- หน้าแรก
- คลังความรู้
- ออกแบบระบบโซลาร์เซลล์
- สายไฟ · ป้องกัน
// บทที่ 16.6 · ออกแบบระบบโซลาร์เซลล์ · Wiring, Protection & Earthing
สายไฟ ฟิวส์ เบรกเกอร์ SPD กราวด์ และการต่อเข้าตู้ไฟ สำหรับระบบโซลาร์
ไฟไหม้จากระบบโซลาร์เกือบทั้งหมดเริ่มที่ฝั่ง DC: ขั้วต่อหลวม ขั้วต่อต่างยี่ห้อ สายถูกบาดที่ขอบรางยึด หรือใช้อุปกรณ์ AC ตัดวงจร DC หน้านี้รวมการเลือกสาย คำนวณแรงดันตก อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินและแรงดันเกิน กราวด์ และจุดต่อเข้าตู้ไฟ ให้ระบบปลอดภัยตลอด 25 ปี
- ฝั่ง DC: สาย PV1-F/H1Z2Z2-K · ขั้วต่อยี่ห้อเดียวกันย้ำด้วยคีมที่ถูกต้อง · สวิตช์ DC-PV2 · ฟิวส์ gPV เมื่อขนาน ≥ 3 สตริง
- ออกแบบกระแสฝั่ง DC ด้วย · แรงดันตก DC ≤ 1–1.5 % · AC ≤ 1–2 %
- SPD ทั้งฝั่ง DC และ AC · กราวด์โครงและกรอบแผงด้วยสาย ≥ 6 mm²
- ฝั่ง AC: เบรกเกอร์แยกสำหรับอินเวอร์เตอร์ · RCD ตามที่ผู้ผลิตกำหนด (Type B ถ้าอินเวอร์เตอร์ไม่มีการแยกที่เพียงพอ) · ป้ายเตือนแหล่งจ่ายสองทาง
ทำไมไฟ DC จากแผงอันตรายเป็นพิเศษ พื้นฐาน
- ปิดไม่ได้: ตราบใดที่มีแสง แผงมีแรงดันเสมอ ตัดเบรกเกอร์ที่ตู้ไฟแล้วสาย DC บนหลังคายังมีไฟหลายร้อยโวลต์
- อาร์กไม่ดับเอง: กระแส AC ผ่านศูนย์ 100 ครั้งต่อวินาที อาร์กจึงดับเองได้ แต่อาร์ก DC ที่แรงดัน 300–1,000 V ต่อเนื่องได้นานจนวัสดุรอบข้างลุกไหม้
- กระแสลัดวงจรต่ำ: สูงกว่ากระแสใช้งานเพียง ~5 % อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินทั่วไปจึงมองไม่เห็นความผิดพร่องหลายชนิด การป้องกันต้องอาศัยการออกแบบและติดตั้งที่ถูกต้องเป็นหลัก
- อยู่กลางแจ้ง 25 ปี: UV ความร้อน 70–80 °C บนหลังคา ฝน หนู และการขยายตัวของโครงโลหะ
ผังวงจรเส้นเดียว (Single-Line Diagram) ของระบบบ้าน พื้นฐาน
ใน SLD ต้องระบุ: จำนวนแผงต่อสตริงและจำนวนสตริง และ ขนาดและชนิดสายทุกช่วง พิกัดฟิวส์ สวิตช์ SPD เบรกเกอร์ RCD จุดต่อลงดิน และจุดต่อเข้าระบบการไฟฟ้า เป็นเอกสารที่การไฟฟ้าและผู้ตรวจต้องใช้ และเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารส่งมอบตาม IEC 62446-1
สายไฟและขั้วต่อฝั่ง DC พื้นฐาน
