1 · Branches, start and endจำนวนกิ่ง จุดเริ่ม จุดจบ
- L5Rule 2 · Real-axis segmentsส่วนบนแกนจริง
- L6Rule 3 · Asymptotesเส้นกำกับ: มุมและจุดตัดแกนจริง
- L7Rule 4 · Breakaway and break-in pointsจุดแยกและจุดเข้า
- รูทโลคัส text {แทน } s = j omega text { ใน } 1 + kgh = 0:\ \ operatorname {re}\{ cdot \} = 0,\ \ operatorname {im}\{ cdot \} = 0 quad text {หรือใช้ตารางเราท์หา } k_{cr} ">L8Rule 5 · jω-axis crossingsจุดตัดแกน
- L9Rule 6 · Angles of departure and arrivalมุมออกจากขั้วเชิงซ้อนและมุมเข้าศูนย์เชิงซ้อน
- L10Rule 7 · Sum of closed-loop polesผลรวมขั้ววงปิดคงที่
- L11Product of closed-loop polesผลคูณขั้ววงปิด (ไม่มีศูนย์)
- W1Sketching recipeขั้นตอนการวาดรูทโลคัส
- W2Circle ruleขั้วจริง 2 ตัว + ศูนย์จริง 1 ตัว
- W3Repeated poles and multiple meetingขั้วซ้ำและหลายกิ่งพบกัน
- J1Gain selectionเลือกเกนจากสเปก
- J2Adding poles and zerosเพิ่มขั้วและศูนย์
- J3PD by angle compensationวางศูนย์ PD
- J4PI by dipole placementวาง PI แบบคู่ขั้ว-ศูนย์
- ออกแบบด้วยรูทโลคัส sum angle (s - z_i) - sum angle (s - p_j) = 0^ circ + 360^ circ q, qquad theta _a = frac {360^ circ q}{n - m} ">J5Complementary (0°) root locusรูทโลคัสเมื่อ
- J6Parameter root locusรูทโลคัสของพารามิเตอร์อื่น
- Q1Sinusoidal steady stateผลตอบสนองต่อไซน์ในสถานะอยู่ตัว
- Q2Resonant peakยอดเรโซแนนซ์ของวงปิดอันดับสอง
- Q3Bandwidthแบนด์วิดท์วงปิด (−3 dB)
- Q4Closed loop from open loopอ่านวงปิดจากวงเปิด
- D1Decibel, decade, octaveเดซิเบล เดคาด และออกเทฟ
- D2Bode (time-constant) formรูปมาตรฐานสำหรับวาดโบด
- D3Constant Kค่าคงที่
- โบดไดอะแกรม frac {1}{s^q}:\ -20q log omega \ text {db}, \ \ -90q^ circ ">D4Poles/zeros at the origin
- ขั้วจริงอันดับหนึ่ง (ศูนย์: กลับเครื่องหมายทุกอย่าง) โบดไดอะแกรม | cdot |_{ text {db}} approx begin {cases} 0 & omega ll p \\ -20 log ( omega /p) & omega gg p end {cases}, qquad angle = - tan ^{-1} frac { omega }{p} approx begin {cases} 0^ circ & omega le p/10 \\ -45^ circ & omega = p \\ -90^ circ & omega ge 10p end {cases} ">D5First-order pole ขั้วจริงอันดับหนึ่ง (ศูนย์: กลับเครื่องหมายทุกอย่าง)
- โบดไดอะแกรม text {ชัน } -40 text { db/เดคาด หลัง } omega _n, quad text {ที่ } omega _n:\ -20 log (2 zeta ) \ text {db},\ -90^ circ , quad m_r = frac {1}{2 zeta sqrt {1 - zeta ^2}} text { ที่ } omega _r = omega _n sqrt {1 - 2 zeta ^2} ">D6Second-order polesขั้วเชิงซ้อนคู่
- หน่วงเวลา โบดไดอะแกรม |e^{-j omega t}| = 1 \ (0 text { db}), qquad angle e^{-j omega t} = - omega t \ text {rad} = -57.3\, omega t \ text {องศา} ">D7Time delay หน่วงเวลา
- D8Sketching procedureขั้นตอนการวาด
- D9Reading G(s) from asymptotesอ่านฟังก์ชันจากเส้นกำกับ
