หน้าแรก คลังความรู้ เวกเตอร์ บวก ลบ และคูณสเกลาร์
Vectors: Forces, Fields & Phasors ดูครบทุกส่วน · 20 หน้า 1 · พื้นฐานเวกเตอร์ 2D / 3D 4 · ไฟฟ้า: สนามและเฟสเซอร์ 5 · ห้องแล็บและเครื่องมือ
// เวกเตอร์ · ส่วนที่ 1 · Vector operations
การบวก ลบเวกเตอร์ และการคูณด้วยสเกลาร์ใน 2D/3D
การรวมแรงจากหลายสายเคเบิล การหาความเร็วสัมพัทธ์ และการคำนวณตำแหน่งใหม่ของหุ่นยนต์ ใช้สามการดำเนินการพื้นฐานเดียวกัน: บวก ลบ และคูณสเกลาร์ เราจะเห็นจากภาพว่าลูกศรประกอบกันอย่างไร แล้วคำนวณทีละองค์ประกอบ พร้อมแยก “เวกเตอร์ผลลัพธ์” ออกจาก “ขนาดผลลัพธ์” ให้ชัด
สรุปใน 30 วินาที บวกหรือลบองค์ประกอบแกนเดียวกัน: ( a x ± b x , a y ± b y , a z ± b z ) (a_x\pm b_x,a_y\pm b_y,a_z\pm b_z) ( a x ± b x , a y ± b y , a z ± b z ) a − b = a + ( − b ) \mathbf a-\mathbf b=\mathbf a+(-\mathbf b) a − b = a + ( − b ) : กลับทิศตัวที่ถูกลบ แล้วใช้กฎหัวต่อหางc a = ( c a x , c a y , c a z ) c\mathbf a=(ca_x,ca_y,ca_z) c a = ( c a x , c a y , c a z ) และ ∥ c a ∥ = ∣ c ∣ ∥ a ∥ \|c\mathbf a\|=|c|\|\mathbf a\| ∥ c a ∥ = ∣ c ∣∥ a ∥ ต้องใช้กรอบแกนเดียวกัน หน่วยเข้ากัน และรวมองค์ประกอบก่อนหาขนาด
ค้นหาสูตรในหน้านี้ โหมดฝึกทำ: ซ่อนวิธีทำ
1. ก่อนคำนวณ: แกน หน่วย และชนิดของปริมาณ
เวกเตอร์ ( 3 , 4 ) (3,4) ( 3 , 4 ) ที่วัดในแกนของเซนเซอร์อาจชี้คนละทิศกับ ( 3 , 4 ) (3,4) ( 3 , 4 ) ในแกนของห้องทดลอง ถ้าจะรวมกันต้องแปลงเป็นกรอบเดียวกันก่อน นอกจากนี้แรงหน่วย N รวมกับแรงหน่วย N ได้ แต่รวมแรงกับความเร็ว m/s ไม่ได้ แม้ทั้งคู่มีองค์ประกอบสองตัว
สำหรับเวกเตอร์บนระนาบ x y xy x y เราฝังไว้ใน 3D ได้เป็น ( a x , a y , 0 ) (a_x,a_y,0) ( a x , a y , 0 ) เมื่อบริบทกำหนดระนาบนั้นชัดเจน จึงรวมกับเวกเตอร์ 3D ได้อย่างมีความหมาย อย่าเติมองค์ประกอบ 0 โดยไม่ทราบว่าเวกเตอร์สองมิติเดิมอยู่ในระนาบใด ถ้าต้องทบทวนพิกัดและเวกเตอร์หนึ่งหน่วย ให้เริ่มจาก พื้นฐานเวกเตอร์ 2D/3D
2. บวกเวกเตอร์: หัวต่อหางและสี่เหลี่ยมด้านขนาน พื้นฐาน
เดินตาม a \mathbf a a ก่อน แล้วเดินตาม b \mathbf b b การกระจัดรวมคือ a + b \mathbf a+\mathbf b a + b ภาพหัวต่อหาง (head-to-tail) วางหางของ b \mathbf b b ที่หัวของ a \mathbf a a โดยไม่หมุนหรือย่อขยาย ลูกศรผลบวกลากจากจุดเริ่มแรกไปจุดสุดท้าย ถ้าวางทั้งสองเวกเตอร์ให้มีหางร่วมกัน จะได้ผลบวกเป็นเส้นทแยงมุมของสี่เหลี่ยมด้านขนาน
การบวกเวกเตอร์แบบหัวต่อหางและกฎสี่เหลี่ยมด้านขนาน เวกเตอร์ a เท่ากับ 3, 1 และ b เท่ากับ 1, 2 เมื่อวาง b ต่อที่ปลาย a จุดสุดท้ายเป็น 4, 3 ลูกศรผลบวกจากจุดเริ่มไปจุดสุดท้ายคือ a บวก b เส้นประแสดงอีกลำดับหนึ่งที่ให้จุดสุดท้ายเดียวกัน
x y O
a = (3, 1) b a + b (4, 3) b a
เส้นทึบ: a แล้ว b เส้นประ: b แล้ว a a + b = (4, 3) จุดปลายตรงกัน จึงสลับที่การบวกได้
เวกเตอร์ย้ายขนานได้โดยขนาดและทิศคงเดิม การเดินคนละลำดับยังลงท้ายที่จุดเดียวกัน
V1 Component-wise addition บวกทีละองค์ประกอบ