- สาย: PV1-F หรือ H1Z2Z2-K (EN 50618 / IEC 62930) ทองแดงฝอยชุบดีบุก ฉนวนสองชั้นทน UV แรงดัน 1,000–1,500 V DC ขนาดที่ใช้บ่อย 4 mm² (สตริง) และ 6–10 mm² (สายยาวหรือรวมสตริง)
- ขั้วต่อ: MC4 หรือที่ “compatible” ต้องเป็น ยี่ห้อและรุ่นเดียวกันทั้งสองฝั่ง (IEC 62852 ทดสอบแบบจับคู่) การเสียบต่างยี่ห้อเป็นสาเหตุอันดับต้นของอาร์กและไฟไหม้ ย้ำหัวด้วยคีมย้ำที่ผู้ผลิตกำหนด ห้ามใช้คีมธรรมดา
- การเดิน: ใช้ท่อหรือรางที่ทน UV ยึดสายไม่ให้ห้อยแตะหลังคา ห้ามรัดสายผ่านขอบคมของราง เว้นห่วงหยดน้ำ (drip loop) ที่จุดเข้าท่อ เดินสาย + และ − คู่กันเพื่อลดพื้นที่วงรอบ
- ภายในอาคาร: เดินในท่อโลหะ แยกจากสาย AC และติดป้าย “สาย DC จากแผงโซลาร์ มีไฟแม้ตัดเบรกเกอร์”
W1 DC voltage drop แรงดันตกในสาย DC (ไป-กลับ)
W2 Copper resistivity vs temperature ความต้านทานจำเพาะของทองแดง
W3 AC voltage drop แรงดันตกฝั่ง AC
, คือความต้านทานและรีแอกแตนซ์ต่อเมตรของสาย อินเวอร์เตอร์จ่ายที่ จึงใช้แค่ส่วน ได้ แรงดันตกฝั่ง AC มีผลมากกว่าที่คิด: แรงดันที่ขั้วอินเวอร์เตอร์ = แรงดันกริด + แรงดันตก ถ้าสายจำหน่ายแรงดันสูงอยู่แล้วช่วงเที่ยง อินเวอร์เตอร์จะตัดเพราะแรงดันเกิน (overvoltage trip) ควรให้แรงดันตกฝั่ง AC ≤ 1 % สำหรับระบบบ้าน
สายสตริงยาว 30 m: 4 หรือ 6 mm²
สตริง 5 แผง = 13.37 A สายยาวทางเดียว 30 m ทองแดงที่ 70 °C
4 mm²: V → ที่ STC และ 2.2 % ตอนร้อน · สูญเสีย 55 W
6 mm²: V → 1.27 % (1.5 % ตอนร้อน) · สูญเสีย 37 W
เลือก 6 mm² — ต้นทุนสายเพิ่มไม่กี่ร้อยบาท แต่ได้พลังงานคืนราว 18 W ตลอดช่วงแดดจัดไปอีก 25 ปี (ทดลองในเครื่องคำนวณด้านล่าง)
W4 DC design current กระแสที่ใช้เลือกสายและอุปกรณ์ฝั่ง DC
ความสามารถนำกระแส (ampacity) ของสายต้องลดค่าตามอุณหภูมิแวดล้อม (หลังคาร้อน 60–70 °C) และจำนวนสายที่รวมกลุ่มในท่อ ใช้ตารางของผู้ผลิตสายหรือมาตรฐาน วสท./IEC 60364-5-52 แล้วเลือกขนาดที่ผ่านทั้งเงื่อนไขกระแส (W4) และแรงดันตก (W1)
ฟิวส์สตริง: เมื่อไรต้องมี กลาง
เมื่อสตริงหนึ่งลัดวงจร (เช่น ขั้วต่อทะลุลงโครง) สตริงอื่นที่ขนานอยู่จะดันกระแสย้อนเข้าไป แผงทนกระแสย้อนได้ไม่เกินค่า “maximum series fuse rating” ในดาต้าชีต (เช่น 25–30 A)
W5 String fuse requirement and rating (IEC 62548) เงื่อนไขและพิกัดฟิวส์สตริง
รวม 3 สตริงเข้า MPPT เดียว
แผง = 14.1 A, maximum series fuse = 30 A
กระแสย้อนสูงสุด A > 30 A → ต้องมีฟิวส์
ถ้า 2 สตริง: A ≤ 30 A → ไม่ต้องมี
พิกัดฟิวส์: → เลือก 25 A gPV พิกัดแรงดัน ≥ ของสตริง ติดทั้งขั้ว + และ −
สวิตช์ตัดตอน DC (DC isolator) พื้นฐาน
- ใช้สวิตช์ที่ระบุ DC-PV2 ตาม IEC 60947-3 (หรือ DC-PV1 สำหรับงานเบา) แรงดัน ≥ กระแส ≥ ตัดได้ทั้งขั้ว + และ −
- ติดใกล้อินเวอร์เตอร์ (หลายรุ่นมีในตัว) ระบบที่สาย DC ยาวเข้าอาคารควรมีอีกชุดใกล้แผงหรือก่อนเข้าอาคาร
- สวิตช์ DC ในกล่องพลาสติกกลางแดดเป็นจุดเสียบ่อย: เลือก IP65/66 ติดใต้ร่มเงา ติดตั้งให้ทางเข้าสายอยู่ด้านล่าง ใช้เคเบิลแกลนด์ขนาดพอดีสาย
- ห้ามใช้เบรกเกอร์ AC หรือ MCB ที่ไม่ได้ระบุพิกัด DC (และขั้วถูกต้อง สำหรับ DC breaker ที่มีขั้ว) — ใส่กลับขั้วแล้วตัดอาร์กไม่ได้
อุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกิน (SPD) และฟ้าผ่า กลาง
ประเทศไทยมีวันฟ้าคะนองสูง (หลายพื้นที่ > 80–100 วันต่อปี) แผงบนหลังคาเป็นตัวรับแรงดันเหนี่ยวนำจากฟ้าผ่าใกล้ ๆ ได้ดี SPD จึงเป็นอุปกรณ์จำเป็น
| ตำแหน่ง | ชนิด | เลือกอย่างไร |
|---|---|---|
| ฝั่ง DC ที่อินเวอร์เตอร์ | Type 2 (Type 1+2 ถ้ามีระบบล่อฟ้าและระยะห่างไม่พอ) | ของอาร์เรย์ · · ตาม IEC 61643-31 |
| ฝั่ง DC ใกล้แผง | Type 2 | เมื่อสาย DC ยาวเกิน ~10 m |
| ฝั่ง AC ที่อินเวอร์เตอร์ / ตู้ไฟ | Type 2 (Type 1+2 ที่ตู้เมนถ้ามีล่อฟ้าหรือสายอากาศ) | 275 V (ระบบ 230/400 V) |
- สายต่อ SPD ลงดินต้องสั้นที่สุด (รวมสองข้าง < 0.5 m) มิฉะนั้นแรงดันตกบนสายเหนี่ยวนำจะทำให้ SPD ไร้ประโยชน์
- อาคารที่มีระบบล่อฟ้า: ติดแผงให้ห่างจากตัวนำล่อฟ้าตามระยะแยก (separation distance) ตาม IEC 62305-3 หรือออกแบบให้อยู่ในพื้นที่ป้องกัน ถ้าไม่ได้ต้องเชื่อมเข้ากับระบบล่อฟ้าและใช้ SPD Type 1
- SPD เป็นวัสดุสิ้นเปลือง ตรวจหน้าต่างแสดงสถานะทุกครั้งที่บำรุงรักษาและหลังพายุฟ้าคะนองรุนแรง
กราวด์และการประสานศักย์ พื้นฐาน
- ต่อกรอบแผงและโครงยึดลงดิน (equipotential bonding) ด้วยสายทองแดง ≥ 6 mm² (≥ 16 mm² เมื่อเชื่อมกับระบบล่อฟ้า) ใช้ขั้วต่อหรือแหวนกัดผิว (bonding washer/WEEB) ที่เจาะผ่านผิวอโนไดซ์ของกรอบอลูมิเนียม ระวังการกัดกร่อนระหว่างทองแดงกับอลูมิเนียม (ใช้ขั้วต่อ bi-metal หรือสแตนเลส)
- ระบบไฟฟ้าแรงต่ำในไทย ส่วนใหญ่เป็น TN-C-S ต่อสายดินของระบบโซลาร์เข้ากับขั้วดินหลักของอาคารตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าของ วสท. และข้อกำหนดของการไฟฟ้า ไม่ตอกหลักดินแยกลอย ๆ ที่ไม่ได้เชื่อมกับระบบหลัก
- ห้ามต่อขั้ว + หรือ − ของแผงลงดิน เว้นแต่ผู้ผลิตแผงและอินเวอร์เตอร์กำหนด (functional earthing สำหรับแผงบางชนิด) อินเวอร์เตอร์ไม่มีหม้อแปลงส่วนใหญ่ต้องการอาร์เรย์แบบลอย (floating) และตรวจความต้านทานฉนวน (Riso) ก่อนเริ่มทำงานทุกเช้า
ฝั่ง AC และการต่อเข้าตู้ไฟ พื้นฐาน
W6 Inverter AC current and breaker กระแสขาออกและเบรกเกอร์ฝั่ง AC
เบรกเกอร์สำหรับอินเวอร์เตอร์ 5 kW และ 10 kW
5 kW 1 เฟส 230 V: A → A → เบรกเกอร์ 32 A 2P (หรือตามค่าสูงสุดที่ผู้ผลิตแนะนำ ใช้ จากดาต้าชีตถ้ามี)
10 kW 3 เฟส 400 V: A → A → เบรกเกอร์ 20 A 4P
สายต้องรับกระแสได้ไม่น้อยกว่าพิกัดเบรกเกอร์ตามวิธีเดินสาย และแรงดันตกตามข้อ W3
- จุดต่อ: ต่อเข้าเบรกเกอร์ย่อยเฉพาะของอินเวอร์เตอร์ในตู้ไฟ (load-side connection) ตรวจว่าบัสบาร์และเมนเบรกเกอร์ของตู้รับกระแสรวมจากการไฟฟ้า + อินเวอร์เตอร์ได้ (กฎ 120 % ใน NEC เป็นแนวคิดที่ใช้อ้างอิง)
- RCD: ทำตามคู่มืออินเวอร์เตอร์ อินเวอร์เตอร์ที่ผู้ผลิตยืนยันว่าไม่สามารถป้อนกระแสรั่ว DC เข้าระบบ (มีการแยกอย่างง่ายหรือมี RCMU ในตัว) ใช้ RCD Type A ได้ ถ้าไม่ใช่ต้องใช้ Type B
- ป้าย: ที่ตู้ไฟและมิเตอร์ “ระบบนี้มีแหล่งจ่ายไฟสองแหล่ง” ระบุตำแหน่งสวิตช์ตัดของอินเวอร์เตอร์ ให้ผู้ซ่อมและพนักงานดับเพลิงเห็นชัด
- ระบบ hybrid: แยกตู้โหลดสำรอง (backup panel) ห้ามต่อเอาต์พุตสำรองเข้ากับวงจรที่มีไฟการไฟฟ้า ตรวจ N-PE switching ในโหมดสำรองตามคู่มือ
ไฟไหม้ AFCI และ Rapid Shutdown กลาง
- AFCI (arc-fault circuit interrupter) ในอินเวอร์เตอร์ตรวจลายเซ็นความถี่สูงของอาร์กแบบอนุกรมแล้วหยุดทำงาน (UL 1699B, IEC 63027) อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่หลายยี่ห้อมีให้ ควรเปิดใช้
- Rapid shutdown ลดแรงดันสายบนหลังคาให้ต่ำกว่า ~30 V ภายในเวลาสั้นเมื่อสั่งหยุด (ข้อบังคับใน NEC 690.12 ของสหรัฐฯ) ทำได้ด้วย optimizer, micro-inverter หรือ MLPE shutdown device เหมาะกับอาคารสาธารณะ อาคารสูง และโรงงานที่มีวัสดุติดไฟ
- สาเหตุไฟไหม้ที่พบมากที่สุด: ขั้วต่อต่างยี่ห้อหรือย้ำไม่ดี สวิตช์ DC เสื่อม ฉนวนสายถูกบาด และการทำงานต่อโดยไม่ตรวจหลังพายุ — ป้องกันได้ด้วยการตรวจตามตาราง (ดู งานบำรุงรักษา)
เช็กลิสต์ฝั่ง DC และ AC
- สาย PV ตามมาตรฐาน ขนาดผ่านทั้งกระแสและแรงดันตก
- ขั้วต่อยี่ห้อเดียวกัน ย้ำด้วยเครื่องมือของผู้ผลิต ทดสอบดึง
- อุปกรณ์ DC ทุกตัวมีพิกัดแรงดัน ≥ และพิกัดกระแส ≥ ต่อวงจร
- ฟิวส์ gPV เมื่อจำเป็นตาม W5
- SPD DC และ AC ติดใกล้อุปกรณ์ที่ป้องกัน สายลงดินสั้น
- กรอบแผงและโครงประสานศักย์ ต่อเข้าระบบดินหลัก
- เบรกเกอร์ AC แยก RCD ตามผู้ผลิต ป้ายเตือนครบ
- ทดสอบตาม IEC 62446-1 ก่อนจ่ายไฟ (ขั้ว ฉนวน) — ดู การทดสอบส่งมอบ
คำถามที่พบบ่อย
ใช้เบรกเกอร์ AC ธรรมดาตัดไฟฝั่ง DC ของแผงโซลาร์ได้ไหม?
ไม่ได้ กระแส DC ไม่มีจุดผ่านศูนย์ทุกครึ่งรอบแบบ AC อาร์กที่เกิดตอนตัดวงจรจึงดับยาก เบรกเกอร์หรือสวิตช์ AC ที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับ DC อาจเกิดอาร์กค้างและไหม้ ต้องใช้อุปกรณ์ที่ระบุพิกัดแรงดัน DC ไม่น้อยกว่า Voc สูงสุดของสตริง และสำหรับ DC isolator ควรระบุ utilization category DC-PV2 ตาม IEC 60947-3
ระบบโซลาร์ต้องมีฟิวส์สตริงทุกระบบไหม?
ไม่ทุกระบบ ฟิวส์สตริงจำเป็นเมื่อมีสตริงขนานกันตั้งแต่ 3 สตริงขึ้นไปในวงจรเดียว (หรือเมื่อกระแสย้อนจากสตริงอื่นรวมกันเกินพิกัด maximum series fuse ของแผง) ระบบบ้านที่ใช้สตริงละ MPPT หรือขนานแค่ 2 สตริงมักไม่ต้องใช้ ถ้าใช้ต้องเป็นฟิวส์ชนิด gPV ตาม IEC 60269-6 ติดทั้งขั้วบวกและลบ
สาย DC ของโซลาร์ใช้สาย THW หรือ VCT ได้ไหม?
ไม่ควร สายโซลาร์ต้องทนแสง UV โอโซน อุณหภูมิสูง และแรงดัน DC ถึง 1,000–1,500 V ตลอด 25 ปี ให้ใช้สาย PV1-F หรือ H1Z2Z2-K ตาม EN 50618 / IEC 62930 ซึ่งเป็นฉนวนสองชั้นแบบ cross-linked ส่วนสาย THW เป็น PVC ไม่ทน UV และไม่ได้ออกแบบสำหรับงานนี้