- G1Phase marginเฟสมาร์จิน
- G2Gain marginเกนมาร์จิน
- G3Bode stability criterionเกณฑ์เสถียรภาพจากโบด
- G4Phase margin vs damping ratioเฟสมาร์จินกับ ζ
- G5Crossover and speedครอสโอเวอร์กับความเร็ว
- G6Delay marginดีเลย์มาร์จิน
- N1Argument principleทฤษฎีบทอาร์กิวเมนต์ (โคชี)
- N2Nyquist contourเส้นทางไนควิสต์
- N3Nyquist stability criterionเกณฑ์ไนควิสต์
- N4Sketching procedureขั้นตอนวาด
- N5Margins on the Nyquist plotมาร์จินบนไนควิสต์
- C1Lead compensatorตัวชดเชยเฟสนำ
- C2Maximum phase leadเฟสนำสูงสุดและตำแหน่ง
- C3Lead design procedure (Bode)ขั้นตอนออกแบบ lead ด้วยโบด
- C4Lag compensatorตัวชดเชยเฟสล้าหลัง
- C5Lag design procedure (Bode)ขั้นตอนออกแบบ lag ด้วยโบด
- C6Angle deficiencyมุมที่ตัวชดเชยต้องเติม
- C7Lag-lead and PIDlag-lead กับ PID
- , ) lead · lag frac {v_o}{v_i} = - frac {r_2}{r_1} cdot frac {r_1c_1s + 1}{r_2c_2s + 1} qquad begin {cases} r_1c_1 gt r_2c_2 & text {lead} \\ r_1c_1 lt r_2c_2 & text {lag} end {cases} ">C8Op-amp lead/lagวงจรออปแอมป์ตัวเดียว (, )
- C9Passive RC lead networkวงจร RC แบบพาสซีฟ
- P1Parallel (independent) formรูปแบบขนาน
- P2Ideal (standard, ISA) formรูปแบบมาตรฐาน
- P3Series (interacting) formรูปแบบอนุกรม
- P4PID as poles and zerosPID ในภาษาขั้วและศูนย์
- P5P-control offsetความผิดพลาดค้างของตัวควบคุม P
- P6Filtered derivativeเทอม D ที่มีฟิลเตอร์ (ใช้จริงเสมอ)
- P7Setpoint weighting (2-DOF PID)ถ่วงน้ำหนักค่าอ้างอิง
- P8Anti-windupป้องกันอินทิกรัลสะสมเกิน
- P9Single op-amp PIDPID ด้วยออปแอมป์ตัวเดียว
- Z1Ziegler–Nichols (ultimate-gain method)ตาราง ZN แบบเกนวิกฤต (รูปแบบมาตรฐาน P2)
- Z2FOPDT model from a step testแบบจำลอง FOPDT จากการทดลองขั้นบันได
- Z3Ziegler–Nichols (reaction-curve method)ตาราง ZN แบบกราฟขั้นบันได
- Z4Cohen–Coon (PID)กฎของโคเฮน–คูน
- Z5SIMC PI rule (Skogestad)กฎ SIMC สำหรับ PI
- Z6Relay feedback testการทดลองรีเลย์
- Z7Field tuning checklistเช็กลิสต์จูนหน้างาน
- X1State-space modelแบบจำลองปริภูมิสถานะ
- X2Controllable canonical formรูปแบบมาตรฐานควบคุมได้
- X3Transfer functionฟังก์ชันถ่ายโอน
- X4Poles = eigenvaluesขั้ว = ค่าเฉพาะของ A
- X5Similarity transformationเปลี่ยนตัวแปรสถานะ
- X6State solutionคำตอบของสมการสถานะ
- O1Controllability (Kalman)ความสามารถควบคุมได้
- O2Observability (Kalman)ความสามารถสังเกตได้
- O3PBH testการทดสอบ Popov–Belevitch–Hautus
- O4Minimal realizationแบบจำลองที่น้อยที่สุด
- V1State feedbackป้อนกลับสถานะและการวางขั้ว
- V2Ackermann's formulaสูตรแอคเคอร์มันน์ (อินพุตเดียว)
- V3Reference gainเกนอ้างอิง
- V4Integral actionเพิ่มอินทิเกรเตอร์
- V5Luenberger observerตัวสังเกตของลูเอนเบอร์เกอร์