a + b = ( a x + b x , a y + b y , a z + b z ) , R = ∑ k = 1 n F k \mathbf a+\mathbf b=(a_x+b_x,\ a_y+b_y,\ a_z+b_z),\qquad \mathbf R=\sum_{k=1}^{n}\mathbf F_k a + b = ( a x + b x , a y + b y , a z + b z ) , R = k = 1 ∑ n F k
ใน 2D ใช้เฉพาะ x , y x,y x , y การรวมหลายเวกเตอร์ใช้ R x = ∑ F k x R_x=\sum F_{kx} R x = ∑ F k x , R y = ∑ F k y R_y=\sum F_{ky} R y = ∑ F k y , R z = ∑ F k z R_z=\sum F_{kz} R z = ∑ F k z แล้วค่อยหาขนาด
V2 Properties of vector addition สมบัติของการบวก
a + b = b + a , ( a + b ) + c = a + ( b + c ) , a + 0 = a , a + ( − a ) = 0 \mathbf a+\mathbf b=\mathbf b+\mathbf a,\quad(\mathbf a+\mathbf b)+\mathbf c=\mathbf a+(\mathbf b+\mathbf c),\quad\mathbf a+\mathbf0=\mathbf a,\quad\mathbf a+(-\mathbf a)=\mathbf0 a + b = b + a , ( a + b ) + c = a + ( b + c ) , a + 0 = a , a + ( − a ) = 0
พิสูจน์ได้จากการใช้สมบัติของจำนวนจริงในแต่ละองค์ประกอบ การหาผลรวมแรงสลับลำดับได้ แต่จุดกระทำของแรงยังสำคัญเมื่อพิจารณาโมเมนต์ต่อวัตถุ
ตัวอย่าง V-1 · แรงลัพธ์สองมิติ แรงสองแรงที่จุดเดียวกันเป็น F 1 = ( 120 , − 40 ) \mathbf F_1=(120,-40) F 1 = ( 120 , − 40 ) N และ F 2 = ( − 30 , 80 ) \mathbf F_2=(-30,80) F 2 = ( − 30 , 80 ) N จงหาเวกเตอร์แรงลัพธ์ ขนาด และทิศ
รวมแกน x x x : R x = 120 − 30 = 90 R_x=120-30=90 R x = 120 − 30 = 90 N รวมแกน y y y : R y = − 40 + 80 = 40 R_y=-40+80=40 R y = − 40 + 80 = 40 N จึงได้ R = ( 90 , 40 ) \mathbf R=(90,40) R = ( 90 , 40 ) N
คำนวณขนาดหลังรวมองค์ประกอบ: R = 90 2 + 40 2 = 9700 = 10 97 ≈ 98.489 R=\sqrt{90^2+40^2}=\sqrt{9700}=10\sqrt{97}\approx98.489 R = 9 0 2 + 4 0 2 = 9700 = 10 97 ≈ 98.489 N
องค์ประกอบทั้งสองเป็นบวก จึงอยู่ควอดแรนต์ I: θ = atan2 ( 40 , 90 ) ≈ 23.962 ∘ \theta=\operatorname{atan2}(40,90)\approx23.962^\circ θ = atan2 ( 40 , 90 ) ≈ 23.96 2 ∘ จาก +x ทวนเข็มนาฬิกา
ตรวจคร่าว ๆ: แรงลัพธ์ชี้ขวาและขึ้น ขนาดเล็กกว่า ∥ F 1 ∥ + ∥ F 2 ∥ \|\mathbf F_1\|+\|\mathbf F_2\| ∥ F 1 ∥ + ∥ F 2 ∥ เพราะสองแรงไม่ได้ชี้ทิศเดียวกัน
R = ( 90 , 40 ) \mathbf R=(90,40) R = ( 90 , 40 ) N · R ≈ 98.489 R\approx98.489 R ≈ 98.489 N · θ ≈ 23.962 ∘ \theta\approx23.962^\circ θ ≈ 23.96 2 ∘
3. ลบเวกเตอร์: กลับทิศก่อนบวก พื้นฐาน
จำนวนลบของเวกเตอร์ − b -\mathbf b − b มีความยาวเท่าเดิม แต่ชี้สวนทาง ดังนั้น a − b \mathbf a-\mathbf b a − b เท่ากับเดินตาม − b -\mathbf b − b และ a \mathbf a a ต่อกัน ถ้าวาง a \mathbf a a กับ b \mathbf b b ให้หางอยู่ที่จุดเดียวกัน ลูกศรจากหัวของ b ไปหัวของ a คือผลต่าง a − b \mathbf a-\mathbf b a − b
V3 Vector subtraction การลบเวกเตอร์
− b = ( − b x , − b y , − b z ) , a − b = a + ( − b ) = ( a x − b x , a y − b y , a z − b z ) -\mathbf b=(-b_x,-b_y,-b_z),\qquad \mathbf a-\mathbf b=\mathbf a+(-\mathbf b)=(a_x-b_x,a_y-b_y,a_z-b_z) − b = ( − b x , − b y , − b z ) , a − b = a + ( − b ) = ( a x − b x , a y − b y , a z − b z )
