พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. ลำดับและอนุกรม
  4. อุปนัยแบบเข้ม

// บทที่ 26.12 · ลำดับและอนุกรม · Strong Induction

อุปนัยแบบเข้ม (Strong Induction): หลักการ จำนวนกรณีฐาน ตัวอย่างเข้มข้น 17 ข้อ และแล็บฝึกพิสูจน์

อุปนัยธรรมดาบอกว่า “ถ้าตัวก่อนหน้าล้ม ตัวถัดไปล้ม” แต่โจทย์จริงจำนวนมากต้องการมากกว่านั้น: ฟีโบนัชชีต้องรู้สองตัวก่อนหน้า แสตมป์ 3 บาทย้อนกลับสามขั้น จำนวนเต็มแตกเป็นตัวประกอบที่เล็กกว่าเท่าไรก็ได้ อุปนัยแบบเข้มให้เราสมมติทุกกรณีที่เล็กกว่าพร้อมกัน หน้านี้พาฝึกตั้งแต่หลักการ การนับกรณีฐาน ไปจนถึงอัลกอริทึมและระบบควบคุม ด้วยตัวอย่าง 17 ข้อและแล็บที่ลองทำได้บนมือถือ

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · โอลิมปิกเบื้องต้นกลาง คณิตศาสตร์ไม่ต่อเนื่อง · แคลคูลัสขั้นสูง อัลกอริทึม · วิศวกรรม
สรุปสั้นที่สุด
  • สมมติฐานแบบเข้ม: P(j)P(j) จริงทุก n0≤j≤n−1n_0 \le j \le n - 1 แล้วพิสูจน์ P(n)P(n)
  • จำนวนกรณีฐาน = จำนวนขั้นที่ย้อนกลับไกลที่สุด (ย้อน 2 ขั้น ต้องมี 2 กรณีฐาน)
  • ใช้เมื่อ P(n) อาศัย P(n−2)P(n-2), P(n−3)P(n-3), P(⌊n/2⌋)P(\lfloor n/2\rfloor), ตัวประกอบของ n หรือ “ชิ้นที่เล็กกว่า” ที่ไม่รู้ขนาดล่วงหน้า
  • แล็บ 11 ชุด: กรณีฐาน · แสตมป์ · ต้นไม้ตัวประกอบ · ช็อกโกแลต · เกม · ฐานสอง/ฟีโบนัชชี · ปูกระเบื้อง · ขอบเขต · เวียนเกิด · เรียงบทพิสูจน์ · หาจุดผิด

อุปนัยแบบเข้มคืออะไร ต่างจากอุปนัยธรรมดาอย่างไร พื้นฐาน

นึกถึงแถวโดมิโน อุปนัยธรรมดา (weak / ordinary induction) รับประกันว่า “ตัวที่ k ล้มแล้วชนตัวที่ k + 1” ส่วนอุปนัยแบบเข้ม (strong / complete induction) รับประกันว่า “ถ้าตัวที่ n0n_0 ถึง n−1n - 1 ล้มหมดแล้ว ตัวที่ n ก็ล้ม” เปรียบได้กับโดมิโนที่ต้องถูกชนจากหลายตัวพร้อมกัน หรือจากตัวที่อยู่ห่างออกไป

N1 Principle of strong induction หลักอุปนัยแบบเข้ม

P(n0)∧ [∀n>n0: (P(n0)∧⋯∧P(n−1))⇒P(n)]⟹ ∀n≥n0: P(n)\begin{gathered} P(n_0) \\ \wedge\ \Big[\forall n > n_0:\ \big(P(n_0) \wedge \dots \wedge P(n-1)\big) \Rightarrow P(n)\Big] \\ \Longrightarrow\ \forall n \ge n_0:\ P(n) \end{gathered}

ถ้าขั้นอุปนัยใช้ได้ตั้งแต่ n≥n0+bn \ge n_0 + b เท่านั้น ต้องพิสูจน์ P(n0),…,P(n0+b−1)P(n_0), \dots, P(n_0 + b - 1) ตรง ๆ (กรณีฐาน b ตัว)

N2 Equivalence อุปนัยธรรมดา ⇔ แบบเข้ม ⇔ หลักการจัดอันดับดี

Q(n):=P(n0)∧P(n0+1)∧⋯∧P(n)แบบเข้มบน P ≡ แบบธรรมดาบน Q\begin{gathered} Q(n) := P(n_0) \wedge P(n_0 + 1) \wedge \dots \wedge P(n) \\ \text{แบบเข้มบน } P \ \equiv\ \text{แบบธรรมดาบน } Q \end{gathered}

หลักการจัดอันดับดี (well-ordering): เซตย่อยไม่ว่างของจำนวนนับมีสมาชิกน้อยที่สุดเสมอ ใช้พิสูจน์แบบ “สมมติมีตัวอย่างค้าน ให้ n เป็นตัวที่เล็กที่สุด”

N3 How many base cases กฎจำนวนกรณีฐาน

P(n)⇐P(n−s1),…,P(n−sm)⇒ กรณีฐาน max⁡isi ตัวติดกัน\begin{gathered} P(n) \Leftarrow P(n - s_1), \dots, P(n - s_m) \\ \Rightarrow\ \text{กรณีฐาน } \max_i s_i \text{ ตัวติดกัน} \end{gathered}

ถ้าย้อนแบบ ⌊n/2⌋\lfloor n/2\rfloor หรือตัวประกอบ ต้องตรวจว่าทุกกรณีที่ย้อนไปยังอยู่ในโดเมน ≥n0\ge n_0

แม่แบบเขียนพิสูจน์ด้วยอุปนัยแบบเข้ม 5 ขั้น
  1. ข้อความ เขียน P(n)P(n) ให้ชัด และบอกโดเมน n≥n0n \ge n_0
  2. ดูขั้นอุปนัยก่อน ร่างว่าจะพิสูจน์ P(n)P(n) จากกรณีใด (n−1n-1? n−2n-2? n−3n-3? ตัวประกอบ?) เพื่อรู้ว่าต้องมีกรณีฐานกี่ตัว
  3. กรณีฐาน ตรวจ P(n0),P(n0+1),…P(n_0), P(n_0+1), \dots ครบทุกตัวที่ขั้นอุปนัยยังใช้ไม่ได้
  4. สมมติฐานอุปนัยแบบเข้ม “ให้ n≥n0+bn \ge n_0 + b และสมมติว่า P(j)P(j) จริงทุก n0≤j<nn_0 \le j < n”
  5. ขั้นอุปนัย + สรุป แสดง P(n)P(n) โดยชี้ว่าใช้ P(⋅)P(\cdot) ตัวใดและทำไมมันอยู่ในช่วงที่สมมติ แล้วสรุป “โดยหลักอุปนัยแบบเข้ม P(n)P(n) จริงทุก n≥n0n \ge n_0”

