พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. ลิมิต
  4. ลำดับและอนุกรม

// บทที่ 3.1 · ลิมิต · Sequences & Series

ลำดับและอนุกรม (Sequences and Series): สูตร ตัวอย่าง และการลู่เข้า

ลำดับคือตัวเลขที่เรียงกันเป็นแถว อนุกรมคือการบวกตัวเลขเหล่านั้นต่อกันไปเรื่อย ๆ คำถามใหญ่ของบทนี้มีข้อเดียว: บวกไปไม่สิ้นสุดแล้วได้ค่าจำกัดหรือไม่ คำตอบอยู่บนลิมิตจากหน้าก่อน และนำไปสู่อนุกรมเทย์เลอร์ เครื่องมือที่วิศวกรใช้ประมาณ sin, eˣ และทำวงจรไม่เชิงเส้นให้เป็นเชิงเส้น หน้านี้มีแล็บให้ลองทุกหัวข้อ

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • เลขคณิต: an=a1+(n−1)d, Sn=n2(a1+an)a_n = a_1 + (n-1)d,\ S_n = \tfrac{n}{2}(a_1 + a_n) · เรขาคณิต: an=a1rn−1, Sn=a11−rn1−ra_n = a_1 r^{n-1},\ S_n = a_1\tfrac{1 - r^n}{1 - r}
  • อนุกรมเรขาคณิตอนันต์ลู่เข้า ⇔ ∣r∣<1|r| < 1 และ S=a11−rS = \tfrac{a_1}{1 - r}
  • ∑an\sum a_n ลู่เข้า ⇔ ลำดับผลบวกย่อย SnS_n ลู่เข้า · an↛0a_n \not\to 0 ⇒ ลู่ออก แต่ an→0a_n \to 0 ยังไม่พอ (∑1/n\sum 1/n ลู่ออก)
  • f(x)=∑f(k)(a)k!(x−a)kf(x) = \sum \frac{f^{(k)}(a)}{k!}(x - a)^k ภายในรัศมีการลู่เข้า: ฐานของการประมาณเชิงวิศวกรรมทั้งหมด

มีฉบับเต็มแล้ว: หน้านี้เป็นฉบับสรุปหน้าเดียว ถ้าต้องการเรียนลึกถึงระดับมหาวิทยาลัยและคณิตศาสตร์วิศวกรรม ไปที่ ลำดับและอนุกรมครบชุด 10 หน้า ซึ่งแยกบท การทดสอบการลู่เข้า อนุกรมสลับ อนุกรมกำลัง อนุกรมเทย์เลอร์ และ อนุกรมโลรองต์ พร้อมแล็บ 12 ชุดและแนวข้อสอบ 60 ข้อ

ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปี 1กลาง แคลคูลัส · คณิตศาสตร์วิศวกรรมขั้นสูง พิสูจน์ · ทฤษฎี

ลำดับและอนุกรมคืออะไร พื้นฐาน

ลำดับ (sequence) คือฟังก์ชันที่มีโดเมนเป็นจำนวนนับ ใส่ n=1,2,3,…n = 1, 2, 3, \dots แล้วได้ค่า a1,a2,a3,…a_1, a_2, a_3, \dots เขียนย่อว่า {an}\{a_n\} ส่วน อนุกรม (series) คือผลบวกของพจน์ในลำดับ ถ้าบวกจำกัดจำนวนเรียกว่าอนุกรมจำกัด ถ้าบวกไม่สิ้นสุดเรียกว่าอนุกรมอนันต์ (infinite series) ซึ่งต้องนิยามผ่านลิมิต เพราะเราบวกจำนวนอนันต์ตัวจริง ๆ ไม่ได้

ลำดับกำหนดได้สองแบบ: สูตรพจน์ทั่วไป (explicit formula) เช่น an=3n−1a_n = 3n - 1 คำนวณพจน์ไหนก็ได้ทันที และความสัมพันธ์เวียนเกิด (recurrence relation) เช่น a1=2, an+1=an+3a_1 = 2,\ a_{n+1} = a_n + 3 ต้องรู้พจน์ก่อนหน้าจึงหาพจน์ถัดไปได้ แบบหลังพบบ่อยในงานวิศวกรรม เช่นตัวกรองดิจิทัล วิธีนิวตัน และวงจรบันได

12345678เลขคณิต aₙ = 3n − 1 (d = 3)12345678เรขาคณิต aₙ = 5(½)ⁿ⁻¹ (r = ½)12345678910(−1)ⁿ/n → 0 · แถบ ε = 0.15แกนนอน: n = 1, 2, 3, … · เส้นประ = ลิมิต L · แถบ = L ± ε
สามพฤติกรรมพื้นฐาน: ลำดับเลขคณิตโตเป็นเส้นตรง (ลู่ออก) ลำดับเรขาคณิตที่ ∣r∣<1|r| < 1 ลดลงสู่ 0 และลำดับสลับเครื่องหมาย (−1)n/n(-1)^n/n แกว่งเข้าหา 0 จนอยู่ในแถบ ε ตลอดไป

S1 Sequence ลำดับ

{an}n=1∞: a1,a2,a3,…an+1=g(an)\{a_n\}_{n=1}^{\infty}:\ a_1, a_2, a_3, \dots \qquad a_{n+1} = g(a_n)

ฟังก์ชัน N→R\mathbb{N} \to \mathbb{R} · กำหนดด้วยสูตรพจน์ทั่วไปหรือความสัมพันธ์เวียนเกิด

S2 Series & partial sums อนุกรมและผลบวกย่อย

SN=∑n=1Nan,∑n=1∞an=lim⁡N→∞SNS_N = \sum_{n=1}^{N} a_n,\qquad \sum_{n=1}^{\infty} a_n = \lim_{N\to\infty} S_N

อนุกรมลู่เข้า (convergent) ถ้าลิมิตนี้มีค่าจำกัด มิฉะนั้นลู่ออก (divergent)

ตัวอย่าง S-1 · สองวิธีเขียนลำดับเดียวกัน

เขียน 2,5,8,11,…2, 5, 8, 11, \dots เป็นสูตรพจน์ทั่วไปและแบบเวียนเกิด แล้วหา a50a_{50} และ S4S_4

  1. ผลต่างระหว่างพจน์คงที่เท่ากับ 3: เวียนเกิด a1=2, an+1=an+3a_1 = 2,\ a_{n+1} = a_n + 3

  2. พจน์ทั่วไป: an=2+3(n−1)=3n−1a_n = 2 + 3(n - 1) = 3n - 1 ตรวจ: a1=2, a4=11a_1 = 2,\ a_4 = 11 ✓

  3. a50=3(50)−1=149a_{50} = 3(50) - 1 = 149 (แบบเวียนเกิดต้องคำนวณ 49 ครั้ง สูตรพจน์ทั่วไปทำครั้งเดียว)

  4. S4=2+5+8+11=26S_4 = 2 + 5 + 8 + 11 = 26 คืออนุกรมของลำดับนี้ถึงพจน์ที่ 4

an=3n−1, a50=149, S4=26a_n = 3n - 1,\ a_{50} = 149,\ S_4 = 26

แล็บลำดับ: พจน์ ลิมิต ผลบวกย่อย และใยแมงมุม พื้นฐาน

พิมพ์สูตรเองหรือกดตัวอย่าง แล็บจะบอกว่าเป็นเลขคณิตหรือเรขาคณิต เพิ่มหรือลด มีขอบเขตหรือไม่ และลู่เข้าสู่อะไร ลองเลื่อน ε แล้วดูว่า N ที่ทำให้ “ทุกพจน์หลังจากนี้อยู่ในแถบ” เปลี่ยนไปอย่างไร ในโหมดเวียนเกิด กด “ใยแมงมุม” เพื่อดูว่าทำไมบางลำดับวิ่งเข้าจุดตรึงและบางลำดับแกว่งเป็นวัฏจักร

