- หน้าแรก
- คลังความรู้
- เวกเตอร์
- Dot Product
// เวกเตอร์ · ส่วนที่ 2 · Dot product · มุมและส่วนตามทิศ
ผลคูณจุด (Dot Product): มุม การฉาย งาน และกำลัง
ถ้าออกแรงดึงรถเข็นเอียงขึ้น ส่วนใดทำให้รถเคลื่อนตามพื้น? Dot product ตอบคำถามนี้ด้วยตัวเลขเดียว โดยรวมทั้งขนาดและความสอดคล้องของทิศ หน้านี้เชื่อมสูตร “คูณช่องตรงกันแล้วบวก” กับความหมายเชิงเรขาคณิต และใช้คำนวณมุม การฉาย งาน และกำลังอย่างตรวจสอบได้
- ได้สเกลาร์ ไม่ใช่ลูกศร
- เมื่อทั้งคู่ไม่เป็นศูนย์
- ดอทบวก = มุมแหลม, ดอทศูนย์ = ตั้งฉาก, ดอทลบ = มุมป้าน โดยการอ่านมุมต้องไม่มีเวกเตอร์ศูนย์
- งานจากแรงคงที่ ; กำลังกลทันที
1. นิยาม: คูณ component ที่ตรงกันแล้วบวก พื้นฐาน
ให้เวกเตอร์จริงสองตัวในมิติเดียวกันและใช้แกนตั้งฉากมาตรฐานเดียวกัน นำ component ตามแกนเดียวกันคูณกัน แล้วรวมผลทั้งหมด เรียก ผลคูณจุด (dot product หรือ scalar product) จุด “·” ระหว่างเวกเตอร์หมายถึงการดำเนินการนี้ ส่วน หมายถึง คูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ ซึ่งเป็นคนละการดำเนินการ
D1 Dot product in Cartesian coordinates ผลคูณจุด 2D และ 3D
เช่น ห้ามจับช่องสลับแกน ผลลัพธ์เป็นจำนวนจริง หน่วยเป็นผลคูณของหน่วยของ a และ b เช่น N·m
D2 Euclidean inner product in n dimensions สูตรเดียวกันในหลายมิติ
ในรูปเมทริกซ์ a และ b เป็นเวกเตอร์หลัก n×1 จึงได้ (1×n)(n×1) = 1×1 ใช้กับข้อมูลหลายช่องหรือสัญญาณหลายตัวอย่างได้ ส่วน เป็นเมทริกซ์ ไม่ใช่ดอท
หา
จับ x กับ x, y กับ y และ z กับ z:
คูณก่อน: ค่าติดลบไม่ผิด เพราะแต่ละ component มีเครื่องหมายได้
ทั้งสองเวกเตอร์ไม่เป็นศูนย์ จึงแปลผลได้ว่ามุมระหว่างกันเป็นมุมป้าน
2. ความหมายเชิงเรขาคณิต: ขนาด × ขนาด × cos มุม พื้นฐาน
ย้ายเวกเตอร์สองตัวให้เริ่มที่จุดเดียวกันโดยรักษาขนาดและทิศ แล้วมองมุมเล็กระหว่างลูกศร ซึ่งอยู่ในช่วง 0°–180° สำหรับมุมคงที่ ค่าสัมบูรณ์ของดอทเท่ากับผลคูณของขนาดคูณ และเครื่องหมายขึ้นกับ เมื่อคงขนาดไว้ ดอทมากขึ้นเมื่อสองเวกเตอร์หันไปทางเดียวกันมากขึ้น เมื่อสองทิศตั้งฉากจะไม่มีส่วนตามทิศของกันและกัน จึงได้ศูนย์
D3 Geometric meaning of the dot product ขนาดและมุม
การพูดถึงมุม ต้องให้ และ ถ้ามีเวกเตอร์ศูนย์ ดอทยังนิยามและเท่ากับ 0 แต่ไม่กำหนดมุม
พิสูจน์ด้วยกฎโคไซน์: ทำไมสูตรพิกัดกับสูตรมุมจึงตรงกัน?
