- หน้าแรก
- คลังความรู้
- อิเล็กทรอนิกส์กำลัง
- บั๊ก
- DCM · หาดิวตี้
// บทที่ 15.3 · อิเล็กทรอนิกส์กำลัง · Buck in DCM — Three-Interval Analysis & Duty Cycle
บั๊กคอนเวอร์เตอร์โหมด DCM: ไล่วงจรสามช่วงเวลาเพื่อหาดิวตี้ไซเคิลจากโหลด M = 2/(1+√(1+4K/D²))
เมื่อโหลดเบาจนกระแสตัวเหนี่ยวนำลงถึงศูนย์ ดิวตี้ไม่ใช่ Vo/Vg อีกต่อไป แต่ขึ้นกับโหลด หน้านี้ไล่วงจรทีละช่วง D₁ D₂ D₃ จนได้สูตรอัตราส่วนแปลงผัน สูตรดิวตี้ที่ต้องใช้ กระแสพีกและ RMS พร้อมกราฟแล็บเทียบกับการจำลองสวิตชิ่ง
- ช่วง : iL ขึ้นถึง · : iL ลงถึง 0 · : iL = 0 (ว่าง) เป็นเงื่อนไขของ DCM
- volt-second: · กระแสเฉลี่ย:
- ได้ เมื่อ และดิวตี้ที่ต้องใช้
- ที่ดิวตี้คงที่ เพิ่มเมื่อโหลดเบา สูงสุดที่ ที่ไม่มีโหลด → ต้องใช้วงป้อนกลับ
ทำไมถึงเกิด DCM พื้นฐาน
จากหน้า CCM กระแสตัวเหนี่ยวนำเป็นสามเหลี่ยมที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับกระแสโหลด ถ้า น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของริปเปิล ปลายสามเหลี่ยมจะต่ำกว่าศูนย์ แต่ไดโอดกันกระแสย้อน จึงหยุดที่ศูนย์แล้วค้างไว้จนกว่าสวิตช์จะปิดวงจรรอบใหม่ เรียกว่า โหมดกระแสไม่ต่อเนื่อง (DCM)
- โหลดเบา (R ใหญ่) เช่นอุปกรณ์ที่อยู่ในโหมดรอ (standby)
- L เล็ก หรือ fs ต่ำ ทำให้ริปเปิลใหญ่เมื่อเทียบกับกระแสโหลด
- Vg สูง (D ต่ำ) ริปเปิลมาก ขอบเขต CCM แย่ลง
บางงานเลือก DCM โดยตั้งใจ: ใช้ L เล็ก ไดโอดไม่มี reverse recovery (กระแสเป็นศูนย์ก่อนไดโอดปิด) และประสิทธิภาพตอนเบาดี แลกกับกระแสพีกและ RMS ที่สูงกว่า
ขั้นที่ 1: สามช่วงเวลาในหนึ่งคาบ พื้นฐาน
แยกเป็นสามช่วง เขียนดิวตี้ของแต่ละช่วงเป็น โดย เฉพาะ เท่านั้นที่ตัวควบคุมกำหนด () ส่วน ขึ้นกับวงจรและ คือเวลาที่เหลือ
| ช่วง | สถานะ | ||
|---|---|---|---|
| Q นำ ไดโอดไม่นำ | เพิ่มจาก 0 ถึง | ||
| Q ไม่นำ ไดโอดนำ | ลดจาก ถึง 0 | ||
| ทั้งคู่ไม่นำ (ช่วงว่าง) | 0 | 0 |
ช่วงว่าง () ไม่มีกระแสผ่านตัวเหนี่ยวนำ จึงไม่มีแรงดันคร่อม โหนด SW ลอยอยู่ที่แรงดันขาออก (ในวงจรจริงมันสั่นด้วย L กับ ของสวิตช์ที่ความถี่ ซึ่งไม่ได้อยู่ในแบบจำลองอุดมคตินี้) ส่วนโหลดได้รับพลังงานจากตัวเก็บประจุ C เพียงอย่างเดียว