ลำดับเลขคณิตและอนุกรมเลขคณิต (Arithmetic) พื้นฐาน

ลำดับเลขคณิตเพิ่มขึ้นทีละเท่ากันเสมอ ค่าคงที่นี้เรียกว่าผลต่างร่วม (common difference) dd กราฟของพจน์จึงเรียงเป็นเส้นตรง สูตรผลบวกมาจากเทคนิคของเกาส์: เขียนผลบวกไปข้างหน้าและย้อนกลับ บวกกันได้ nn คู่ที่แต่ละคู่เท่ากับ a1+ana_1 + a_n

S3 Arithmetic sequence ลำดับเลขคณิต

an=a1+(n−1)d,d=an+1−ana_n = a_1 + (n - 1)d,\qquad d = a_{n+1} - a_n

S4 Arithmetic series อนุกรมเลขคณิต

Sn=n2(a1+an)=n2[2a1+(n−1)d]S_n = \frac{n}{2}(a_1 + a_n) = \frac{n}{2}\left[2a_1 + (n - 1)d\right]

อนุกรมเลขคณิตอนันต์ลู่ออกเสมอ (ยกเว้นทุกพจน์เป็น 0)

ตัวอย่าง S-2

(ก) ลำดับเลขคณิตมี a5=17, a12=45a_5 = 17,\ a_{12} = 45 หา S20S_{20} (ข) กองท่อร้อยสายไฟเรียงเป็นชั้น ชั้นล่าง 20 ท่อ ชั้นถัดขึ้นไปน้อยลงชั้นละ 1 จนชั้นบนสุดมี 1 ท่อ มีท่อกี่ท่อ

  1. (ก) a12−a5=7d=28⇒d=4a_{12} - a_5 = 7d = 28 \Rightarrow d = 4 และ a1=a5−4d=17−16=1a_1 = a_5 - 4d = 17 - 16 = 1

  2. S20=202[2(1)+19(4)]=10(78)=780S_{20} = \tfrac{20}{2}\left[2(1) + 19(4)\right] = 10(78) = 780

  3. (ข) จำนวนท่อคือ 1+2+⋯+20=202(1+20)=2101 + 2 + \cdots + 20 = \tfrac{20}{2}(1 + 20) = 210 ท่อ

(ก) 780780 (ข) 210210 ท่อ · สูตร 1+2+⋯+n=n(n+1)21 + 2 + \cdots + n = \tfrac{n(n+1)}{2} พิสูจน์ด้วยอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ได้

ลำดับเรขาคณิตและอนุกรมเรขาคณิต (Geometric) พื้นฐาน

ลำดับเรขาคณิตคูณด้วยค่าคงที่เท่ากันทุกครั้ง เรียกว่าอัตราส่วนร่วม (common ratio) rr นี่คือลำดับที่สำคัญที่สุดในวิศวกรรม เพราะการเติบโตหรือการลดลงแบบ “เป็นสัดส่วนกับค่าปัจจุบัน” มีอยู่ทุกที่ ตั้งแต่ดอกเบี้ยทบต้น การคายประจุของตัวเก็บประจุที่สุ่มวัดเป็นช่วง ๆ ไปจนถึงผลตอบสนองของระบบดิจิทัล

ที่มาของสูตรผลบวก: ให้ Sn=a+ar+⋯+arn−1S_n = a + ar + \cdots + ar^{n-1} คูณด้วย rr ได้ rSn=ar+⋯+arnrS_n = ar + \cdots + ar^{n} ลบกันพจน์กลางหายหมด เหลือ Sn−rSn=a−arnS_n - rS_n = a - ar^n จึงได้ Sn=a1−rn1−rS_n = a\frac{1 - r^n}{1 - r} เมื่อ n→∞n \to \infty และ ∣r∣<1|r| < 1 พจน์ rn→0r^n \to 0

S5 Geometric sequence ลำดับเรขาคณิต

an=a1r n−1,r=an+1ana_n = a_1 r^{\,n-1},\qquad r = \frac{a_{n+1}}{a_n}

∣r∣<1|r| < 1 ลู่เข้าสู่ 0 · r=1r = 1 คงที่ · r=−1r = -1 แกว่ง · ∣r∣>1|r| > 1 ลู่ออก

S6 Finite geometric series อนุกรมเรขาคณิต n พจน์

Sn=a1 1−rn1−r(r≠1)S_n = a_1\,\frac{1 - r^n}{1 - r}\quad (r \ne 1)

S7 Infinite geometric series อนุกรมเรขาคณิตอนันต์

∑n=1∞a1r n−1=a1+a1r+a1r2+⋯=a11−rเมื่อ ∣r∣<1\sum_{n=1}^{\infty} a_1 r^{\,n-1} = a_1 + a_1 r + a_1 r^2 + \cdots = \frac{a_1}{1 - r}\quad \text{เมื่อ } |r| < 1

∣r∣≥1|r| \ge 1 ลู่ออก · สูตรเดียวกันนี้คือ 11−x=∑xn\frac{1}{1 - x} = \sum x^n ที่เป็นแม่ของอนุกรมกำลังทั้งหมด

½¼⅛1/16พื้นที่รวม = 1 (สี่เหลี่ยมจัตุรัสหนึ่งหน่วย)00.250.50.751S1 = 0.5S2 = 0.75S3 = 0.875S4 = 0.9375S5 = 0.9688S6 = 0.9844ลิมิต = 1Sₙ = 1 − (½)ⁿ → 1 เมื่อ n → ∞a/(1 − r) = (½)/(1 − ½) = 1
บทพิสูจน์ด้วยภาพ: แบ่งครึ่งพื้นที่ไปเรื่อย ๆ ชิ้นทั้งหมดเติมเต็มสี่เหลี่ยมหนึ่งหน่วยพอดี ผลบวกย่อย Sn=1−(12)nS_n = 1 - (\tfrac12)^n เข้าใกล้ 1 แต่ไม่เคยเกิน
ตัวอย่าง S-3

ลำดับเรขาคณิตมี a2=6a_2 = 6 และ a5=162a_5 = 162 หา r, a1r,\ a_1 และ S6S_6

  1. a5a2=r3=1626=27⇒r=3\dfrac{a_5}{a_2} = r^3 = \dfrac{162}{6} = 27 \Rightarrow r = 3

  2. a1=a2/r=2a_1 = a_2/r = 2

  3. S6=2⋅1−361−3=2⋅−728−2=728S_6 = 2\cdot\dfrac{1 - 3^6}{1 - 3} = 2\cdot\dfrac{-728}{-2} = 728

r=3, a1=2, S6=728r = 3,\ a_1 = 2,\ S_6 = 728

ตัวอย่าง S-4 · อนุกรมเรขาคณิตอนันต์

(ก) แสดงว่า 0.999…=10.999\ldots = 1 (ข) เขียน 0.36‾0.\overline{36} เป็นเศษส่วน (ค) ปล่อยลูกบอลจากความสูง 10 m ทุกครั้งที่กระทบพื้นจะเด้งขึ้น 60% ของความสูงเดิม ลูกบอลเคลื่อนที่ได้ระยะทางรวมเท่าไร

  1. (ก) 0.999…=0.9+0.09+0.009+⋯0.999\ldots = 0.9 + 0.09 + 0.009 + \cdots มี a1=0.9, r=0.1a_1 = 0.9,\ r = 0.1 จึงได้ 0.91−0.1=1\dfrac{0.9}{1 - 0.1} = 1 ทั้งสองเป็นจำนวนเดียวกัน ไม่ใช่ “เกือบ 1”

  2. (ข) 0.3636…=0.36+0.0036+⋯=0.361−0.01=3699=4110.3636\ldots = 0.36 + 0.0036 + \cdots = \dfrac{0.36}{1 - 0.01} = \dfrac{36}{99} = \dfrac{4}{11}