ภาษาอังกฤษที่ใช้ในข้อสอบ: “Assume, as the strong inductive hypothesis, that P(j)P(j) holds for all n0≤j≤kn_0 \le j \le k. We show P(k+1)P(k+1).” · ทบทวนอุปนัยธรรมดาได้ที่ อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ (3.2)

ต้องมีกรณีฐานกี่ตัว: ทดลองให้บทพิสูจน์พังเอง พื้นฐาน

แล็บนี้แสดง P(n) ตั้งแต่ n0n_0 ถึง n0+29n_0 + 29 แต่ละช่องจะ “ล้ม” (เขียว) ได้ก็ต่อเมื่อกรณีที่มันอาศัยล้มหมดแล้ว แตะตัวเลขเพื่อดูว่ามันอาศัยใคร แล้วลองลดจำนวนกรณีฐานทีละหนึ่ง จะเห็นทันทีว่าช่องแรกที่ขาดหลักยึดอยู่ตรงไหน ลองแบบแบ่งครึ่ง ⌊n/2⌋ และแยกตัวประกอบด้วย: ขั้นอุปนัยกระโดดไกลมากแต่กรณีฐานกลับน้อย เพราะสิ่งที่สำคัญคือ “กรณีที่อ้างถึงถูกพิสูจน์ไปก่อนแล้วหรือยัง” ไม่ใช่ระยะห่าง

กฎที่ใช้ในข้อสอบก่อนเขียนกรณีฐาน ให้ร่างขั้นอุปนัยเสมอ ถ้าขั้นอุปนัยใช้ P(n−1)P(n-1) กับ P(n−2)P(n-2) ขั้นอุปนัยนั้นใช้ได้ตั้งแต่ n≥n0+2n \ge n_0 + 2 จึงต้องพิสูจน์ P(n0)P(n_0) และ P(n0+1)P(n_0+1) เอง ข้อสอบมักหักคะแนนเต็มขั้นถ้าขาดกรณีฐานตัวที่สอง

กลุ่มที่ 1: แสตมป์และเหรียญ (ปัญหาโฟรเบเนียส) พื้นฐาน

“มีแสตมป์ราคา a และ b บาท ราคาใดบ้างที่รวมได้พอดี” เป็นตัวอย่างคลาสสิกที่สุดของอุปนัยแบบเข้ม เพราะขั้นอุปนัย “เติมแสตมป์ดวงที่ถูกที่สุดอีกดวง” ย้อนกลับไปหลายขั้นพร้อมกัน

N4 Frobenius number ราคาใหญ่สุดที่รวมไม่ได้ (สองชนิด)

gcd⁡(a,b)=1 ⇒ g(a,b)=ab−a−b#{ราคาที่รวมไม่ได้}=(a−1)(b−1)2\begin{gathered} \gcd(a, b) = 1 \ \Rightarrow\ g(a, b) = ab - a - b \\ \#\{\text{ราคาที่รวมไม่ได้}\} = \frac{(a-1)(b-1)}{2} \end{gathered}

ทุกราคา n>ab−a−bn > ab - a - b รวมได้ · ถ้า gcd⁡(a,b)=d>1\gcd(a,b) = d > 1 จะรวมได้เฉพาะพหุคูณของ d

ตัวอย่าง N-1 · กรณีฐานสามตัว

แสดงว่าทุกราคา n≥8n \ge 8 บาท รวมได้พอดีด้วยแสตมป์ 3 และ 5 บาท

  1. ข้อความ P(n)P(n): มีจำนวนเต็ม x,y≥0x, y \ge 0 ที่ n=3x+5yn = 3x + 5y

  2. ดูขั้นอุปนัย: จะได้ nn จาก n−3n - 3 แล้วเติมแสตมป์ 3 บาท ⇒ ย้อน 3 ขั้น ⇒ ต้องมีกรณีฐาน 3 ตัว

  3. กรณีฐาน: 8=3+58 = 3 + 5, 9=3+3+39 = 3 + 3 + 3, 10=5+510 = 5 + 5

  4. สมมติฐานแบบเข้ม: ให้ n≥11n \ge 11 และ P(j)P(j) จริงทุก 8≤j<n8 \le j < n เพราะ 8≤n−3<n8 \le n - 3 < n จึงมี n−3=3x+5y\hlP{n - 3 = 3x + 5y}

  5. n=3(x+1)+5yn = 3(x + 1) + 5y ⇒ P(n)P(n) จริง ∎

ราคาที่รวมไม่ได้มีเพียง 1, 2, 4, 7 (สี่ค่า =2⋅42= \tfrac{2\cdot4}{2}) และ 7=3⋅5−3−57 = 3\cdot5 - 3 - 5

ตัวอย่าง N-2 · กรณีฐานสี่ตัว

แสตมป์ 4 และ 7 บาท ราคาใดบ้างที่รวมไม่ได้ และพิสูจน์ว่าราคาตั้งแต่ 18 บาทขึ้นไปรวมได้หมด

  1. g(4,7)=28−4−7=17g(4, 7) = 28 - 4 - 7 = 17 ราคาที่รวมไม่ได้: 1, 2, 3, 5, 6, 9, 10, 13, 17 (เก้าค่า =3⋅62= \tfrac{3\cdot6}{2})

  2. ขั้นอุปนัยเติมแสตมป์ 4 บาท ⇒ กรณีฐาน 4 ตัว: 18=4+7+718 = 4 + 7 + 7, 19=4⋅3+719 = 4\cdot3 + 7, 20=4⋅520 = 4\cdot5, 21=7⋅321 = 7\cdot3

  3. ให้ n≥22n \ge 22 และสมมติ P(j)P(j) ทุก 18≤j<n18 \le j < n เพราะ n−4≥18n - 4 \ge 18 จึงมี P(n−4)\hlP{P(n-4)} เติม 4 บาทได้ P(n)P(n) ∎

รวมได้ทุก n≥18n \ge 18

กลุ่มที่ 2: จำนวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ และการเขียนเลขฐานสอง พื้นฐาน

ตัวอย่างนี้แสดงเหตุผลที่อุปนัยธรรมดาไม่พอ: ถ้า n=360n = 360 ไม่ใช่จำนวนเฉพาะ เราแตกเป็น 18×2018 \times 20 การรู้ว่า 359 เป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะไม่ช่วยอะไร สิ่งที่ต้องการคือรู้เรื่องของ 18 และ 20

N5 Fundamental theorem of arithmetic ทฤษฎีบทหลักมูลของเลขคณิต

n≥2 ⇒ n=p1e1p2e2⋯prern \ge 2\ \Rightarrow\ n = p_1^{e_1}p_2^{e_2}\cdots p_r^{e_r}