ทั่วไป a − b ≠ b − a \mathbf a-\mathbf b\ne\mathbf b-\mathbf a a − b = b − a แต่ b − a = − ( a − b ) \mathbf b-\mathbf a=-(\mathbf a-\mathbf b) b − a = − ( a − b ) และผลต่างสองทิศมีขนาดเท่ากัน
ความหมายของผลต่างเวกเตอร์ เวกเตอร์ a จากจุดกำเนิดไป 4, 1 และ b ไป 1, 3 ลูกศรจากปลาย b ไปปลาย a คือ a ลบ b เท่ากับ 3, ลบ 2
x y O
a = (4, 1) b (1, 3) (4, 1) a − b
จากหัว b ไปหัว a (4 − 1, 1 − 3) = (3, −2) ไปขวา 3 ลง 2
ผลต่างจากหัว b ไปหัว a: ปลายลบต้นให้ ( 4 , 1 ) − ( 1 , 3 ) = ( 3 , − 2 ) (4,1)-(1,3)=(3,-2) ( 4 , 1 ) − ( 1 , 3 ) = ( 3 , − 2 )
ตัวอย่าง V-2 · ความเร็วสัมพัทธ์ของรถตรวจสอบ ในกรอบพื้น รถ A มี v A = ( 12 , 3 ) \mathbf v_A=(12,3) v A = ( 12 , 3 ) m/s และรถ B มี v B = ( 5 , − 1 ) \mathbf v_B=(5,-1) v B = ( 5 , − 1 ) m/s จงหาความเร็วของ A ที่ผู้สังเกตบน B เห็น
ภายใต้กรอบที่เลื่อนที่โดยไม่หมุน ใช้ v A / B = v A − v B \mathbf v_{A/B}=\mathbf v_A-\mathbf v_B v A / B = v A − v B โดยความเร็วทั้งคู่ต้องอยู่ในแกนเดียวกัน
ลบองค์ประกอบ: v A / B = ( 12 − 5 , 3 − ( − 1 ) ) = ( 7 , 4 ) \mathbf v_{A/B}=(12-5,3-(-1))=(7,4) v A / B = ( 12 − 5 , 3 − ( − 1 )) = ( 7 , 4 ) m/s
อัตราเร็วสัมพัทธ์ 7 2 + 4 2 = 65 ≈ 8.062 \sqrt{7^2+4^2}=\sqrt{65}\approx8.062 7 2 + 4 2 = 65 ≈ 8.062 m/s ไม่ใช่ ∥ v A ∥ − ∥ v B ∥ \|\mathbf v_A\|-\|\mathbf v_B\| ∥ v A ∥ − ∥ v B ∥
v A / B = ( 7 , 4 ) \mathbf v_{A/B}=(7,4) v A / B = ( 7 , 4 ) m/s · ถ้าเปลี่ยนเป็น B เทียบกับ A จะได้ ( − 7 , − 4 ) (-7,-4) ( − 7 , − 4 ) m/s
ถ้ากรอบผู้สังเกตหมุน การลบความเร็วอย่างเดียวไม่พอ ต้องรวมการเปลี่ยนกรอบและเทอมจากการหมุน เช่น ω × r \boldsymbol\omega\times\mathbf r ω × r ตามสมการการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ รายละเอียดเชิงกายภาพเชื่อมกับ cross product
4. คูณด้วยสเกลาร์: ย่อ ขยาย กลับทิศ พื้นฐาน
ถ้า c > 0 c>0 c > 0 เวกเตอร์ c a c\mathbf a c a ชี้ทิศเดิม ถ้า c < 0 c<0 c < 0 ชี้สวนทาง ขนาดใหม่คือ ∣ c ∣ |c| ∣ c ∣ เท่าของขนาดเดิม ถ้า c = 0 c=0 c = 0 ได้เวกเตอร์ศูนย์ ตัวอย่าง 0.5 a 0.5\mathbf a 0.5 a ยาวครึ่งหนึ่ง ส่วน − 2 a -2\mathbf a − 2 a ยาวสองเท่าและกลับทิศ
V4 Scalar multiplication คูณทุกองค์ประกอบด้วยสเกลาร์
c a = ( c a x , c a y , c a z ) , ∥ c a ∥ = ∣ c ∣ ∥ a ∥ c\mathbf a=(ca_x,ca_y,ca_z),\qquad \|c\mathbf a\|=|c|\|\mathbf a\| c a = ( c a x , c a y , c a z ) , ∥ c a ∥ = ∣ c ∣∥ a ∥
ใช้ค่าสัมบูรณ์เมื่อหาขนาด ถ้า c c c มีหน่วย หน่วยผลลัพธ์คูณกันด้วย เช่น m a m\mathbf a m a มีหน่วย kg·m/s² = N เมื่อ m m m เป็นมวลและ a \mathbf a a เป็นความเร่ง
V5 Distributive laws and linear combinations การแจกแจงและผลรวมเชิงเส้น
c ( a + b ) = c a + c b , ( c + d ) a = c a + d a , c ( d a ) = ( c d ) a , w = c a + d b c(\mathbf a+\mathbf b)=c\mathbf a+c\mathbf b,\qquad(c+d)\mathbf a=c\mathbf a+d\mathbf a,\qquad c(d\mathbf a)=(cd)\mathbf a,\qquad\mathbf w=c\mathbf a+d\mathbf b c ( a + b ) = c a + c b , ( c + d ) a = c a + d a , c ( d a ) = ( c d ) a , w = c a + d b