  3. (ค) ขาลงครั้งแรก 10 m จากนั้นแต่ละการเด้งมีขาขึ้นและขาลงเท่ากัน: 6+3.6+2.16+⋯6 + 3.6 + 2.16 + \cdots เป็นอนุกรมเรขาคณิต a1=6, r=0.6a_1 = 6,\ r = 0.6

  4. ระยะรวม =10+2⋅61−0.6=10+2(15)=40 m= 10 + 2\cdot\dfrac{6}{1 - 0.6} = 10 + 2(15) = 40\ \text{m}

(ก) 11 (ข) 411\tfrac{4}{11} (ค) 40 m40\ \text{m}: เด้งนับครั้งไม่ถ้วนแต่ระยะทางมีขอบเขต

สัญลักษณ์ซิกมาและสูตรผลบวก (Sigma Notation) พื้นฐาน

สัญลักษณ์ ∑\sum (ซิกมา) ย่อการบวกยาว ๆ ให้สั้น ตัวแปร kk ใต้ซิกมาเป็นแค่ตัวนับ เปลี่ยนชื่อเป็น ii หรือ jj ก็ได้ค่าเดิม สูตรผลบวกกำลังของจำนวนนับด้านล่างใช้บ่อยมากในการหาอินทิกรัลจำกัดเขตด้วยผลบวกรีมันน์ และทุกสูตรพิสูจน์ได้ด้วยอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์

S8 Sigma properties สมบัติของซิกมา

∑k=1n(c ak±bk)=c∑k=1nak±∑k=1nbk,∑k=1nc=nc\sum_{k=1}^{n}(c\,a_k \pm b_k) = c\sum_{k=1}^{n}a_k \pm \sum_{k=1}^{n}b_k,\qquad \sum_{k=1}^{n} c = nc

ระวัง: ∑akbk≠(∑ak)(∑bk)\sum a_k b_k \ne \left(\sum a_k\right)\left(\sum b_k\right)

S9 Power sums สูตรผลบวกกำลังของจำนวนนับ

∑k=1nk=n(n+1)2,∑k=1nk2=n(n+1)(2n+1)6,∑k=1nk3=[n(n+1)2]2\sum_{k=1}^{n} k = \frac{n(n+1)}{2},\qquad \sum_{k=1}^{n} k^2 = \frac{n(n+1)(2n+1)}{6},\qquad \sum_{k=1}^{n} k^3 = \left[\frac{n(n+1)}{2}\right]^2

S10 Telescoping sum ผลบวกแบบหักล้าง

∑k=1n(bk−bk+1)=b1−bn+1\sum_{k=1}^{n}\left(b_k - b_{k+1}\right) = b_1 - b_{n+1}

เทคนิค: แยกเศษส่วนย่อยก่อน พจน์กลางจะหักล้างกันหมด

ตัวอย่าง S-5 · กล้องส่องทางไกล

หา ∑k=1n1k(k+1)\displaystyle\sum_{k=1}^{n}\frac{1}{k(k+1)} และ ∑k=1∞1k(k+1)\displaystyle\sum_{k=1}^{\infty}\frac{1}{k(k+1)}

  1. แยกเศษส่วนย่อย: 1k(k+1)=1k−1k+1\dfrac{1}{k(k+1)} = \dfrac{1}{k} - \dfrac{1}{k+1}

  2. Sn=(1−12)+(12−13)+⋯+(1n−1n+1)=1−1n+1=nn+1S_n = \left(1 - \tfrac12\right) + \left(\tfrac12 - \tfrac13\right) + \cdots + \left(\tfrac1n - \tfrac{1}{n+1}\right) = 1 - \dfrac{1}{n+1} = \dfrac{n}{n+1}

  3. lim⁡n→∞nn+1=1\lim_{n\to\infty} \dfrac{n}{n+1} = 1

Sn=nn+1S_n = \dfrac{n}{n+1} และอนุกรมอนันต์ =1= 1

ลิมิตของลำดับ: ลู่เข้าและลู่ออก (Convergence) กลาง

ลำดับลู่เข้า (converges) สู่ LL ถ้าพจน์เข้าใกล้ LL และอยู่ใกล้ตลอดไป นิยามแบบเป๊ะเหมือน ε–δ ในหน้าลิมิต แต่ใช้ N แทน δ เพราะ n เป็นจำนวนนับที่วิ่งไปอนันต์: ไม่ว่าจะให้แถบ ε แคบแค่ไหน ต้องหา N ที่ทำให้ทุกพจน์หลังจาก N อยู่ในแถบนั้นได้ ลองทำในแล็บด้านบนได้เลย

ข่าวดีคือ ถ้า an=f(n)a_n = f(n) และ lim⁡x→∞f(x)=L\lim_{x\to\infty} f(x) = L แล้ว lim⁡n→∞an=L\lim_{n\to\infty} a_n = L ด้วย เทคนิคทั้งหมดจากหน้าลิมิต (หารด้วยกำลังสูงสุด โลปิตาล ค่า e) จึงใช้กับลำดับได้ทันที (บทกลับไม่จริง เช่น sin⁡(πn)=0\sin(\pi n) = 0 ทุก n แต่ sin⁡(πx)\sin(\pi x) ไม่มีลิมิต)

S11 ε–N definition นิยามลิมิตของลำดับ

lim⁡n→∞an=L  ⟺  ∀ε>0 ∃N: n≥N⇒∣an−L∣<ε\lim_{n\to\infty} a_n = L \iff \forall\varepsilon > 0\ \exists N:\ n \ge N \Rightarrow |a_n - L| < \varepsilon

ลำดับที่ไม่ลู่เข้าเรียกว่าลู่ออก: โตไม่มีขอบเขต (→±∞\to \pm\infty) หรือแกว่งไม่นิ่ง เช่น (−1)n(-1)^n

S12 Standard sequence limits ลิมิตมาตรฐานที่ต้องจำ

rn→0 (∣r∣<1),nn→1,(1+xn)n→ex,ln⁡nn→0,npbn→0 (b>1),bnn!→0r^n \to 0\ (|r| < 1),\quad \sqrt[n]{n} \to 1,\quad \left(1 + \tfrac{x}{n}\right)^n \to e^x,\quad \frac{\ln n}{n} \to 0,\quad \frac{n^p}{b^n} \to 0\ (b > 1),\quad \frac{b^n}{n!} \to 0

ลำดับความเร็วการโต: ln⁡n≪np≪bn≪n!≪nn\ln n \ll n^p \ll b^n \ll n! \ll n^n

S13 Monotone convergence ทฤษฎีบทลำดับทางเดียว

an↗ และ an≤M  ⇒  {an} ลู่เข้าa_n \nearrow\ \text{และ}\ a_n \le M\ \ \Rightarrow\ \ \{a_n\}\ \text{ลู่เข้า}

เพิ่มขึ้นและมีขอบเขตบน (หรือลดลงและมีขอบเขตล่าง) ต้องลู่เข้า ใช้กับลำดับเวียนเกิดเสมอ

S14 Squeeze for sequences แซนด์วิช

bn≤an≤cn, bn,cn→L⇒an→Lb_n \le a_n \le c_n,\ b_n, c_n \to L \Rightarrow a_n \to L

เช่น ∣sin⁡nn∣≤1n→0\left|\frac{\sin n}{n}\right| \le \frac1n \to 0

ตัวอย่าง S-6 · ลิมิตของลำดับ

(ก) lim⁡3n2+12n2−n\lim \dfrac{3n^2 + 1}{2n^2 - n} (ข) lim⁡n2n\lim \dfrac{n}{2^n} (ค) lim⁡(1+2n)n\lim\left(1 + \dfrac{2}{n}\right)^n