J1 Three intervals of DCM สามช่วงเวลาของ DCM
ขั้นที่ 2–4: หาอัตราส่วนแปลงผัน M = Vo/Vg กลาง
ขั้นที่ 2: กระแสพีกจากช่วง D₁
ในช่วง กระแสเริ่มที่ศูนย์ เพิ่มด้วยความชัน นาน :
J2 Peak inductor current กระแสพีกตัวเหนี่ยวนำ
ขั้นที่ 3: volt-second balance หา D₂
กระแสเริ่มและจบที่ศูนย์ ดังนั้นพื้นที่ ของช่วง ต้องหักล้างช่วง (ช่วง ไม่มีส่วนร่วมเพราะ ):
J3 Interval lengths D₂ and D₃ ความยาวช่วง D₂ และ D₃
ข้อสังเกต: เงื่อนไขของ DCM คือ นั่นคือ ใน DCM แรงดันขาออกสูงกว่าที่ บอกไว้เสมอ (ในอุดมคติ CCM เท่ากับ พอดี)
ขั้นที่ 4: charge balance — กระแสเฉลี่ยของสามเหลี่ยม
กระแสเฉลี่ยของ ต้องเท่ากับกระแสโหลด พื้นที่สามเหลี่ยมฐาน สูง หารด้วย :
J4 Average current in DCM กระแสเฉลี่ยใน DCM
แทน จาก J2 และ :
โดยนิยาม (พารามิเตอร์ไร้หน่วยที่รวม L โหลด และความถี่สวิตช์)
จัดเป็นสมการกำลังสองของ : ได้รากที่เป็นบวก
คูณบนและล่างด้วย ส่วนบนกลายเป็น จึงตัด ได้:
J5 DCM conversion ratio อัตราส่วนแปลงผันใน DCM
ตรวจที่ขอบเขต (): แทน ได้ ยกกำลังสองและจัดรูปได้ ตรงกับขอบเขต CCM ในหน้าก่อน ✓ นี่คือ ความต่อเนื่อง ของสองโหมด: สูตร DCM ลู่เข้าสู่ ที่ขอบ
ขั้นที่ 5: ดิวตี้ที่ต้องใช้ใน DCM กลาง
ในทางปฏิบัติเรารู้ ที่ต้องการและโหลด จึงต้องการ ย้อนจาก ใช้สมการก่อนแก้กำลังสอง :
J6 Required duty in DCM ดิวตี้ที่ต้องใช้ใน DCM
รูปที่สองได้โดยแทน และ ผลที่ได้สำคัญมาก: ดิวตี้ที่ต้องใช้ใน DCM แปรตาม (โหลดเบาลง 4 เท่า ดิวตี้ลดเหลือครึ่งเดียว) ต่างจาก CCM ที่ดิวตี้คงที่ไม่ขึ้นกับโหลด นี่คือเหตุผลที่คอนเวอร์เตอร์ที่ตั้งดิวตี้คงที่มีแรงดันขาออกลอยเมื่อโหลดเบา และเป็นเหตุผลที่ตัวชดเชยต้องรองรับสองโหมด (ดูหน้าฟังก์ชันถ่ายโอนใน DCM)
J7 Boundary between CCM and DCM ขอบเขตระหว่าง CCM และ DCM
กราฟในแล็บด้านล่างแสดงเส้นนี้: ดิวตี้ที่ต้องใช้เป็นเส้นราบ (CCM) แล้วโค้งลงตามรากที่สองเมื่อ
แรงดันขาออกลอยเมื่อไร้โหลด (open loop) พื้นฐาน
