- หน้าแรก
- คลังความรู้
- ควบคุมมอเตอร์ AC
- มอเตอร์เหนี่ยวนำ
// บทที่ 21.1 · ควบคุมมอเตอร์ AC · Induction Motor
หลักการมอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสสำหรับอุตสาหกรรม: สนามแม่เหล็กหมุน สลิป แรงบิด-ความเร็ว กระแสสตาร์ท และแผ่นป้าย
ก่อนจะเลือกคอนแทกเตอร์หรือออกแบบวงจรสตาร์ท ต้องรู้ว่ามอเตอร์ “ต้องการ” อะไรจากวงจร: ตอนสตาร์ทมันดึงกระแสเท่าไร ให้แรงบิดเท่าไร และแรงดันที่ตกลงมีผลอย่างไร หน้านี้อธิบายจากฟิสิกส์ถึงตัวเลขบนแผ่นป้าย โดยใช้มอเตอร์ 7.5 kW 4 ขั้ว 400 V 50 Hz ตัวเดียวกันทั้งชุด
- กระแสสามเฟสห่างกัน 120° สร้างสนามแม่เหล็กหมุนด้วย
- โรเตอร์หมุนช้ากว่าเล็กน้อย สลิป 1–5 % ที่พิกัด · แรงบิดพิกัด
- ตอนสตาร์ท () กระแส 6–8 In แต่แรงบิดเพียง 1.5–2.5 Tn
- แรงบิดแปรตามกำลังสองของแรงดัน: แรงดันตก 10 % แรงบิดหาย 19 %
- kW บนป้าย = กำลังกลที่เพลา · กระแสพิกัด ≈ 2 A/kW ที่ 400 V
ส่วนประกอบ พื้นฐาน
มอเตอร์เหนี่ยวนำกรงกระรอก (squirrel-cage) ที่ใช้มากที่สุดในโรงงานมีสองส่วน: สเตเตอร์ แกนเหล็กแผ่นบางที่มีขดลวดสามชุดวางห่างกัน 120° ทางไฟฟ้า และ โรเตอร์ ที่เป็นแท่งอะลูมิเนียมหรือทองแดงหล่อเข้ากับแหวนลัดวงจรทั้งสองปลาย ไม่มีแปรงถ่าน ไม่มีคอมมิวเตเตอร์ จึงทนทานและบำรุงรักษาน้อย แบบที่พบบ่อยคือ TEFC (Totally Enclosed Fan Cooled, รหัส IC411) มีพัดลมบนเพลาเป่าลมผ่านครีบ
สนามแม่เหล็กหมุนและความเร็วซิงโครนัส พื้นฐาน
เมื่อป้อนกระแสสามเฟสที่ห่างกัน 120° ทางเวลา เข้าขดลวดที่วางห่างกัน 120° ทางพื้นที่ ผลรวมเวกเตอร์ของสนามทั้งสามมีขนาดคงที่เท่ากับ 1.5 เท่าของสนามสูงสุดของเฟสเดียว และ หมุน ไปรอบสเตเตอร์ด้วยความเร็วคงที่ นี่คือหัวใจของมอเตอร์ AC สามเฟส: สร้างการหมุนได้โดยไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนที่
M1 Synchronous speed ความเร็วซิงโครนัส
| จำนวนขั้ว p | 2 | 4 | 6 | 8 |
|---|---|---|---|---|
| n_s ที่ 50 Hz | 3000 | 1500 | 1000 | 750 |
| n พิกัดโดยประมาณ | 2900–2970 | 1440–1480 | 950–985 | 700–740 |
| งานที่พบ | ปั๊มแรงดันสูง พัดลมเล็ก | งานทั่วไป (มากที่สุด) | พัดลมใหญ่ เครื่องบด | สายพาน รอก |
สลิปและแรงบิด กลาง
สนามหมุนตัดผ่านแท่งโรเตอร์ เหนี่ยวนำแรงดันและกระแสในโรเตอร์ (กฎของฟาราเดย์) กระแสนี้อยู่ในสนามแม่เหล็กจึงเกิดแรง ผลักโรเตอร์ให้หมุนตามสนาม แต่ถ้าโรเตอร์ทันสนามพอดี การตัดเส้นแรงจะหายไป แรงบิดเป็นศูนย์ โรเตอร์จึงหมุนช้ากว่าเสมอ — ชื่อ “มอเตอร์อะซิงโครนัส”
M2 Slip สลิป
M3 Rotor frequency ความถี่กระแสในโรเตอร์
M4 Torque from power and speed แรงบิดจากกำลังและความเร็ว
มอเตอร์ 7.5 kW 4 ขั้ว 50 Hz แผ่นป้าย 1470 rpm