  1. (ก) หารด้วย n2n^2: 3+1/n22−1/n→32\dfrac{3 + 1/n^2}{2 - 1/n} \to \dfrac{3}{2}

  2. (ข) รูป ∞/∞ ใช้โลปิตาลกับ f(x)=x/2xf(x) = x/2^x: lim⁡12xln⁡2=0\lim \dfrac{1}{2^x\ln 2} = 0 จึงได้ lim⁡n/2n=0\lim n/2^n = 0 (เลขชี้กำลังโตเร็วกว่าพหุนามเสมอ)

  3. (ค) จาก S12 ที่ x=2x = 2: (1+2n)n→e2≈7.389\left(1 + \tfrac{2}{n}\right)^n \to e^2 \approx 7.389

(ก) 32\tfrac32 (ข) 00 (ค) e2e^2

ตัวอย่าง S-7 · ลำดับเวียนเกิดกับทฤษฎีบทลำดับทางเดียว

a1=2, an+1=2+ana_1 = \sqrt2,\ a_{n+1} = \sqrt{2 + a_n} ลู่เข้าหรือไม่ ถ้าลู่เข้า ลิมิตเท่าไร

  1. พจน์แรก ๆ: 1.4142, 1.8478, 1.9616, 1.9904, 1.9976, … ดูเหมือนเพิ่มขึ้นเข้าหา 2

  2. มีขอบเขต an<2a_n < 2 ทุก n และเพิ่มขึ้น an+1>ana_{n+1} > a_n ทุก n: ทั้งสองข้อพิสูจน์ด้วยอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ (ถ้า ak<2a_k < 2 แล้ว ak+1=2+ak<4=2a_{k+1} = \sqrt{2 + a_k} < \sqrt4 = 2)

  3. เพิ่มขึ้นและมีขอบเขต จึงลู่เข้าตาม S13 ให้ลิมิตเป็น LL

  4. ใส่ลิมิตทั้งสองข้างของความสัมพันธ์: L=2+L⇒L2−L−2=0⇒(L−2)(L+1)=0L = \sqrt{2 + L} \Rightarrow L^2 - L - 2 = 0 \Rightarrow (L - 2)(L + 1) = 0 ตัด L=−1L = -1 เพราะทุกพจน์เป็นบวก

ลู่เข้าสู่ L=2L = 2 · ข้อควรระวัง: ต้องพิสูจน์ว่าลู่เข้าก่อน แล้วค่อยแก้ L=g(L)L = g(L) (ถ้าข้ามขั้นแรก อาจได้ “ลิมิต” ของลำดับที่ลู่ออก)

อนุกรมอนันต์ลู่เข้าเมื่อไร: การทดสอบการลู่เข้า (Convergence Tests) กลาง

อนุกรมส่วนใหญ่หาผลบวกจริงไม่ได้ แต่บอกได้ว่าลู่เข้าหรือลู่ออก ซึ่งในงานวิศวกรรมสำคัญกว่า เพราะถ้าลู่เข้า เราตัดอนุกรมที่จำนวนพจน์จำกัดแล้วประมาณค่าได้ ถ้าลู่ออก การคำนวณจะพังไม่ว่าจะบวกกี่พจน์ ด่านแรกของทุกอนุกรมคือ nth-term test

S15 nth-term (divergence) test ทดสอบพจน์ที่ n

lim⁡n→∞an≠0 (หรือไม่มีค่า) ⇒ ∑an ลู่ออก\lim_{n\to\infty} a_n \ne 0\ \text{(หรือไม่มีค่า)} \ \Rightarrow\ \sum a_n\ \text{ลู่ออก}

ถ้า an→0a_n \to 0 สรุปไม่ได้ ต้องใช้การทดสอบอื่นต่อ

S16 p-series อนุกรม p

∑n=1∞1np ลู่เข้า  ⟺  p>1\sum_{n=1}^{\infty} \frac{1}{n^p}\ \text{ลู่เข้า} \iff p > 1

p=1p = 1 คือฮาร์มอนิก ลู่ออก · ∑1/n2=π2/6\sum 1/n^2 = \pi^2/6

S17 Integral test ทดสอบด้วยปริพันธ์

an=f(n), f↘, f>0: ∑an∼∫1∞f(x) dxa_n = f(n),\ f \searrow,\ f > 0:\ \sum a_n \sim \int_1^{\infty} f(x)\,dx

อนุกรมกับอินทิกรัลไม่ตรงกัน ลู่เข้าหรือลู่ออกเหมือนกันเท่านั้น

S18 Comparison tests การเปรียบเทียบ

0≤an≤bn: ∑bn ลู่เข้า⇒∑an ลู่เข้า;lim⁡anbn=c>0⇒เหมือนกัน0 \le a_n \le b_n:\ \textstyle\sum b_n\ \text{ลู่เข้า} \Rightarrow \sum a_n\ \text{ลู่เข้า};\qquad \lim\frac{a_n}{b_n} = c > 0 \Rightarrow \text{เหมือนกัน}

เปรียบเทียบกับอนุกรม p หรือเรขาคณิตที่รู้คำตอบแล้ว

S19 Ratio test ทดสอบอัตราส่วน

ρ=lim⁡n→∞∣an+1an∣: ρ<1 ลู่เข้า, ρ>1 ลู่ออก, ρ=1 สรุปไม่ได้\rho = \lim_{n\to\infty}\left|\frac{a_{n+1}}{a_n}\right|:\ \rho < 1\ \text{ลู่เข้า},\ \rho > 1\ \text{ลู่ออก},\ \rho = 1\ \text{สรุปไม่ได้}

เหมาะกับ n!n! และ cnc^n

S20 Root test ทดสอบราก

ρ=lim⁡n→∞∣an∣n: เกณฑ์เดียวกับ ratio test\rho = \lim_{n\to\infty}\sqrt[n]{|a_n|}:\ \text{เกณฑ์เดียวกับ ratio test}

เหมาะกับพจน์รูป (⋯ )n(\cdots)^n

S21 Alternating series test อนุกรมสลับ (ไลบ์นิซ)

∑(−1)n+1bn, bn↘0⇒ลู่เข้า,∣S−SN∣≤bN+1\sum (-1)^{n+1} b_n,\ b_n \searrow 0 \Rightarrow \text{ลู่เข้า},\quad |S - S_N| \le b_{N+1}

ความคลาดเคลื่อนไม่เกินพจน์แรกที่ตัดทิ้ง

S22 Absolute vs conditional สัมบูรณ์กับมีเงื่อนไข

∑∣an∣ ลู่เข้า⇒∑an ลู่เข้า (absolutely)\textstyle\sum |a_n|\ \text{ลู่เข้า} \Rightarrow \sum a_n\ \text{ลู่เข้า (absolutely)}

ลู่เข้าแต่ ∑∣an∣\sum|a_n| ลู่ออก = มีเงื่อนไข (สลับลำดับพจน์แล้วผลบวกเปลี่ยนได้)

12345678Σ 1/n: แท่งอยู่เหนือเส้นโค้ง y = 1/xSₙ ≥ ∫₁ⁿ⁺¹ dx/x = ln(n+1) → ∞2345678Σ 1/n²: แท่ง (n ≥ 2) อยู่ใต้เส้นโค้ง y = 1/x²Sₙ ≤ 1 + ∫₁^∞ dx/x² = 2
ทำไมการทดสอบด้วยปริพันธ์ใช้ได้: ผลบวกคือพื้นที่แท่งกว้าง 1 หน่วย ซ้าย: แท่งของ ∑1/n\sum 1/n อยู่เหนือ y=1/xy = 1/x และพื้นที่ใต้กราฟโตแบบ ln ไม่มีขอบเขต ขวา: แท่งของ ∑1/n2\sum 1/n^2 (ตั้งแต่ n = 2) อยู่ใต้ y=1/x2y = 1/x^2 ซึ่งมีพื้นที่จำกัด

ผังเลือกการทดสอบ (เรียงตามลำดับที่ควรลอง)