นิพจน์สุดท้ายเรียกผลรวมเชิงเส้น (linear combination) ตรวจหน่วยของทุกพจน์ให้เหมือนกันก่อนรวม สเกลาร์ทั้งสองอาจมีค่าต่างกันและติดลบได้
การคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์บวกและลบ ลูกศร a ไปทางขวายาวหนึ่งหน่วย ลูกศรครึ่ง a ทิศเดิมยาวครึ่งหนึ่ง ลูกศรลบสอง a ชี้ซ้ายยาวสองเท่า
a
0.5a
−2a
ขนาดเดิม ครึ่งหนึ่ง ทิศเดิม สองเท่า ทิศตรงข้าม
ขนาดเปลี่ยนด้วย ∣ c ∣ |c| ∣ c ∣ ส่วนเครื่องหมายของ c c c กำหนดว่าจะคงทิศหรือกลับทิศ
ตัวอย่าง V-3 · ผลรวมเชิงเส้นสามมิติ ให้ a = ( 2 , − 1 , 3 ) \mathbf a=(2,-1,3) a = ( 2 , − 1 , 3 ) , b = ( − 1 , 4 , 2 ) \mathbf b=(-1,4,2) b = ( − 1 , 4 , 2 ) จงหา 2 a − 3 b 2\mathbf a-3\mathbf b 2 a − 3 b
คูณเข้าทุกองค์ประกอบ: 2 a = ( 4 , − 2 , 6 ) 2\mathbf a=(4,-2,6) 2 a = ( 4 , − 2 , 6 ) , 3 b = ( − 3 , 12 , 6 ) 3\mathbf b=(-3,12,6) 3 b = ( − 3 , 12 , 6 )
ลบทีละแกน: ( 4 − ( − 3 ) , − 2 − 12 , 6 − 6 ) = ( 7 , − 14 , 0 ) (4-(-3),-2-12,6-6)=(7,-14,0) ( 4 − ( − 3 ) , − 2 − 12 , 6 − 6 ) = ( 7 , − 14 , 0 )
ตรวจด้วยการแจกแจงตรง: 2 ( 2 ) − 3 ( − 1 ) = 7 2(2)-3(-1)=7 2 ( 2 ) − 3 ( − 1 ) = 7 , 2 ( − 1 ) − 3 ( 4 ) = − 14 2(-1)-3(4)=-14 2 ( − 1 ) − 3 ( 4 ) = − 14 , 2 ( 3 ) − 3 ( 2 ) = 0 2(3)-3(2)=0 2 ( 3 ) − 3 ( 2 ) = 0
ถ้าถามขนาดด้วย จะได้ 7 2 + ( − 14 ) 2 = 245 = 7 5 ≈ 15.652 \sqrt{7^2+(-14)^2}=\sqrt{245}=7\sqrt5\approx15.652 7 2 + ( − 14 ) 2 = 245 = 7 5 ≈ 15.652
2 a − 3 b = ( 7 , − 14 , 0 ) 2\mathbf a-3\mathbf b=(7,-14,0) 2 a − 3 b = ( 7 , − 14 , 0 ) · องค์ประกอบ z หักล้างกันพอดี
5. ทำไมขนาดผลบวกไม่เท่ากับผลบวกของขนาด?
เวกเตอร์ ( 3 , 0 ) (3,0) ( 3 , 0 ) และ ( 0 , 4 ) (0,4) ( 0 , 4 ) มีขนาด 3 และ 4 แต่ผลบวก ( 3 , 4 ) (3,4) ( 3 , 4 ) ยาว 5 การนำ 3 + 4 = 7 เป็นแรงลัพธ์จึงผิด เพราะข้อมูลทิศทางหายไป ถ้าสองเวกเตอร์ชี้ทิศเดียวกันจึงบวกขนาดได้ตรง ๆ ถ้าชี้ตรงข้าม ขนาดต่างกันจะหักล้างกัน
V6 Triangle and reverse triangle inequalities ขอบเขตของขนาดผลบวก
∣ ∥ a ∥ − ∥ b ∥ ∣ ≤ ∥ a + b ∥ ≤ ∥ a ∥ + ∥ b ∥ \big|\|\mathbf a\|-\|\mathbf b\|\big|\le\|\mathbf a+\mathbf b\|\le\|\mathbf a\|+\|\mathbf b\| ∥ a ∥ − ∥ b ∥ ≤ ∥ a + b ∥ ≤ ∥ a ∥ + ∥ b ∥
ขอบบนเกิดเมื่อเวกเตอร์ไม่เป็นศูนย์ชี้ทิศเดียวกัน ขอบล่างเกิดเมื่อชี้ตรงข้าม หากเวกเตอร์ใดเป็นศูนย์ทั้งสองขอบเท่ากัน ใช้ตรวจคำตอบแรงลัพธ์ได้ทันที
V7 Magnitude from the included angle ขนาดผลบวกจากมุมระหว่างเวกเตอร์
∥ a + b ∥ = a 2 + b 2 + 2 a b cos θ , ∥ a − b ∥ = a 2 + b 2 − 2 a b cos θ \|\mathbf a+\mathbf b\|=\sqrt{a^2+b^2+2ab\cos\theta},\qquad\|\mathbf a-\mathbf b\|=\sqrt{a^2+b^2-2ab\cos\theta} ∥ a + b ∥ = a 2 + b 2 + 2 ab cos θ , ∥ a − b ∥ = a 2 + b 2 − 2 ab cos θ
a = ∥ a ∥ a=\|\mathbf a\| a = ∥ a ∥ , b = ∥ b ∥ b=\|\mathbf b\| b = ∥ b ∥ ; θ ∈ [ 0 , π ] \theta\in[0,\pi] θ ∈ [ 0 , π ] เป็นมุมระหว่างเวกเตอร์เมื่อวางหางร่วมกัน ถ้าตัวใดเป็นศูนย์ มุมไม่กำหนดแต่ใช้สูตรองค์ประกอบหาขนาดได้ ดูที่มาจาก dot product
