- หน้าแรก
- คลังความรู้
- เวกเตอร์
- สนามไฟฟ้า-แม่เหล็ก
// เวกเตอร์ · ส่วนที่ 4 · Vectors in electromagnetic fields
เวกเตอร์ในสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก
วิศวกรรมไฟฟ้าทั้งศาสตร์ตั้งอยู่บนสนามเวกเตอร์ E และ B แรงที่ทำให้มอเตอร์หมุน แรงที่ฉีกบัสบาร์ตอนลัดวงจร ลำอิเล็กตรอนในหลอดภาพ และหลักการของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ล้วนเขียนด้วย dot product และ cross product บทนี้เดินจากกฎคูลอมบ์แบบเวกเตอร์ การซ้อนทับ ฟลักซ์ ไปจนถึงแรงลอเรนซ์ แรงบนลวด และแรงบิดบนขดลวด พร้อมแล็บที่ลากประจุและลวดได้เหมือนห้องแล็บฟิสิกส์ 2
- , — บวกเป็นเวกเตอร์เสมอ
- ศักย์ เป็นสเกลาร์ ฟลักซ์ เป็น dot product
- , , — cross product ทั้งสิ้น
- ลวดขนาน: กระแสทิศเดียวกันดูดกัน
1. ปริมาณไหนเป็นเวกเตอร์ ปริมาณไหนเป็นสเกลาร์ พื้นฐาน
| ปริมาณ | ชนิด | หน่วย | รวมหลายแหล่งอย่างไร |
|---|---|---|---|
| แรงไฟฟ้า/แม่เหล็ก F | เวกเตอร์ | N | บวกองค์ประกอบ |
| สนามไฟฟ้า E | เวกเตอร์ | N/C = V/m | บวกองค์ประกอบ (ซ้อนทับ) |
| สนามแม่เหล็ก B | เวกเตอร์ | T = Wb/m² | บวกองค์ประกอบ |
| ศักย์ไฟฟ้า V | สเกลาร์ | V | บวกตัวเลข (มีเครื่องหมาย) |
| ฟลักซ์ Φ | สเกลาร์ (dot product) | Wb | บวกตัวเลข |
| กระแส I | สเกลาร์ที่มีทิศตามลวด | A | KCL; ใน AC บวกแบบเฟสเซอร์ |
2. กฎของคูลอมบ์แบบเวกเตอร์ พื้นฐาน
M1 Coulomb's law (vector form) แรงที่ q₁ กระทำต่อ q₂
ใส่เครื่องหมายประจุลงไปตรง ๆ: แรงชี้ตาม (ผลัก) ชี้กลับ (ดูด) รูปที่สองใช้สะดวกกับคอมพิวเตอร์เพราะไม่ต้องหา unit vector แยก
q₁ = +3 μC ที่ (−0.3, −0.2) m, q₂ = −4 μC ที่ (0.3, −0.2) m, q₃ = +2 μC ที่ (0, 0.32) m จงหาแรงลัพธ์บน q₃
จาก q₁: m, r = 0.6003 m → N ผลัก → N
จาก q₂: m, r = 0.6003 m → N ดูดเข้าหา q₂ → N
รวม: N, N ที่ 346.1° (เบนลงขวา 13.9°)
F ≈ 0.180 N ที่ −13.9° — เลือกตัวอย่าง “สามเหลี่ยม” ในแล็บด้านล่างเพื่อเห็นลูกศรแรงทั้งสองและแรงลัพธ์
3. สนามไฟฟ้าและหลักการซ้อนทับ พื้นฐาน
M2 Electric field of a point charge สนามไฟฟ้าของประจุจุด
M3 Superposition หลักการซ้อนทับ
สนามจากแต่ละประจุไม่รบกวนกัน (ระบบเชิงเส้น) จึงหาทีละตัวแล้วบวกเวกเตอร์ — แบบเดียวกับแรงลัพธ์ใน R7
+2 μC ที่ (−0.3, 0) m และ −2 μC ที่ (0.3, 0) m จงหาสนามไฟฟ้าที่ P(0, 0.35) m
ระยะจากประจุทั้งสอง: m → N/C เท่ากัน
จาก +q: ชี้ออกจาก +q → : N/C
จาก −q: ชี้เข้าหา −q → N/C
องค์ประกอบ y หักล้างกัน: N/C ชี้จาก + ไป − ขนานแกนไดโพล
E = 1.10 × 10⁵ N/C ตาม +x — ผลรวมขนาด 1.69 × 10⁵ แต่ผลรวมเวกเตอร์เพียง 1.10 × 10⁵
M4 Electric potential (scalar) ศักย์ไฟฟ้าและความสัมพันธ์กับสนาม
ศักย์รวมแบบตัวเลขไม่ต้องแตกองค์ประกอบ ในตัวอย่าง M-2 ที่ P ได้ V = 0 (ระยะเท่ากัน ประจุตรงข้าม) แต่ E ≠ 0 — สนามคือ “ความชัน” ของศักย์ ไม่ใช่ค่าศักย์ เส้นสนามจึงตั้งฉากกับเส้นศักย์เท่าเสมอ
M5 Point of zero field (two charges) จุดที่สนามเป็นศูนย์
ประจุต่างชนิด: จุดนี้อยู่นอกช่วง ฝั่งประจุที่เล็กกว่า ประจุชนิดเดียวกัน: อยู่ระหว่างประจุ ใกล้ตัวที่เล็กกว่า
+4 μC ที่ x = −0.2 m และ −1 μC ที่ x = +0.2 m จงหาจุดบนแกน x ที่ E = 0
ต่างชนิด จุดต้องอยู่นอกช่วง ฝั่ง −1 μC (ตัวเล็ก): x > 0.2
m
ตรวจ: ✓ ทิศตรงข้ามกันจึงหักล้าง
x = 0.6 m — เลือกตัวอย่าง “+4 μC กับ −1 μC” ในแล็บ จุด P วางไว้ตรงนั้นแล้ว
ประจุสามมิติ: ฉากด้านล่างแสดงสนามจากประจุสามตัวบนแกน x, y, z ที่จุด P ใด ๆ ลากหมุนเพื่อเห็นว่าลูกศรทั้งสามบวกกันเป็นลูกศรสีส้มอย่างไร
4. ฟลักซ์: dot product ระหว่างสนามกับเวกเตอร์พื้นที่ กลาง
พื้นที่ราบแทนได้ด้วยเวกเตอร์ ยาวเท่าพื้นที่และตั้งฉากกับผิว ฟลักซ์วัดว่า “เส้นสนามทะลุผิวมากเพียงใด” จึงเป็นการฉายของสนามบนแนวตั้งฉาก
M6 Flux through a flat surface ฟลักซ์ผ่านผิวราบ
ขดลวดหมุนในสนามทำให้ θ = ωt ได้ และ — นี่คือที่มาของไฟฟ้ากระแสสลับรูปไซน์ (ต่อใน sin cos ในไฟฟ้า AC)
B = 0.8 T ตามแกน +z ผ่านแผ่นพื้นที่ 0.12 m² ที่เอียงจนเวกเตอร์ปกติทำมุม 40° กับแกน z
Wb
ถ้าหมุนแผ่นด้วย 3000 rpm (ω = 314.2 rad/s) และ N = 100 รอบ: V
Φ = 73.5 mWb · เครื่องกำเนิดหลักการเดียวกันให้แรงดันยอด ≈ 3 kV
5. แรงลอเรนซ์: ประจุที่เคลื่อนที่ในสนาม กลาง
M7 Lorentz force แรงลอเรนซ์
ส่วนแม่เหล็ก ตั้งฉากกับ เสมอ: จึงไม่ทำงาน อัตราเร็วคงที่ เปลี่ยนแค่ทิศ ใช้กฎมือขวากับ q > 0 แล้วกลับทิศถ้า q < 0
M8 Motion in a uniform B วงกลม เกลียว และคาบ
คาบไม่ขึ้นกับความเร็ว (หลักการไซโคลตรอน) ส่วนความเร็วดริฟต์ คือเงื่อนไขของตัวเลือกความเร็ว: ประจุที่วิ่งด้วย ตั้งฉากกับทั้งคู่จะวิ่งตรง
โปรตอนวิ่งด้วย m/s ในสนาม T จงหาแรง รัศมี คาบ และระยะเกลียว
N — ชี้ −y ตั้งฉากกับทั้ง v และ B
mm, s
ระยะเกลียว mm
r = 41.8 mm, T = 1.31 μs, p = 78.7 mm — ค่าเริ่มต้นของฉาก 3 มิติด้านล่าง
6. แรงบนลวดตัวนำ F = I L × B พื้นฐาน
M9 Force on a straight wire แรงบนลวดตรงในสนามสม่ำเสมอ
ยาวเท่าช่วงลวดที่อยู่ในสนาม ชี้ตามทิศกระแส มาจากแรงลอเรนซ์บนประจุจำนวนมากในลวด ()
ลวดยาว 0.3 m ตามแกน +x มีกระแส 8 A อยู่ในสนาม 0.5 T ตามแกน +y จงหาแรง
N
F = 1.2 N ตาม +z — ลองหมุนทิศลวดและสนามในฉากด้านล่าง
7. สนามจากลวดตรงและแรงระหว่างลวดขนาน กลาง
M10 Field of a long straight wire สนามแม่เหล็กรอบลวดยาว
ทิศวนรอบลวดตามกฎมือขวา (นิ้วโป้งตามกระแส) เขียนเป็นเวกเตอร์ด้วย cross product ทำให้รวมลวดหลายเส้นได้ด้วยการบวกองค์ประกอบ
M11 Force between parallel conductors แรงต่อความยาวระหว่างลวดขนาน
กระแสทิศเดียวกันดูดกัน ทิศตรงข้ามผลักกัน ได้จาก — นิยามเดิมของหน่วยแอมแปร์ก็มาจากสูตรนี้
บัสบาร์สองเส้นห่างกัน 0.1 m มีกระแสลัดวงจร 20 kA (RMS สมมาตร) ในทิศตรงข้าม จงประมาณแรงต่อเมตร และสนามที่จุดกึ่งกลาง
N/m ผลักกัน
ที่กึ่งกลาง (0.05 m จากแต่ละเส้น) กระแสตรงข้ามให้สนามทิศเดียวกัน: T
ค่ายอดจริงขณะเกิดลัดวงจรอาจสูงกว่านี้หลายเท่าเพราะกระแสยอดรวม DC offset (มาตรฐานการออกแบบใช้ค่ากระแสยอด) ช่วงยึดฉนวนรองรับจึงต้องคำนวณเป็นแรงกระจายแบบ S9
≈ 800 N/m (80 kgf ต่อเมตร) ผลักบาร์ออกจากกัน
8. แรงบิดบนขดลวด τ = m × B: หัวใจของมอเตอร์ กลาง
ขดลวดสี่เหลี่ยมในสนามแม่เหล็ก ด้านที่ตั้งฉากกับสนามได้แรง F = NILB สองด้านในทิศตรงข้าม เป็นแรงคู่ควบ (S6) ส่วนอีกสองด้านได้แรงที่หักล้างกันในแนวเดียว แรงบิดสุทธิเขียนได้สั้นที่สุดด้วยโมเมนต์แม่เหล็ก
M12 Torque on a current loop แรงบิดบนขดลวด
ตามกฎมือขวาของกระแสในขด แรงบิดหมุนให้ ไปขนานกับ (พลังงาน U ต่ำสุด) มอเตอร์ DC จึงต้องมีคอมมิวเตเตอร์กลับกระแสทุกครึ่งรอบ
ขดลวด 50 รอบ ขนาด 0.10 × 0.08 m กระแส 3 A ในสนาม 0.4 T เวกเตอร์ปกติทำมุม 60° กับสนาม จงหาแรงบิด
A·m²
N·m
แรงบิดสูงสุด 0.48 N·m เมื่อระนาบขดลวดขนานกับสนาม (θ = 90°) และเป็นศูนย์เมื่อ θ = 0°
τ = 0.416 N·m
9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
| ข้อผิดพลาด | วิธีป้องกัน |
|---|---|
| บวกขนาดของสนามจากหลายประจุ | แตกองค์ประกอบแล้วบวก (M3) ศักย์เท่านั้นที่บวกตัวเลขได้ |
| ใช้ |q| แล้วเดาทิศเอง | ใส่เครื่องหมายใน M1/M3 แล้วให้สูตรจัดการทิศ |
| สลับลำดับ v × B หรือ L × B | ลำดับคือ “สิ่งที่เคลื่อนที่ × สนาม” กลับลำดับ = กลับทิศ |
| ลืมกลับทิศสำหรับอิเล็กตรอน | q < 0 ทำให้แรงตรงข้ามกฎมือขวา |
| ใช้ A เป็นสเกลาร์ในฟลักซ์ผิวเอียง | ใช้ และนิยามทิศ ให้ชัด |
10. แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย
- ประจุ +5 μC สองตัวอยู่ที่ (±0.1, 0) m สนามที่ (0, 0.1) m เท่าไร?
- อิเล็กตรอนวิ่ง m/s ใน T แรงชี้ทางไหน รัศมีเท่าไร?
- ลวดยาว 0.5 m กระแส 10 A ทำมุม 30° กับสนาม 0.2 T แรงเท่าไร?
- สายไฟสองเส้นในบ้าน ห่าง 5 mm กระแส 10 A สวนทางกัน แรงต่อเมตรเท่าไร?
เปิดเฉลย
- r = 0.1414 m, |E_i| = k(5μ)/0.02 = 2.247×10⁶ N/C; องค์ประกอบ x หักล้าง, y รวม = 2 × 2.247×10⁶ × (0.1/0.1414) = 3.178×10⁶ N/C ตาม +y
- แต่ q < 0 → แรงตาม +j; r = (9.109×10⁻³¹)(10⁶)/(1.602×10⁻¹⁹ × 0.01) = 0.569 mm
- F = 10(0.5)(0.2)sin30° = 0.5 N
- 2×10⁻⁷ × 100/0.005 = 4 mN/m ผลักกัน (เล็กมากในภาวะปกติ)
11. สรุปสูตร
12. แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ
- OpenStax University Physics Vol. 2 บทที่ 5 Electric Charges and Fields
- OpenStax University Physics Vol. 2 บทที่ 11–12 Magnetic Forces and Fields, Sources of Magnetic Fields
- PhET Charges and Fields และ Faraday's Electromagnetic Lab — ซิมูเลชันระดับโลก เปิดใช้ได้ใน หน้าเครื่องมือระดับโลก
ต่อไป: ขดลวดที่หมุนในสนามให้แรงดันรูปไซน์ ไปต่อที่ ความสัมพันธ์ sin–cos ในไฟฟ้ากระแสสลับ หรือทดลองครบใน แล็บสนามไฟฟ้า-แม่เหล็ก
คำถามที่พบบ่อย
หาสนามไฟฟ้าจากประจุหลายตัวอย่างไร?
ใช้หลักการซ้อนทับ หาเวกเตอร์สนามจากประจุแต่ละตัว E_i = k q_i r̂_i / r_i² แยกเป็นองค์ประกอบ แล้วบวกองค์ประกอบ x y z ทีละแกน ห้ามบวกขนาดของสนามตรง ๆ เพราะทิศต่างกัน ส่วนศักย์ไฟฟ้าเป็นสเกลาร์ บวกตัวเลขได้เลย V = Σ k q_i / r_i
แรงลอเรนซ์คืออะไร?
แรงที่กระทำต่อประจุ q ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว v ในสนามไฟฟ้า E และสนามแม่เหล็ก B คือ F = q(E + v × B) ส่วนแม่เหล็กตั้งฉากกับความเร็วเสมอ จึงไม่ทำงานและไม่เปลี่ยนอัตราเร็ว แค่เลี้ยวทิศ ประจุจึงวิ่งเป็นวงกลมหรือเกลียวรัศมี r = mv⊥/(|q|B)
แรงบนลวดตัวนำในสนามแม่เหล็กหาอย่างไร?
F = I L × B โดย L เป็นเวกเตอร์ยาวเท่าช่วงลวดที่อยู่ในสนามและชี้ตามทิศกระแส ขนาด F = I L B sin θ ทิศตามกฎมือขวา ถ้าลวดขนานกับสนามจะไม่มีแรง หลักนี้คือที่มาของมอเตอร์ไฟฟ้า
ทำไมบัสบาร์ต้องยึดแน่นในตู้ไฟ?
ขณะลัดวงจร กระแสหลายหมื่นแอมแปร์ในบาร์ขนานสร้างแรงระหว่างกัน F/L = μ₀I₁I₂/(2πd) เช่น 20 kA ห่าง 10 cm ได้ 800 N ต่อเมตร (ค่ายอดอาจสูงกว่านี้มากเพราะ DC offset) ฉนวนรองรับและระยะยึดต้องออกแบบให้รับแรงนี้