มีอยู่จริงและเขียนได้แบบเดียว (ไม่นับลำดับ) · ส่วน “มีอยู่จริง” พิสูจน์ด้วยอุปนัยแบบเข้ม ส่วน “แบบเดียว” ใช้บทตั้งของยุคลิด p∣ab⇒p∣a∨p∣bp \mid ab \Rightarrow p \mid a \lor p \mid b

ตัวอย่าง N-3 · ผลคูณจำนวนเฉพาะ

พิสูจน์ว่าจำนวนเต็ม n≥2n \ge 2 ทุกตัวเขียนเป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะได้

  1. กรณีฐาน n=2n = 2 เป็นจำนวนเฉพาะ (ผลคูณของจำนวนเฉพาะหนึ่งตัว)

  2. สมมติฐานแบบเข้ม: ให้ n≥3n \ge 3 และทุก 2≤j<n2 \le j < n เป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะ

  3. ถ้า n เป็นจำนวนเฉพาะ จบทันที ถ้าไม่ใช่ n=abn = ab โดย 2≤a,b≤n/2<n2 \le a, b \le n/2 < n จึงใช้ P(a), P(b)\hlP{P(a),\ P(b)} ได้

  4. นำผลคูณจำนวนเฉพาะของ a กับ b มาต่อกันเป็นของ n ∎

กรณีฐานมีตัวเดียว แม้ขั้นอุปนัยกระโดดไกล เพราะ a, b ≥ 2 อยู่ในโดเมนเสมอ

ตัวอย่าง N-4 · เลขฐานสอง

พิสูจน์ว่าจำนวนนับ n ทุกตัวเขียนเป็นผลบวกของกำลังของ 2 ที่ไม่ซ้ำกันได้ (มีเลขฐานสองเสมอ)

  1. กรณีฐาน n=1=20n = 1 = 2^0

  2. ให้ n≥2n \ge 2 และสมมติ P(j)P(j) ทุก 1≤j<n1 \le j < n เขียน n=2m+bn = 2m + b โดย b∈{0,1}b \in \{0, 1\} และ 1≤m=⌊n/2⌋<n1 \le m = \lfloor n/2\rfloor < n

  3. จาก P(m)\hlP{P(m)}: m=∑2eim = \sum 2^{e_i} (e ต่างกัน) ⇒ 2m=∑2ei+12m = \sum 2^{e_i + 1} ไม่มีพจน์ 202^0 จึงบวก b⋅20b\cdot 2^0 ได้โดยไม่ซ้ำ ∎

นี่คือการหารสองซ้ำ ๆ แปลงเลขฐานสิบเป็นฐานสอง

กลุ่มที่ 3: ลำดับเวียนเกิด สูตรปิด และขอบเขต กลาง

นี่คือกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดในข้อสอบมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ an=c1an−1+c2an−2a_n = c_1a_{n-1} + c_2a_{n-2} ย้อนสองขั้น จึงต้องใช้อุปนัยแบบเข้ม (หรืออุปนัยธรรมดาบนคู่ (an−1,an)(a_{n-1}, a_n)) และกรณีฐานสองตัวเสมอ

N6 Fibonacci bounds & Binet ขอบเขตและสูตรของบิเนต์

φn−2≤Fn≤φn−1 (n≥1)Fn=φn−ψn5,φ,ψ=1±52\begin{gathered} \varphi^{n-2} \le F_n \le \varphi^{n-1}\ (n \ge 1) \\ F_n = \frac{\varphi^n - \psi^n}{\sqrt5},\quad \varphi, \psi = \frac{1 \pm \sqrt5}{2} \end{gathered}

กุญแจของทุกข้อคือ φ2=φ+1\varphi^2 = \varphi + 1 (และ ψ2=ψ+1\psi^2 = \psi + 1)

N7 Geometric bound ขอบเขต an≤Crna_n \le Cr^n ของเวียนเกิดสัมประสิทธิ์ไม่ติดลบ

an=∑i=1kcian−i, ci≥0∑i=1kcir−i≤1,an0+j≤Crn0+j (j<k)⟹ an≤Crn\begin{gathered} a_n = \sum_{i=1}^{k} c_i a_{n-i},\ c_i \ge 0 \\ \sum_{i=1}^{k} c_i r^{-i} \le 1,\quad a_{n_0+j} \le C r^{n_0+j}\ (j < k) \\ \Longrightarrow\ a_n \le C r^n \end{gathered}

r ที่เล็กที่สุดที่ใช้ได้คือรากบวกที่ใหญ่ที่สุดของสมการลักษณะเฉพาะ

ตัวอย่าง N-5 · ขอบเขตบน

F1=F2=1, Fn=Fn−1+Fn−2F_1 = F_2 = 1,\ F_n = F_{n-1} + F_{n-2} พิสูจน์ว่า Fn<2nF_n < 2^n ทุก n≥1n \ge 1

  1. กรณีฐาน (สองตัวเพราะย้อนสองขั้น): F1=1<2, F2=1<4F_1 = 1 < 2,\ F_2 = 1 < 4

  2. ให้ n≥3n \ge 3 และ P(j)P(j) ทุก 1≤j<n1 \le j < n: Fn=Fn−1+Fn−2<2n−1+2n−2=3⋅2n−2<4⋅2n−2=2nF_n = \hlP{F_{n-1}} + \hlP{F_{n-2}} < 2^{n-1} + 2^{n-2} = 3\cdot2^{n-2} < 4\cdot 2^{n-2} = 2^n ∎

ฐาน 2 “หลวม” มาก ฐานที่เล็กที่สุดที่ใช้ได้คือ φ≈1.618\varphi \approx 1.618 ลองเลื่อนแถบในแล็บด้านล่างให้ r ต่ำกว่า φ แล้วดูขั้นอุปนัยพัง

ตัวอย่าง N-6 · ขอบเขตล่างด้วย φ

พิสูจน์ว่า Fn≥φn−2F_n \ge \varphi^{n-2} ทุก n≥1n \ge 1 เมื่อ φ=1+52\varphi = \tfrac{1+\sqrt5}{2}

  1. กรณีฐาน: F1=1≥φ−1≈0.618F_1 = 1 \ge \varphi^{-1} \approx 0.618 และ F2=1≥φ0=1F_2 = 1 \ge \varphi^0 = 1

  2. Fn=Fn−1+Fn−2≥φn−3+φn−4=φn−4(φ+1)=φn−4⋅φ2=φn−2F_n = F_{n-1} + F_{n-2} \ge \varphi^{n-3} + \varphi^{n-4} = \varphi^{n-4}(\varphi + 1) = \varphi^{n-4}\cdot\varphi^2 = \varphi^{n-2} ∎