สามเหลี่ยมที่มีด้าน a, b และ a−b ให้กฎโคไซน์ แต่เมื่อกระจายกำลังสองทีละพิกัด จะได้ เปรียบเทียบสองสมการแล้วตัดพจน์ขนาดออก จึงได้ ความหมายของมุมจึงตามมาจากสูตรพิกัด ไม่ใช่สูตรที่ต้องจำแยกกัน
3. หามุมและทดสอบความตั้งฉาก พื้นฐาน
D4 Angle between two nonzero vectors หามุมระหว่างเวกเตอร์
ทั้งคู่ต้องไม่เป็นศูนย์ หมายถึง arccos ไม่ใช่ 1/cos ตรวจเครื่องคิดเลขว่าใช้ DEG หรือ RAD ค่าในวงเล็บต้องอยู่ใน [−1,1]
D5 Orthogonality test ทดสอบตั้งฉาก
คำว่า orthogonal ในพีชคณิตรวมเวกเตอร์ศูนย์ด้วย แต่ถ้าตีความว่า “มุม 90°” ต้องให้ทั้งคู่ไม่เป็นศูนย์ เพราะเวกเตอร์ศูนย์ไม่มีทิศ
มุมระหว่าง เส้นตรงที่ไม่มีทิศ ใช้มุมแหลมของสองแนว จึงอาจใช้ ในสูตร cosine แต่มุมระหว่าง เวกเตอร์ที่มีทิศ ห้ามใส่ค่าสัมบูรณ์โดยพลการ เพราะจะทำให้มุมป้านกลายเป็นมุมแหลม
4. ตัวอย่างหามุมตั้งแต่ 2D ถึง 3D
หามุมระหว่าง และ
ดอท , ความยาว , ทั้งคู่ไม่เป็นศูนย์
เป็นมุมแหลมสอดคล้องกับดอทบวก
ตรวจกับการฉาย: ตรงกับค่าฉายใน ตัวอย่าง Projection
หามุมระหว่าง และ
ดอท
ความยาว ,
, จึงได้
ตรวจขอบเขต และดอทบวก จึงควรได้มุมระหว่าง 0° กับ 90°
หา t ที่ทำให้ ตั้งฉากกับ
ใช้ D5:
จึงได้
ตรวจเวกเตอร์ทั้งสองไม่เป็นศูนย์ ดังนั้นเป็นมุม 90° ได้จริง
, และ
5. สมบัติที่ใช้จัดรูปและตรวจคำตอบ กลาง
Dot product มีสมบัติคล้ายการคูณจำนวนในเรื่องสลับที่และแจกแจง แต่ไม่มีการหารด้วยเวกเตอร์ และผลของดอทเป็นสเกลาร์จึงต้องระวังชนิดของสิ่งที่คำนวณหลังจากนั้น
D6 Commutativity and bilinearity สลับที่และแจกแจง
เวกเตอร์ที่บวกต้องมีมิติเดียวกัน และ เป็นจำนวนจริง การเรียก bilinear หมายถึงเชิงเส้นในแต่ละตัวเมื่อคงอีกตัวไว้
D7 Norm and squared-distance identities ความยาวและการกระจายกำลังสอง
ถ้า a ตั้งฉาก b พจน์ดอทหายไป ได้พีทาโกรัสในหลายมิติ แต่ถ้าไม่ตั้งฉาก ห้ามเอาความยาวมาบวกกำลังสองโดยละพจน์นี้
