- หน้าแรก
- คลังความรู้
- ออกแบบระบบโซลาร์เซลล์
- แสงอาทิตย์ · มุม · เงา
// บทที่ 16.2 · ออกแบบระบบโซลาร์เซลล์ · Solar Resource, Orientation & Shading
แสงอาทิตย์ในประเทศไทย: ความเข้มแสง ชั่วโมงแดดสูงสุด มุมเอียง ทิศ และเงาบัง
แผงรุ่นเดียวกัน ติดที่ลพบุรีกับภูเก็ต หรือหันทิศใต้กับทิศเหนือ ให้พลังงานต่างกันได้ 10–20 % หน้านี้อธิบายว่าแสงอาทิตย์ถูกวัดและรายงานอย่างไร แปลงเป็น “ชั่วโมงแดดสูงสุด” ที่ใช้ออกแบบ ตำแหน่งดวงอาทิตย์ในแต่ละฤดูของประเทศไทย มุมเอียงและทิศที่เหมาะ และวิธีคำนวณระยะกันเงา
- PSH = พลังงานแสงทั้งวัน (kWh/m²) ÷ 1 kW/m² — ไทยเฉลี่ย ≈ 5 ชั่วโมง
- ไทยอยู่ละติจูด 6–20° N ดวงอาทิตย์อ้อมทิศใต้ช่วงพ.ย.–ก.พ. และอ้อมทิศเหนือช่วงพ.ค.–ก.ค.
- ทิศใต้เอียง 10–15° ดีที่สุด แต่ตะวันออก/ตะวันตกเสียแค่ราว 5 % — อย่าทิ้งหลังคาสองทิศนี้
- ออกแบบไม่ให้มีเงาช่วง 09:00–15:00 น. ของวันที่ 21 ธันวาคม
แสงอาทิตย์มีกี่ส่วน: GHI DNI DHI และ POA พื้นฐาน
เหนือชั้นบรรยากาศ ความเข้มแสงอาทิตย์เฉลี่ยประมาณ 1,361 W/m² (solar constant) เมื่อผ่านบรรยากาศ บางส่วนถูกดูดกลืนและกระเจิง ที่พื้นผิวโลกตอนเที่ยงวันฟ้าใส ความเข้มบนระนาบที่หันหาดวงอาทิตย์อยู่ราว 1,000 W/m² จึงเป็นที่มาของค่า STC
| ปริมาณ | ความหมาย | วัดด้วย |
|---|---|---|
| GHI Global Horizontal Irradiance | แสงรวมที่ตกบนพื้นราบ | ไพราโนมิเตอร์วางแนวราบ |
| DNI Direct Normal Irradiance | แสงตรงจากดวงอาทิตย์ วัดตั้งฉากกับลำแสง | ไพรเฮลิโอมิเตอร์บนตัวติดตาม |
| DHI Diffuse Horizontal Irradiance | แสงกระจายจากท้องฟ้าและเมฆ | ไพราโนมิเตอร์ที่มีลูกบังแสงตรง |
| POA Plane-of-Array Irradiance | แสงบนระนาบของแผงที่เอียง | ไพราโนมิเตอร์หรือเซลล์อ้างอิงที่เอียงเท่าแผง |
R1 Irradiance closure ความสัมพันธ์ของแสงตรงและแสงกระจาย
คือมุมเซนิท (มุมจากแนวดิ่งถึงดวงอาทิตย์) ในประเทศไทยแสงกระจายมีสัดส่วนสูง (40–60 % ของ GHI ต่อปี) เพราะความชื้นและเมฆในฤดูฝน ผลที่ตามมาคือ การเอียงแผงมาก ๆ หรือการใช้ตัวติดตามได้ประโยชน์น้อยกว่าในพื้นที่แห้งแล้ง และมุมเอียงที่เหมาะจะต่ำ
R2 Plane-of-array irradiance (isotropic sky) แสงบนระนาบเอียง