ตรวจกรณีสำคัญ: θ = 0 ∘ \theta=0^\circ θ = 0 ∘ ได้ a + b a+b a + b ; θ = 90 ∘ \theta=90^\circ θ = 9 0 ∘ ได้ a 2 + b 2 \sqrt{a^2+b^2} a 2 + b 2 ; θ = 180 ∘ \theta=180^\circ θ = 18 0 ∘ ได้ ∣ a − b ∣ |a-b| ∣ a − b ∣ อย่าสับสนมุมระหว่างลูกศรหางร่วมกับมุมภายในสามเหลี่ยมหัวต่อหาง ซึ่งอาจเป็นมุมเสริมกัน
ต่อยอด: กฎของโคไซน์และกฎของไซน์ สูตรขนาดผลบวกจากมุมระหว่างเวกเตอร์คือกฎของโคไซน์ ส่วนทิศของผลบวกหาด้วยกฎของไซน์ ดูวิธีใช้แบบวิศวกร กรณีมุมป้าน การแตกแรงตามแนวเฉียง และโต๊ะแรงเสมือนใน แรงลัพธ์ด้วยกฎไซน์-โคไซน์
เปิด JavaScript เพื่อใช้ฉาก 3 มิติ
6. ใช้จริง: แรงสมดุล การเคลื่อนที่ และ interpolation กลาง
ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงว่าพีชคณิตเวกเตอร์เป็นเครื่องมืออ่านสถานการณ์ทางกายภาพ ไม่ใช่เพียงการจับตัวเลขใส่วงเล็บ แต่ละตัวอย่างจึงระบุว่าเวกเตอร์แทนอะไรและมีสมมติฐานใด
V8 Force balance for a particle สมดุลแรงของอนุภาค
∑ k F k = 0 ⟺ ∑ k F k x = 0 , ∑ k F k y = 0 , ∑ k F k z = 0 ; F b a l a n c e = − ∑ k F k \sum_k\mathbf F_k=\mathbf0\iff\sum_k F_{kx}=0,\ \sum_k F_{ky}=0,\ \sum_k F_{kz}=0;\qquad\mathbf F_{\rm balance}=-\sum_k\mathbf F_k k ∑ F k = 0 ⟺ k ∑ F k x = 0 , k ∑ F k y = 0 , k ∑ F k z = 0 ; F balance = − k ∑ F k
ใช้กับอนุภาคหรือแรงที่กระทำร่วมจุดเดียวกัน สำหรับวัตถุแข็งต้องตรวจ ∑ τ = 0 \sum\boldsymbol\tau=\mathbf0 ∑ τ = 0 เพิ่มเติมด้วย แรงลัพธ์ศูนย์เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าไม่หมุน
ตัวอย่าง V-4 · แรงที่ต้องเพิ่มเพื่อให้ห่วงอยู่สมดุล แรงทั้งหมดที่ห่วงร่วมจุดเป็น F 1 = ( 200 , 100 , 300 ) \mathbf F_1=(200,100,300) F 1 = ( 200 , 100 , 300 ) N, F 2 = ( − 50 , 150 , − 100 ) \mathbf F_2=(-50,150,-100) F 2 = ( − 50 , 150 , − 100 ) N และน้ำหนัก W = ( 0 , 0 , − 400 ) \mathbf W=(0,0,-400) W = ( 0 , 0 , − 400 ) N ต้องเพิ่มแรงใด?
กำหนด + z +z + z ขึ้น น้ำหนักจึงมีองค์ประกอบ z ติดลบ รวมแรงเดิม R = ( 200 − 50 + 0 , 100 + 150 + 0 , 300 − 100 − 400 ) = ( 150 , 250 , − 200 ) \mathbf R=(200-50+0,100+150+0,300-100-400)=(150,250,-200) R = ( 200 − 50 + 0 , 100 + 150 + 0 , 300 − 100 − 400 ) = ( 150 , 250 , − 200 ) N
แรงสมดุลต้องตรงข้ามกับผลรวม: F 3 = − R = ( − 150 , − 250 , 200 ) \mathbf F_3=-\mathbf R=(-150,-250,200) F 3 = − R = ( − 150 , − 250 , 200 ) N
ขนาด ∥ F 3 ∥ = 150 2 + 250 2 + 200 2 = 125000 = 250 2 ≈ 353.553 \|\mathbf F_3\|=\sqrt{150^2+250^2+200^2}=\sqrt{125000}=250\sqrt2\approx353.553 ∥ F 3 ∥ = 15 0 2 + 25 0 2 + 20 0 2 = 125000 = 250 2 ≈ 353.553 N
ตรวจสมดุลทั้งสามแกน: 150 − 150 = 0 150-150=0 150 − 150 = 0 , 250 − 250 = 0 250-250=0 250 − 250 = 0 , − 200 + 200 = 0 -200+200=0 − 200 + 200 = 0 หากใช้สายเคเบิล แรงนี้ต้องมีทิศเข้าหาจุดยึดจริงและสายรับได้เฉพาะแรงดึง