D8 Cauchy–Schwarz inequality ขอบเขตของดอท
อสมการแรกเท่ากันเมื่อเวกเตอร์ขึ้นต่อกันเชิงเส้น รวมกรณีเวกเตอร์ศูนย์ ถ้าทั้งคู่ไม่เป็นศูนย์คือขนานหรือสวนทาง อสมการที่สองคือ triangle inequality
พิสูจน์ Cauchy–Schwarz จากการฉาย
เมื่อ b ≠ 0 ส่วนตั้งฉาก มี กระจายแล้วได้ จึงได้ แล้วถอดรากทั้งสองข้าง ถ้า b = 0 ทั้งสองข้างเป็นศูนย์อยู่แล้ว
6. Dot product กับ component และ projection เป็นเรื่องเดียวกัน
ถ้า u เป็นเวกเตอร์หน่วย ผลดอท คือค่าของ a ตามทิศ u นั่นคือ scalar projection ถ้าเลือก u เป็นแกน x, y หรือ z ก็ได้ component ที่ใช้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องสร้างสูตรใหม่สำหรับแกนเอียง
D9 From dot product to projection ค่าตามทิศและเวกเตอร์ฉาย
ตัวแรกเป็นสเกลาร์มีเครื่องหมาย ตัวหลังเป็นเวกเตอร์ เลือกเป้าหมาย b ให้ตรงทิศที่ถาม ดู Component และ Projection สำหรับภาพและวิธีทำละเอียด
ค่าดอทเองยังไม่ใช่ความยาวเงา เว้นแต่เป้าหมายเป็นเวกเตอร์หน่วย เช่น (3,4)·(2,1) = 10 แต่ค่าฉายสเกลาร์คือ และเวกเตอร์ฉายคือ (4,2) การระบุชนิดคำตอบและหน่วยจึงช่วยแยกสามปริมาณนี้ได้
7. การประยุกต์วิศวกรรม: งานและกำลังกล กลาง
การทำงานของแรงขึ้นกับส่วนของแรงที่ไปตามการกระจัด ถ้าแรงเอียงขึ้นแต่การเคลื่อนที่อยู่ตามพื้น มีเพียงองค์ประกอบแนวนอนที่ทำงานจากการกระจัดนั้น แรงตั้งฉากกับการกระจัดอาจยังจำเป็นต่อสมดุล แต่ไม่ให้งานในเส้นทางที่ตั้งฉากกับแรง
D10 Work by a constant force งานจากแรงคงที่
หน่วย N·m = J สูตรนี้ใช้แรงคงที่และการกระจัดระหว่างต้นกับปลาย ถ้าแรงแปรตามตำแหน่งหรือเส้นทาง ใช้ ไม่แทนแรงที่จุดเดียวลงไปโดยพลการ
D11 Instantaneous mechanical power กำลังกลขณะหนึ่ง
แรงและความเร็วต้องวัดในกรอบอ้างอิงเดียวกัน หน่วย N·m/s = W ค่าบวกคือแรงถ่ายพลังงานเข้าสู่การเคลื่อนที่ ค่าลบคือแรงดึงพลังงานออก เช่น การเบรก
แรงคงที่ ทำให้จุดที่แรงกระทำเคลื่อน แรงนี้ทำงานเท่าไร?