① พจน์เข้าใกล้ 0 ไหมไม่ → ลู่ออกทันที (S15) · ใช่ → ไปต่อ
② รูปที่รู้คำตอบเรขาคณิต arnar^n (S7) · อนุกรม p 1/np1/n^p (S16) · กล้องส่องทางไกล (S10)
③ มี n!n! หรือ cnc^nใช้ ratio test (S19) · ทั้งก้อนยกกำลัง n ใช้ root test (S20)
④ เศษส่วนพหุนาม รากที่สองlimit comparison กับ 1/np1/n^p โดย p = ดีกรีส่วน − ดีกรีเศษ (S18)
⑤ เครื่องหมายสลับทดสอบ ∑∣an∣\sum|a_n| ก่อน ถ้าลู่ออกใช้อนุกรมสลับ (S21, S22)
⑥ f(n) อินทิเกรตได้ทดสอบด้วยปริพันธ์ (S17) เช่น 1/(nln⁡n)1/(n\ln n)

ตัวทดสอบด้านล่างมีตัวอย่าง 14 อนุกรมพร้อมเหตุผลแบบเต็ม และพิมพ์อนุกรมของตัวเองได้ เส้นสีฟ้าคือผลบวกย่อย SnS_n จุดสีส้มคือพจน์ ana_n สังเกตว่าอนุกรมที่ลู่ออกช้า ๆ อย่างฮาร์มอนิกและ ∑1/(nln⁡n)\sum 1/(n\ln n) ดูเหมือนนิ่งบนหน้าจอ นี่คือเหตุผลที่ต้องมีการทดสอบทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่แค่บวกด้วยคอมพิวเตอร์

ตัวอย่าง S-8 · เลือกการทดสอบให้ถูก

ทดสอบการลู่เข้า: (ก) ∑n2n\sum \dfrac{n}{2^n} (ข) ∑1n2+1\sum \dfrac{1}{n^2 + 1} (ค) ∑nn+1\sum \dfrac{n}{n + 1} (ง) ∑n!nn\sum \dfrac{n!}{n^n} (จ) ∑3n+5n3−2 (n≥2)\sum \dfrac{3n + 5}{n^3 - 2}\ (n \ge 2)

  1. (ก) มี 2n2^n ใช้ ratio test: an+1an=n+12n→12<1\dfrac{a_{n+1}}{a_n} = \dfrac{n + 1}{2n} \to \tfrac12 < 1 ลู่เข้า (ผลบวก = 2)

  2. (ข) 1n2+1<1n2\dfrac{1}{n^2 + 1} < \dfrac{1}{n^2} และ ∑1/n2\sum 1/n^2 ลู่เข้า จึงลู่เข้าโดยการเปรียบเทียบ

  3. (ค) nn+1→1≠0\dfrac{n}{n + 1} \to 1 \ne 0 ลู่ออกด้วย nth-term test ไม่ต้องทำอย่างอื่น

  4. (ง) ratio test: (n+1)!(n+1)n+1⋅nnn!=(nn+1)n=1(1+1/n)n→1e<1\dfrac{(n+1)!}{(n+1)^{n+1}}\cdot\dfrac{n^n}{n!} = \left(\dfrac{n}{n+1}\right)^n = \dfrac{1}{(1 + 1/n)^n} \to \dfrac1e < 1 ลู่เข้า

  5. (จ) ดีกรีส่วน − ดีกรีเศษ = 3 − 1 = 2 เทียบกับ 1/n21/n^2: lim⁡(3n+5)/(n3−2)1/n2=lim⁡3n3+5n2n3−2=3>0\lim \dfrac{(3n + 5)/(n^3 - 2)}{1/n^2} = \lim\dfrac{3n^3 + 5n^2}{n^3 - 2} = 3 > 0 และ ∑1/n2\sum 1/n^2 ลู่เข้า จึงลู่เข้า

(ก) ลู่เข้า (ข) ลู่เข้า (ค) ลู่ออก (ง) ลู่เข้า (จ) ลู่เข้า

ตัวอย่าง S-9 · อนุกรมสลับและขอบเขตความคลาดเคลื่อน

อนุกรม 1−12+13−14+⋯1 - \tfrac12 + \tfrac13 - \tfrac14 + \cdots ลู่เข้าแบบใด ถ้าบวก 10 พจน์ ความคลาดเคลื่อนไม่เกินเท่าไร

  1. bn=1/nb_n = 1/n ลดลงและเข้าใกล้ 0 จึงลู่เข้า (S21)

  2. ∑∣an∣=∑1/n\sum |a_n| = \sum 1/n ลู่ออก จึงลู่เข้าแบบมีเงื่อนไข (S22)

  3. ผลบวกจริงคือ ln⁡2≈0.693147\ln 2 \approx 0.693147 (จากอนุกรมของ ln⁡(1+x)\ln(1 + x) ที่ x=1x = 1) และ S10≈0.645635S_{10} \approx 0.645635

  4. ขอบเขต: ∣S−S10∣≤b11=111≈0.0909|S - S_{10}| \le b_{11} = \tfrac{1}{11} \approx 0.0909 ค่าจริงคลาด 0.04750.0475 อยู่ในขอบเขต ✓

ลู่เข้าแบบมีเงื่อนไข ความคลาดเคลื่อนหลัง 10 พจน์ไม่เกิน 1/111/11 (ลู่เข้าช้ามาก: ต้องใช้ราวครึ่งล้านพจน์จึงได้ทศนิยม 6 ตำแหน่ง)

อนุกรมกำลังและรัศมีการลู่เข้า (Power Series) กลาง

อนุกรมกำลังคือ “พหุนามที่ยาวไม่สิ้นสุด” ∑cn(x−a)n\sum c_n (x - a)^n มันลู่เข้าเสมอในช่วงที่สมมาตรรอบ aa ความกว้างครึ่งหนึ่งของช่วงนี้คือรัศมีการลู่เข้า (radius of convergence) RR หาได้ด้วย ratio test ส่วนที่ปลายช่วง x=a±Rx = a \pm R ต้องทดสอบแยกเสมอ ภายในช่วงเราหาอนุพันธ์และอินทิเกรตทีละพจน์ได้ จึงสร้างอนุกรมใหม่จากอนุกรมเรขาคณิตได้มากมาย

S23 Power series อนุกรมกำลัง

∑n=0∞cn(x−a)n=c0+c1(x−a)+c2(x−a)2+⋯\sum_{n=0}^{\infty} c_n (x - a)^n = c_0 + c_1(x - a) + c_2(x - a)^2 + \cdots

S24 Radius of convergence รัศมีการลู่เข้า

R=lim⁡n→∞∣cncn+1∣,∣x−a∣<R ลู่เข้า, ∣x−a∣>R ลู่ออกR = \lim_{n\to\infty}\left|\frac{c_n}{c_{n+1}}\right|,\qquad |x - a| < R\ \text{ลู่เข้า},\ |x - a| > R\ \text{ลู่ออก}

R=∞R = \infty: ลู่เข้าทุก x · ปลายช่วงทดสอบแยก

S25 Term-by-term calculus หาอนุพันธ์และอินทิเกรตทีละพจน์

ddx∑cnxn=∑ncnxn−1,∫∑cnxn dx=C+∑cnn+1xn+1(R เท่าเดิม)\frac{d}{dx}\sum c_n x^n = \sum n c_n x^{n-1},\qquad \int \sum c_n x^n\,dx = C + \sum \frac{c_n}{n+1}x^{n+1}\quad (R\ \text{เท่าเดิม})
ตัวอย่าง S-10 · ช่วงลู่เข้าและอนุกรมใหม่จากเรขาคณิต

(ก) หาช่วงลู่เข้าของ ∑n=1∞xnn\sum_{n=1}^{\infty} \dfrac{x^n}{n} (ข) หาอนุกรมของ ln⁡(1+x)\ln(1 + x) และ arctan⁡x\arctan x

