- หน้าแรก
- คลังความรู้
- เซนเซอร์และทรานส์ดิวเซอร์
- 20.14 4–20 mA และ HART
// บทที่ 20.14 · Sensors & Transducers · 4–20 mA & HART
สัญญาณมาตรฐานอุตสาหกรรม: 4–20 mA และ HART
สายคู่เดียวที่ส่งทั้งไฟเลี้ยงและค่าวัดได้ไกลหลายกิโลเมตร ทนสัญญาณรบกวน และบอกได้ว่าสายขาด — นี่คือเหตุที่ 4–20 mA อยู่มาครึ่งศตวรรษ และยังเป็นสัญญาณที่ช่างวัดคุมทุกคนต้องเข้าใจถึงระดับโวลต์และโอห์ม
- · 12 mA = 50 % · 250 Ω แปลงเป็น 1–5 V
- งบลูป: ใช้ ≈ 22 mA ไม่ใช่ 20 mA
- NE 43: วัดได้ 3.8–20.5 mA · ≤ 3.6 หรือ ≥ 21 mA = อุปกรณ์แจ้งเสีย
- HART: FSK ±0.5 mA 1200 Hz = 1, 2200 Hz = 0 · 1200 bit/s · ต้องมี R ลูป 230–1100 Ω
ทำไมอุตสาหกรรมเลือกส่ง "กระแส" พื้นฐาน
ก่อนมีอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวัดคุมสื่อสารกันด้วยลม: 3–15 psi (20–100 kPa ตาม IEC 60382) สังเกตว่าลมก็เริ่มที่ 3 psi ไม่ใช่ศูนย์ แนวคิด "ศูนย์ที่ยังมีชีวิต" (live zero) จึงมีมาก่อนไฟฟ้า เมื่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในทศวรรษ 1950–60 ผู้ผลิตแต่ละรายใช้ช่วงต่างกัน เช่น 10–50 mA และ 1–5 mA จนกระทั่ง ISA ออกมาตรฐาน S50.1 (ฉบับแรกปี 1975 ฉบับปรับปรุงปี 1982) และ IEC ออก IEC 60381-1 ทำให้ 4–20 mA เป็นภาษากลางของทั้งโลก
| เหตุผล | คำอธิบาย |
|---|---|
| ไม่ขึ้นกับความต้านทานสาย | ทรานสมิตเตอร์เป็นแหล่งกระแส ทุกจุดของวงจรอนุกรมมีกระแสเท่ากัน สายยาวไม่ทำให้ค่าผิดตราบใดที่งบแรงดันพอ ต่างจาก 0–10 V ที่แรงดันตกในสายคือความคลาดโดยตรง |
| ทนสัญญาณรบกวน | แหล่งกระแสมีอิมพีแดนซ์สูง แรงดันรบกวนที่เหนี่ยวนำในสายสร้างกระแสได้น้อยเมื่อเทียบกับ mA ของสัญญาณ |
| live zero | 0 % = 4 mA ส่วน 0 mA = สายขาด แยกกันได้ทันที |
| ส่งไฟเลี้ยงบนสายเดียวกัน | 3.6 mA ที่ไม่ใช้เป็นสัญญาณเลี้ยงวงจรทรานสมิตเตอร์ได้ราว 38 mW ที่ 10.5 V พอสำหรับเซนเซอร์ ADC และไมโครคอนโทรลเลอร์กำลังต่ำ |
| ปลอดภัยในพื้นที่อันตราย | พลังงานต่ำพอทำให้ออกแบบเป็นแบบปลอดภัยในตัว (Ex i) ได้ง่าย |
I1 Linear scaling แปลงกระแสเป็นหน่วยวิศวกรรม
I2 Sense resistor แปลงกระแสเป็นแรงดัน
ทรานสมิตเตอร์อุณหภูมิช่วง 0–250 °C
อ่านได้ 12.0 mA → I1:
อ่านได้ 9.6 mA →
ต้องการตั้งเตือนที่ 200 °C → · ที่การ์ด 250 Ω = 4.2 V
ซิมูเลเตอร์ลูป 4–20 mA: ลองทำให้มันเสีย พื้นฐาน
ซิมูเลเตอร์นี้จำลองแหล่งจ่าย 24 V ตัวต้านทาน 250 Ω ของการ์ด AI สาย และทรานสมิตเตอร์สองสายที่ต้องการแรงดันขั้วอย่างน้อย 10.5 V ลองเลื่อนค่ากระบวนการเกิน 100 % (เห็นการอิ่มตัวที่ 20.5 mA ตาม NE 43) แล้วเลือกความผิดพลาดแต่ละแบบ
สังเกตกรณี กราวด์ลูป: ค่าผิดไปเงียบ ๆ โดยไม่มีอะไรเตือน เพราะกระแสที่รั่วยังอยู่ในช่วงปกติ นี่คือความผิดพลาดที่อันตรายกว่าสายขาด ทางป้องกันคือต่อกราวด์ของลูปที่จุดเดียว และใช้ตัวแยกสัญญาณ (signal isolator) เมื่อลูปผ่านอุปกรณ์ที่มีกราวด์ของตัวเอง