= มุมตกกระทบบนแผง = มุมเอียงของแผง = albedo ของพื้น (หญ้า 0.2 คอนกรีต 0.25–0.3 หลังคาขาว 0.6–0.8) แบบจำลองนี้ถือว่าท้องฟ้าสว่างเท่ากันทุกทิศ ซอฟต์แวร์มืออาชีพใช้แบบจำลอง Hay–Davies หรือ Perez ที่แม่นกว่า แต่หลักคิดเหมือนกัน
ชั่วโมงแดดสูงสุด (Peak Sun Hours) พื้นฐาน
ความเข้มแสงเปลี่ยนตลอดวัน จากศูนย์ตอนเช้า ขึ้นสูงสุดตอนเที่ยง แล้วลดลงตอนเย็น พื้นที่ใต้กราฟความเข้มแสงตลอดวันคือ พลังงานแสงต่อวัน (kWh/m²/วัน) ถ้าบีบพลังงานนี้ให้เป็นสี่เหลี่ยมสูง 1,000 W/m² ความกว้างของสี่เหลี่ยมคือ PSH
R3 Peak sun hours ชั่วโมงแดดสูงสุด
ข้อดีของ PSH คือคำนวณพลังงานแผงได้ทันที: แผง 1 kWp × PSH 5 ชั่วโมง = 5 kWh ต่อวัน “ก่อนหักการสูญเสีย” (หักด้วย PR ในหน้า คาดการณ์พลังงาน) ข้อควรระวัง: PSH ที่ใช้ต้องเป็นค่าบนระนาบแผง (POA) ไม่ใช่บนแนวราบ เมื่อแผงเอียงหรือหันทิศอื่นต้องคูณด้วยตัวประกอบการแปลง
แปลงข้อมูลแผนที่แสงอาทิตย์เป็น PSH
แผนที่ศักยภาพแสงอาทิตย์ของ พพ. ให้ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ ≈ 18.2 MJ/m²/วัน
→ PSH ≈ 5.1 ชั่วโมง
พลังงานแสงต่อปี ≈ — ใกล้เคียงสเปน ตอนใต้ของอิตาลี และสูงกว่าเยอรมนี (≈ 1,100) เกือบ 70 %
ข้อมูลแสงอาทิตย์ของประเทศไทย พื้นฐาน
ค่าในตารางเป็นค่าประมาณระยะยาวที่ปัดเศษ (สอดคล้องกับช่วงที่รายงานใน PVGIS NASA POWER และแผนที่ของ พพ.) ใช้สำหรับประเมินเบื้องต้นและในเครื่องคำนวณของชุดนี้ งานจริงให้ดึงข้อมูลของพิกัดหน้างาน
| พื้นที่ | GHI เฉลี่ย (kWh/m²/วัน) | ลักษณะ |
|---|---|---|
| ภาคกลางตอนบน (ลพบุรี สระบุรี นครสวรรค์) | 5.1–5.3 | แห้ง แดดจัด ศักยภาพสูงสุดกลุ่มหนึ่ง |
| ภาคอีสาน (ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลฯ) | 5.0–5.3 | แดดดี ฤดูแล้งยาว ฝุ่นมากช่วงแล้ง |
| ภาคเหนือ (เชียงใหม่) | 4.9–5.1 | หมอกควันช่วงก.พ.–เม.ย. ลดแสง 5–15 % |
| กรุงเทพฯ และปริมณฑล | 4.7–4.9 | หมอกควันเมือง ความชื้นสูง |
| ภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง) | 4.8–5.0 | ชายทะเล ไอเกลือ (เลือกแผงทนละอองเกลือ IEC 61701) |
| ภาคใต้ (สุราษฎร์ สงขลา ภูเก็ต) | 4.5–4.8 | ฝนสองฤดู เมฆมาก |