ตั้ง คงที่แล้วให้โหลดเบาลง (, ): ในสูตร J5 จึงได้ คือ ไม่ว่าดิวตี้เล็กแค่ไหน (ตัวเก็บประจุถูกชาร์จทีละพัลส์โดยไม่มีอะไรดึงพลังงานออก จนแรงดันสูงถึงระดับอินพุต) ตัวอย่าง J-4 ใช้ตัวเลขจริง ตรงนี้เป็นสาเหตุที่แหล่งจ่ายแบบ open-loop ที่ไม่มีโหลดขั้นต่ำ (dummy load) อาจทำให้แรงดันสูงเกินพิกัดวงจรที่ต่อกับมัน
J8 No-load limit ขีดจำกัดเมื่อไร้โหลด
กระแส RMS ริปเปิลแรงดัน และความเค้นใน DCM กลาง
รูปคลื่นเป็นสามเหลี่ยมที่รู้ทั้งความสูง และความกว้าง จึงคำนวณค่า RMS ได้จาก ของสามเหลี่ยม: ความชันเชิงเส้นจาก 0 ถึง ตลอดช่วงกว้าง มีค่า
J9 Currents in DCM กระแสต่างๆ ใน DCM
ริปเปิลแรงดัน (ESR = 0): กระแสเข้า C คือ เฉพาะส่วนที่ ทำให้ประจุเพิ่ม พื้นที่สามเหลี่ยมเล็กที่อยู่เหนือระดับ ฐานกว้าง :
J10 Output ripple in DCM (ESR = 0) ริปเปิลแรงดันใน DCM
เมื่อเทียบกับ CCM ที่โหลดเท่ากัน DCM มี สูงกว่า หลายเท่า จึงมีกระแส RMS ในสวิตช์และตัวเหนี่ยวนำสูงกว่าสัดส่วนกับกระแสโหลด สูญเสียการนำ จึงเพิ่มขึ้นที่โหลดเบา แต่สูญเสียสวิตช์ลดเพราะ turn-on ที่กระแสศูนย์ ไม่มี reverse recovery ของไดโอด
ในทางปฏิบัติ ขั้นสูง
- ควบคุมแบบป้อนกลับ ปรับ D ตาม J6 เองเมื่อโหลดเปลี่ยน แต่ตัวชดเชยที่ออกแบบสำหรับ CCM (ขั้วคู่) จะผิดทันทีที่เข้า DCM (ขั้วเดียว) ดูหน้า ฟังก์ชันถ่ายโอน และ การออกแบบตัวชดเชย
- Synchronous rectifier ถ้าไม่ปิด MOSFET ตัวล่างเมื่อกระแสถึงศูนย์ → forced CCM ไม่เกิด DCM แต่มีกระแสวน ชิปสมัยใหม่จึงมี diode emulation (ปิดที่กระแสศูนย์) หรือ pulse-skipping / burst mode ที่โหลดเบามาก เพื่อรักษาประสิทธิภาพ
- เสียงรบกวน: ช่วงว่างทำให้โหนด SW สั่นด้วย L–Coss ซึ่งแผ่ EMI และบางครั้งเกิดเสียงหอนเมื่อความถี่สวิตช์ลดลงเข้าย่านเสียง (burst) — ดู วิเคราะห์อาการเสีย
- ค่าแฝงใน DCM: ตัวแบบที่เสนอเป็นแบบอุดมคติ ค่าแฝงขยับ เล็กน้อย การจำลองสวิตชิ่งในแล็บรวมค่าแฝงให้ดูผลได้
ตัวอย่างวิธีทำ (ตรวจตัวเลขด้วยซิมูเลเตอร์แล้ว)
โจทย์ฐาน: V, H, F, kHz (s) ไม่มีค่าแฝง (เหมือนหน้า CCM แต่เปลี่ยนโหลด)
ตั้ง D = 0.5 คงที่ แล้วโหลดเบาลงเป็น R = 100 Ω: Vo เป็นเท่าไร
เทียบ : → DCM
J5: → V (สูงกว่า 12 V ของ CCM!)
