ผลตอบสนองทางเวลา y(t)
ชี้หรือแตะที่กราฟเพื่ออ่านค่า จุดบนระนาบเฟสและกราฟลอการิทึมจะเลื่อนตามไปด้วย เส้นประสองเส้นที่หุ้มกราฟคือเปลือก ซึ่งกำหนดว่าการแกว่งลดลงเร็วแค่ไหน
// บทที่ 10 · ระบบควบคุม · แล็บโต้ตอบ
ζ กำหนด รูปร่าง ของผลตอบสนอง ส่วน ωn กำหนด ความเร็ว ปรับค่าทั้งสอง หรือค่า R, L, C ของวงจรจริง หรือลากขั้วบนระนาบ s แล้วดูกราฟเวลา เปลือกเอกซ์โพเนนเชียล Bode plot และระนาบเฟสเปลี่ยนไปพร้อมกัน อ่านทฤษฎีด้านล่าง ↓
ชี้หรือแตะที่กราฟเพื่ออ่านค่า จุดบนระนาบเฟสและกราฟลอการิทึมจะเลื่อนตามไปด้วย เส้นประสองเส้นที่หุ้มกราฟคือเปลือก ซึ่งกำหนดว่าการแกว่งลดลงเร็วแค่ไหน
ระยะจากจุดกำเนิด = ωn · cos θ = ζ · ส่วนจริง −ζωn กำหนดการลดลง · ส่วนจินตภาพ ωd กำหนดการแกว่ง
ที่ ω = ωn เฟสเป็น −90° เสมอ และขนาดเท่ากับ 1/(2ζ) ζ ยิ่งน้อย ยอดเรโซแนนซ์ยิ่งสูง
ส่วนชั่วครู่บนสเกลลอการิทึม ยอดทุกยอดเรียงบนเส้นตรงความชัน −ζωn
ไม่หน่วงเป็นวงกลม หน่วงน้อยหมุนเป็นเกลียวเข้าหาจุดสมดุล หน่วงมากวิ่งเข้าตรง ๆ
%OS = e^(−ζπ/√(1−ζ²)) ไม่มี ωn อยู่ในสูตร เส้นจาก ζ เดียวกันบนระนาบ s จึงให้ %OS เท่ากัน
| จุด | เวลา t | ωₙt | y(t) | dy/dt |
|---|
// ทฤษฎีประกอบแล็บ
ระบบที่มีตัวเก็บพลังงานสองตัวซึ่งแลกพลังงานกันไปมา เช่น ตัวเหนี่ยวนำกับตัวเก็บประจุในวงจร RLC หรือมวลกับสปริง จะได้สมการเชิงอนุพันธ์อันดับสอง เขียนในรูปมาตรฐานได้ว่า
| ระบบ | ωn | ζ |
|---|---|---|
| วงจร RLC อนุกรม (เอาต์พุต ) | ||
| มวล–สปริง–ตัวหน่วง |
แทนเวลาด้วยเวลาปรับมาตรฐาน จะได้ แทนลงในสมการแล้วหารด้วย
ωn หายไปจากสมการทั้งหมด เหลือเพียง ζ แปลว่า รูปร่างของกราฟเมื่อพล็อตเทียบกับ ขึ้นกับ ζ อย่างเดียว ส่วน ωn ทำหน้าที่เพียงยืดหรือหดแกนเวลา ในแล็บด้านบน ลองเลือกแกน "เวลาปรับมาตรฐาน ωₙt" แล้วกด "กวาด ωn" กราฟจะนิ่งสนิท จากนั้นกด "กวาด ζ" จะเห็นรูปร่างเปลี่ยนตั้งแต่แกว่งมากจนถึงค่อย ๆ ขึ้นช้า ๆ
| ζ | ชื่อ | ขั้ว | ผลตอบสนองขั้นบันได |
|---|---|---|---|
| 0 | ไม่หน่วง | บนแกนจินตภาพ | แกว่งตลอดไป พุ่งเกิน 100% |
| 0 < ζ < 1 | หน่วงน้อย | คู่สังยุค | พุ่งเกินแล้วแกว่งลดลงตามเปลือก |
| 1 | หน่วงวิกฤต | ขั้วซ้ำที่ | เร็วที่สุดโดยไม่พุ่งเกิน |