รูปแบบรายเดือน (ภาคกลาง): สูงสุดช่วงมีนาคม–เมษายน (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปีราว 13–16 %) ต่ำสุดช่วงสิงหาคม–กันยายน (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 7–8 %) ต่างจากประเทศเขตอบอุ่นที่ฤดูหนาวผลิตได้เพียง 1/4 ของฤดูร้อน ความผันแปรตามฤดูของไทยจึงต่ำ — ข้อดีสำคัญของระบบ off-grid และปั๊มน้ำ
ตำแหน่งดวงอาทิตย์ กลาง
ตำแหน่งดวงอาทิตย์บอกด้วยสองมุม: มุมเงย (elevation, altitude) จากขอบฟ้า และ มุมทิศ (azimuth) ในหน้านี้วัดจากทิศใต้ บวกไปทางตะวันตก คำนวณจากละติจูด มุมเดคลิเนชัน และมุมชั่วโมง :
R4 Solar position ตำแหน่งดวงอาทิตย์
R5 Solar time เวลาสุริยะจากเวลานาฬิกา
กรุงเทพฯ อยู่ลองจิจูด 100.5° E จึงช้ากว่าเวลามาตรฐาน นาที เที่ยงสุริยะของกรุงเทพฯ จึงอยู่ราว 12:18 น. (บวกลบ EoT ไม่เกิน ±16 นาทีตามฤดู) — ระบบโซลาร์ในไทยจึงผลิตสูงสุดราว 12:10–12:40 น. ไม่ใช่ 12:00 น.
ดวงอาทิตย์ที่กรุงเทพฯ (φ = 13.75° N) ในสามฤดู
21 ธันวาคม : เที่ยงสุริยะ อยู่ทิศใต้ · 09:00 น. มุมทิศ 50° ไปทางตะวันออกของทิศใต้
21 มีนาคม : เที่ยง · 09:00 น.
21 มิถุนายน : เที่ยง แต่ อยู่ทางทิศเหนือ ของจุดเหนือศีรษะ · 09:00 น. มุมทิศ 110° คือเฉียงไปทางตะวันออกค่อนเหนือ
ความหมาย: แผงที่เอียงไปทิศใต้มากเกินไปจะเสียแสงช่วงพ.ค.–ก.ค. และผนังทิศเหนือของอาคารก็ทอดเงาได้ในฤดูร้อน
R6 Angle of incidence on a tilted panel มุมตกกระทบบนแผงเอียง
คือมุมทิศของแผง (ใต้ = 0, ตะวันตก = +90°) ถ้า ดวงอาทิตย์อยู่หลังแผง แสงตรงเป็นศูนย์
มุมเอียงและทิศที่เหมาะสม พื้นฐาน
| ทิศ / มุมเอียง (ละติจูด 13–18° N) | พลังงานต่อปีเทียบแนวราบ (ประมาณ) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ทิศใต้ 10–20° | ×1.03–1.05 | ดีที่สุดต่อปี กระจายดีทุกฤดู |
| แนวราบ 0–5° | ×1.00 | ฝุ่นและน้ำขัง ล้างตัวเองไม่ได้ ควรเอียง ≥ 5° |
| ทิศใต้ 30° | ×1.01–1.02 | ดีหน้าหนาว เสียหน้าฝน |
| ตะวันออก หรือ ตะวันตก 15° | ×0.94–0.96 | ตะวันตกช่วยโหลดแอร์ช่วงบ่าย |
| ทิศเหนือ 15° | ×0.86–0.90 | ยังใช้ได้ถ้ามุมเอียงต่ำ |
| ผนังแนวตั้งทิศใต้ | ×0.55–0.65 | BIPV ใช้เมื่อหลังคาไม่พอ |
- กฎหัวแม่มือ: ในเขตร้อน มุมเอียงที่ให้พลังงานสูงสุดต่อปีมักต่ำกว่าละติจูดเล็กน้อย เพราะแสงกระจายมาก และดวงอาทิตย์อยู่ทางทิศเหนือในบางเดือน
- หลังคาที่มีอยู่แล้วชนะเสมอ: การทำโครงยกเพื่อเปลี่ยนมุมจาก 5° เป็น 15° ได้พลังงานเพิ่มแค่ 2–3 % แต่เพิ่มแรงลม น้ำหนัก และค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่จึงติดตามแนวหลังคา