  1. (ก) R=lim⁡1/n1/(n+1)=1R = \lim \dfrac{1/n}{1/(n+1)} = 1 ลู่เข้าเมื่อ ∣x∣<1|x| < 1

  2. ปลายช่วง: x=1x = 1 ได้ ∑1/n\sum 1/n ลู่ออก · x=−1x = -1 ได้ ∑(−1)n/n\sum (-1)^n/n ลู่เข้า (อนุกรมสลับ) ช่วงลู่เข้าคือ [−1,1)[-1, 1)

  3. (ข) เริ่มจาก 11+t=1−t+t2−⋯\dfrac{1}{1 + t} = 1 - t + t^2 - \cdots (เรขาคณิต r=−tr = -t) อินทิเกรตจาก 0 ถึง x: ln⁡(1+x)=x−x22+x33−⋯\ln(1 + x) = x - \dfrac{x^2}{2} + \dfrac{x^3}{3} - \cdots

  4. แทน tt ด้วย t2t^2: 11+t2=1−t2+t4−⋯\dfrac{1}{1 + t^2} = 1 - t^2 + t^4 - \cdots อินทิเกรต: arctan⁡x=x−x33+x55−⋯\arctan x = x - \dfrac{x^3}{3} + \dfrac{x^5}{5} - \cdots ที่ x=1x = 1 ได้สูตรของไลบ์นิซ π4=1−13+15−⋯\tfrac{\pi}{4} = 1 - \tfrac13 + \tfrac15 - \cdots

(ก) [−1,1)[-1, 1) และอนุกรมนี้คือ −ln⁡(1−x)-\ln(1 - x) (ข) ทั้งสองมี R=1R = 1

อนุกรมเทย์เลอร์และแมคลอริน (Taylor & Maclaurin Series) กลาง

ถ้าอยากได้พหุนามที่ “เหมือน” f(x)f(x) ที่สุดรอบจุด aa ให้บังคับค่าฟังก์ชันและอนุพันธ์ทุกอันดับที่ aa ให้ตรงกัน ผลคือสัมประสิทธิ์ ck=f(k)(a)/k!c_k = f^{(k)}(a)/k! อนุกรมที่ได้เรียกว่าอนุกรมเทย์เลอร์ และเมื่อ a=0a = 0 เรียกว่าอนุกรมแมคลอริน พหุนามที่ตัดไว้ nn พจน์ Pn(x)P_n(x) คือสิ่งที่วิศวกรใช้จริง พร้อมเศษเหลือ (remainder) ที่บอกว่าคลาดเคลื่อนไม่เกินเท่าไร ต้องใช้อนุพันธ์จากบทที่ 4 (ย้อนมาอ่านส่วนนี้หลังเรียนอนุพันธ์ได้)

S26 Taylor series อนุกรมเทย์เลอร์

f(x)=∑k=0∞f(k)(a)k!(x−a)k=f(a)+f′(a)(x−a)+f′′(a)2!(x−a)2+⋯f(x) = \sum_{k=0}^{\infty} \frac{f^{(k)}(a)}{k!}(x - a)^k = f(a) + f'(a)(x - a) + \frac{f''(a)}{2!}(x - a)^2 + \cdots

a=0a = 0: อนุกรมแมคลอริน · P1(x)=f(a)+f′(a)(x−a)P_1(x) = f(a) + f'(a)(x - a) คือเส้นสัมผัส (linearization)

S27 Maclaurin series table ตารางอนุกรมแมคลอรินที่ใช้บ่อย

ex=1+x+x22!+x33!+⋯(R=∞)sin⁡x=x−x33!+x55!−⋯(R=∞)cos⁡x=1−x22!+x44!−⋯(R=∞)ln⁡(1+x)=x−x22+x33−⋯(−1<x≤1)(1+x)α=1+αx+α(α−1)2!x2+⋯(∣x∣<1)11−x=1+x+x2+x3+⋯(∣x∣<1)\begin{aligned} e^x &= 1 + x + \tfrac{x^2}{2!} + \tfrac{x^3}{3!} + \cdots & (R = \infty) \\ \sin x &= x - \tfrac{x^3}{3!} + \tfrac{x^5}{5!} - \cdots & (R = \infty) \\ \cos x &= 1 - \tfrac{x^2}{2!} + \tfrac{x^4}{4!} - \cdots & (R = \infty) \\ \ln(1 + x) &= x - \tfrac{x^2}{2} + \tfrac{x^3}{3} - \cdots & (-1 < x \le 1) \\ (1 + x)^{\alpha} &= 1 + \alpha x + \tfrac{\alpha(\alpha - 1)}{2!}x^2 + \cdots & (|x| < 1) \\ \tfrac{1}{1 - x} &= 1 + x + x^2 + x^3 + \cdots & (|x| < 1) \end{aligned}

S28 Lagrange remainder เศษเหลือแบบลากรองจ์

Rn(x)=f(x)−Pn(x)=f(n+1)(c)(n+1)!(x−a)n+1,∣Rn(x)∣≤M ∣x−a∣n+1(n+1)!R_n(x) = f(x) - P_n(x) = \frac{f^{(n+1)}(c)}{(n+1)!}(x - a)^{n+1},\quad |R_n(x)| \le \frac{M\,|x - a|^{n+1}}{(n+1)!}

cc อยู่ระหว่าง aa กับ xx · M=max⁡∣f(n+1)∣M = \max|f^{(n+1)}| บนช่วงนั้น

sin x (เส้นดำ) กับ P₁ = x (ม่วง), P₃ (ส้ม), P₅ (เหลือง), P₇ (เขียว)ยิ่งดีกรีสูง ยิ่งแนบ sin x ได้ไกลจาก 0 · ใกล้ x = 0 แค่ P₁ = x ก็พอ (การประมาณมุมเล็ก)
พหุนามแมคลอรินของ sin⁡x\sin x: P1=xP_1 = x ใช้ได้เฉพาะใกล้ 0 ยิ่งเพิ่มดีกรี ช่วงที่แนบสนิทยิ่งกว้าง เพราะ R=∞R = \infty

แล็บด้านล่างคำนวณสัมประสิทธิ์เทย์เลอร์แบบแม่นตรงด้วยการหาอนุพันธ์อัตโนมัติ พิมพ์ฟังก์ชันอะไรก็ได้ เลือกจุดกระจาย a และดีกรี n แล้วดูทั้งความคลาดเคลื่อนจริงและขอบเขตลากรองจ์ ลอง ln⁡(1+x)\ln(1 + x) ที่ x=1.5x = 1.5: อยู่นอกรัศมี R = 1 เพิ่มดีกรีเท่าไรก็ไม่เข้าใกล้ ส่วน 1/(1+x2)1/(1 + x^2) ซึ่งเรียบทุกจุดบนเส้นจำนวนจริงก็มี R = 1 เพราะมีโพลที่ x=±jx = \pm j บนระนาบเชิงซ้อน (ดูจำนวนเชิงซ้อนและฟังก์ชันวิเคราะห์)

ตัวอย่าง S-11 · ประมาณค่าพร้อมขอบเขตความคลาดเคลื่อน

(ก) ประมาณ e0.1e^{0.1} ด้วย P3P_3 และหาขอบเขตความคลาดเคลื่อน (ข) ประมาณ 1.02\sqrt{1.02} และ ln⁡1.05\ln 1.05

  1. (ก) P3(0.1)=1+0.1+0.012+0.0016=1.1051667P_3(0.1) = 1 + 0.1 + \dfrac{0.01}{2} + \dfrac{0.001}{6} = 1.1051667

  2. ขอบเขต: f(4)(c)=ec≤e0.1<1.11f^{(4)}(c) = e^c \le e^{0.1} < 1.11 จึงได้ ∣R3∣≤1.11 (0.1)44!≈4.6×10−6|R_3| \le \dfrac{1.11\,(0.1)^4}{4!} \approx 4.6\times10^{-6}

  3. ค่าจริง e0.1=1.1051709e^{0.1} = 1.1051709 คลาด 4.25×10−64.25\times10^{-6} อยู่ในขอบเขต ✓ (ทศนิยมถูก 5 ตำแหน่งด้วยการบวก 4 พจน์)

  4. (ข) 1+x≈1+x2−x28\sqrt{1 + x} \approx 1 + \tfrac{x}{2} - \tfrac{x^2}{8}: 1.02≈1+0.01−0.00005=1.00995\sqrt{1.02} \approx 1 + 0.01 - 0.00005 = 1.00995 (จริง 1.0099505)

  5. ln⁡(1+x)≈x−x22+x33\ln(1 + x) \approx x - \tfrac{x^2}{2} + \tfrac{x^3}{3}: ln⁡1.05≈0.05−0.00125+0.0000417=0.0487917\ln 1.05 \approx 0.05 - 0.00125 + 0.0000417 = 0.0487917 (จริง 0.0487902)

e0.1≈1.1051667e^{0.1} \approx 1.1051667 คลาดไม่เกิน 4.6×10−64.6\times10^{-6} · 1.02≈1.00995\sqrt{1.02} \approx 1.00995 · ln⁡1.05≈0.04879\ln 1.05 \approx 0.04879

การประยุกต์: แคลคูลัสและคณิตศาสตร์วิศวกรรม กลาง

ลำดับและอนุกรมไม่ได้อยู่แค่ในข้อสอบ วงจร สัญญาณ ระบบควบคุม และเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมใช้สามแนวคิดนี้ตลอด: ลำดับเวียนเกิดที่ลู่เข้าสู่จุดตรึง อนุกรมเรขาคณิต และการประมาณด้วยเทย์เลอร์

งานวิศวกรรมลำดับ / อนุกรมที่อยู่เบื้องหลัง
วงจรบันไดตัวต้านทาน สายส่งลำดับเวียนเกิด Rn+1=R+(R∥Rn)R_{n+1} = R + (R \parallel R_n) ลู่เข้าสู่จุดตรึง
ตัวกรองดิจิทัล EMA ใน PLC และไมโครคอนโทรลเลอร์y[n]=αy[n−1]+(1−α)x[n]y[n] = \alpha y[n-1] + (1 - \alpha)x[n] ผลตอบสนองคืออนุกรมเรขาคณิต เสถียร ⇔ ∣α∣<1|\alpha| < 1
มูลค่าปัจจุบันของโครงการ เช่นโซลาร์รูฟท็อปอนุกรมเรขาคณิตของเงินที่ประหยัดได้แต่ละปีหักลดด้วยอัตราคิดลด
มุมเล็ก ลูกตุ้ม แบบจำลองสัญญาณเล็กของไดโอดเทย์เลอร์อันดับหนึ่ง sin⁡θ≈θ\sin\theta \approx \theta, ex≈1+xe^{x} \approx 1 + x (linearization)
ความไวของกำลังไฟฟ้าต่อแรงดัน(1+x)n≈1+nx(1 + x)^n \approx 1 + nx: แรงดันเพิ่ม 3% กำลัง V2/RV^2/R เพิ่มราว 6%
รูปคลื่นสี่เหลี่ยม ฮาร์มอนิก THDอนุกรมฟูริเยร์: อนุกรมของฟังก์ชัน sin และ cos
หารากของสมการในวงจรไม่เชิงเส้นวิธีนิวตัน-ราฟสัน xn+1=xn−f(xn)/f′(xn)x_{n+1} = x_n - f(x_n)/f'(x_n) คือลำดับเวียนเกิด
อินทิกรัลจำกัดเขต การหาพื้นที่ด้วยคอมพิวเตอร์ผลบวกรีมันน์ ∑f(xk)Δx\sum f(x_k)\Delta x และสูตร ∑k2\sum k^2
ReqRRRRRRRR… ไม่สิ้นสุดRₙ₊₁ = R + (R ∥ Rₙ) · R₁ = 2R → 1.667R → 1.625R → 1.619R → … → φR ≈ 1.618Rถ้าตัดส่วนแรกออก ที่เหลือยังเป็นบันไดอนันต์เหมือนเดิม: x = R + Rx/(R + x)
วงจรบันไดตัวต้านทาน: ความต้านทานรวมของบันได n ขั้นเป็นลำดับเวียนเกิดที่ลู่เข้าสู่อัตราส่วนทองคำ φR\varphi R ใช้เป็นแบบจำลองสายส่งและสายเคเบิลยาว
ตัวอย่าง S-12 · วงจรบันไดตัวต้านทาน

บันไดแต่ละขั้นมีตัวต้านทานอนุกรม R=10 ΩR = 10\ \Omega และตัวต้านทานขนานลงกราวด์ R=10 ΩR = 10\ \Omega หาความต้านทานรวมของบันไดอนันต์ และบันได 5 ขั้นคลาดจากค่าอนันต์กี่เปอร์เซ็นต์

  1. ขั้นสุดท้ายขั้นเดียว: R1=R+R=2RR_1 = R + R = 2R · เพิ่มอีกขั้นด้านหน้า: Rn+1=R+R RnR+RnR_{n+1} = R + \dfrac{R\,R_n}{R + R_n} (ตัวต้านทานอนุกรมบวกกับตัวขนานที่ขนานกับบันไดที่เหลือ)

  2. ในหน่วย R: 2→53→138→3421→8955→⋯2 \to \tfrac53 \to \tfrac{13}{8} \to \tfrac{34}{21} \to \tfrac{89}{55} \to \cdots ลดลงและมีขอบเขตล่าง จึงลู่เข้า (เศษและส่วนคือเลขฟีโบนัชชี ดูบทพิสูจน์ด้วยอุปนัย)

  3. จุดตรึง: x=R+RxR+x⇒x2−Rx−R2=0⇒x=1+52R≈1.618Rx = R + \dfrac{Rx}{R + x} \Rightarrow x^2 - Rx - R^2 = 0 \Rightarrow x = \dfrac{1 + \sqrt5}{2}R \approx 1.618R

  4. R∞=16.180 ΩR_\infty = 16.180\ \Omega และ R5=8955(10)=16.182 ΩR_5 = \tfrac{89}{55}(10) = 16.182\ \Omega คลาด 16.1818−16.180316.1803≈0.009%\dfrac{16.1818 - 16.1803}{16.1803} \approx 0.009\%

Req=1+52(10)≈16.18 ΩR_{eq} = \tfrac{1 + \sqrt5}{2}(10) \approx 16.18\ \Omega · บันไดแค่ 5 ขั้นก็คลาดไม่ถึง 0.01% (ลู่เข้าแบบเรขาคณิต)

ตัวอย่าง S-13 · ตัวกรองดิจิทัล (EMA) ของสัญญาณเซนเซอร์

ตัวกรอง y[n]=0.8 y[n−1]+0.2 x[n]y[n] = 0.8\,y[n-1] + 0.2\,x[n] เริ่มจาก y[−1]=0y[-1] = 0 ป้อนขั้นบันได x[n]=1x[n] = 1 หา y[n]y[n] ค่าสุดท้าย และต้องใช้กี่ตัวอย่างจึงถึง 95%

  1. คลี่ความสัมพันธ์: y[n]=0.2(1+0.8+0.82+⋯+0.8n)y[n] = 0.2\left(1 + 0.8 + 0.8^2 + \cdots + 0.8^n\right) เป็นอนุกรมเรขาคณิต n+1n + 1 พจน์

  2. y[n]=0.2⋅1−0.8n+11−0.8=1−0.8n+1y[n] = 0.2\cdot\dfrac{1 - 0.8^{n+1}}{1 - 0.8} = 1 - 0.8^{n+1} ค่าสุดท้าย y[∞]=1y[\infty] = 1 (อัตราขยาย DC = 1)

  3. ถึง 95%: 0.8n+1≤0.05⇒n+1≥ln⁡0.05ln⁡0.8=13.40.8^{n+1} \le 0.05 \Rightarrow n + 1 \ge \dfrac{\ln 0.05}{\ln 0.8} = 13.4 จึงต้อง n+1=14n + 1 = 14 ตัวอย่าง (y[13]=0.956y[13] = 0.956)

  4. เสถียรภาพ: ถ้าสัมประสิทธิ์ ∣α∣≥1|\alpha| \ge 1 อนุกรมลู่ออก ตัวกรองจะแกว่งหรือโตไม่หยุด เป็นเงื่อนไขเดียวกับโพลอยู่ในวงกลมหนึ่งหน่วยของการแปลง z

y[n]=1−0.8n+1→1y[n] = 1 - 0.8^{n+1} \to 1 · ถึง 95% ที่ตัวอย่างที่ 14 · ใช้ในการปรับสภาพสัญญาณและ ADC

ตัวอย่าง S-14 · เศรษฐศาสตร์วิศวกรรมและการประมาณเชิงเส้น

(ก) โซลาร์รูฟท็อปประหยัดค่าไฟปีละ 12,000 บาท นาน 20 ปี อัตราคิดลด 5% ต่อปี มูลค่าปัจจุบันรวมเท่าไร (ข) แรงดันจ่ายตัวต้านทานเพิ่มขึ้น 3% กำลังเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์

  1. (ก) เงินปีที่ k มีมูลค่าปัจจุบัน 120001.05k\dfrac{12000}{1.05^k} รวม k=1k = 1 ถึง 20 เป็นอนุกรมเรขาคณิต a1=120001.05, r=11.05a_1 = \tfrac{12000}{1.05},\ r = \tfrac{1}{1.05}

  2. PV=12000⋅1−1.05−200.05=12000×12.4622≈149,547PV = 12000\cdot\dfrac{1 - 1.05^{-20}}{0.05} = 12000 \times 12.4622 \approx 149{,}547 บาท (เทียบกับเงินสด 240,000 บาทที่ไม่คิดลด)

  3. (ข) P=V2/RP = V^2/R เมื่อ V→1.03VV \to 1.03V: P→(1.03)2PP \to (1.03)^2 P ใช้ (1+x)2≈1+2x(1 + x)^2 \approx 1 + 2x ได้ +6%+6\% (ค่าจริง 1.06091.0609 คือ +6.09%+6.09\%)

(ก) ≈ 149,547 บาท (ดูการคิดคุ้มทุนในเศรษฐศาสตร์ระบบโซลาร์) (ข) ≈ 6% · กฎหัวแม่มือ: ความคลาดเคลื่อนสัมพัทธ์คูณด้วยเลขชี้กำลัง

ตัวอย่าง S-15 · จากผลบวกสู่อินทิกรัล

ใช้ผลบวกรีมันน์ด้านขวา nn ช่วงประมาณ ∫01x2 dx\displaystyle\int_0^1 x^2\,dx หาค่าเมื่อ n=10n = 10 และลิมิตเมื่อ n→∞n \to \infty

  1. Δx=1n, xk=kn\Delta x = \tfrac1n,\ x_k = \tfrac{k}{n}: Sn=∑k=1n(kn)21n=1n3∑k=1nk2S_n = \displaystyle\sum_{k=1}^{n}\left(\frac{k}{n}\right)^2\frac1n = \frac{1}{n^3}\sum_{k=1}^{n}k^2

  2. ใช้ S9: Sn=1n3⋅n(n+1)(2n+1)6=(n+1)(2n+1)6n2S_n = \dfrac{1}{n^3}\cdot\dfrac{n(n+1)(2n+1)}{6} = \dfrac{(n+1)(2n+1)}{6n^2}

  3. n=10n = 10: S10=11⋅21600=0.385S_{10} = \dfrac{11\cdot 21}{600} = 0.385 · lim⁡n→∞Sn=26=13\lim_{n\to\infty} S_n = \dfrac{2}{6} = \dfrac13

S10=0.385S_{10} = 0.385 และอินทิกรัล =13= \tfrac13: นิยามของอินทิกรัลจำกัดเขตคือลิมิตของอนุกรม

หน้าถัดไป: อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ พิสูจน์สูตร S9 ขอบเขตของลำดับใน S-7 และสูตรฟีโบนัชชีของวงจรบันไดใน S-12 อย่างเป็นระบบ · เรียนลึกต่อ: ลำดับและอนุกรมครบชุด (บทที่ 26)

คำถามที่พบบ่อย

ลำดับกับอนุกรมต่างกันอย่างไร?

ลำดับ (sequence) คือรายการตัวเลขเรียงกัน a1,a2,a3,…a_1, a_2, a_3, \dots ส่วนอนุกรม (series) คือผลบวกของพจน์ในลำดับ a1+a2+a3+⋯a_1 + a_2 + a_3 + \cdots เช่น ลำดับ 1, 1/2, 1/4, … ลู่เข้าสู่ 0 แต่อนุกรม 1 + 1/2 + 1/4 + ⋯ ลู่เข้าสู่ 2 อนุกรมอนันต์คือลิมิตของลำดับผลบวกย่อย SnS_n

อนุกรมเรขาคณิตอนันต์ลู่เข้าเมื่อไร และผลบวกเท่าไร?

อนุกรม a+ar+ar2+⋯a + ar + ar^2 + \cdots ลู่เข้าก็ต่อเมื่อ ∣r∣<1|r| < 1 และผลบวกคือ a1−r\dfrac{a}{1 - r} ถ้า ∣r∣≥1|r| \ge 1 จะลู่ออก เช่น 0.999… = 0.9/(1 − 0.1) = 1

ถ้า lim aₙ = 0 แล้วอนุกรม Σaₙ ลู่เข้าเสมอไหม?

ไม่เสมอ เงื่อนไข an→0a_n \to 0 จำเป็นแต่ไม่พอ ตัวอย่างคืออนุกรมฮาร์มอนิก ∑1/n\sum 1/n ซึ่งพจน์เข้าใกล้ 0 แต่ผลบวกโตแบบ ln⁡n\ln n ไม่มีขอบเขต ในทางกลับกัน ถ้า ana_n ไม่เข้าใกล้ 0 อนุกรมลู่ออกแน่นอน (nth-term test)

ควรเลือกใช้ ratio test หรือการทดสอบแบบไหนก่อน?

เริ่มจาก nth-term test (พจน์ไม่เข้าใกล้ 0 = ลู่ออก) แล้วดูรูป: อนุกรมเรขาคณิตหรืออนุกรม p ตอบได้ทันที มีแฟกทอเรียลหรือ cnc^n ใช้ ratio test ยกกำลัง n ทั้งก้อนใช้ root test เป็นเศษส่วนของพหุนามใช้ limit comparison กับ 1/np1/n^p เครื่องหมายสลับใช้ alternating series test ถ้า ratio test ได้ 1 แปลว่าสรุปไม่ได้ต้องใช้วิธีอื่น

วิศวกรใช้อนุกรมเทย์เลอร์ทำอะไร?

ใช้ประมาณฟังก์ชันซับซ้อนด้วยพหุนาม เช่น sin⁡θ≈θ\sin\theta \approx \theta เมื่อมุมเล็ก ex≈1+xe^x \approx 1 + x (1+x)n≈1+nx(1 + x)^n \approx 1 + nx การทำให้เป็นเชิงเส้นรอบจุดทำงาน (linearization) ในแบบจำลองสัญญาณเล็กของไดโอดและทรานซิสเตอร์ การควบคุมระบบไม่เชิงเส้น และการคำนวณ sin, eˣ ในไมโครคอนโทรลเลอร์

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์