ใช้ φ2=φ+1\varphi^2 = \varphi + 1 เป็นกุญแจ ผลนี้ทำให้รู้ว่าอัลกอริทึมยุคลิดใช้จำนวนรอบเป็นลอการิทึม (ทฤษฎีบทของลาเม)

ตัวอย่าง N-7 · สูตรปิด

a1=1, a2=5, an=an−1+2an−2a_1 = 1,\ a_2 = 5,\ a_n = a_{n-1} + 2a_{n-2} พิสูจน์ว่า an=2n+(−1)na_n = 2^n + (-1)^n

  1. กรณีฐาน: 2−1=1=a12 - 1 = 1 = a_1, 4+1=5=a24 + 1 = 5 = a_2 ✓

  2. ให้ n≥3n \ge 3 และสมมติสูตรจริงสำหรับ n−1n - 1 และ n−2n - 2:

    an=2n−1+(−1)n−1+2(2n−2+(−1)n−2)=2n−1+2n−1+(−1)n−2(−1+2)=2n+(−1)n\begin{aligned} a_n &= \hlP{2^{n-1} + (-1)^{n-1}} + 2\big(\hlP{2^{n-2} + (-1)^{n-2}}\big) \\ &= 2^{n-1} + 2^{n-1} + (-1)^{n-2}(-1 + 2) \\ &= 2^n + (-1)^n \end{aligned}

สูตรมาจากสมการลักษณะเฉพาะ t2=t+2t^2 = t + 2 ราก 2 และ −1

ตัวอย่าง N-8 · กรณีฐานสามตัว

T1=T2=T3=1, Tn=Tn−1+Tn−2+Tn−3T_1 = T_2 = T_3 = 1,\ T_n = T_{n-1} + T_{n-2} + T_{n-3} พิสูจน์ว่า Tn<2nT_n < 2^n

  1. ย้อน 3 ขั้น ⇒ กรณีฐาน 3 ตัว: 1<2, 1<4, 1<81 < 2,\ 1 < 4,\ 1 < 8

  2. ให้ n≥4n \ge 4: Tn<2n−1+2n−2+2n−3=7⋅2n−3<8⋅2n−3=2nT_n < 2^{n-1} + 2^{n-2} + 2^{n-3} = 7\cdot2^{n-3} < 8\cdot 2^{n-3} = 2^n ∎

ลำดับจริง 1, 1, 1, 3, 5, 9, 17, 31, 57, … โตด้วยฐานราว 1.839

ตัวอย่าง N-9 · สูตรของบิเนต์

F0=0, F1=1, Fn=Fn−1+Fn−2F_0 = 0,\ F_1 = 1,\ F_n = F_{n-1} + F_{n-2} พิสูจน์ Fn=φn−ψn5F_n = \dfrac{\varphi^n - \psi^n}{\sqrt5}

  1. กรณีฐาน: n=0n = 0 ได้ 00 และ n=1n = 1 ได้ φ−ψ5=55=1\tfrac{\varphi - \psi}{\sqrt5} = \tfrac{\sqrt5}{\sqrt5} = 1

  2. ให้ n≥2n \ge 2: Fn=φn−1−ψn−15+φn−2−ψn−25=φn−2(φ+1)−ψn−2(ψ+1)5F_n = \dfrac{\varphi^{n-1} - \psi^{n-1}}{\sqrt5} + \dfrac{\varphi^{n-2} - \psi^{n-2}}{\sqrt5} = \dfrac{\varphi^{n-2}(\varphi + 1) - \psi^{n-2}(\psi + 1)}{\sqrt5}

  3. แทน φ+1=φ2, ψ+1=ψ2\varphi + 1 = \varphi^2,\ \psi + 1 = \psi^2 ได้ φn−ψn5\dfrac{\varphi^n - \psi^n}{\sqrt5} ∎

เพราะ ∣ψ∣<1|\psi| < 1 จึงได้ FnF_n = จำนวนเต็มที่ใกล้ φn/5\varphi^n/\sqrt5 ที่สุด

เครื่องแก้ความสัมพันธ์เวียนเกิดที่เขียนบทพิสูจน์ให้

พิมพ์ความสัมพันธ์และค่าเริ่มต้น เครื่องมือหาสูตรปิดแบบแม่นตรง แล้วสร้างบทพิสูจน์ด้วยอุปนัยแบบเข้ม (กดเปิดส่วน “พิสูจน์สูตรด้วยอุปนัยแบบเข้ม” ท้ายผลลัพธ์) ใช้ตรวจว่าเราเขียนกรณีฐานครบและอ้างสมมติฐานถูกตัวหรือไม่ · รายละเอียดวิธีอยู่ที่ เครื่องคิดเลข 26.11

กลุ่มที่ 4: การนับและการแบ่งชิ้น กลาง

เมื่อสิ่งของ “แตกเป็นสองชิ้นที่เล็กกว่า” โดยไม่รู้ว่าแต่ละชิ้นใหญ่เท่าไร อุปนัยแบบเข้มคือเครื่องมือธรรมชาติ

ตัวอย่าง N-10 · ช็อกโกแลต

แท่งช็อกโกแลต m×nm \times n หักได้ครั้งละหนึ่งชิ้นตามร่อง ต้องหักกี่ครั้งจึงได้ชิ้น 1×11 \times 1 ทั้งหมด

  1. ให้ P(k)P(k): แท่งที่มี k ช่อง (รูปใดก็ได้) ต้องหัก k−1k - 1 ครั้งพอดี · กรณีฐาน k=1k = 1: หัก 0 ครั้ง

  2. ให้ k≥2k \ge 2 สมมติ P(j)P(j) ทุก j<kj < k การหักครั้งแรกให้สองชิ้นขนาด p,qp, q โดย p+q=kp + q = k และ 1≤p,q<k1 \le p, q < k

  3. รวม 1+(p−1)+(q−1)=k−11 + \hlP{(p - 1)} + \hlP{(q - 1)} = k - 1 ∎ (มุมมองที่สั้นกว่า: หักหนึ่งครั้งเพิ่มชิ้นหนึ่งชิ้นเสมอ)

mn−1mn - 1 ครั้ง ไม่ว่าจะหักแบบไหน · แท่ง 3 × 4 ใช้ 11 ครั้ง

ตัวอย่าง N-11 · ปูกระเบื้องโดมิโน

กระดาน 2×n2 \times n ปูด้วยโดมิโน 1×21 \times 2 ได้กี่แบบ

  1. ดูชิ้นสุดท้ายทางขวา: เป็นโดมิโนตั้งหนึ่งชิ้น (เหลือ 2×(n−1)2 \times (n-1)) หรือโดมิโนนอนสองชิ้นซ้อนกัน (เหลือ 2×(n−2)2 \times (n-2)) ⇒ T(n)=T(n−1)+T(n−2)T(n) = T(n-1) + T(n-2)