- ทิศตะวันออก–ตะวันตก (E-W) แบบหลังคาจั่วสองฝั่ง ได้พลังงานต่อ kWp ลดลงเล็กน้อย แต่ได้กำลังผลิตกว้างตลอดวัน ลด clipping ของอินเวอร์เตอร์ และวางแผงได้แน่นขึ้นบนหลังคาแบน
- ทิศต่างกันต้องแยก MPPT สตริงที่หันคนละทิศไม่ควรขนานเข้า MPPT เดียวกัน (ดู ออกแบบสตริง)
เงาบังและระยะห่าง กลาง
เงาเป็นการสูญเสียที่ไม่เป็นสัดส่วน: เงาบังพื้นที่แผง 3 % อาจทำให้พลังงานสตริงหายไป 10–30 % เพราะเซลล์ต่ออนุกรม (ดู บายพาสไดโอด) เกณฑ์ออกแบบที่นิยมคือ ไม่มีเงาบนแผงช่วง 09:00–15:00 น. เวลาสุริยะของวันที่ 21 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ดวงอาทิตย์ต่ำที่สุดทางทิศใต้ (เงายาวที่สุดไปทางทิศเหนือ)
R7 Shadow length and row pitch ความยาวเงาและระยะห่างแถว
= ความสูงของขอบบนแถวหน้าเหนือขอบล่างของแถวหลัง = ความยาวแผงตามแนวเอียง GCR (ground coverage ratio) = สัดส่วนพื้นที่ที่แผงคลุม ค่า GCR สูงใช้ที่ดินคุ้มแต่เงาบังระหว่างแถวมากขึ้นช่วงเช้าเย็น
ระยะห่างแถวของโซลาร์ฟาร์มที่กรุงเทพฯ
แถวละ 2 แผงแนวตั้ง (2 × 2.278 m) เอียง 15° ทิศใต้
m · ความสูง m · ระยะฉายแนวราบ m
21 ธ.ค. 09:00 น.: , (จากตัวอย่าง R-2)
m
pitch = 4.40 + 1.19 = 5.59 m → GCR = 4.556/5.59 = 0.81
ในทางปฏิบัติมักเพิ่มระยะเป็น 6–6.5 m เพื่อทางเดินล้างแผงและลดเงาช่วงเช้ามืด (GCR ≈ 0.7) ดู ออกแบบโซลาร์ฟาร์ม
กำแพงกันตกบนดาดฟ้าสูง 1 m ต้องเว้นระยะเท่าไร
เวลาเที่ยงวันที่ 21 ธ.ค.: m
เวลา 09:00 น. (มุมทิศ 50.2°): m
สรุป: วางแถวแรกห่างกำแพงด้านทิศใต้อย่างน้อย 1.0 m (วัดจากระดับขอบล่างแผง) กำแพงด้านทิศตะวันออกและตะวันตกต้องตรวจช่วงเช้าและบ่ายด้วยมุมทิศ 90° ซึ่งเงายาวกว่ามาก
วิธีประเมินเงาหน้างาน
- เดินสำรวจ จดวัตถุทุกชิ้นทางทิศตะวันออก ใต้ ตะวันตก: ต้นไม้ (โตขึ้นทุกปี) เสาไฟ จานดาวเทียม ถังน้ำ ห้องบันได ตึกข้างเคียงที่อาจสร้างในอนาคต
- ภาพทางเดินดวงอาทิตย์ (sun path) ใช้แอปบนมือถือหรือเครื่องมืออย่าง Solar Pathfinder / SunEye ถ่ายภาพขอบฟ้าแล้วซ้อนเส้นทางดวงอาทิตย์ทั้งปี
- โมเดล 3 มิติ ใช้ SketchUp + Skelion, PVsyst near shading, หรือ HelioScope/Aurora จากภาพดาวเทียมและโดรน สำหรับระบบเชิงพาณิชย์