ต้องเพิ่มแรง ( − 150 , − 250 , 200 ) (-150,-250,200) ( − 150 , − 250 , 200 ) N ขนาด 353.553 353.553 353.553 N ณ จุดร่วมเดียวกัน
ตัวอย่าง V-5 · ตำแหน่งรถอัตโนมัติเมื่อความเร่งคงที่ กำหนด r 0 = ( 1 , 2 ) \mathbf r_0=(1,2) r 0 = ( 1 , 2 ) m, v 0 = ( 3 , − 1 ) \mathbf v_0=(3,-1) v 0 = ( 3 , − 1 ) m/s และ a = ( 0 , 2 ) \mathbf a=(0,2) a = ( 0 , 2 ) m/s² คงที่ จงหา r , v \mathbf r,\mathbf v r , v ที่ t = 2 t=2 t = 2 s
ใช้สมการคงความเร่งในกรอบเฉื่อยเดียวกัน: v = v 0 + t a \mathbf v=\mathbf v_0+t\mathbf a v = v 0 + t a และ r = r 0 + t v 0 + 1 2 t 2 a \mathbf r=\mathbf r_0+t\mathbf v_0+\tfrac12t^2\mathbf a r = r 0 + t v 0 + 2 1 t 2 a
t a = 2 ( 0 , 2 ) = ( 0 , 4 ) t\mathbf a=2(0,2)=(0,4) t a = 2 ( 0 , 2 ) = ( 0 , 4 ) m/s จึงได้ v = ( 3 , − 1 ) + ( 0 , 4 ) = ( 3 , 3 ) \mathbf v=(3,-1)+(0,4)=(3,3) v = ( 3 , − 1 ) + ( 0 , 4 ) = ( 3 , 3 ) m/s
t v 0 = ( 6 , − 2 ) t\mathbf v_0=(6,-2) t v 0 = ( 6 , − 2 ) m และ 1 2 t 2 a = 2 ( 0 , 2 ) = ( 0 , 4 ) \tfrac12t^2\mathbf a=2(0,2)=(0,4) 2 1 t 2 a = 2 ( 0 , 2 ) = ( 0 , 4 ) m จึงได้ r = ( 1 , 2 ) + ( 6 , − 2 ) + ( 0 , 4 ) = ( 7 , 4 ) \mathbf r=(1,2)+(6,-2)+(0,4)=(7,4) r = ( 1 , 2 ) + ( 6 , − 2 ) + ( 0 , 4 ) = ( 7 , 4 ) m
ตรวจด้วยสมการรายแกน: x = 1 + 3 ( 2 ) = 7 x=1+3(2)=7 x = 1 + 3 ( 2 ) = 7 , y = 2 − 1 ( 2 ) + 1 2 ( 2 ) ( 2 2 ) = 4 y=2-1(2)+\tfrac12(2)(2^2)=4 y = 2 − 1 ( 2 ) + 2 1 ( 2 ) ( 2 2 ) = 4 การกระจัดเป็น ( 6 , 2 ) (6,2) ( 6 , 2 ) m ซึ่งต่างจากตำแหน่ง ( 7 , 4 ) (7,4) ( 7 , 4 ) m
ที่ 2 s ตำแหน่ง ( 7 , 4 ) (7,4) ( 7 , 4 ) m และความเร็ว ( 3 , 3 ) (3,3) ( 3 , 3 ) m/s · ทุกพจน์ในสมการตำแหน่งมีหน่วย m
V9 Linear interpolation between points จุดบนส่วนของเส้นตรง
r ( t ) = ( 1 − t ) r A + t r B = r A + t ( r B − r A ) , 0 ≤ t ≤ 1 \mathbf r(t)=(1-t)\mathbf r_A+t\mathbf r_B=\mathbf r_A+t(\mathbf r_B-\mathbf r_A),\qquad0\le t\le1 r ( t ) = ( 1 − t ) r A + t r B = r A + t ( r B − r A ) , 0 ≤ t ≤ 1
t t t ในสูตรนี้เป็นพารามิเตอร์ไร้หน่วย ไม่ใช่เวลาโดยอัตโนมัติ t = 0 t=0 t = 0 ได้ A, t = 1 t=1 t = 1 ได้ B; ถ้าอยู่นอกช่วงนี้เป็น extrapolation บนเส้นตรงเดียวกัน ผลรวมค่าน้ำหนักเท่ากับ 1 จึงใช้กับตำแหน่งได้โดยไม่ขึ้นกับการเลื่อนจุดกำเนิด
ตัวอย่าง V-6 · กำหนด waypoint ให้แขนหุ่นยนต์ จาก A = ( 1 , − 2 , 0 ) A=(1,-2,0) A = ( 1 , − 2 , 0 ) m ไป B = ( 5 , 2 , 8 ) B=(5,2,8) B = ( 5 , 2 , 8 ) m ต้องการจุดที่เดินทางไปแล้ว 25% ของระยะตรง
การกระจัด r B − r A = ( 4 , 4 , 8 ) \mathbf r_B-\mathbf r_A=(4,4,8) r B − r A = ( 4 , 4 , 8 ) m เลือกพารามิเตอร์ t = 0.25 t=0.25 t = 0.25
r ( 0.25 ) = ( 1 , − 2 , 0 ) + 0.25 ( 4 , 4 , 8 ) = ( 1 , − 2 , 0 ) + ( 1 , 1 , 2 ) = ( 2 , − 1 , 2 ) \mathbf r(0.25)=(1,-2,0)+0.25(4,4,8)=(1,-2,0)+(1,1,2)=(2,-1,2) r ( 0.25 ) = ( 1 , − 2 , 0 ) + 0.25 ( 4 , 4 , 8 ) = ( 1 , − 2 , 0 ) + ( 1 , 1 , 2 ) = ( 2 , − 1 , 2 ) m
ตรวจระยะ: จาก A ไป waypoint ยาว 1 + 1 + 4 = 6 \sqrt{1+1+4}=\sqrt6 1 + 1 + 4 = 6 m ส่วน AB ยาว 16 + 16 + 64 = 4 6 \sqrt{16+16+64}=4\sqrt6 16 + 16 + 64 = 4 6 m อัตราส่วนเท่ากับ 1/4
waypoint คือ ( 2 , − 1 , 2 ) (2,-1,2) ( 2 , − 1 , 2 ) m · สูตรระบุตำแหน่งบนเส้นตรง ส่วนความเร็วและความเร่งต้องออกแบบแยกต่างหาก
งานที่มีมุมระหว่างแรง การแยกแรงตามแนวเอียง งาน และกำลัง ใช้ dot product ส่วนโมเมนต์ ความเร็วจากการหมุน และแรงแม่เหล็ก ใช้ cross product ตัวอย่างต่อเนื่องอยู่ใน การประยุกต์ทางวิศวกรรม
7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีตรวจคำตอบ
ข้อผิดพลาด ตัวอย่าง/วิธีแก้
รวมขนาดแทนรวมเวกเตอร์ ( 3 , 0 ) + ( 0 , 4 ) = ( 3 , 4 ) (3,0)+(0,4)=(3,4) ( 3 , 0 ) + ( 0 , 4 ) = ( 3 , 4 ) ขนาด 5 ไม่ใช่ 7
ลบจำนวนลบแล้วเครื่องหมายผิด 3 − ( − 1 ) = 4 3-(-1)=4 3 − ( − 1 ) = 4 ; เขียนวงเล็บก่อนแทนค่า
คูณสเกลาร์แค่องค์ประกอบเดียว 2 ( 1 , − 3 , 4 ) = ( 2 , − 6 , 8 ) 2(1,-3,4)=(2,-6,8) 2 ( 1 , − 3 , 4 ) = ( 2 , − 6 , 8 ) ต้องคูณทั้งสามตัว
ใช้ c c c แทน ∣ c ∣ |c| ∣ c ∣ ในสูตรขนาด ∥ − 2 a ∥ = 2 ∥ a ∥ \|-2\mathbf a\|=2\|\mathbf a\| ∥ − 2 a ∥ = 2∥ a ∥ ขนาดไม่ติดลบ
คิดว่าผลต่างสลับที่ได้ b − a = − ( a − b ) \mathbf b-\mathbf a=-(\mathbf a-\mathbf b) b − a = − ( a − b )
บวกเวกเตอร์ต่างกรอบแกน หมุนองค์ประกอบสู่กรอบเดียวกันก่อน ดู การเปลี่ยนฐาน
เห็นแรงรวมศูนย์แล้วสรุปวัตถุแข็งสมดุลทั้งหมด ต้องตรวจโมเมนต์รวมด้วย แรงคู่ควบอาจทำให้หมุน
เขียน “คูณเวกเตอร์” โดยไม่ระบุชนิด คูณสเกลาร์ให้เวกเตอร์; dot ให้สเกลาร์; cross ใน 3D ให้เวกเตอร์ ทั้งสามต่างกัน
ตรวจคำตอบสี่ข้อ องค์ประกอบตรงกับทิศที่วาดหรือไม่? ทุกพจน์มีหน่วยเดียวกันหรือไม่? ขนาดผลบวกอยู่ในขอบเขต V6 หรือไม่? ถ้าบวกตัวตรงข้ามกลับเข้าไป ได้เวกเตอร์ต้นหรือไม่?
8. สรุปสูตรบวก ลบ และคูณสเกลาร์
การดำเนินการ สูตร ภาพ/การใช้งาน
V1 บวก a + b = ( a x + b x , a y + b y , a z + b z ) \mathbf a+\mathbf b=(a_x+b_x,a_y+b_y,a_z+b_z) a + b = ( a x + b x , a y + b y , a z + b z ) หัวต่อหาง · รวมแรง
V3 ลบ a − b = ( a x − b x , a y − b y , a z − b z ) \mathbf a-\mathbf b=(a_x-b_x,a_y-b_y,a_z-b_z) a − b = ( a x − b x , a y − b y , a z − b z ) จากหัว b ไปหัว a · ความเร็วสัมพัทธ์
V4 คูณสเกลาร์ c a = ( c a x , c a y , c a z ) c\mathbf a=(ca_x,ca_y,ca_z) c a = ( c a x , c a y , c a z ) ย่อ ขยาย หรือกลับทิศ
V4 ขนาดหลังคูณ ∥ c a ∥ = ∣ c ∣ ∥ a ∥ \|c\mathbf a\|=|c|\|\mathbf a\| ∥ c a ∥ = ∣ c ∣∥ a ∥ ตรวจขนาดไม่ติดลบ
V7 ขนาดผลบวก a 2 + b 2 + 2 a b cos θ \sqrt{a^2+b^2+2ab\cos\theta} a 2 + b 2 + 2 ab cos θ รู้ขนาดและมุมระหว่างเวกเตอร์
V8 แรงสมดุล F b a l a n c e = − ∑ F k \mathbf F_{\rm balance}=-\sum\mathbf F_k F balance = − ∑ F k อนุภาคหรือแรงร่วมจุด
V9 จุดระหว่าง A และ B r A + t ( r B − r A ) \mathbf r_A+t(\mathbf r_B-\mathbf r_A) r A + t ( r B − r A ) 0 ≤ t ≤ 1 0\le t\le1 0 ≤ t ≤ 1 , waypoint บนส่วนเส้นตรง
9. แบบฝึกเพื่อเช็กความเข้าใจ
ให้ a = ( 3 , − 2 ) \mathbf a=(3,-2) a = ( 3 , − 2 ) , b = ( − 1 , 5 ) \mathbf b=(-1,5) b = ( − 1 , 5 ) หา a + b \mathbf a+\mathbf b a + b , a − b \mathbf a-\mathbf b a − b , − 2 a -2\mathbf a − 2 a ให้ p = ( 1 , 2 , − 2 ) \mathbf p=(1,2,-2) p = ( 1 , 2 , − 2 ) , q = ( 3 , 0 , 1 ) \mathbf q=(3,0,1) q = ( 3 , 0 , 1 ) หา 3 p + 2 q 3\mathbf p+2\mathbf q 3 p + 2 q และขนาด แรงร่วมจุด ( 40 , 0 ) (40,0) ( 40 , 0 ) N กับ ( 0 , 30 ) (0,30) ( 0 , 30 ) N ต้องเพิ่มแรงใดจึงสมดุล? ขนาดเท่าไร? เวกเตอร์ยาว 5 และ 8 ทำมุม 60° กัน ผลบวกมีขนาดเท่าไร? ถ้ากลับทิศตัวหลัง ขนาดใหม่เท่าไร? หา midpoint ระหว่าง A = ( 2 , 0 , − 1 ) A=(2,0,-1) A = ( 2 , 0 , − 1 ) กับ B = ( 6 , 4 , 3 ) B=(6,4,3) B = ( 6 , 4 , 3 )
เปิดเฉลยพร้อมวิธีตรวจ
ผลบวก ( 2 , 3 ) (2,3) ( 2 , 3 ) ; ผลต่าง ( 4 , − 7 ) (4,-7) ( 4 , − 7 ) ; − 2 a = ( − 6 , 4 ) -2\mathbf a=(-6,4) − 2 a = ( − 6 , 4 ) ตรวจว่าตัวสุดท้ายขนาดเป็นสองเท่าและกลับทิศ
3 p + 2 q = ( 3 , 6 , − 6 ) + ( 6 , 0 , 2 ) = ( 9 , 6 , − 4 ) 3\mathbf p+2\mathbf q=(3,6,-6)+(6,0,2)=(9,6,-4) 3 p + 2 q = ( 3 , 6 , − 6 ) + ( 6 , 0 , 2 ) = ( 9 , 6 , − 4 ) ; ขนาด 81 + 36 + 16 = 133 ≈ 11.533 \sqrt{81+36+16}=\sqrt{133}\approx11.533 81 + 36 + 16 = 133 ≈ 11.533
แรงลัพธ์ ( 40 , 30 ) (40,30) ( 40 , 30 ) N จึงเพิ่ม ( − 40 , − 30 ) (-40,-30) ( − 40 , − 30 ) N ขนาด 50 N
ผลบวก 25 + 64 + 2 ( 5 ) ( 8 ) cos 60 ∘ = 129 ≈ 11.358 \sqrt{25+64+2(5)(8)\cos60^\circ}=\sqrt{129}\approx11.358 25 + 64 + 2 ( 5 ) ( 8 ) cos 6 0 ∘ = 129 ≈ 11.358 ; กลับทิศตัวหลังได้ผลต่างขนาด 25 + 64 − 40 = 7 \sqrt{25+64-40}=7 25 + 64 − 40 = 7 ทั้งสองอยู่ระหว่าง 3 กับ 13
ใช้ t = 0.5 t=0.5 t = 0.5 : ( A + B ) / 2 = ( 4 , 2 , 1 ) (A+B)/2=(4,2,1) ( A + B ) /2 = ( 4 , 2 , 1 ) ; การกระจัดจาก A ถึง midpoint เป็นครึ่งของ B − A B-A B − A
เปิด Vector Lab ทดลองให้สองเวกเตอร์ชี้ทิศเดียวกัน ตั้งฉาก และตรงข้าม แล้วเปรียบเทียบขนาดกับสูตรก่อนดูคำตอบ
คำถามที่พบบ่อย บวกเวกเตอร์ 2D และ 3D อย่างไร? เมื่อเวกเตอร์อยู่ในกรอบแกนเดียวกันและมีหน่วยเดียวกัน ให้บวกองค์ประกอบที่ตรงกัน เช่น (ax, ay, az) + (bx, by, bz) = (ax + bx, ay + by, az + bz) ภาพเรขาคณิตใช้กฎหัวต่อหางหรือสี่เหลี่ยมด้านขนาน
ลบเวกเตอร์หมายความว่าอย่างไร? a − b คือ a + (−b) โดย −b มีขนาดเท่า b แต่กลับทิศ ถ้าวาง a และ b ที่จุดต้นเดียวกัน ลูกศรจากปลาย b ไปปลาย a คือ a − b
คูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ติดลบเกิดอะไรขึ้น? สเกลาร์ติดลบกลับทิศเวกเตอร์และปรับขนาดด้วยค่าสัมบูรณ์ของสเกลาร์ เช่น −2a มีทิศตรงข้าม a และยาวเป็นสองเท่า ถ้าคูณด้วยศูนย์จะได้เวกเตอร์ศูนย์
ขนาดผลบวกเท่ากับผลบวกของขนาดไหม? ไม่เสมอไป ขนาดของ a + b ไม่เกินขนาด a บวกขนาด b และจะเท่ากันเมื่อเวกเตอร์ไม่เป็นศูนย์ชี้ทิศเดียวกัน ถ้าชี้สวนกันบางส่วนจะหักล้างกัน
มด
อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์
บทความอ่านง่ายเกี่ยวกับหัวข้อนี้
ดูบทความทั้งหมด →