| > 1 | หน่วงมาก | ขั้วจริงสองตัว | ไม่พุ่งเกิน ช้า ถูกครอบงำด้วยขั้วที่ใกล้แกนจินตภาพ |
ในแล็บ ลากขั้วบนระนาบ s ไปตามวงกลม (ωn คงที่) แล้วดูรูปร่างเปลี่ยน หรือลากออกไปตามเส้นรัศมี (ζ คงที่) แล้วดูว่ากราฟเร็วขึ้นโดย %OS เท่าเดิม
%OS = 16.3%, tₚ = 0.907 s, tₛ ≈ 2 s ลองตั้ง ζ = 0.5 และ ωn = 4 ในแล็บแล้วเปิด "แถบเข้าที่ ±2%" เพื่อเทียบค่า tₛ จริงกับสูตร
กลับสูตร %OS โดยให้
ζ ≥ 0.69 ซึ่งตรงกับมุมขั้ว θ ≤ 46.4° บนระนาบ s
| ζ | มุมขั้ว θ | %OS | ยอดเรโซแนนซ์ Mr |
|---|---|---|---|
| 0.3 | 72.5° | 37.2% | 4.85 dB |
| 0.5 | 60° | 16.3% | 1.25 dB |
| 0.707 | 45° | 4.3% | 0 dB (ไม่มียอด) |
| 1 | 0° | 0% | ไม่มียอด |
ตารางนี้คือหัวใจของบท ζ ตัวเดียวผูกมุมขั้ว การพุ่งเกินในโดเมนเวลา และยอดเรโซแนนซ์ในโดเมนความถี่เข้าด้วยกัน
ผลตอบสนองทั้งหมดในบทนี้คือคอนโวลูชันระหว่างอินพุตกับผลตอบสนองอิมพัลส์ของระบบ ปูพื้นเรื่องสัญญาณและคอนโวลูชันได้ใน แล็บสัญญาณเบื้องต้น
ωn = 316 rad/s, ζ = 0.316, พุ่งเกิน 35.1% และเข้าที่ประมาณ 40 ms เลือก "วงจร RLC อนุกรม" ในแล็บ ค่าเริ่มต้นคือวงจรนี้พอดี ลองเพิ่ม R จะเห็น ζ เพิ่มขึ้นและการพุ่งเกินลดลง
สูตร %OS, ts, tp ในแล็บนี้คือสเปกที่ใช้ออกแบบตัวควบคุมทั้งหมด ดูผลตอบสนองเวลาและขั้วเด่น รูทโลคัส ที่ใช้เลือกเกนให้ได้ ζ ตามต้องการ เฟสมาร์จินกับ ζ และยอดเรโซแนนซ์บนโบด
เป็นตัวเลขไร้หน่วยที่บอกว่าระบบสูญเสียพลังงานเร็วแค่ไหนเมื่อเทียบกับการแกว่ง ζ เพียงตัวเดียวกำหนดรูปร่างของผลตอบสนอง ได้แก่ ไม่หน่วง (ζ = 0) หน่วงน้อย (0 < ζ < 1) หน่วงวิกฤต (ζ = 1) และหน่วงมาก (ζ > 1) และกำหนดเปอร์เซ็นต์พุ่งเกินโดยตรง
เพราะเป็นค่าที่สมดุลระหว่างความเร็วกับการพุ่งเกิน พุ่งเกินเพียงประมาณ 4.3% ไม่มียอดเรโซแนนซ์ใน Bode plot และขั้วอยู่ที่มุม 45° พอดี
ωn ทำหน้าที่ยืดหรือหดแกนเวลาเท่านั้น เพิ่ม ωn เป็นสองเท่า ทุกอย่างเกิดเร็วขึ้นสองเท่าโดยรูปร่างเหมือนเดิม ส่วน ζ เปลี่ยนรูปร่าง เวลาเข้าที่ประมาณ จึงขึ้นกับผลคูณ ซึ่งคือระยะของขั้วจากแกนจินตภาพ
ωn คือความถี่ที่ระบบจะแกว่งถ้าไม่มีการหน่วงเลย ส่วน ωd = คือความถี่ที่แกว่งจริงเมื่อมีการหน่วง บนระนาบ s ωn คือระยะจากจุดกำเนิดถึงขั้ว และ ωd คือส่วนจินตภาพของขั้ว