- หน้าแรก
- คลังความรู้
- ออกแบบระบบโซลาร์เซลล์
- อินเวอร์เตอร์
// บทที่ 16.13 · ออกแบบระบบโซลาร์เซลล์ · PV Inverters & Grid-Tie Control
อินเวอร์เตอร์โซลาร์: โครงสร้าง Boost + H-bridge, PLL, ควบคุมกระแสกริด, Anti-islanding และมาตรฐาน
อินเวอร์เตอร์คือ “สมอง” ของระบบโซลาร์: ทำ MPPT แปลง DC เป็น AC ที่สะอาดและซิงโครไนซ์กับกริด ป้องกันตัวเองและผู้คน และสื่อสารกับผู้ใช้ หน้านี้เปิดฝาอินเวอร์เตอร์ออกดูทีละบล็อก พร้อมสมการออกแบบที่ใช้ได้จริงกับอินเวอร์เตอร์ 5 kW และเชื่อมกับเนื้อหา อิเล็กทรอนิกส์กำลัง ระบบควบคุม และ สเปกตรัม PWM
- Boost (MPPT) → DC-link (C ใหญ่ รับกำลังกระเพื่อม 100 Hz) → H-bridge SPWM → ฟิลเตอร์ L/LCL → กริด
- ลูปซ้อน: ลูปกระแส (เร็ว) ← ลูปแรงดัน DC-link (ช้า) ← MPPT (ช้าสุด) และ PLL ให้มุมเฟส
- อินเวอร์เตอร์เป็นแหล่งกระแส (grid-following) ต้องตัดเมื่อเกิด islanding
- มาตรฐาน: IEC 62109 62116 61727 IEEE 1547 และข้อกำหนดของ กฟภ./กฟน.
ชนิดของอินเวอร์เตอร์ตามขนาด พื้นฐาน
| ชนิด | กำลัง | จุดเด่น | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| Micro-inverter | 0.3–2 kW | MPPT รายแผง แรงดัน DC ต่ำ ขยายง่าย | ราคาต่อวัตต์สูง ตัวเครื่องอยู่บนหลังคาร้อน |
| String inverter 1 เฟส | 1–10 kW | มาตรฐานบ้าน ราคาคุ้ม หลาย MPPT | เงาบังกระทบทั้งสตริง |
| String inverter 3 เฟส | 5–350 kW | อาคาร โรงงาน และฟาร์มแบบกระจาย ซ่อมโดยเปลี่ยนเครื่อง | จำนวนเครื่องมาก |
| Central inverter | 1–5 MVA | ต้นทุนต่อ MW ต่ำสุดสำหรับฟาร์มใหญ่ | จุดเสียจุดเดียวกระทบมาก ต้องมีอะไหล่และช่างเฉพาะ |
| Hybrid inverter | 3–30 kW | PV + แบต + ไฟสำรอง ในเครื่องเดียว | ต้องเลือกแบตที่เข้ากันได้ |
โครงสร้างภายในอินเวอร์เตอร์ 1 เฟส กลาง
- ขั้น boost หนึ่งตัวต่อ MPPT ทำ MPPT ของแต่ละสตริงอิสระ (ดู MPPT) และยกแรงดันขึ้นเมื่อสตริงสั้น ถ้าแรงดันสตริงสูงกว่า DC-link อยู่แล้ว ขั้น boost จะถูกบายพาสเพื่อลดการสูญเสีย
- DC-link แยกพลวัตของสองขั้นออกจากกัน และรับกำลังกระเพื่อม 100 Hz ของระบบ 1 เฟส
- H-bridge สวิตช์ 16–50 kHz ด้วย MOSFET (Si/SiC) หรือ IGBT · วงจรไร้หม้อแปลงแบบ H5 หรือ HERIC เพิ่มสวิตช์เพื่อแยกแผงออกจากกริดช่วง freewheeling ทำให้แรงดันโหมดร่วม (common-mode) ของแผงเทียบดินคงที่ ลดกระแสรั่วผ่านความจุแผง-ดิน (ซึ่ง RCMU ต้องตรวจ ≤ 300 mA และตรวจกระแสกระโดด 30 mA)
- รีเลย์สองชุดอนุกรม ตามมาตรฐานความปลอดภัย ตัดได้แม้รีเลย์ตัวหนึ่งติด ทดสอบตัวเองก่อนเชื่อมกริดทุกครั้ง