  2. กรณีฐาน T(1)=1, T(2)=2T(1) = 1,\ T(2) = 2 จากนั้นอุปนัยแบบเข้มแสดงว่า T(n)=Fn+1T(n) = F_{n+1} (เพราะทั้งสองข้างมีความสัมพันธ์และกรณีฐานเดียวกัน)

T(5)=F6=8T(5) = F_6 = 8 แบบ ดูทั้งแปดแบบในแล็บ

ตัวอย่าง N-12 · ทฤษฎีบทเซกเคนดอร์ฟ

พิสูจน์ว่าจำนวนนับทุกตัวเขียนเป็นผลบวกของเลขฟีโบนัชชี (1, 2, 3, 5, 8, …) ที่ไม่มีสองตัวใดติดกันในลำดับได้

  1. กรณีฐาน n=1=Fn = 1 = F · ให้ n≥2n \ge 2 และสมมติ P(j)P(j) ทุก j<nj < n

  2. ถ้า n เป็นเลขฟีโบนัชชีจบทันที มิฉะนั้นให้ FkF_k ใหญ่สุดที่ Fk<n<Fk+1F_k < n < F_{k+1} และ r=n−Fkr = n - F_k

  3. r<Fk+1−Fk=Fk−1r < F_{k+1} - F_k = F_{k-1} และ r<nr < n ⇒ P(r)\hlP{P(r)} ให้ผลบวกของเลขฟีโบนัชชีที่ไม่ติดกันซึ่งทุกตัวเล็กกว่า Fk−1F_{k-1} จึงไม่ติดกับ FkF_k ∎

100=89+8+3100 = 89 + 8 + 3

กลุ่มที่ 5: เกม อัลกอริทึม และระบบควบคุม ขั้นสูง

ในวิทยาการคอมพิวเตอร์ อุปนัยแบบเข้มคือวิธีมาตรฐานในการพิสูจน์อัลกอริทึมแบบเรียกตัวเอง (recursive) เพราะการเรียกซ้ำมักลดขนาดปัญหาเป็นครึ่งหรือเป็นชิ้นใด ๆ ที่เล็กกว่า

N8 Divide-and-conquer bounds ขอบเขตอัลกอริทึมแบ่งครึ่ง

T(n)=T(⌊n2⌋)+T(⌈n2⌉)+n⇒ T(n)≤n⌈log⁡2n⌉C(n)=1+C(⌊n2⌋) ⇒ C(n)=⌊log⁡2n⌋+1\begin{gathered} T(n) = T\big(\lfloor\tfrac n2\rfloor\big) + T\big(\lceil\tfrac n2\rceil\big) + n \\ \Rightarrow\ T(n) \le n\lceil\log_2 n\rceil \\ C(n) = 1 + C\big(\lfloor\tfrac n2\rfloor\big) \ \Rightarrow\ C(n) = \lfloor\log_2 n\rfloor + 1 \end{gathered}

T(1)=0, C(1)=1T(1) = 0,\ C(1) = 1 · merge sort และ binary search ตามลำดับ

N9 Take-away games เกมหยิบ (P/N positions)

n แพ้  ⟺  ทุกการหยิบนำไปสู่ตำแหน่งชนะหยิบ {1,…,k}: n แพ้  ⟺  (k+1)∣n\begin{gathered} n \text{ แพ้} \iff \text{ทุกการหยิบนำไปสู่ตำแหน่งชนะ} \\ \text{หยิบ } \{1, \dots, k\}:\ n \text{ แพ้} \iff (k+1) \mid n \end{gathered}

ตำแหน่ง 0 เป็นกรณีฐาน (คนที่ต้องเดินแพ้) ทุกตำแหน่งตัดสินจากตำแหน่งที่เล็กกว่าหลายตัว

ตัวอย่าง N-13 · เกมหยิบเหรียญ

มีเหรียญ n อัน ผลัดกันหยิบครั้งละ 1, 2 หรือ 3 อัน ผู้หยิบอันสุดท้ายชนะ พิสูจน์ว่าผู้เริ่มก่อนแพ้ก็ต่อเมื่อ 4∣n4 \mid n

  1. P(n)P(n): ตำแหน่ง n แพ้ (สำหรับคนที่ต้องเดิน) ⇔ 4∣n4 \mid n · กรณีฐาน n=0n = 0: ไม่มีให้หยิบ แพ้ และ 4∣04 \mid 0 ✓

  2. ให้ n≥1n \ge 1 และสมมติ P(j)P(j) ทุก j<nj < n ถ้า 4∣n4 \mid n: ทุกการหยิบได้ n−1,n−2,n−3n - 1, n - 2, n - 3 ซึ่งหาร 4 ไม่ลงตัว จึงเป็นตำแหน่งชนะตาม P(n−1)\hlP{P(n-1)}, P(n−2)\hlP{P(n-2)}, P(n−3)\hlP{P(n-3)} ⇒ n แพ้

  3. ถ้า 4∤n4 \nmid n: หยิบ n mod 4n \bmod 4 อันไปที่พหุคูณของ 4 ซึ่งแพ้ตามสมมติฐาน ⇒ n ชนะ ∎

กลยุทธ์: ทิ้งพหุคูณของ 4 ให้คู่แข่งเสมอ ลองชนะคอมพิวเตอร์ในแล็บ

ตัวอย่าง N-14 · merge sort

T(1)=0, T(n)=T(⌊n/2⌋)+T(⌈n/2⌉)+nT(1) = 0,\ T(n) = T(\lfloor n/2\rfloor) + T(\lceil n/2\rceil) + n พิสูจน์ T(n)≤n⌈log⁡2n⌉T(n) \le n\lceil\log_2 n\rceil

  1. กรณีฐาน T(1)=0≤1⋅0T(1) = 0 \le 1\cdot 0 · ให้ n≥2n \ge 2 และ c=⌈log⁡2n⌉c = \lceil\log_2 n\rceil จึงมี n≤2cn \le 2^c

  2. ⌈n/2⌉≤2c−1\lceil n/2\rceil \le 2^{c-1} ⇒ ทั้งสองครึ่งมี ⌈log⁡2(⋅)⌉≤c−1\lceil\log_2(\cdot)\rceil \le c - 1 และเล็กกว่า n จึงใช้ สมมติฐานแบบเข้ม\hlP{\text{สมมติฐานแบบเข้ม}} ได้

  3. T(n)≤⌊n2⌋(c−1)+⌈n2⌉(c−1)+n=n(c−1)+n=ncT(n) \le \lfloor\tfrac n2\rfloor(c-1) + \lceil\tfrac n2\rceil(c-1) + n = n(c - 1) + n = nc ∎

merge sort ใช้การเปรียบเทียบ O(nlog⁡n)O(n\log n) · อุปนัยธรรมดาบน n−1n - 1 ใช้ไม่ได้เพราะการเรียกซ้ำกระโดดไปที่ n/2n/2