M1: rpm
M2: · M3: Hz (กระแสโรเตอร์เปลี่ยนทิศช้ามาก)
M4: N·m — ค่านี้ใช้เทียบกับแรงบิดโหลดและแรงบิดสตาร์ท
วงจรสมมูลและการไหลของกำลัง ขั้นสูง
มอเตอร์เหนี่ยวนำคือหม้อแปลงที่ขดทุติยภูมิ (โรเตอร์) หมุนได้ เมื่ออ้างอิงค่าโรเตอร์มาด้านสเตเตอร์ จะได้วงจรต่อเฟสในรูป 3 ความต้านทานโรเตอร์ปรากฏเป็น ซึ่งแยกเป็นการสูญเสียทองแดงโรเตอร์ กับ “ตัวต้านทานโหลด” ที่แทนกำลังกล
M5 Power split in the rotor การแบ่งกำลังในโรเตอร์
ผลสำคัญเชิงปฏิบัติ: การสูญเสียในโรเตอร์ = สลิป × กำลังช่องอากาศ มอเตอร์ที่เดินด้วยสลิปสูง (แรงดันต่ำ โหลดเกิน ต่อสตาร์ผิด) จึงร้อนทันที และการลดความเร็วด้วยการเพิ่มสลิปเป็นวิธีที่สิ้นเปลือง — ต่างจากการลดความถี่ด้วยอินเวอร์เตอร์ที่สลิปยังเล็ก
กำลังที่ไหลผ่านโรเตอร์ของมอเตอร์ 7.5 kW s = 2 %
กำลังกลรวมแรงเสียดทานและพัดลม ≈ 7.5 + 0.1 = 7.6 kW
M5: kW · kW
ถ้ามอเตอร์ถูกบังคับให้เดินที่ s = 10 % ด้วยแรงบิดเท่าเดิม จะเพิ่มเป็นราว 0.78 kW — ความร้อนในโรเตอร์เพิ่มห้าเท่า
กราฟแรงบิด-ความเร็ว และกระแสสตาร์ท กลาง
กราฟในรูป 4 คำนวณจากวงจรสมมูลของมอเตอร์ตัวอย่าง (โรเตอร์กรงคู่ ปรับค่าให้ตรงข้อมูลแคตตาล็อกทั่วไป) จุดที่ต้องรู้จัก:
- แรงบิดเริ่ม (locked-rotor torque) Ts ≈ 2.2 Tn ที่ n = 0 — ต้องมากกว่าแรงบิดเริ่มของโหลดพอสมควร
- แรงบิดสูงสุด (breakdown) Tk ≈ 3 Tn ใกล้ 85–90 % ความเร็ว — ถ้าโหลดเกินจุดนี้มอเตอร์จะหยุด (stall)
- ย่านทำงาน ด้านขวาของจุดแรงบิดสูงสุด กราฟเกือบเป็นเส้นตรง แรงบิดแปรตามสลิป
- กระแสสตาร์ท ≈ 6.5 In แทบไม่ลดลงจนความเร็วถึง 80 % — ช่วงเร่งทั้งหมดจึงเป็นช่วงกระแสสูง
M6 Rated current กระแสพิกัดมอเตอร์สามเฟส
M7 Starting current กระแสสตาร์ทจากอัตราส่วนบนแผ่นป้าย
M8 Torque versus voltage แรงบิดแปรตามกำลังสองของแรงดัน
กระแสพิกัด กระแสสตาร์ท และผลของแรงดันตก
M6: A — ตรงกับแผ่นป้าย
kW · kVA · kvar
M7: A ถ้าสตาร์ทตรง
M8: ถ้าแรงดันขณะสตาร์ทตกเหลือ 90 % แรงบิดเริ่ม Tn และกระแส A
อ่านแผ่นป้ายมอเตอร์ พื้นฐาน
| ช่อง | ความหมาย | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| 400 V Δ 14.6 A / 690 V Y 8.4 A | แรงดันและกระแสพิกัดของแต่ละการต่อ | เลือกการต่อขั้ว ตั้งโอเวอร์โหลด |
| 7.5 kW · 1470 r/min · 50 Hz | กำลังกลที่เพลา ความเร็วที่โหลดพิกัด | หาแรงบิดพิกัด สลิป |
| cos φ 0.82 · IE3 90.4 % | ตัวประกอบกำลัง ประสิทธิภาพที่พิกัด | คำนวณกระแส kVA ค่าไฟ การชดเชย PF |
| IP55 | กันฝุ่น (5) และน้ำฉีด (5) ตาม IEC 60034-5 | เลือกให้เหมาะกับสถานที่ (IP55 งานทั่วไป, IP56/66 ล้างน้ำ) |
| IC411 | ระบายความร้อนด้วยพัดลมบนเพลา (TEFC) | ระวังเมื่อใช้อินเวอร์เตอร์ความเร็วต่ำ |