- ระบบ 3 เฟส ใช้วงจรสามขาสองระดับ หรือสามระดับ (NPC/T-type) เพื่อลด ripple และความเค้นแรงดันที่ DC-link 600–1,100 V
แรงดันและตัวเก็บประจุ DC-link กลาง
V1 Minimum DC-link voltage แรงดัน DC-link ต่ำสุด
ระบบ 230 V ที่แรงดันกริดสูงสุด +10 % ต้องการ V บวกแรงดันตกบนฟิลเตอร์และ margin ของการควบคุม → ใช้ 380–420 V · ระบบ 3 เฟส 400 V ต้องการ ≈ 653 V (SPWM) หรือ ≈ 566 V (SVPWM/third-harmonic injection)
V2 DC-link capacitor for 2ω power ripple (1-phase) ตัวเก็บประจุสำหรับกำลังกระเพื่อม 100 Hz
DC-link ของอินเวอร์เตอร์ 5 kW 1 เฟส
= 400 V ยอมให้ ripple 5 % → = 20 V
→ เช่น 4 × 560 µF/450 V อิเล็กโตรไลต์ ขนาน (ต้องตรวจพิกัดกระแส ripple 100 Hz และอุณหภูมิ เพราะอายุตัวเก็บประจุกำหนดอายุอินเวอร์เตอร์)
ทางเลือกใหม่: ฟิล์มคาปาซิเตอร์ขนาดเล็กลงร่วมกับ power decoupling แบบแอกทีฟ เพื่อยืดอายุ (สำคัญกับ micro-inverter ที่ร้อน)
SPWM และฟิลเตอร์ L/LCL กลาง
SPWM แบบ unipolar ทำให้แรงดันขาออกสวิตช์ระหว่าง 0 กับ ± ที่ความถี่ประสิทธิผล ฮาร์มอนิกจึงย้ายไปรอบ และ ripple ลดลง 4 เท่าเทียบ bipolar (สเปกตรัมละเอียดอยู่ที่ อนุกรมฟูเรียร์ของอินเวอร์เตอร์)
V3 Grid-side inductor ripple (full-bridge) ริปเปิลกระแสของตัวเหนี่ยวนำ
V4 LCL resonance ความถี่เรโซแนนซ์ของฟิลเตอร์ LCL
ฟิลเตอร์ของอินเวอร์เตอร์ 5 kW 230 V, = 20 kHz
กระแสพิกัด A rms → ยอด 30.7 A · ยอมให้ ripple 20 % ของยอด = 6.1 A
V3 (unipolar): — ถ้าใช้ฟิลเตอร์ L อย่างเดียว ฮาร์มอนิกความถี่สูงยังผ่านไปกริดมาก
ใช้ LCL: = 0.5 mH (ฝั่งอินเวอร์เตอร์) = 0.15 mH (ฝั่งกริด) = 5 µF
V4: kHz อยู่ระหว่าง 500 Hz กับ 10 kHz ✓
เรโซแนนซ์ต้องหน่วง: passive damping (R อนุกรม ) หรือ active damping ในลูปควบคุม (ป้อนกลับกระแส ) — ไม่หน่วงแล้วลูปกระแสจะแกว่งที่
PLL และการควบคุมกระแสกริด ขั้นสูง
อินเวอร์เตอร์เชื่อมกริดเป็น แหล่งกระแสที่ควบคุมได้ โครงสร้างลูปซ้อน (ดู ควบคุมตัวแปลงกำลัง):
- PLL หามุมเฟส และความถี่ของแรงดันกริด · แบบ 3 เฟสใช้ SRF-PLL: แปลง เป็น แล้วใช้ PI บังคับ · แบบ 1 เฟสสร้างสัญญาณตั้งฉากด้วย SOGI (second-order generalized integrator) ก่อน · แบนด์วิดท์ 10–30 Hz (เร็วไปติดฮาร์มอนิก ช้าไปตามความถี่ไม่ทัน)
- ลูปแรงดัน DC-link (แบนด์วิดท์ ~10 Hz ช้ากว่า 100 Hz ripple) บอกว่าต้องส่งกำลังเท่าไร → กำหนดแอมพลิจูดกระแสอ้างอิง