ตัวอย่าง N-15 · binary search

C(1)=1, C(n)=1+C(⌊n/2⌋)C(1) = 1,\ C(n) = 1 + C(\lfloor n/2\rfloor) พิสูจน์ C(n)=⌊log⁡2n⌋+1C(n) = \lfloor\log_2 n\rfloor + 1

  1. กรณีฐาน C(1)=1=0+1C(1) = 1 = 0 + 1 · ให้ n≥2n \ge 2 สมมติสูตรจริงทุก j<nj < n โดยเฉพาะ j=⌊n/2⌋j = \lfloor n/2\rfloor

  2. ถ้า 2m≤n<2m+12^m \le n < 2^{m+1} แล้ว 2m−1≤⌊n/2⌋<2m2^{m-1} \le \lfloor n/2\rfloor < 2^m ⇒ ⌊log⁡2⌊n/2⌋⌋=m−1\lfloor\log_2\lfloor n/2\rfloor\rfloor = m - 1

  3. C(n)=1+(m−1)+1=m+1=⌊log⁡2n⌋+1C(n) = 1 + \hlP{(m - 1) + 1} = m + 1 = \lfloor\log_2 n\rfloor + 1 ∎

ค้นข้อมูลล้านรายการ (เรียงแล้ว) ใช้ไม่เกิน 20 รอบ

ตัวอย่าง N-16 · เอกลักษณ์ของเบซู

พิสูจน์ว่า gcd⁡(a,b)=ax+by\gcd(a, b) = ax + by สำหรับจำนวนเต็ม x, y บางค่า (ทุก a≥0, b≥0a \ge 0,\ b \ge 0 ไม่เป็นศูนย์พร้อมกัน) แล้วหา x, y ของ gcd⁡(252,198)\gcd(252, 198)

  1. อุปนัยแบบเข้มบน b · กรณีฐาน b=0b = 0: gcd⁡(a,0)=a=a⋅1+0⋅0\gcd(a, 0) = a = a\cdot1 + 0\cdot0

  2. ให้ b≥1b \ge 1: a=qb+ra = qb + r โดย 0≤r<b0 \le r < b และ gcd⁡(a,b)=gcd⁡(b,r)\gcd(a, b) = \gcd(b, r) จาก P(r)\hlP{P(r)} (เพราะ r<br < b): gcd⁡(b,r)=bx′+ry′\gcd(b, r) = bx' + ry'

  3. แทน r=a−qbr = a - qb: gcd⁡(a,b)=ay′+b(x′−qy′)\gcd(a,b) = ay' + b(x' - qy') ∎ (นี่คืออัลกอริทึมยุคลิดแบบขยาย)

  4. 252=1⋅198+54, 198=3⋅54+36, 54=1⋅36+18, 36=2⋅18252 = 1\cdot198 + 54,\ 198 = 3\cdot54 + 36,\ 54 = 1\cdot36 + 18,\ 36 = 2\cdot18 ย้อนกลับได้ 18=252⋅4−198⋅518 = 252\cdot4 - 198\cdot5

gcd⁡(252,198)=18=4(252)−5(198)\gcd(252, 198) = 18 = 4(252) - 5(198) · r เป็นค่าใดก็ได้ที่น้อยกว่า b จึงต้องใช้อุปนัยแบบเข้ม

ตัวอย่าง N-17 · ระบบควบคุมดิจิทัล

ค่าความคลาดของลูปควบคุมแบบไม่ต่อเนื่องสอดคล้อง en=0.5en−1+0.3en−2e_n = 0.5e_{n-1} + 0.3e_{n-2} โดย e0=e1=1e_0 = e_1 = 1 พิสูจน์ว่า en≤C(0.86)ne_n \le C(0.86)^n และหา C

  1. สัมประสิทธิ์ไม่ติดลบ ใช้ N7 กับ r=0.86r = 0.86: 0.50.86+0.30.862=0.5814+0.4056=0.9870≤1\tfrac{0.5}{0.86} + \tfrac{0.3}{0.86^2} = 0.5814 + 0.4056 = 0.9870 \le 1 ✓ (ราก t2=0.5t+0.3t^2 = 0.5t + 0.3 คือ 0.8521 จึงเลือก r ต่ำกว่า 0.8521 ไม่ได้)

  2. กรณีฐานสองตัว: ต้องการ C≥e0=1C \ge e_0 = 1 และ C≥e1/0.86=1.1628C \ge e_1/0.86 = 1.1628 ⇒ เลือก C=1.1628C = 1.1628

  3. ขั้นอุปนัยแบบเข้ม: en≤0.5 Crn−1+0.3 Crn−2=Crn(0.5r+0.3r2)≤Crne_n \le 0.5\,\hlP{Cr^{n-1}} + 0.3\,\hlP{Cr^{n-2}} = Cr^n\left(\tfrac{0.5}{r} + \tfrac{0.3}{r^2}\right) \le Cr^n ∎

ความคลาดลดลงอย่างน้อยแบบเรขาคณิตด้วยอัตรา 0.86 ต่อรอบ: หลัง 30 รอบเหลือไม่เกิน 1.1628(0.86)30≈0.0131.1628(0.86)^{30} \approx 0.013

เปรียบเทียบ: อุปนัยธรรมดา อุปนัยแบบเข้ม และหลักการจัดอันดับดี

อุปนัยธรรมดาอุปนัยแบบเข้มหลักการจัดอันดับดี
สมมติP(k)P(k)P(n0),…,P(n−1)P(n_0), \dots, P(n-1) ทั้งหมดมีตัวอย่างค้านที่เล็กที่สุด n
พิสูจน์P(k+1)P(k+1)P(n)P(n)ได้ตัวอย่างค้านที่เล็กกว่า n (ขัดแย้ง)
เหมาะกับสูตรผลบวก การหารลงตัว อสมการทีละขั้นเวียนเกิดหลายขั้น ตัวประกอบ แบ่งครึ่ง แบ่งชิ้นพิสูจน์การมีอยู่ ความเป็นอตรรกยะ การสิ้นสุดของอัลกอริทึม
กรณีฐานส่วนใหญ่ 1 ตัวเท่ากับจำนวนขั้นที่ย้อนไกลที่สุดมักแฝงอยู่ในการแยกกรณี

ทั้งสามแบบพิสูจน์สิ่งเดียวกันได้เสมอ (N2) การเลือกแบบเข้มไม่ได้ทำให้บทพิสูจน์ “แข็งแรงกว่า” แต่ทำให้เขียนง่ายและอ่านเข้าใจกว่าเมื่อขั้นอุปนัยต้องการหลายกรณี ถ้าใช้แค่ P(k)P(k) ก็เขียนแบบธรรมดาได้ ไม่ผิด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: เกมหาจุดผิด