- แก้ด้วยการออกแบบ จัดแผงที่มีเงาไว้ในสตริงเดียวกัน แยก MPPT ใช้แผง half-cut หมุนแผงให้เงาไล่ตามแนวยาว หรือใช้ optimizer/micro-inverter เฉพาะแผงที่ถูกบัง
ทดลองผลของพื้นที่และทิศ
เปลี่ยนพื้นที่และทิศในเครื่องคำนวณด้านล่างเพื่อดูผลต่อพลังงานต่อปีและรายเดือน รายละเอียดการสูญเสียแต่ละรายการอธิบายในหน้า คาดการณ์พลังงาน
ประเด็นระดับปริญญาโท ขั้นสูง
- Decomposition models (Erbs, DISC, DIRINT, Engerer) แยก GHI เป็น DNI + DHI เมื่อมีเฉพาะ GHI จากดาวเทียมหรือสถานีอุตุฯ
- Transposition models Perez 1990 แบ่งท้องฟ้าเป็น circumsolar และ horizon brightening ให้ POA แม่นกว่า isotropic 2–5 %
- ข้อมูลดาวเทียม (Himawari-8/9 สำหรับเอเชีย) ประมวลด้วย Heliosat ให้ GHI ความละเอียด 1–5 km ทุก 10 นาที ความไม่แน่นอนรายปี ±3–6 %
- ปีตัวแทน (TMY) และความผันแปรระหว่างปี (inter-annual variability) ใช้คำนวณ P90 สำหรับสินเชื่อโครงการ (ดู P50/P90)
- ฝุ่นละอองและหมอกควัน (aerosol optical depth) ลด DNI มากกว่า GHI ส่งผลต่อระบบตัวติดตามและแผงสองหน้า
คำถามที่พบบ่อย
ชั่วโมงแดดสูงสุด (Peak Sun Hours) ของประเทศไทยเท่าไร?
ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน (พลังงานแสงอาทิตย์รวมราว 18.2 MJ/m² ต่อวัน หรือ 5.06 kWh/m² ต่อวัน) ภาคกลางตอนบนและภาคอีสานสูงกว่าเล็กน้อย ภาคใต้และพื้นที่ฝนชุกต่ำกว่า ชั่วโมงแดดสูงสุดไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่มีแดด แต่เป็นพลังงานทั้งวันที่แปลงเป็นชั่วโมงที่ความเข้ม 1,000 W/m²
ควรหันแผงโซลาร์ไปทางทิศไหนและเอียงกี่องศาในไทย?
ทิศใต้เอียง 10–15 องศาให้พลังงานต่อปีสูงสุดสำหรับภาคกลาง ภาคเหนือเอียงได้ถึง 15–20 องศา ไม่ควรต่ำกว่า 5–10 องศาเพื่อให้ฝนล้างฝุ่นได้ ทิศตะวันออกหรือตะวันตกเสียพลังงานต่อปีเพียงประมาณ 4–8 % ที่มุมเอียงต่ำ และช่วยกระจายการผลิตให้ตรงกับโหลดเช้าหรือบ่าย
ต้องเว้นระยะจากผนังหรือแถวแผงด้านหน้าเท่าไรถึงไม่มีเงา?
ใช้เงื่อนไขไม่มีเงาช่วง 9:00–15:00 น. ของวันที่ 21 ธันวาคม (ดวงอาทิตย์ต่ำที่สุดทางทิศใต้) ระยะทางทิศเหนือ-ใต้ของเงาเท่ากับความสูงของวัตถุคูณ cos มุมทิศดวงอาทิตย์หารด้วย tan มุมเงย ที่กรุงเทพฯ 9:00 น. มุมเงยประมาณ 32 องศา เงายาวประมาณ 1 เท่าของความสูง