ระบุว่าโจทย์ถามงานจากแรงนี้ ไม่จำเป็นต้องเท่ากับงานสุทธิจากแรงทั้งหมด
ส่วนแรง 20 N ตาม y ตั้งฉากกับการกระจัดจึงไม่มีงาน ใช้ขนาดแรง คูณ 4 โดยไม่คูณ cos จะได้ค่ามากเกินจริง
งานจากแรงนี้ = 200 J
ขณะหนึ่ง , หาค่ากำลังของแรงนี้
แยกดูรายแกน: x ให้ +24 W ส่วน y ให้ −5 W เพราะแรงตาม y สวนความเร็วตาม y
รวมได้ +19 W แรงนี้ถ่ายพลังงานสุทธิเข้าสู่การเคลื่อนที่ขณะนั้น
กำลังทันที 19 W
8. เรขาคณิตวิศวกรรม: ทิศทาง ระนาบ และฟลักซ์
หุ่นยนต์และระบบภาพสามมิติต้องตรวจว่าทิศของเครื่องมือเข้าหาพื้นผิวมากน้อยเพียงใด ถ้า n เป็นเวกเตอร์ปกติของพื้นผิว ดอทกับทิศการเคลื่อนที่บอกส่วนที่เคลื่อนเข้าหรือออกจากพื้นผิว ส่วนที่เหลือเป็นการไถลไปตามพื้นผิว
D12 Normal component and oriented flux ส่วนตั้งฉากกับพื้นผิว
สูตรฟลักซ์แม่เหล็กนี้ใช้สนาม B สม่ำเสมอบนพื้นผิวระนาบ พื้นที่ A และทิศปกติที่เลือก หน่วย T·m² = Wb ถ้าสนามไม่สม่ำเสมอหรือพื้นผิวโค้ง ใช้
สนามสม่ำเสมอ 0.20 T ทำมุม 60° กับเวกเตอร์ปกติของพื้นที่ 0.010 m² ฟลักซ์เป็นเท่าไร?
มุมที่ให้วัดกับ ปกติของผิว จึงใช้ cos 60° ได้ ถ้าวัดกับระนาบผิวต้องใช้มุมเติมเต็ม
ถ้ากลับทิศปกติ ฟลักซ์กลับเครื่องหมาย แต่สนามและพื้นที่ทางกายภาพเท่าเดิม ตัวอย่างนี้เป็นฟลักซ์ต่อหนึ่งผิว; flux linkage ของ N รอบเหมือนกันคือ
ฟลักซ์ 1.0 mWb ตามทิศปกติที่เลือก
ในเรขาคณิต จุด x อยู่ในระนาบที่ผ่าน q และมีปกติ n เมื่อ สำหรับจุดนอกระนาบ ค่า เป็นระยะแบบมีเครื่องหมาย หากถามระยะทั่วไปให้ใช้ค่าสัมบูรณ์ ดูการหาเท้าฉากใน บทการฉาย
9. สัญญาณ ข้อมูล และ cosine similarity ต่อยอด
มองค่าที่วัด n เวลาเป็นเวกเตอร์ n มิติ เช่น x เป็นรูปแบบที่ต้องการตรวจหาและ y เป็นข้อมูลจากเซนเซอร์ ดอทมากอาจมาจากรูปร่างคล้ายกัน หรือเพียงเพราะสัญญาณมีแอมพลิจูดสูง การหารด้วยความยาวทั้งสองช่วยวัดความสอดคล้องของรูปร่างในเชิงทิศ
D13 Cosine similarity ดอทที่ปรับขนาดออก
s = 1 คือทิศเดียวกัน, 0 คือ orthogonal, −1 คือสวนทาง เป็นตัวเลขไม่มีหน่วย ถ้าจะเทียบกับ Pearson correlation ต้องลบค่าเฉลี่ยของข้อมูลก่อน และตรวจว่าความแปรปรวนไม่เป็นศูนย์
ให้ , เปรียบเทียบดอทกับ cosine similarity
ดอท =
, จึงได้
y มีแอมพลิจูดสองเท่าของ x แต่รูปร่างมีทิศเดียวกัน ถ้าแทน y ด้วย −y ค่าความคล้ายจะเป็น −1
Dot = 12 · Cosine similarity = 1