  • กรณีฐานไม่พอ: ย้อนสองขั้นแต่ตรวจแค่ตัวเดียว (ผิดบ่อยที่สุด)
  • อ้างกรณีที่อยู่นอกโดเมน: ใช้ P(n−3)P(n-3) เมื่อ n−3n - 3 ยังต่ำกว่า n0n_0 หรือใช้ a−1=0a - 1 = 0 ที่ไม่ใช่จำนวนนับ
  • อ้างสมมติฐานถูก แต่ตรรกะต่อจากนั้นผิด: เช่น “ผลคูณของจำนวนเฉพาะเป็นจำนวนเฉพาะ”
  • เขียนสมมติฐานไม่ครบ: ต้องบอกช่วง “ทุก n0≤j<nn_0 \le j < n” ไม่ใช่ “สมมติว่าจริง”

ฝึกพิสูจน์แบบภาคปฏิบัติ

เรียงบรรทัดบทพิสูจน์ (มีบรรทัดหลอก)

บทพิสูจน์ที่ได้คะแนนเต็มคือบทพิสูจน์ที่เรียงเหตุผลถูก แตะบรรทัดตามลำดับ ระวังบรรทัดหลอกที่ดูน่าเชื่อแต่ใช้ไม่ได้ เช่น “สมมติแค่ P(n − 1)” ในโจทย์ที่ต้องย้อนสามขั้น

โจทย์ฝึก 10 ข้อ (มีเฉลย)

S1 พื้นฐานพิสูจน์ว่าทุกราคา n≥12n \ge 12 บาทรวมได้ด้วยแสตมป์ 4 และ 5 บาท

กรณีฐาน 4 ตัว: 12=4⋅3, 13=4⋅2+5, 14=4+5⋅2, 15=5⋅312 = 4\cdot3,\ 13 = 4\cdot2 + 5,\ 14 = 4 + 5\cdot2,\ 15 = 5\cdot3 ขั้นอุปนัย: n≥16n \ge 16 ⇒ n−4≥12n - 4 \ge 12 ใช้ P(n−4)P(n-4) แล้วเติม 4 บาท

g(4,5)=11g(4,5) = 11

S2 พื้นฐานมีเหรียญ 6, 9, 20 (ชุดไก่ทอด) ราคาใดใหญ่สุดที่ซื้อพอดีไม่ได้

ไล่ตารางพบว่า 44, 45, 46, 47, 48, 49 ทำได้ครบหกค่าติดกัน (เท่ากับเหรียญที่เล็กที่สุด) จึงทำได้ทุกค่าที่มากกว่าด้วยการเติม 6 ค่าที่ทำไม่ได้ใหญ่สุดคือ 43

43

S3 พื้นฐานa1=1, a2=3, an=an−1+an−2a_1 = 1,\ a_2 = 3,\ a_n = a_{n-1} + a_{n-2} พิสูจน์ an<(7/4)na_n < (7/4)^n

กรณีฐาน 1<1.75, 3<3.06251 < 1.75,\ 3 < 3.0625 ขั้นอุปนัย: an<(7/4)n−1+(7/4)n−2=(7/4)n−2⋅114a_n < (7/4)^{n-1} + (7/4)^{n-2} = (7/4)^{n-2}\cdot\tfrac{11}{4} และ 114<4916\tfrac{11}{4} < \tfrac{49}{16} ✓

ใช้ได้เพราะ 47+1649=4449≤1\tfrac{4}{7} + \tfrac{16}{49} = \tfrac{44}{49} \le 1

S4 กลางa0=1, a1=4, an=5an−1−6an−2a_0 = 1,\ a_1 = 4,\ a_n = 5a_{n-1} - 6a_{n-2} พิสูจน์ an=2⋅3n−2na_n = 2\cdot3^n - 2^n

กรณีฐาน 2−1=1, 6−2=42 - 1 = 1,\ 6 - 2 = 4 ขั้นอุปนัย: 5(2⋅3n−1−2n−1)−6(2⋅3n−2−2n−2)=2⋅3n−2(15−6)−2n−2(10−6)=2⋅3n−2n5(2\cdot3^{n-1} - 2^{n-1}) - 6(2\cdot3^{n-2} - 2^{n-2}) = 2\cdot3^{n-2}(15 - 6) - 2^{n-2}(10 - 6) = 2\cdot3^n - 2^n

✓

S5 กลางพิสูจน์ว่า F1+F2+⋯+Fn=Fn+2−1F_1 + F_2 + \dots + F_n = F_{n+2} - 1

อุปนัยธรรมดาพอ (ใช้แค่ P(n−1)): ∑k=1nFk=(Fn+1−1)+Fn=Fn+2−1\sum_{k=1}^{n} F_k = (F_{n+1} - 1) + F_n = F_{n+2} - 1 · ตัวอย่างนี้แสดงว่าไม่ต้องใช้แบบเข้มทุกครั้ง

กรณีฐาน F1=1=F3−1F_1 = 1 = F_3 - 1

S6 กลางเกมหยิบครั้งละ 1, 3 หรือ 4 อัน ตำแหน่งใดแพ้

ไล่ตาราง: 0 แพ้, 1 ชนะ, 2 แพ้, 3, 4, 5, 6 ชนะ, 7 แพ้, … ตำแหน่งแพ้คือ n≡0,2(mod7)n \equiv 0, 2 \pmod 7 พิสูจน์ด้วยอุปนัยแบบเข้มเพราะตำแหน่ง n ขึ้นกับ n−1, n−3, n−4

0, 2, 7, 9, 14, 16, …

S7 กลางพิสูจน์ว่าต้นไม้ (tree) ที่มี n จุดยอดมีเส้นเชื่อม n−1n - 1 เส้น

อุปนัยแบบเข้มบน n: ลบเส้นเชื่อมหนึ่งเส้นได้ต้นไม้สองต้นขนาด p+q=np + q = n จากสมมติฐานมีเส้น (p−1)+(q−1)(p-1) + (q-1) รวมเส้นที่ลบกลับคืน =n−1= n - 1 (โครงสร้างเดียวกับช็อกโกแลต)

กรณีฐาน n = 1 มี 0 เส้น

S8 ขั้นสูงa1=1, an=a⌊n/2⌋+a⌈n/2⌉a_1 = 1,\ a_n = a_{\lfloor n/2\rfloor} + a_{\lceil n/2\rceil} สำหรับ n≥2n \ge 2 หาและพิสูจน์สูตร