J3: และ (ช่วงว่าง 14.8 %)
J2: A · J4: A ✓
ตรวจด้วยซิมูเลเตอร์สวิตชิ่ง: V, A ✓
ต้องการ 12 V ที่โหลด R = 100 Ω (0.12 A) ตั้ง D เท่าไร
, (ข้างต้น) ตรวจโหมด: ขอบเขต ที่ดิวตี้ CCM คือ 0.5 > 0.3 → DCM
J6: (ไม่ใช่ 0.5!)
ตรวจอีกรูป: ✓
รายละเอียดรูปคลื่น: และ · A · A · A · A → W ✓
ริปเปิลแรงดัน (J10): mV ซิมูเลเตอร์ให้ 9.02 mV ✓ และซิมที่ ให้ V
เลือก L ให้ยังเป็น CCM ถึง 10 % ของโหลดเต็ม
โหลดเต็ม 1.2 A → 10 % คือ A
ขอบเขต: →
ที่ V (D = 0.5): H
ที่ V (D = 0.4) แย่กว่า: H → เลือก 680 µH (ใหญ่กว่าเดิมที่ใช้ 300 µH สองเท่าเศษ) หรือเพิ่ม เป็น 100 kHz ใช้ 300–330 µH ได้
ตั้ง D = 0.5 แล้วถอดโหลดเกือบหมด (open loop)
R = 1 kΩ: , → → V
R = 10 kΩ: , → → V (ใกล้ 24 V ของอินพุต)
บทเรียน: ตัวเก็บประจุและวงจรปลายทางต้องทนแรงดันอินพุตทั้งหมดแม้ตั้ง D ไว้ที่แรงดันครึ่งหนึ่ง เมื่อไม่มีวงป้อนกลับ
แล็บ: ดิวตี้ที่ต้องใช้เทียบโหลด และ M(D,K) พื้นฐาน
กราฟที่ 1: ดิวตี้ที่ต้องใช้ให้ได้ Vo เมื่อโหลดเปลี่ยน
เลื่อนแถบ Io ดูจุดบนเส้น แล้วเปลี่ยน L หรือ fs เพื่อดูว่าจุดแบ่ง CCM/DCM ขยับไปที่ไหน ติ๊ก "รวมค่าแฝง" เพื่อดูเส้น CCM ยกสูงขึ้นเล็กน้อยตามกระแส (H9)
กราฟที่ 2: อัตราส่วนแปลงผัน M เทียบกับ D สำหรับค่า K ต่างๆ
เส้นเฉียงคือ CCM () เส้นโค้งสูงกว่าคือ DCM แต่ละ K จะแตกออกจากเส้นเฉียงที่ ตามสูตร J5 ยิ่ง K เล็ก (โหลดเบา) เส้นยิ่งสูง
รูปคลื่นจริงจากการจำลองสวิตชิ่ง
กดตัวอย่าง "DCM โหลดเบา" (D = 0.5, R = 100 Ω → 14.08 V) และ "DCM: หา D ให้ได้ 12 V" (D = 0.3873) แล้วเทียบตารางทฤษฎี–จำลอง
ใบงานทดลอง
ใบงาน B1 — ปีนขึ้นของแรงดันตอนโหลดเบา: ตั้ง D = 0.5 คงที่ เพิ่ม R จาก 60 → 100 → 300 → 1000 Ω บันทึก เทียบ J5 (12.0 ที่ขอบเขต, 14.08, 18.37, 21.66 V ตามลำดับ) ดูรูปคลื่น iL ที่ช่วงราบ D₃ ยาวขึ้น
ใบงาน B2 — หา D สำหรับ 12 V: เลือกโหมดคำนวณ D จาก Vo เป้าหมาย 12 V ที่ R = 100 Ω ได้ D = 0.3873 เปลี่ยน R เป็น 80, 70, 60 Ω จะได้ D = 0.433, 0.463, 0.500 ตามลำดับ และคงที่ 0.5 เมื่อ R ≤ 60 Ω (เข้า CCM)