- ลูปกระแส (แบนด์วิดท์ 1–2 kHz) ทำให้กระแสตามไซน์อ้างอิงที่มีเฟส จาก PLL · ระบบ 1 เฟสนิยมตัวควบคุม PR · 3 เฟสใช้ PI ในกรอบ dq + decoupling
V5 Proportional-resonant (PR) controller ตัวควบคุมแบบเรโซแนนซ์
PI ธรรมดาตามไซน์ไม่ได้โดยไม่มีความผิดพลาดของเฟสและขนาด PR ให้อัตราขยายสูงมากที่ (เทียบเท่า PI ในกรอบหมุน) เพิ่มตัวชดเชยฮาร์มอนิก (HC) ที่ 3, 5, 7 เพื่อลดฮาร์มอนิกของกระแสเมื่อแรงดันกริดบิดเบี้ยว
V6 Power in the dq frame (amplitude-invariant) กำลังในกรอบ dq
เมื่อ PLL ล็อกแล้ว คุมกำลังจริง คุมกำลังรีแอกทีฟอย่างอิสระ จึงทำฟังก์ชันช่วยกริดได้
V7 Reactive power for a power factor กำลังรีแอกทีฟที่เพาเวอร์แฟกเตอร์ที่กำหนด
จ่ายกำลังรีแอกทีฟช่วยคุมแรงดัน
อินเวอร์เตอร์ 5 kW ตั้งให้ทำงานที่ PF 0.9 (ดูดกำลังรีแอกทีฟ) เมื่อแรงดันสูง: kvar
ต้องการพิกัด kVA — ถ้าอินเวอร์เตอร์พิกัด 5 kVA จะต้องลดกำลังจริงลงเหลือ 4.5 kW ขณะใช้ PF 0.9 (นี่คือเหตุผลที่บางโครงการเลือกพิกัด kVA สูงกว่า kW)
Anti-islanding และการป้องกันที่จุดต่อ กลาง
- Passive: แรงดันต่ำ/เกิน ความถี่ต่ำ/เกิน อัตราเปลี่ยนความถี่ (ROCOF) การกระโดดของเฟส — ไม่พอเมื่อกำลังโหลดในเกาะพอดีกับกำลังอินเวอร์เตอร์ (non-detection zone)
- Active: Sandia frequency shift, slip-mode frequency shift, การฉีดกระแสรบกวนเล็กน้อยเพื่อวัดอิมพีแดนซ์ — เมื่อกริดหายไป สิ่งรบกวนจะผลักความถี่ออกนอกช่วงจนตัด
- มาตรฐานทดสอบ: IEC 62116 (ทดสอบด้วยโหลด RLC เรโซแนนซ์ที่ Q = 1 ต้องตัดภายใน 2 วินาที) · IEEE 1547.1 · อินเวอร์เตอร์สำหรับขนานไฟในไทยต้องผ่านการทดสอบตามระเบียบของ กฟภ./กฟน. และอยู่ในรายชื่อที่ประกาศ
- Ride-through vs trip: ระบบเล็กเดิมเน้นตัดเร็ว แต่เมื่อโซลาร์มีสัดส่วนสูง ถ้าทุกเครื่องตัดพร้อมกันเมื่อแรงดันตกชั่วขณะ ระบบไฟจะยิ่งแย่ grid code สมัยใหม่ (IEEE 1547-2018, ข้อกำหนดของผู้ควบคุมระบบสำหรับโรงไฟฟ้า) จึงกำหนดให้ ทนแรงดันตก (LVRT/HVRT) และจ่ายกระแสรีแอกทีฟช่วย ในช่วงเวลาที่กำหนด และตัดเมื่อเกินขอบเขตนั้น
- ฟังก์ชันช่วยกริด: Volt-VAR (ดูดกำลังรีแอกทีฟเมื่อแรงดันสูง) Volt-Watt (ลดกำลังเมื่อแรงดันเกิน) Freq-Watt (ลดกำลังเมื่อความถี่สูง) และการจำกัดกำลังส่งออก
คุณภาพไฟฟ้าและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พื้นฐาน
| หัวข้อ | ข้อกำหนดทั่วไป | มาตรฐาน |
|---|---|---|
| ความปลอดภัยของคอนเวอร์เตอร์ | ฉนวน กระแสรั่ว การตรวจ Riso RCMU | IEC 62109-1/-2 |
| Anti-islanding | ตัดภายใน 2 s | IEC 62116 |