- V6Separation principleหลักการแยกส่วน
- V7Linear–quadratic regulatorLQR
- Y1Sampling and aliasingการสุ่มและแอลิแอส
- Y2ZOH equivalent of the plantพลานต์มองจากคอมพิวเตอร์
- Y3s-to-z mapping and stabilityการแมปและเสถียรภาพ
- ควบคุมดิจิทัล p(1) gt 0, qquad p(-1) gt 0, qquad |a_0| lt a_2 ">Y4Jury test (2nd order)เกณฑ์จูรีสำหรับ
- ควบคุมดิจิทัล text {forward euler: } s approx frac {z - 1}{t}, qquad text {backward euler: } s approx frac {z - 1}{tz}, qquad text {tustin: } s approx frac {2}{t} cdot frac {z - 1}{z + 1} ">Y5Discretization methodsวิธีแปลง
- Y6Digital PIDPID ดิจิทัล (I แบบ Tustin, D แบบ backward + ฟิลเตอร์)
- Y7Choosing the sample rateเลือกความถี่สุ่ม
- ) ไม่เชิงเส้น · ทนทาน text {รีเลย์ } pm d:\ n(a) = frac {4d}{ pi a}, qquad text {อิ่มตัว (ชัน } k, text { ขีด } delta ):\ n(a) = frac {2k}{ pi } left [ sin ^{-1} frac { delta }{a} + frac { delta }{a} sqrt {1 - frac { delta ^2}{a^2}} right ]\ (a gt delta ) ">U1Describing functionsฟังก์ชันพรรณนา (เกนสมมูลต่อไซน์แอมพลิจูด )
- U2Limit-cycle predictionทำนายลิมิตไซเคิล
- U3Lyapunov's direct methodวิธีตรงของลียาปูนอฟ
- U4Lyapunov's indirect methodวิธีอ้อม (ทำให้เป็นเชิงเส้น)
- U5Sliding mode controlควบคุมแบบโหมดเลื่อน
- U6Robust stability (multiplicative uncertainty)เสถียรภาพทนทาน
- U7Small-gain theoremทฤษฎีบทเกนเล็ก
- K1Encoder resolutionความละเอียดเอนโค้ดเดอร์
- K2Current (torque) loopลูปกระแส
- K3Speed loopลูปความเร็ว
- K4Position loop + feedforwardลูปตำแหน่งและป้อนไปข้างหน้า
- K5Mechanical resonance and notch filterเรโซแนนซ์ทางกลและฟิลเตอร์ notch
- K6Friction compensationชดเชยแรงเสียดทาน
- A1Forward kinematics (2-link planar)จลนศาสตร์ตรง
- A2Inverse kinematicsจลนศาสตร์ผกผัน
- A3Jacobianจาโคเบียนและภาวะเอกฐาน
- A4Manipulator dynamicsสมการพลศาสตร์แขนกล
- A5PD + gravity compensationPD + ชดเชยแรงโน้มถ่วง
- A6Computed torque (inverse dynamics)คอมพิวเต็ดทอร์ก
- A7Cubic and quintic trajectoriesวิถีพหุนาม (จากหยุดนิ่งถึงหยุดนิ่ง)
- A8Differential-drive kinematicsจลนศาสตร์หุ่นยนต์สองล้อขับ
- A9Go-to-goal / heading controlนำทางไปเป้าหมาย
- H1Buck control-to-outputฟังก์ชันถ่ายโอนจาก duty ไปเอาต์พุต
- H2PWM modulator gainเกนของ PWM
- H3Voltage-mode loop gainลูปเกนโหมดแรงดัน
- H4Type I and Type IIตัวชดเชย Type I และ Type II
- H5Type III (op-amp)ตัวชดเชย Type III ด้วยออปแอมป์
- H6Type III placementกฎการวางขั้วและศูนย์
- H7Current-mode controlควบคุมโหมดกระแส
- H8Boost RHP zeroศูนย์ฝั่งขวาของบูสต์
- H9Loop-gain measurementวัดลูปเกนด้วยการฉีดสัญญาณ
ไม่พบสูตรที่ตรงกัน ลองพิมพ์คำอื่น หรือใช้ภาษาอังกฤษ เช่น inverse, determinant, eigenvalue