ใบงาน B3 — ผลของ L: ที่ R = 100 Ω ตั้ง D = 0.5 เพิ่ม L จาก 300 → 450 → 600 µH ดูว่า ลดลงเข้าใกล้ 12 V เมื่อ K โตขึ้น ที่ 600 µH ได้ K = 0.6 > 0.5 กลับเป็น CCM และ V แล้วลองใช้ L = 100 µH ดูว่า สูงขึ้นเท่าไร
ใบงาน B4 — Synchronous: เปิด Synchronous ที่ R = 100 Ω, D = 0.5 แล้วดู (12 V แม้โหลดเบา) และ iL ที่ติดลบ (กระแสวนกลับ) สังเกตว่า กลับมาเป็นจริงทุกโหลด
ใบงาน B5 — เส้นดิวตี้เทียบโหลด: ที่กราฟที่ 1 เลื่อน แล้วจดค่า D ที่ 0.05, 0.1, 0.2, 0.5, 1 A ควรได้ 0.250, 0.354, 0.500, 0.500, 0.500 เพราะต่ำกว่า = 0.2 A ใช้ (J6) แล้วคงที่ที่ 0.5 ใน CCM
สรุปและก้าวต่อไป
| CCM | DCM | |
|---|---|---|
| เงื่อนไข | () | |
| ดิวตี้ที่ต้องใช้ | ไม่ขึ้นกับโหลด | ขึ้นกับ |
| กระแสสูงสุด | ||
| แรงดันเมื่อไร้โหลด (D คงที่) | — | |
| ไดนามิก | ขั้วคู่ LC | ขั้วเดียว (ดูหน้าฟังก์ชันถ่ายโอน) |
ต่อไป: แบบจำลองเฉลี่ยด้วยสเตตสเปซ ซึ่งทำให้ได้ฟังก์ชันถ่ายโอน (รวมกรณี DCM แบบอันดับหนึ่ง) · ย้อนกลับ: CCM · นำไปใช้ออกแบบ: ออกแบบและทดสอบโหลดหลายสภาวะ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมบั๊กโหมด DCM ถึงมีแรงดันขาออกสูงขึ้นเมื่อโหลดเบาและดิวตี้คงที่?
ใน DCM กระแสตัวเหนี่ยวนำหยุดที่ศูนย์ พลังงานต่อคาบที่ส่งให้โหลดคือ ½·L·ipk² เมื่อโหลดเบา พลังงานนี้เกินความต้องการ แรงดันตัวเก็บประจุจึงสูงขึ้นจนกว่า Vo จะสูงพอให้ช่วง OFF สั้นลงและสมดุล ที่ไม่มีโหลดเลย M = 2/(1+√(1+4K/D²)) → 1 คือ Vo → Vin จึงต้องใช้วงป้อนกลับลดดิวตี้
ดิวตี้ที่ต้องใช้ใน DCM คำนวณอย่างไร?
ใช้ D = M·√(K/(1−M)) เมื่อ M = Vo/Vin และ K = 2L/(R·Ts) หรือเขียนด้วยกระแสโหลดได้เป็น D = √(2·L·Io·Vo / (Ts·Vin·(Vin − Vo))) ค่านี้ต่ำกว่า Vo/Vin ใน CCM และลดลงเมื่อโหลดเบาลง
ค่า K = 2L/(R·Ts) บอกอะไร?
เป็นพารามิเตอร์ไร้หน่วยที่รวม L โหลด และความถี่สวิตช์ ถ้า K มากกว่า 1−D วงจรเป็น CCM ถ้าน้อยกว่าเป็น DCM ยิ่ง K เล็กยิ่งลึกเข้า DCM
บั๊กแบบ synchronous มี DCM ไหม?
ไม่มีถ้าให้ MOSFET ตัวล่างนำต่อเนื่อง (forced CCM) เพราะกระแสติดลบได้ แต่ชิปส่วนใหญ่มีโหมดจำลองไดโอด (diode emulation) ที่ปิด MOSFET ตัวล่างเมื่อกระแสถึงศูนย์ เพื่อประสิทธิภาพที่โหลดเบา ซึ่งทำให้เข้า DCM เหมือนใช้ไดโอด