ก่อนใช้กับข้อมูลจริง ให้ตรวจว่าช่องตรงกัน เวลา sampling ตรงกัน และหน่วยหรือการปรับสเกลเหมาะสม หากรวมความยาว ความดัน และอุณหภูมิไว้ในเวกเตอร์เดียวกัน ค่าดอทจะขึ้นกับหน่วยที่เลือกอย่างมาก ต้องกำหนดการ normalize หรือ weighting จากความหมายของงาน ไม่ใช่ใช้สูตรแล้วตีความทันที
10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ตอบดอทเป็นเวกเตอร์: (3,4)·(2,1) = 10 ไม่ใช่ (6,4) เพราะต้องบวกผลคูณด้วย
- ใช้มิติหรือกรอบอ้างอิงต่างกัน: แปลงให้เป็นพิกัดเดียวกันก่อน เวกเตอร์ใน 2D กับ 3D ต้องกำหนดการฝัง เช่น z = 0 อย่างชัดเจน
- ดอทศูนย์แล้วอ้างมุมฉากโดยไม่ตรวจเวกเตอร์ศูนย์: สูตรพิกัดใช้ได้ แต่สูตรหามุมใช้ไม่ได้เมื่อมีเวกเตอร์ศูนย์
- ลืมความยาวในสูตร cosine: ดอทอย่างเดียวไม่ใช่ cos มุม ต้องหารด้วยความยาวทั้งสอง
- เอาค่าสัมบูรณ์ก่อนหามุม: ทำให้ข้อมูลว่าทิศสวนกันหายไป ใช้ค่าสัมบูรณ์เมื่อโจทย์ถามมุมระหว่างเส้นไม่มีทิศเท่านั้น
- อ่าน เป็นส่วนกลับ: หมายถึง inverse function arccos
- หางานด้วยขนาดแรงคูณระยะทุกครั้ง: ต้องใช้ส่วนตามการกระจัด หรือคูณ cos มุมด้วย
- สับสนกับ cross product: ดอทให้สเกลาร์และใช้ cos ส่วน cross ใน 3D ให้เวกเตอร์ปกติและขนาดใช้ sin
- ตัดดอทเหมือนการหารจำนวน: ดอทเท่ากันไม่ได้แปลว่าเวกเตอร์เท่ากัน และไม่มีการหารด้วยเวกเตอร์ในสูตรนี้
11. แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย
หา dot product และมุมระหว่าง ,
ดอท = −2 และความยาวทั้งคู่ = 2
จึงได้ 120°
มุมป้านตรงกับเครื่องหมายลบ ส่วนค่าฉาย a ตาม b เป็น
Dot = −2 · มุม 120°
ให้ , จงหาดอทและมุม
ทั้งคู่ไม่เป็นศูนย์ จึงได้มุม 90° โดยไม่ต้องกด arccos
Dot = 0 · มุม 90°
แรงคงที่ กับการกระจัด ให้งานเท่าไร?
ส่วน x ให้ +30 J ส่วน y ให้ −8 J ส่วน z ไม่มีการกระจัดจึงให้ 0 J
22 J
เป็นเท่าไร และมุมระหว่างสองเวกเตอร์เป็นเท่าไร?
ดอท =
ความยาวเวกเตอร์แรกเป็น 0 สูตรหามุมต้องหารด้วย 0 จึงใช้ไม่ได้ และเวกเตอร์ศูนย์ไม่มีทิศ
Dot = 0 · มุมไม่นิยาม
12. สรุปสูตร: เลือกใช้ตามคำถาม
| คำถาม | สูตรหลัก | จุดตรวจ |
|---|---|---|
| คำนวณดอทจากพิกัด | D1: | มิติและแกนเดียวกัน ผลเป็นสเกลาร์ |
| หามุมระหว่างเวกเตอร์ | D4: | ทั้งคู่ไม่เป็นศูนย์ |
| ตรวจตั้งฉาก | D5: | มุม 90° ต้องไม่มีเวกเตอร์ศูนย์ |
| หาขนาดหรือระยะ | D7: | ระยะใช้เวกเตอร์ผลต่าง |
| ส่วนตามแนวหนึ่ง | D9: scalar / vector projection | เป้าหมายไม่เป็นศูนย์ |
| งานจากแรงคงที่ | D10: | หน่วย J |
| กำลังกลทันที | D11: | หน่วย W |