ลองค่า: 1, 2, 3, 4, … เดา an=na_n = n ขั้นอุปนัย an=⌊n/2⌋+⌈n/2⌉=na_n = \lfloor n/2\rfloor + \lceil n/2\rceil = n ใช้ P(⌊n/2⌋),P(⌈n/2⌉)P(\lfloor n/2\rfloor), P(\lceil n/2\rceil) ซึ่งทั้งคู่ <n< n เมื่อ n≥2n \ge 2

an=na_n = n

S9 ขั้นสูงพิสูจน์ว่า 2\sqrt2 เป็นจำนวนอตรรกยะด้วยหลักการจัดอันดับดี

สมมติ 2=p/q\sqrt2 = p/q และให้ q เป็นตัวส่วนบวกที่เล็กที่สุด ได้ p2=2q2p^2 = 2q^2 ⇒ p คู่ ⇒ q คู่ ⇒ 2=(p/2)/(q/2)\sqrt2 = (p/2)/(q/2) มีตัวส่วนเล็กกว่า q ขัดแย้ง

เป็นรูป “ตัวอย่างค้านที่เล็กที่สุด” ของอุปนัยแบบเข้ม

S10 ขั้นสูงen=0.6en−1+0.2en−2, e0=2, e1=1e_n = 0.6e_{n-1} + 0.2e_{n-2},\ e_0 = 2,\ e_1 = 1 หา r ที่เล็กที่สุดที่ en≤Crne_n \le Cr^n พิสูจน์ได้ด้วยวิธี N7

r ต้องสอดคล้อง 0.6/r+0.2/r2≤10.6/r + 0.2/r^2 \le 1 ⇔ r2−0.6r−0.2≥0r^2 - 0.6r - 0.2 \ge 0 ⇒ r≥0.3+0.29≈0.8385r \ge 0.3 + \sqrt{0.29} \approx 0.8385 เลือก r ใดก็ได้ที่ไม่น้อยกว่านี้ แล้วให้ C=max⁡(e0,e1/r)C = \max(e_0, e_1/r)

rmin⁡=0.3+0.29≈0.8385r_{\min} = 0.3 + \sqrt{0.29} \approx 0.8385

เรียนต่อ

ทบทวนอุปนัยธรรมดาและแม่แบบ 4 ขั้นที่ อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ (3.2) อ่านตัวอย่างอีก 14 ข้อใน บทความอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ หาสูตรที่จะพิสูจน์ด้วย เครื่องคิดเลขลำดับและอนุกรม (26.11) และดูทฤษฎีลำดับเวียนเกิดที่ ลำดับ (26.1)

คำถามที่พบบ่อย

อุปนัยแบบเข้ม (strong induction) ต่างจากอุปนัยธรรมดาอย่างไร?

อุปนัยธรรมดาสมมติเพียง P(k)P(k) แล้วพิสูจน์ P(k+1)P(k+1) ส่วนอุปนัยแบบเข้มสมมติว่า P(j)P(j) จริงทุก j ตั้งแต่กรณีฐานจนถึง n−1n-1 แล้วพิสูจน์ P(n)P(n) ใช้เมื่อการพิสูจน์ P(n)P(n) ต้องอาศัยกรณีที่ย้อนไปไกลกว่าหนึ่งขั้นหรือไม่รู้ล่วงหน้าว่าย้อนไปเท่าไร เช่น P(n−2)P(n-2), P(⌊n/2⌋)P(\lfloor n/2\rfloor) หรือตัวประกอบของ n ทั้งสองแบบมีพลังเท่ากันในทางตรรกะ

ต้องมีกรณีฐานกี่ตัว?

เท่ากับจำนวนขั้นที่ขั้นอุปนัยย้อนกลับไกลที่สุด ถ้าใช้ P(n−1)P(n-1) และ P(n−2)P(n-2) ต้องมีกรณีฐานสองตัว (เช่น F1F_1 และ F2F_2) ถ้าใช้ P(n−4)P(n-4) แบบโจทย์แสตมป์ 4 และ 5 บาทต้องมีสี่ตัว ถ้าขาดไปแม้ตัวเดียว ทั้งบทพิสูจน์ใช้ไม่ได้

พิสูจน์ว่าทุกราคาตั้งแต่ 8 บาทขึ้นไปรวมได้ด้วยแสตมป์ 3 และ 5 บาทอย่างไร?

กรณีฐาน 8=3+5, 9=3+3+3, 10=5+58 = 3+5,\ 9 = 3+3+3,\ 10 = 5+5 ขั้นอุปนัยแบบเข้ม: ให้ n≥11n \ge 11 และสมมติว่าทุกราคา j ที่ 8≤j<n8 \le j < n รวมได้ เพราะ n−3≥8n - 3 \ge 8 จึงรวม n−3n-3 ได้ แล้วเติมแสตมป์ 3 บาทอีกดวง ต้องมีกรณีฐานสามตัวเพราะขั้นอุปนัยย้อนกลับ 3 ขั้น

ทำไมการพิสูจน์ว่าทุกจำนวนเต็มเป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะต้องใช้อุปนัยแบบเข้ม?

เพราะถ้า n ไม่เป็นจำนวนเฉพาะ n = ab โดย a และ b เล็กกว่า n แต่ไม่ใช่ n − 1 การรู้ว่า n − 1 เป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะไม่ช่วยอะไรเลย ต้องสมมติว่าทุกจำนวนที่เล็กกว่า n เป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะ จึงใช้สมมติฐานกับ a และ b ได้

อุปนัยแบบเข้มใช้ในงานวิศวกรรมหรือวิทยาการคอมพิวเตอร์อย่างไร?

ใช้พิสูจน์ความถูกต้องและเวลาทำงานของอัลกอริทึมแบบแบ่งแล้วเอาชนะ (เช่น merge sort ใช้การเปรียบเทียบไม่เกิน n⌈log⁡2n⌉n\lceil\log_2 n\rceil ครั้ง binary search ใช้ ⌊log⁡2n⌋+1\lfloor\log_2 n\rfloor + 1 รอบ) พิสูจน์สูตรปิดของลำดับเวียนเกิดในตัวกรองดิจิทัล และพิสูจน์ว่าค่าความคลาดในระบบควบคุมดิจิทัลลดลงแบบเรขาคณิต ∣en∣≤Crn|e_n| \le Cr^n

มีที่ให้ฝึกเขียนพิสูจน์ด้วยอุปนัยแบบเข้มไหม?

หน้านี้มีแล็บโต้ตอบ 11 ชุด เช่น ตารางว่าแต่ละ P(n) อาศัยกรณีใด ทดลองลดกรณีฐานแล้วดูบทพิสูจน์พัง เกมเรียงบรรทัดบทพิสูจน์ที่มีบรรทัดหลอก เกมหาจุดผิด และเครื่องแก้ความสัมพันธ์เวียนเกิดที่สร้างบทพิสูจน์ด้วยอุปนัยแบบเข้มให้อัตโนมัติ พร้อมโจทย์ฝึกที่มีเฉลย

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์