| Ins.cl. F · ΔT B | ฉนวนทนได้ 155 °C แต่ใช้งานจริงร้อนไม่เกินคลาส B (130 °C) | มีส่วนเผื่ออายุฉนวน |
| S1 · Ta 40 °C | ใช้งานต่อเนื่อง อุณหภูมิแวดล้อมไม่เกิน 40 °C · สูงไม่เกิน 1000 m | ห้องเครื่องที่ร้อนกว่า 40 °C ต้องลดพิกัด |
| Ia/In 6.5 · Ta/Tn 2.2 · Tk/Tn 3.0 | อัตราส่วนกระแสสตาร์ท แรงบิดสตาร์ท แรงบิดสูงสุด | คำนวณกระแสสตาร์ท แรงดันตก ความสามารถในการเร่ง |
ประสิทธิภาพ IE1–IE4 และเหตุที่ควรเลือก IE3 ขึ้นไป กลาง
IEC 60034-30-1 แบ่งคลาสประสิทธิภาพ IE1 (มาตรฐาน) IE2 (สูง) IE3 (พรีเมียม) IE4 (ซูเปอร์พรีเมียม) หลายประเทศกำหนดค่าขั้นต่ำ (MEPS) ที่ IE2 หรือ IE3 ค่าไฟตลอดอายุมอเตอร์มักมากกว่าราคามอเตอร์หลายสิบเท่า ส่วนต่างประสิทธิภาพเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์จึงคุ้มค่า
| 4 ขั้ว 50 Hz | IE1 | IE2 | IE3 | IE4 |
|---|---|---|---|---|
| 7.5 kW | 86.0 % | 88.7 % | 90.4 % | 92.6 % |
| 11 kW | 87.6 % | 89.8 % | 91.4 % | 93.3 % |
เปลี่ยน IE1 เป็น IE3 สำหรับปั๊ม 7.5 kW เดิน 6,000 ชม./ปี ค่าไฟ 4.5 บาท/kWh
kW · kW
ลดลง 0.42 kW × 6000 h = 2,520 kWh/ปี ≈ 11,300 บาท/ปี
ข้อควรระวัง: มอเตอร์ IE3/IE4 มีกระแสพุ่งขณะสตาร์ทสูงกว่าเดิม จึงมีประเภทการใช้งาน AC-3e ใน IEC 60947-4-1 สำหรับคอนแทกเตอร์
สิ่งที่ช่างต้องจำหน้างาน
- ดูแผ่นป้ายก่อนต่อทุกครั้ง: แรงดันกับการต่อ (Δ/Y) ต้องตรงกับระบบ 400 V
- กระแสขณะเดินตัวเปล่า (no-load) ของมอเตอร์ 4 ขั้วประมาณ 30–50 % ของ In — ไม่ได้แปลว่ามอเตอร์ผิดปกติ
- วัดกระแสทั้งสามเฟส ความต่างเกิน ~10 % ให้ตรวจแรงดันไม่สมดุล หน้าสัมผัสคอนแทกเตอร์ และขั้วต่อหลวม
- มอเตอร์ทำงานปกติร้อนจนจับไม่ได้ (60–80 °C ที่โครง) เป็นเรื่องปกติของคลาส F วัดด้วยเทอร์โมมิเตอร์แทนการจับ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมมอเตอร์เหนี่ยวนำหมุนช้ากว่าความเร็วซิงโครนัส?
แรงบิดเกิดจากกระแสที่ถูกเหนี่ยวนำในโรเตอร์ ซึ่งต้องมีการตัดกันระหว่างสนามหมุนกับตัวนำโรเตอร์ ถ้าโรเตอร์หมุนเท่าสนามพอดี จะไม่มีการตัดเส้นแรง ไม่มีกระแส ไม่มีแรงบิด จึงต้องช้ากว่าเสมอ ส่วนต่างนี้คือสลิป ประมาณ 1–5 % ที่โหลดพิกัด
กระแสสตาร์ทสูงทำไมแต่มอเตอร์ไม่ไหม้?
กระแสสูงอยู่เพียงช่วงเร่งความเร็วไม่กี่วินาที ความร้อนสะสมตาม I²t ยังน้อยกว่าที่ฉนวนรับได้ แต่ถ้าโรเตอร์ถูกล็อกหรือเร่งช้าเกิน (โหลดเฉื่อยมาก แรงดันตก) ความร้อนจะสูงจนต้องอาศัยโอเวอร์โหลดคลาสที่เหมาะสมตัดก่อน
กำลังบนแผ่นป้ายเป็นกำลังไฟฟ้าหรือกำลังกล?
เป็นกำลังกลที่เพลา (output) ตาม IEC 60034-1 กำลังไฟฟ้าที่ดึงจากระบบมากกว่านี้เท่ากับ P/η เช่น 7.5 kW ประสิทธิภาพ 90.4 % ดึงไฟ 8.3 kW