| THD กระแส | < 5 % ที่พิกัด (แยกขีดจำกัดรายฮาร์มอนิก) | IEC 61727, IEEE 1547 (ดู THD · IEEE 519) |
| DC injection | < 0.5–1 % ของกระแสพิกัด | IEC 61727 และข้อกำหนดการไฟฟ้า |
| Power factor | > 0.9–0.95 เมื่อจ่ายเกิน 50 % (หรือตามที่ตั้ง) | ข้อกำหนดการเชื่อมต่อ |
| ประสิทธิภาพ | Max 97–99 % · Euro/CEC weighted 96.5–98.5 % | EN 50530 (MPPT), IEC 61683 |
| EMC | การแผ่คลื่นและภูมิคุ้มกัน | IEC 61000-6-x, CISPR 11 |
ประเด็นระดับปริญญาโท ขั้นสูง
- Grid-forming control (droop, virtual synchronous machine, dispatchable virtual oscillator) ความเฉื่อยเสมือน การจำกัดกระแสเมื่อเกิดลัดวงจร และเสถียรภาพเมื่อกริดอ่อน (SCR ต่ำ)
- เสถียรภาพแบบอิมพีแดนซ์ ระหว่างอินเวอร์เตอร์หลายเครื่องกับสายจำหน่าย (harmonic resonance, PLL-induced instability) วิเคราะห์ด้วยเกณฑ์ Nyquist ของอัตราส่วนอิมพีแดนซ์ (ดู Nyquist)
- Model predictive control และ deadbeat current control สำหรับอินเวอร์เตอร์ความถี่สวิตช์ต่ำกำลังสูง
- SiC/GaN ทำให้ สูงขึ้น ฟิลเตอร์เล็กลง แต่ต้องจัดการ dv/dt กระแสรั่ว และ EMI
- ความเชื่อถือได้ ของตัวเก็บประจุ DC-link และโมดูลสวิตช์ภายใต้วัฏจักรความร้อนรายวันในอากาศร้อน (mission-profile based lifetime)
คำถามที่พบบ่อย
อินเวอร์เตอร์ออนกริดแปลงไฟ DC เป็น AC อย่างไร?
อินเวอร์เตอร์ส่วนใหญ่มีสองขั้น ขั้นแรกเป็นบูสต์คอนเวอร์เตอร์ที่ทำ MPPT และยกแรงดันแผงขึ้นเป็นแรงดัน DC-link ประมาณ 380–420 V ขั้นที่สองเป็นวงจรเต็มบริดจ์ที่สวิตช์ด้วย PWM แบบไซน์ที่ความถี่สิบกว่าถึงหลายสิบกิโลเฮิรตซ์ แล้วกรองด้วยตัวเหนี่ยวนำหรือฟิลเตอร์ LCL ให้เป็นกระแสไซน์ที่มีเฟสตรงกับแรงดันกริด โดยใช้ PLL ล็อกเฟสและลูปควบคุมกระแส
Anti-islanding คืออะไร?
คือฟังก์ชันที่ทำให้อินเวอร์เตอร์หยุดจ่ายไฟเมื่อการไฟฟ้าดับ เพื่อไม่ให้สายที่ควรไม่มีไฟกลับมีไฟจากโซลาร์จนเป็นอันตรายต่อช่าง อินเวอร์เตอร์ตรวจแรงดันและความถี่ที่ผิดปกติ และใช้วิธีเชิงรุกเช่นการเลื่อนความถี่เล็กน้อยเพื่อดูการตอบสนองของระบบ ต้องตัดภายในเวลาที่มาตรฐานกำหนด เช่น 2 วินาทีตาม IEC 62116
Grid-forming กับ grid-following inverter ต่างกันอย่างไร?
Grid-following ซึ่งเป็นอินเวอร์เตอร์โซลาร์ส่วนใหญ่ ทำตัวเป็นแหล่งกระแสที่ตามแรงดันและความถี่ของกริดผ่าน PLL ต้องมีกริดอยู่ก่อน Grid-forming ทำตัวเป็นแหล่งแรงดันที่สร้างแรงดันและความถี่เอง ใช้ในโหมดสำรองไฟของอินเวอร์เตอร์ไฮบริด microgrid และระบบที่มีพลังงานหมุนเวียนสัดส่วนสูง ซึ่งต้องการความเฉื่อยเสมือนเพื่อพยุงความถี่