ไอเดียระบบควบคุม: จากไฟฟ้า สู่เมคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์
เข้าใจลูปเดียว ใช้ได้กับทุกระบบ ต่างกันแค่ว่าพลานต์คืออะไร วัดด้วยอะไร และขับด้วยอะไร ตารางนี้เป็นตัวอย่างบางส่วน ฉบับเต็ม 60+ ระบบอยู่ในคลังไอเดีย
| ระบบ | ตัวแปรที่ควบคุม | เซนเซอร์ | แอคชูเอเตอร์ | ตัวควบคุมที่นิยม |
|---|---|---|---|---|
| บั๊กคอนเวอร์เตอร์ 12 V → 5 V | แรงดันเอาต์พุต | ตัวแบ่งแรงดัน | PWM + MOSFET | Type III (PID + ขั้ว) |
| ไดรฟ์มอเตอร์ DC | ความเร็วรอบ | เอนโค้ดเดอร์ | H-bridge | PI ลูปกระแส + PI ลูปความเร็ว |
| เซอร์โวตำแหน่ง (เครื่อง CNC, 3D printer) | ตำแหน่งแกน | เอนโค้ดเดอร์เชิงเส้น | เซอร์โวมอเตอร์ | คาสเคด P–PI–PI + feedforward |
| แขนกลหุ่นยนต์ 6 แกน | มุมข้อต่อ | เอนโค้ดเดอร์สัมบูรณ์ | มอเตอร์ BLDC + harmonic drive | PD + ชดเชยแรงโน้มถ่วง, computed torque |
| โดรนสี่ใบพัด | มุมเอียง ความสูง | IMU, บารอมิเตอร์ | ESC + มอเตอร์ BLDC | PID คาสเคดมุม–อัตราหมุน |
| หุ่นยนต์ทรงตัวสองล้อ | มุมเอียง | IMU | มอเตอร์ล้อ | LQR หรือ PID สองลูป |
| หุ่นยนต์เดินตามเส้น | ระยะเบี่ยงจากเส้น | อาร์เรย์อินฟราเรด | มอเตอร์ซ้าย–ขวา | PD |
| หุ่นยนต์ล้อแบบ differential drive | ตำแหน่ง ทิศทาง | เอนโค้ดเดอร์ล้อ, LiDAR | มอเตอร์สองล้อ | pure pursuit + PI ความเร็วล้อ |
| อินเวอร์เตอร์ต่อกริด (โซลาร์) | กระแสที่จ่ายเข้ากริด | เซนเซอร์กระแส, PLL | อินเวอร์เตอร์ PWM | PI ในแกน dq / PR |
| ที่ชาร์จแบตเตอรี่ CC–CV | กระแส แล้วแรงดัน | shunt, ตัวแบ่งแรงดัน | ตัวแปลง DC–DC | PI สองลูปสลับโหมด |
| เตาอบรีโฟลว์ / เครื่องพิมพ์ 3D หัวฉีด | อุณหภูมิ | เทอร์โมคัปเปิล | ฮีตเตอร์ + SSR | PID + anti-windup |
| ลิฟต์ | ตำแหน่ง ความเร่งที่นุ่มนวล | เอนโค้ดเดอร์ | มอเตอร์เหนี่ยวนำ + อินเวอร์เตอร์ | จำกัด jerk + PI คาสเคด |
| ลอยแม่เหล็ก (maglev) | ระยะลอย | Hall sensor | ขดลวดแม่เหล็ก | lead (พลานต์ไม่เสถียรวงเปิด) |
| ระบบเบรก ABS | อัตราลื่นไถลของล้อ | เซนเซอร์ความเร็วล้อ | วาล์วไฮดรอลิก | ควบคุมแบบไม่เชิงเส้น / sliding mode |
สัญลักษณ์ที่ใช้ในชุดนี้
| สัญลักษณ์ | ความหมาย | English |
|---|---|---|
| ค่าอ้างอิง เอาต์พุต ความผิดพลาด สัญญาณควบคุม สัญญาณรบกวน | reference, output, error, control, disturbance | |
| พลานต์ ตัวควบคุม เซนเซอร์ (ทางป้อนกลับ) | plant, controller, feedback path | |
| ฟังก์ชันถ่ายโอนวงเปิด (loop gain) | open-loop / loop transfer function | |
| ฟังก์ชันถ่ายโอนวงปิด และฟังก์ชันความไว | complementary sensitivity, sensitivity | |
| อัตราส่วนการหน่วง ความถี่ธรรมชาติ ความถี่แกว่งหน่วง | damping ratio, natural / damped frequency | |
| พุ่งเกิน เวลาขึ้น เวลายอด เวลาเข้าที่ | overshoot, rise, peak, settling time | |
| ค่าคงตัวความผิดพลาดตำแหน่ง ความเร็ว ความเร่ง | static error constants | |