งบแรงดันลูปและความต้านทานโหลดสูงสุด กลาง
I3 Loop voltage budget งบแรงดันลูป
I4 Maximum loop resistance ความต้านทานลูปสูงสุด
24 V, ทรานสมิตเตอร์ 10.5 V, สาย 0.75 mm² ยาว 800 m, การ์ด 250 Ω
สายไป–กลับ: → ลูปรวม 287.3 Ω
I4: → ผ่าน แรงดันที่ขั้วทรานสมิตเตอร์ที่ 22 mA = 17.7 V
เพิ่มแบเรียร์ Zener สำหรับพื้นที่อันตราย 340 Ω → ลูปรวม 627 Ω เกิน 614 Ω — ที่ 22 mA ขั้วทรานสมิตเตอร์เหลือ 10.2 V ระดับแจ้งเตือนด้านสูงจะส่งไม่ถึง
แก้ได้โดยใช้ isolator แบบกัลวานิกแทนแบเรียร์ Zener (ไม่กินแรงดันมากเท่า) หรือเพิ่มแรงดันแหล่งจ่ายตามที่ทรานสมิตเตอร์ยอม
NAMUR NE 43: แยก "ค่าสุดขั้ว" ออกจาก "อุปกรณ์เสีย" กลาง
NAMUR (สมาคมผู้ใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติในอุตสาหกรรมกระบวนการ ประเทศเยอรมนี) ออกข้อแนะนำ NE 43 กำหนดให้ทรานสมิตเตอร์ส่งค่าวัดได้เพียง 3.8–20.5 mA และใช้กระแสนอกช่วงนี้แจ้งว่าตัวเองผิดปกติ ระบบควบคุมจึงตั้งเงื่อนไขชัดเจนได้ว่าเมื่อใดควรเชื่อค่าและเมื่อใดควรสลับลูปเป็น manual
I5 NAMUR NE 43 levels ระดับกระแสตาม NE 43
ทิศของการแจ้ง (upscale ≥ 21 mA หรือ downscale ≤ 3.6 mA) เลือกตามความปลอดภัยของกระบวนการ เช่น ทรานสมิตเตอร์อุณหภูมิที่คุมฮีตเตอร์ควรแจ้งด้านสูงเพื่อให้ตัวควบคุมลดความร้อน ส่วนทรานสมิตเตอร์ระดับที่ป้องกันปั๊มทำงานแห้งอาจเลือกด้านต่ำ
0–10 V, 1–5 V, 0–20 mA และ 3–15 psi พื้นฐาน
| สัญญาณ | พบที่ไหน | live zero | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| 4–20 mA | ทรานสมิตเตอร์กระบวนการ วาล์ว | มี | งบแรงดันลูป กราวด์จุดเดียว |
| 0–20 mA | อุปกรณ์รุ่นเก่า ไดรฟ์บางรุ่น | ไม่มี | แยกสายขาดกับ 0 % ไม่ได้ |
| 0–10 V · 2–10 V | HVAC อาคาร ไดรฟ์ เซนเซอร์ OEM | 2–10 V มี | แรงดันตกในสาย กราวด์ต่างศักย์ ใช้ระยะสั้น |
| 1–5 V | ภายในตู้ (หลังตัวต้านทาน 250 Ω) | มี | ใช้ภายในตู้เท่านั้น |
| 3–15 psi (20–100 kPa) | ตัวขับวาล์วนิวแมติก (ผ่าน I/P converter) | มี | คุณภาพลม ความล่าช้าในท่อลม |
HART: ดิจิทัลซ้อนบนแอนะล็อก ขั้นสูง
HART (Highway Addressable Remote Transducer) พัฒนาโดย Rosemount ในสหรัฐฯ กลางทศวรรษ 1980 แล้วเปิดเป็นมาตรฐานเปิด ปัจจุบันดูแลโดย FieldComm Group หลักการคือใช้โมเด็ม Bell 202 แบบเดียวกับโทรศัพท์ยุคแรก ส่งคลื่นไซน์ ±0.5 mA บนสายเดิม ค่าเฉลี่ยในหนึ่งบิตใกล้ศูนย์ ฟิลเตอร์ของการ์ด AI จึงมองไม่เห็น
I6 HART physical layer ชั้นกายภาพของ HART
- เฟรมอักขระ: start 1 บิต · ข้อมูล 8 บิต (LSB ก่อน) · พาริตีคี่ · stop 1 บิต = 11 บิตต่อไบต์
- ความต้านทานลูป: ต้องมี 230–1100 Ω เพื่อให้แรงดัน HART อ่านได้ — ถ้าแหล่งจ่ายต่อตรงเข้าทรานสมิตเตอร์โดยไม่มีตัวต้านทาน communicator จะสื่อสารไม่ได้
- คำสั่ง: Universal (ทุกอุปกรณ์ต้องมี เช่น 0 อ่านรหัสอุปกรณ์, 1 อ่าน PV, 3 อ่านตัวแปรและกระแส) · Common practice (ตั้งช่วง damping ทดสอบลูป) · Device-specific
- ความเร็ว: ราว 2–3 ข้อความต่อวินาทีในโหมดถาม–ตอบ จึงเหมาะกับการตั้งค่าและวินิจฉัย ไม่ใช่การควบคุมแบบเร็ว
- Multidrop: ต่อหลายอุปกรณ์บนคู่สายเดียว กระแสคงที่ราว 4 mA ต่ออุปกรณ์ ใช้เฉพาะ HART ดิจิทัล
- WirelessHART (IEC 62591): เครือข่ายเมชไร้สาย 2.4 GHz (IEEE 802.15.4) ข้อมูลชุดเดียวกับ HART แบบสาย — ดู เซนเซอร์อัจฉริยะและ IIoT
ข้อมูลจาก HART ที่ระบบส่วนใหญ่ไม่เคยอ่านคือคุณค่าที่ซ่อนอยู่: สถานะวินิจฉัย อุณหภูมิของตัวเครื่อง จำนวนชั่วโมงทำงาน ค่า PV ที่สองถึงสี่ (เช่น ทรานสมิตเตอร์ DP ที่วัดความดันสถิตด้วย) การดึงข้อมูลเหล่านี้คือก้าวแรกของการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ ต่อไปที่ Modbus RTU และ TCP
แหล่งอ้างอิง
- ANSI/ISA-50.1-1982 (R1992) Compatibility of Analog Signals for Electronic Industrial Process Instruments
- IEC 60381-1 Analogue signals for process control systems — Direct current signals · IEC 60382 Analogue pneumatic signal for process control systems
- NAMUR NE 43 Standardization of the signal level for the failure information of digital transmitters
- FieldComm Group — HART Communication Protocol · IEC 62591 WirelessHART
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมสัญญาณอุตสาหกรรมเริ่มที่ 4 mA ไม่ใช่ 0 mA?
เรียกว่า live zero เหตุผลแรกคือแยกได้ทันทีว่า 0 % ของกระบวนการ (4 mA) ต่างจากสายขาดหรืออุปกรณ์เสีย (0 mA) เหตุผลที่สองคือทรานสมิตเตอร์แบบสองสายต้องดึงไฟเลี้ยงวงจรของตัวเองจากกระแสในลูป กระแสต่ำสุดจึงต้องมากกว่ากระแสที่วงจรใช้ ซึ่งโดยทั่วไปต่ำกว่า 3.6 mA
ลูป 4–20 mA ยาวได้แค่ไหน?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับงบแรงดัน: แรงดันแหล่งจ่ายต้องมากกว่าแรงดันต่ำสุดที่ทรานสมิตเตอร์ต้องการ บวกกับกระแสสูงสุด (ประมาณ 22 mA) คูณความต้านทานรวมของลูป เช่น 24 V กับทรานสมิตเตอร์ที่ต้องการ 10.5 V ยอมความต้านทานรวมได้ราว 614 Ω หักตัวต้านทาน 250 Ω ของการ์ดแล้วเหลือให้สายและแบเรียร์ราว 360 Ω ซึ่งสาย 0.75 mm² ยาวหลายกิโลเมตรยังอยู่ในงบนี้
HART คืออะไร ใช้กับ PLC ทั่วไปได้ไหม?
HART ส่งข้อมูลดิจิทัลซ้อนบนสายเดียวกับ 4–20 mA ด้วยคลื่นไซน์ ±0.5 mA ที่ 1200 Hz (บิต 1) และ 2200 Hz (บิต 0) ค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์จึงไม่รบกวนสัญญาณแอนะล็อก PLC ที่ไม่รู้จัก HART ยังอ่าน 4–20 mA ได้ตามปกติ ส่วนการอ่านข้อมูลดิจิทัล (สถานะวินิจฉัย ค่าตัวแปรอื่น ตั้งช่วง) ต้องใช้การ์ด AI ที่รองรับ HART มัลติเพล็กเซอร์ หรือ HART communicator