| ฟลักซ์สม่ำเสมอผ่านระนาบ | D12: | มุมกับเวกเตอร์ปกติ |
| ความสอดคล้องของทิศข้อมูล | D13: normalized dot | ตรวจการจัดช่องและสเกล |
ต่อจากส่วนตามทิศ ไปสู่ส่วนที่ตั้งฉากและโมเมนต์ด้วย cross product ดูตัวอย่างที่รวมสองผลคูณใน การประยุกต์ทางวิศวกรรม หรือทดลองเปลี่ยนพิกัดใน ห้องทดลองเวกเตอร์ 2D–3D
แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ
- OpenStax, Calculus Volume 3, §2.3 The Dot Product — นิยามเรขาคณิตและพิกัด projection และงาน
- MIT OpenCourseWare, 18.02SC, Vectors, Determinants and Planes — dot product มุม การตั้งฉาก และระนาบ พร้อมโจทย์สำหรับฝึก
- OpenStax, University Physics Volume 1, §7.1 Work และ §7.4 Power — เงื่อนไขทางฟิสิกส์และหน่วยของงาน/กำลัง
ใช้แหล่งอ้างอิงประกอบการตรวจนิยามและศึกษาต่อ ตัวอย่างในหน้านี้เขียนขึ้นเพื่อแสดงขั้นตอนคำนวณในบริบทวิศวกรรม โดยระบุสมมติฐานของแต่ละสูตรไว้ใกล้สูตร
คำถามที่พบบ่อย
Dot product ได้สเกลาร์หรือเวกเตอร์?
Dot product ของเวกเตอร์จริงสองตัวได้สเกลาร์ คำนวณโดยคูณ component ที่ตรงกันแล้วบวกรวม เช่น (3,4)·(2,1)=10 ต่างจากการคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ซึ่งยังได้เวกเตอร์
Dot product เป็นศูนย์แปลว่าทำมุม 90 องศาเสมอไหม?
ถ้าเวกเตอร์ทั้งสองไม่เป็นศูนย์ ดอทเป็นศูนย์เท่ากับทำมุม 90 องศา แต่เวกเตอร์ศูนย์ดอทกับทุกตัวได้ศูนย์และไม่มีทิศ มุมระหว่างเวกเตอร์ที่มีเวกเตอร์ศูนย์จึงไม่นิยาม
Dot product ติดลบหมายความว่าอย่างไร?
สำหรับเวกเตอร์ไม่เป็นศูนย์ ดอทติดลบหมายถึงมุมระหว่างเวกเตอร์เป็นมุมป้าน ในการคำนวณงานแปลว่าแรงมีส่วนสวนทางการกระจัด จึงให้งานเป็นลบ ไม่ได้แปลว่าขนาดเวกเตอร์ติดลบ
สูตรหามุมระหว่างเวกเตอร์คืออะไร?
เมื่อ a และ b ไม่เป็นศูนย์ ใช้ θ=arccos[(a·b)/(||a|| ||b||)] โดย θ อยู่ในช่วง 0 ถึง 180 องศา ต้องตรวจหน่วยมุมของเครื่องคิดเลข และจัดการค่าคลาดเคลื่อนเชิงตัวเลขใกล้ ±1 อย่างเหมาะสม
Dot product ใช้หางานและกำลังได้อย่างไร?
แรงคงที่ F กับการกระจัด Δr ให้งาน W=F·Δr หน่วยจูล ส่วนกำลังกลขณะหนึ่งคือ P=F·v หน่วยวัตต์ ถ้าแรงเปลี่ยนตามเส้นทางต้องใช้อินทิกรัลเส้นสำหรับงาน
Cosine similarity ต่างจาก dot product อย่างไร?
Dot product ขึ้นกับทั้งขนาดและทิศ ส่วน cosine similarity หารด้วยขนาดเวกเตอร์ทั้งสอง จึงวัดความสอดคล้องของทิศ มีค่าระหว่าง −1 ถึง 1 และไม่นิยามเมื่อมีเวกเตอร์ศูนย์