| จุดตัดและมุมของเส้นกำกับรูทโลคัส | asymptote centroid, angle | |
| ความถี่ครอสโอเวอร์ของเกน และของเฟส | gain / phase crossover frequency | |
| GM, PM | เกนมาร์จิน เฟสมาร์จิน | gain margin, phase margin |
| เกนและค่าคงเวลาของ PID | PID gains, integral / derivative time | |
| เวกเตอร์สถานะและเมทริกซ์ในปริภูมิสถานะ | state vector, state-space matrices | |
| หน่วยจินตภาพ | imaginary unit |
ต้องรู้อะไรมาก่อน
- การแปลงลาปลาซ: ฟังก์ชันถ่ายโอน เศษส่วนย่อย ทฤษฎีบทค่าสุดท้าย
- ระบบอันดับหนึ่ง และ ระบบอันดับสอง: และสเปกเวลา
- สัญญาณเบื้องต้น: ขั้นบันได อิมพัลส์ ไซน์
- พีชคณิตเชิงเส้น โดยเฉพาะค่าเฉพาะ: สำหรับส่วนที่ 7
- ตรีโกณมิติ: มุมของเวกเตอร์เชิงซ้อน ซึ่งใช้ตลอดในเงื่อนไขมุมของรูทโลคัส
ดูวิดีโอประกอบ
Control Systems Engineering
ระบบควบคุม (Control Systems Engineering) · เพลย์ลิสต์บน YouTube
สอนโดยอาจารย์มด · ภาษาไทยเปิดใน YouTube ↗
คำถามที่พบบ่อย
Control Engineering กับ Control Systems ต่างกันอย่างไร?
ใช้แทนกันได้เกือบทั้งหมด Control Systems มักหมายถึงตัวระบบและทฤษฎีที่ใช้วิเคราะห์ (ชื่อวิชาในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่) ส่วน Control Engineering หมายถึงสาขาวิชาชีพที่ออกแบบระบบเหล่านั้น หน้านี้ใช้ชื่อเต็ม Control Systems Engineering เพื่อให้ครอบคลุมทั้งสองคำ คำค้นที่เกี่ยวข้องคือ feedback control, automatic control และ control theory
ควรเรียน classical control หรือ modern control ก่อน?
แนะนำ classical ก่อน (ฟังก์ชันถ่ายโอน เสถียรภาพ รูทโลคัส โบด PID) เพราะให้ภาพทางกายภาพชัด ใช้ออกแบบงานจริงส่วนใหญ่ได้ และเป็นภาษาที่ datasheet กับวิศวกรใช้คุยกัน จากนั้นต่อ modern control (ปริภูมิสถานะ) ซึ่งต่อยอดจากพีชคณิตเชิงเส้นและจำเป็นกับระบบหลายอินพุตหลายเอาต์พุต หุ่นยนต์ และการควบคุมที่เหมาะสมที่สุด
ต้องมีพื้นฐานอะไรก่อนเรียนระบบควบคุม?
การแปลงลาปลาซ จำนวนเชิงซ้อน สมการเชิงอนุพันธ์อันดับหนึ่งและสอง และวงจรไฟฟ้าเบื้องต้น ถ้าจะเรียน modern control ต้องมีพีชคณิตเชิงเส้น โดยเฉพาะค่าเฉพาะ ทุกหัวข้อนี้มีหน้าอธิบายในคลังความรู้ของเว็บนี้
ระบบควบคุมเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์กำลังอย่างไร?
สวิตชิงพาวเวอร์ซัพพลายทุกตัวคือระบบควบคุมป้อนกลับ ตัวแปลงบั๊ก บูสต์ คือพลานต์ ไอซีควบคุม PWM คือแอคชูเอเตอร์ และตัวชดเชย Type II หรือ Type III คือตัวควบคุม การเลือกความถี่ครอสโอเวอร์และเฟสมาร์จินใช้โบดไดอะแกรมชุดเดียวกับในหน้านี้ทุกประการ
แล็บในหน้านี้ใช้แทน MATLAB ได้ไหม?
สำหรับการเรียนและตรวจการบ้านระดับปริญญาตรีใช้แทนได้: วาดรูทโลคัส โบด ไนควิสต์ ผลตอบสนองขั้นบันได และคำนวณมาร์จินให้ ตัวเลขทุกตัวตรวจเทียบกับ python-control แล้ว แต่สิ่งสำคัญกว่าคือฝึกวาดด้วยมือให้ได้ก่อน แล้วใช้แล็บตรวจ ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของชุดบทเรียนนี้