พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. ฟังก์ชัน

// บทที่ 1 · คณิตศาสตร์วิศวกรรม · Functions

ฟังก์ชัน (Functions): โดเมน เรนจ์ กราฟ และการแปลง

แคลคูลัสทั้งหมดคือการถามคำถามเกี่ยวกับฟังก์ชัน: เข้าใกล้ค่าอะไร (ลิมิต) เปลี่ยนเร็วแค่ไหน (อนุพันธ์) สะสมได้เท่าไร (อินทิกรัล) ถ้าอ่านฟังก์ชันและกราฟได้คล่อง ทุกบทหลังจากนี้จะง่ายขึ้นมาก หน้านี้ปูพื้นตั้งแต่นิยาม โดเมน เรนจ์ กราฟพื้นฐาน การแปลงกราฟ ฟังก์ชันประกอบ ฟังก์ชันผกผัน ไปจนถึงฟังก์ชันที่วิศวกรไฟฟ้าใช้จริง พร้อมแล็บให้ลากเลื่อนกราฟเอง

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • ฟังก์ชัน = กฎที่ให้ y หนึ่งค่าต่อ x หนึ่งค่า (ทดสอบเส้นแนวตั้ง)
  • โดเมน: ตัดค่าที่ทำให้ตัวส่วนเป็นศูนย์ รากที่สองติดลบ ลอการิทึมไม่เป็นบวก
  • af(b(x−h))+kaf(b(x - h)) + k: h เลื่อนขวา k เลื่อนขึ้น a ยืดแนวตั้ง b บีบแนวนอน เครื่องหมายลบ = สะท้อน
  • f−1f^{-1} มีได้เมื่อ f เป็นหนึ่งต่อหนึ่ง (ทดสอบเส้นแนวนอน) กราฟคือภาพสะท้อนข้าม y = x
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปี 1กลาง ป.ตรี วิศวกรรม

ฟังก์ชันคืออะไร พื้นฐาน

ฟังก์ชันคือ “เครื่องจักร” ที่รับค่าเข้า xx แล้วให้ค่าออก y=f(x)y = f(x) เพียงค่าเดียวเสมอ ในวงจรไฟฟ้า แรงดันขาออกของวงจรแบ่งแรงดันเป็นฟังก์ชันของแรงดันขาเข้า กระแสในตัวเก็บประจุเป็นฟังก์ชันของเวลา และอัตราขยายของแอมป์เป็นฟังก์ชันของความถี่

F1 Function ฟังก์ชัน

f:A→B,x↦y=f(x) ค่าเดียวf: A \to B,\qquad x \mapsto y = f(x) \text{ ค่าเดียว}

AA = โดเมน (ค่าที่ใส่ได้) · เซตของ f(x)f(x) ทั้งหมด = เรนจ์ (ค่าที่ออกมาได้)

F2 Vertical line test ทดสอบเส้นแนวตั้ง

ทุกเส้น x=c ตัดกราฟไม่เกิน 1 จุด  ⟺  กราฟเป็นฟังก์ชัน\text{ทุกเส้น } x = c \text{ ตัดกราฟไม่เกิน 1 จุด} \iff \text{กราฟเป็นฟังก์ชัน}
ตัวอย่าง F-1 · แทนค่าฟังก์ชัน

ให้ f(x)=x2−3xf(x) = x^2 - 3x หา f(2)f(2), f(−1)f(-1) และ f(a+h)f(a + h)

  1. f(2)=4−6=−2,f(−1)=1+3=4f(2) = 4 - 6 = -2,\qquad f(-1) = 1 + 3 = 4
  2. แทน xx ด้วย (a+h)(a + h) ทั้งก้อน

    f(a+h)=(a+h)2−3(a+h)=a2+2ah+h2−3a−3hf(a + h) = (a+h)^2 - 3(a+h) = a^2 + 2ah + h^2 - 3a - 3h

f(a+h)−f(a)=2ah+h2−3hf(a+h) - f(a) = 2ah + h^2 - 3h และ f(a+h)−f(a)h=2a+h−3\dfrac{f(a+h) - f(a)}{h} = 2a + h - 3 ซึ่งคือ “ผลหารผลต่าง” ที่จะกลายเป็นอนุพันธ์ 2a−32a - 3 เมื่อ h→0h \to 0 ในบทอนุพันธ์

โดเมนและเรนจ์ พื้นฐาน

F3 Natural domain สามกฎหาโดเมน

p(x)q(x): q(x)≠0g(x): g(x)≥0ln⁡g(x): g(x)>0\frac{p(x)}{q(x)}:\ q(x) \ne 0 \qquad \sqrt{g(x)}:\ g(x) \ge 0 \qquad \ln g(x):\ g(x) > 0

โดเมนตามธรรมชาติคือจำนวนจริงทุกตัวที่ไม่ละเมิดสามข้อนี้ · ในงานวิศวกรรมยังมีโดเมนทางกายภาพ เช่น t≥0t \ge 0, R>0R > 0

ตัวอย่าง F-2 · หาโดเมนและเรนจ์

(ก) f(x)=4−x2f(x) = \sqrt{4 - x^2} (ข) g(x)=1x2−1g(x) = \dfrac{1}{x^2 - 1} (ค) h(x)=ln⁡(x−2)h(x) = \ln(x - 2)

  1. (ก) 4−x2≥0⇒−2≤x≤24 - x^2 \ge 0 \Rightarrow -2 \le x \le 2 · ค่าในรากอยู่ระหว่าง 0 ถึง 4 จึงได้เรนจ์ [0,2][0, 2] (กราฟคือครึ่งวงกลมบน)

  2. (ข) x2−1≠0⇒x≠±1x^2 - 1 \ne 0 \Rightarrow x \ne \pm 1 · เรนจ์ (−∞,−1]∪(0,∞)(-\infty, -1] \cup (0, \infty) (ค่าสูงสุดของช่วงกลางคือ −1-1 ที่ x=0x = 0)

  3. (ค) x−2>0⇒x>2x - 2 > 0 \Rightarrow x > 2 · ลอการิทึมให้ค่าได้ทุกจำนวนจริง เรนจ์ R\mathbb{R}

(ก) D=[−2,2], R=[0,2]D = [-2, 2],\ R = [0, 2] · (ข) D=R∖{±1}D = \mathbb R \setminus \{\pm1\} · (ค) D=(2,∞), R=RD = (2, \infty),\ R = \mathbb R

กราฟของฟังก์ชันพื้นฐานที่ต้องจำหน้าตาได้ พื้นฐาน

ฟังก์ชันที่ซับซ้อนเกือบทุกตัวสร้างจาก 12 แบบนี้ด้วยการบวก คูณ ประกอบ และแปลงกราฟ จำรูปร่าง จุดตัดแกน โดเมน และพฤติกรรมเมื่อ x ใหญ่มากของแต่ละตัวให้ได้

y = xy = x²y = x³y = √xy = |x|y = 1/xy = eˣy = ln xy = sin xy = cos xy = tan xy = u(x) ขั้นบันได
ฟังก์ชันพื้นฐาน: เชิงเส้น กำลังสอง กำลังสาม รากที่สอง ค่าสัมบูรณ์ ส่วนกลับ เอกซ์โพเนนเชียล ลอการิทึม ไซน์ โคไซน์ แทนเจนต์ และขั้นบันได

F4 Even & odd ฟังก์ชันคู่ คี่

คู่: f(−x)=f(x),คี่: f(−x)=−f(x)\text{คู่: } f(-x) = f(x),\qquad \text{คี่: } f(-x) = -f(x)

คู่สมมาตรกับแกน y (x2, cos⁡x, ∣x∣x^2,\ \cos x,\ |x|) · คี่สมมาตรกับจุดกำเนิด (x3, sin⁡x, 1/xx^3,\ \sin x,\ 1/x) · ใช้ลดงานในอนุกรมฟูเรียร์ สมมาตรของคลื่น

F5 Periodic ฟังก์ชันคาบ

f(x+T)=f(x)  ∀x,sin⁡(ωx) มีคาบ T=2πωf(x + T) = f(x)\ \ \forall x,\qquad \sin(\omega x)\ \text{มีคาบ } T = \frac{2\pi}{\omega}

การแปลงกราฟ: เลื่อน ยืด หด สะท้อน พื้นฐาน

F6 General transformation การแปลงทั่วไป

g(x)=a f(b(x−h))+kg(x) = a\,f\big(b(x - h)\big) + k

นอกวงเล็บ (แนวตั้ง ทำตามที่เห็น): kk เลื่อนขึ้น · ∣a∣>1|a| > 1 ยืด · a<0a < 0 สะท้อนแกน x   ในวงเล็บ (แนวนอน ทำกลับกัน): hh เลื่อนขวา · ∣b∣>1|b| > 1 บีบ · b<0b < 0 สะท้อนแกน y

ตัวอย่าง F-3 · อ่านการแปลง

อธิบายกราฟ g(x)=−2(x−3)2+5g(x) = -2(x - 3)^2 + 5 เทียบกับ f(x)=x2f(x) = x^2

  1. ในวงเล็บ: x−3x - 3 → เลื่อนขวา 3

  2. นอกวงเล็บ: คูณ −2 → ยืดแนวตั้ง 2 เท่าและคว่ำลง · บวก 5 → เลื่อนขึ้น 5

พาราโบลาคว่ำ จุดยอดที่ (3,5)(3, 5) แคบกว่าเดิม 2 เท่า ค่าสูงสุดคือ 5

ตัวอย่าง F-4 · ไฟฟ้า

แรงดันไซน์ v(t)=10sin⁡(100πt−π/3)+2v(t) = 10\sin(100\pi t - \pi/3) + 2 เป็นการแปลงของ sin⁡t\sin t อย่างไร

  1. เขียนเป็น 10sin⁡(100π(t−1300))+210\sin\big(100\pi(t - \tfrac{1}{300})\big) + 2

  2. b=100πb = 100\pi: บีบให้คาบเป็น 2π/100π=0.022\pi/100\pi = 0.02 s (50 Hz) · h=1/300h = 1/300 s: เลื่อนขวา = ตามหลัง 60° · a=10a = 10: แอมพลิจูด 10 V · k=2k = 2: มีไฟตรง (offset) 2 V

ไซน์ 50 Hz แอมพลิจูด 10 V ตามหลัง 60° และยกขึ้น 2 V DC ดูต่อในsin · cos ในไฟฟ้ากระแสสลับ

แล็บกราฟ: เลื่อน ยืด สะท้อน ประกอบ และผกผัน

เลือกฟังก์ชันพื้นฐานหรือพิมพ์เอง (เช่น x^3 - x, exp(-x), sin(x)/x) เส้นประคือกราฟเดิม เส้นส้มคือกราฟที่แปลงแล้ว ด้านบนบอกลำดับการแปลงเป็นภาษาไทย สลับแท็บเพื่อดูฟังก์ชันประกอบและฟังก์ชันผกผัน

ฟังก์ชันประกอบ (Composition) พื้นฐาน

F7 Composite function ฟังก์ชันประกอบ

(f∘g)(x)=f(g(x)),Df∘g={x∈Dg:g(x)∈Df}(f \circ g)(x) = f\big(g(x)\big),\qquad D_{f\circ g} = \{x \in D_g : g(x) \in D_f\}

ทำ g ก่อน แล้วส่งผลให้ f · โดยทั่วไป f∘g≠g∘ff\circ g \ne g\circ f · เป็นโครงสร้างที่กฎลูกโซ่ของอนุพันธ์จัดการ

ตัวอย่าง F-5

ให้ f(x)=xf(x) = \sqrt{x}, g(x)=x−4g(x) = x - 4 หา f∘gf\circ g, g∘fg \circ f และโดเมน

  1. (f∘g)(x)=x−4,x≥4(f\circ g)(x) = \sqrt{x - 4},\quad x \ge 4
  2. (g∘f)(x)=x−4,x≥0(g\circ f)(x) = \sqrt{x} - 4,\quad x \ge 0

ได้ฟังก์ชันต่างกันและโดเมนต่างกัน ลำดับของการประกอบสำคัญ

ฟังก์ชันผกผัน (Inverse Function) กลาง

F8 One-to-one หนึ่งต่อหนึ่ง

f(x1)=f(x2)⇒x1=x2f(x_1) = f(x_2) \Rightarrow x_1 = x_2

ตรวจด้วยเส้นแนวนอน: ทุกเส้นตัดกราฟไม่เกินหนึ่งจุด ฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตลอดผ่านเสมอ

F9 Inverse ฟังก์ชันผกผัน

f−1(f(x))=x,f(f−1(y))=y,Df−1=Rff^{-1}(f(x)) = x,\quad f(f^{-1}(y)) = y,\quad D_{f^{-1}} = R_f

หาโดยสลับ x กับ y แล้วแก้หา y · กราฟคือภาพสะท้อนข้ามเส้น y=xy = x · f−1(x)≠1/f(x)f^{-1}(x) \ne 1/f(x)

ตัวอย่าง F-6 · หาฟังก์ชันผกผัน

f(x)=2x+1x−3f(x) = \dfrac{2x + 1}{x - 3}

  1. เขียน y=2x+1x−3y = \dfrac{2x+1}{x-3} แล้วสลับ: x=2y+1y−3x = \dfrac{2y+1}{y-3}

  2. x(y−3)=2y+1⇒xy−2y=3x+1⇒y(x−2)=3x+1x(y - 3) = 2y + 1 \Rightarrow xy - 2y = 3x + 1 \Rightarrow y(x - 2) = 3x + 1
  3. f−1(x)=3x+1x−2f^{-1}(x) = \frac{3x + 1}{x - 2}

f−1(x)=3x+1x−2f^{-1}(x) = \dfrac{3x+1}{x-2} โดเมน x≠2x \ne 2 (= เรนจ์ของ f เพราะ f มีเส้นกำกับแนวนอน y = 2)

ตรวจ: f(0)=−13f(0) = -\tfrac13 และ f−1(−13)=−1+1−13−2=0f^{-1}(-\tfrac13) = \dfrac{-1 + 1}{-\tfrac13 - 2} = 0 ✓

ตัวอย่างคู่ผกผันที่ใช้ตลอดวิชา: ex↔ln⁡xe^x \leftrightarrow \ln x · x2 (x≥0)↔xx^2\ (x \ge 0) \leftrightarrow \sqrt x · sin⁡x (−π2≤x≤π2)↔sin⁡−1x\sin x\ (-\tfrac\pi2 \le x \le \tfrac\pi2) \leftrightarrow \sin^{-1}x ดูฟังก์ชันตรีโกณผกผันในหน้าตรีโกณมิติ

ฟังก์ชันเป็นช่วง ขั้นบันได และแรมป์ กลาง

วิศวกรไฟฟ้าเขียนสัญญาณที่ “เปิด-ปิด” ด้วยฟังก์ชันขั้นบันไดหนึ่งหน่วย ทำให้ฟังก์ชันเป็นช่วงที่ยาวหลายบรรทัดกลายเป็นสูตรเดียว ซึ่งพร้อมใช้กับการเลื่อนเวลาของลาปลาซ

F10 Unit step ขั้นบันไดหนึ่งหน่วย

u(t)={0,t<01,t≥0u(t) = \begin{cases} 0, & t < 0 \\ 1, & t \ge 0 \end{cases}

F11 Ramp แรมป์

r(t)=t u(t),drdt=u(t)r(t) = t\,u(t),\qquad \frac{dr}{dt} = u(t)

F12 Window / pulse พัลส์สี่เหลี่ยม

u(t−a)−u(t−b)={1,a≤t<b0,อื่น ๆu(t - a) - u(t - b) = \begin{cases} 1, & a \le t < b \\ 0, & \text{อื่น ๆ} \end{cases}

คูณฟังก์ชันใดก็ได้ด้วยหน้าต่างนี้ = “เปิดใช้” เฉพาะช่วง [a,b)[a, b)

ตัวอย่าง F-7 · เขียนฟังก์ชันเป็นช่วงด้วย u(t)

f(t)=0f(t) = 0 เมื่อ t<0t < 0, =2t= 2t เมื่อ 0≤t<10 \le t < 1, =2= 2 เมื่อ t≥1t \ge 1

  1. เปิดแรมป์ 2t2t ที่ t = 0 แล้ว “หักล้าง” ด้วยแรมป์ลบที่ t = 1

    f(t)=2t u(t)−2(t−1) u(t−1)=2r(t)−2r(t−1)f(t) = 2t\,u(t) - 2(t - 1)\,u(t - 1) = 2r(t) - 2r(t - 1)

f(t)=2r(t)−2r(t−1)f(t) = 2r(t) - 2r(t-1) ตรวจ: เมื่อ t≥1t \ge 1 ได้ 2t−2t+2=22t - 2t + 2 = 2 ✓ (เป็นรูปคลื่นแรงดันชาร์จแบบ soft-start)

ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและลอการิทึม พื้นฐาน

F13 Exponential laws กฎเลขชี้กำลัง

eaeb=ea+b,eaeb=ea−b,(ea)b=eab,e0=1e^ae^b = e^{a+b},\quad \frac{e^a}{e^b} = e^{a-b},\quad (e^a)^b = e^{ab},\quad e^0 = 1

F14 Logarithm laws กฎลอการิทึม

ln⁡(ab)=ln⁡a+ln⁡b,ln⁡ab=ln⁡a−ln⁡b,ln⁡an=nln⁡a,log⁡bx=ln⁡xln⁡b\ln(ab) = \ln a + \ln b,\quad \ln\frac ab = \ln a - \ln b,\quad \ln a^n = n\ln a,\quad \log_b x = \frac{\ln x}{\ln b}

F15 Time constant & decibels ค่าคงตัวเวลาและเดซิเบล

e−t/τ: ที่ t=τ เหลือ 36.8%, t=5τ เหลือ 0.7%GdB=20log⁡10∣VoVi∣e^{-t/\tau}:\ \text{ที่ } t = \tau \text{ เหลือ } 36.8\%,\ t = 5\tau \text{ เหลือ } 0.7\% \qquad G_{\text{dB}} = 20\log_{10}\left|\frac{V_o}{V_i}\right|

ลอการิทึมเปลี่ยนการคูณเป็นการบวก จึงใช้ในแผนภาพโบดที่คูณฟังก์ชันถ่ายโอนกันหลายตัว โบดไดอะแกรม

ตัวอย่าง F-8 · แก้สมการด้วยลอการิทึม

ตัวเก็บประจุชาร์จตาม v(t)=12(1−e−t/0.5)v(t) = 12(1 - e^{-t/0.5}) V ต้องใช้เวลาเท่าไรถึง 10 V

  1. 10=12(1−e−2t)⇒e−2t=1610 = 12(1 - e^{-2t}) \Rightarrow e^{-2t} = \frac{1}{6}
  2. ใส่ ln ทั้งสองข้าง

    −2t=ln⁡16=−ln⁡6⇒t=ln⁡62≈0.896 s-2t = \ln\frac16 = -\ln 6 \Rightarrow t = \frac{\ln 6}{2} \approx 0.896\ \text{s}

ประมาณ 0.896 s หรือราว 1.79τ

ฟังก์ชันในงานวิศวกรรมไฟฟ้า กลาง

ฟังก์ชันความหมายใช้ที่ไหน
v(t)=V(1−e−t/RC)u(t)v(t) = V\left(1 - e^{-t/RC}\right)u(t)ชาร์จตัวเก็บประจุระบบอันดับหนึ่ง
v(t)=Vmsin⁡(ωt+ϕ)v(t) = V_m\sin(\omega t + \phi)ไฟฟ้ากระแสสลับไซน์และเฟสเซอร์
ID=IS(eVD/(nVT)−1)I_D = I_S\left(e^{V_D/(nV_T)} - 1\right)สมการไดโอดของช็อคลีย์วงจรเรียงกระแส · แหล่งจ่าย
R(T)=R0eB(1/T−1/T0)R(T) = R_0e^{B(1/T - 1/T_0)}เทอร์มิสเตอร์ NTCวัดอุณหภูมิ · ต้องหาฟังก์ชันผกผัน T(R)T(R)
Vo={AVi,∣AVi∣<Vsat±Vsat,อื่น ๆV_o = \begin{cases} A V_i, & |AV_i| < V_{\text{sat}} \\ \pm V_{\text{sat}}, & \text{อื่น ๆ} \end{cases}แอมป์อิ่มตัว (ฟังก์ชันเป็นช่วง)แล็บออปแอมป์
∣H(jω)∣=11+(ωRC)2|H(j\omega)| = \dfrac{1}{\sqrt{1 + (\omega RC)^2}}ผลตอบสนองเชิงความถี่ของ RCผลตอบสนองเชิงความถี่
ตัวอย่าง F-9 · ฟังก์ชันผกผันของเซนเซอร์

เทอร์มิสเตอร์ R(T)=10,000 e3950(1/T−1/298.15)R(T) = 10{,}000\,e^{3950(1/T - 1/298.15)} Ω วัดได้ 5 kΩ อุณหภูมิเท่าไร

  1. หาฟังก์ชันผกผัน: ln⁡R10000=3950(1T−1298.15)\ln\dfrac{R}{10000} = 3950\left(\dfrac1T - \dfrac{1}{298.15}\right)

    T(R)=(1298.15+13950ln⁡R10000)−1T(R) = \left(\frac{1}{298.15} + \frac{1}{3950}\ln\frac{R}{10000}\right)^{-1}
  2. T(5000)=(0.0033540+−0.693153950)−1=(0.0031785)−1≈314.6 KT(5000) = \left(0.0033540 + \frac{-0.69315}{3950}\right)^{-1} = (0.0031785)^{-1} \approx 314.6\ \text{K}

T≈314.6 K≈41.5∘CT \approx 314.6\ \text{K} \approx 41.5^\circ\text{C} ไมโครคอนโทรลเลอร์ทำแบบนี้ทุกครั้งที่อ่านค่าเทอร์มิสเตอร์

บทต่อไป: ลิมิตและความต่อเนื่อง ถามว่าฟังก์ชัน “เข้าใกล้” ค่าอะไร ซึ่งเป็นรากฐานของอนุพันธ์

คำถามที่พบบ่อย

ฟังก์ชันต่างจากความสัมพันธ์อย่างไร?

ความสัมพันธ์ใด ๆ จับคู่ x กับ y ได้หลายค่า แต่ฟังก์ชันต้องให้ y เพียงค่าเดียวต่อ x หนึ่งค่า ตรวจจากกราฟด้วยการทดสอบเส้นแนวตั้ง ถ้าเส้นแนวตั้งใดตัดกราฟเกินหนึ่งจุด กราฟนั้นไม่ใช่ฟังก์ชัน เช่น วงกลม x2+y2=1x^2 + y^2 = 1

หาโดเมนของฟังก์ชันอย่างไร?

เริ่มจากจำนวนจริงทั้งหมด แล้วตัดค่าที่ทำให้ (1) ตัวส่วนเป็นศูนย์ (2) ในรากที่สองติดลบ (3) ในลอการิทึมไม่เป็นบวก และ (4) เงื่อนไขทางกายภาพ เช่น เวลาหรือความยาวต้องไม่ติดลบ

f(x − h) ทำไมเลื่อนไปทางขวา ทั้งที่มีเครื่องหมายลบ?

เพราะกราฟใหม่ต้องใช้ x ที่มากกว่าเดิม h หน่วยเพื่อให้ได้ค่าเดิม เช่น จุดยอดของ x2x^2 อยู่ที่ x = 0 แต่ของ (x−3)2(x-3)^2 อยู่ที่ x = 3 การเปลี่ยนแปลงในวงเล็บจะทำตรงข้ามกับสิ่งที่ตาเห็นเสมอ

ฟังก์ชันขั้นบันได u(t) ใช้ทำอะไรในงานไฟฟ้า?

แทนการเปิดสวิตช์ที่เวลาหนึ่ง เช่น แหล่งจ่าย 12 V ที่ต่อเข้าวงจรเมื่อ t = 0 เขียนเป็น 12u(t)12u(t) และสัญญาณที่เปิดแล้วปิด เขียนเป็นผลต่างของขั้นบันได u(t)−u(t−T)u(t) - u(t - T) ซึ่งใช้ต่อในการแปลงลาปลาซ

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์