พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. ระบบควบคุม
  4. ฝึกวาดรูทโลคัส

// บทที่ 13.9 · ระบบควบคุม · Root Locus Sketching

ฝึกวาดรูทโลคัสด้วยมือ: ทีละขั้นจนคล่อง

วิศวกรควบคุมที่เก่งจริงมองขั้วและศูนย์แล้วเห็นรูปรูทโลคัสในหัวก่อนเปิดโปรแกรม เพราะรูปบอกว่าควรเพิ่มศูนย์ตรงไหน ใช้ lead หรือ lag และเกนสูงสุดเท่าไร ซึ่งโปรแกรมไม่ได้บอก หน้านี้คือสนามฝึก มีสูตรวาด 8 ขั้นที่ใช้ได้กับทุกโจทย์ ตัวอย่างทีละขั้น 7 แบบเรียงจากง่ายไปยาก และแล็บที่ซ่อนเฉลยให้วาดก่อนแล้วค่อยตรวจ ก่อนอ่านควรผ่านกฎการวาดมาแล้ว สูตรใช้รหัส W

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • วางขั้ว × ศูนย์ ○ → ระบายส่วนแกนจริง → เส้นกำกับ → จุดแยก → ตัด jωj\omega → มุมออก → ลากโค้งเชื่อม → ตรวจ
  • ขั้วจริงสองตัวติดกันบนโลคัส = มีจุดแยกระหว่างกลาง · ศูนย์สองตัวติดกัน = มีจุดเข้า
  • ขั้วจริง 2 + ศูนย์จริง 1 = วงกลมรอบศูนย์ · เพิ่มศูนย์ดึงโลคัสไปซ้าย (เสถียรขึ้น) · เพิ่มขั้วผลักไปขวา
  • ทุกรูปในหน้านี้คำนวณจากเครื่อง ใช้ตรวจที่วาดเองได้
ระดับพื้นฐาน เริ่มวาดกลาง ป.ตรี วิศวกรรมขั้นสูง โจทย์ยาก

สูตรวาด 8 ขั้น ใช้ได้ทุกโจทย์ พื้นฐาน

W1 Sketching recipe ขั้นตอนการวาดรูทโลคัส

  1. จัดรูป 1+KGH=01 + KGH = 0 ให้ GHGH monic หาขั้ว (×) และศูนย์ (○) วางบนระนาบ ss สเกลแกนเท่ากัน
  2. ระบายส่วนบนแกนจริง (นับขั้ว+ศูนย์ทางขวาเป็นเลขคี่) L5
  3. ถ้า n−m≥2n - m \ge 2: วาดเส้นกำกับจาก σa\sigma_a ที่มุม θa\theta_a (เส้นประ) L6
  4. หาจุดแยก/จุดเข้าในช่วงที่มีขั้วสองฝั่ง (หรือศูนย์สองฝั่ง) L7
  5. หาจุดตัดแกน jωj\omega และ KcrK_{cr} ด้วย Routh L8
  6. มีขั้ว/ศูนย์เชิงซ้อน: หามุมออก/เข้า L9
  7. ลากโค้งนุ่มนวลเชื่อมทุกจุด ใส่ลูกศรทิศ KK เพิ่ม สะท้อนครึ่งล่าง
  8. ตรวจ: จำนวนกิ่ง = nn · กิ่งจบที่ศูนย์หรือตามเส้นกำกับ · ผลรวมขั้วคงที่ (n−m≥2n - m \ge 2) L10

ขั้วจริงสองตัว: รูปพื้นฐานที่สุด พื้นฐาน

ตัวอย่าง W-1 · ระบบอันดับสองแบบ P

วาดรูทโลคัสของ K(s+1)(s+3)\dfrac{K}{(s+1)(s+3)}

  1. ขั้ว −1,−3-1, -3 ไม่มีศูนย์ · ส่วนแกนจริง: [−3,−1][-3, -1] (ทางขวามี 1 ตัว)

  2. n−m=2n - m = 2: θa=±90∘\theta_a = \pm90^\circ, σa=−1−32=−2\sigma_a = \dfrac{-1 - 3}{2} = -2

  3. จุดแยก: 1σ+1+1σ+3=0⇒σ=−2\dfrac{1}{\sigma + 1} + \dfrac{1}{\sigma + 3} = 0 \Rightarrow \sigma = -2 (K=1⋅1=1K = 1 \cdot 1 = 1)

  4. ไม่ตัดแกน jωj\omega (s2+4s+3+Ks^2 + 4s + 3 + K สัมประสิทธิ์บวกเสมอ)

−5−4−3−2−101−3j−2j−1j1j2j3jσjω−2 (K=1)

สองกิ่งวิ่งเข้าหากันบนแกนจริง ชนที่ −2-2 เมื่อ K=1K = 1 แล้วแยกขึ้นลงเป็นเส้นดิ่ง ขั้ววงปิดคือ −2±jK−1-2 \pm j\sqrt{K - 1}

ข้อสังเกตสำคัญ: ส่วนจริงคงที่ −2-2 ทุก K>1K \gt 1 แปลว่าเวลาเข้าที่ ts≈4/2=2t_s \approx 4/2 = 2 sไม่ดีขึ้นเลยเมื่อเพิ่มเกน มีแต่แกว่งเร็วขึ้นและ overshoot มากขึ้น ตัวควบคุม P จึงมีขีดจำกัด

เพิ่มศูนย์: โลคัสเป็นวงกลม พื้นฐาน

W2 Circle rule ขั้วจริง 2 ตัว + ศูนย์จริง 1 ตัว

วงกลมศูนย์กลาง z,r=∣z−p1∣ ∣z−p2∣\text{วงกลมศูนย์กลาง } z, \quad r = \sqrt{|z - p_1|\,|z - p_2|}

ใช้ได้เมื่อศูนย์อยู่นอกช่วงระหว่างขั้วทั้งสอง · จุดแยกและจุดเข้าคือ z±rz \pm r

ตัวอย่าง W-2 · PI/PD กับพลานต์อันดับหนึ่งที่มีอินทิเกรเตอร์

วาดรูทโลคัสของ K(s+3)s(s+1)\dfrac{K(s+3)}{s(s+1)}

  1. ขั้ว 0,−10, -1 ศูนย์ −3-3 · ส่วนแกนจริง: [−1,0][-1, 0] และ (−∞,−3](-\infty, -3] · n−m=1n - m = 1 กิ่งเดียวไปอนันต์ที่ 180∘180^\circ

  2. วงกลม W2: r=3×2=6=2.449r = \sqrt{3 \times 2} = \sqrt6 = 2.449 รอบ −3-3

  3. จุดแยก −3+6=−0.551-3 + \sqrt6 = -0.551 (K=0.101K = 0.101) · จุดเข้า −3−6=−5.449-3 - \sqrt6 = -5.449 (K=9.899K = 9.899)

−7−6−5−4−3−2−101−3j−2j−1j1j2j3jσjω−0.551−5.449

สองกิ่งแยกที่ −0.551 วนตามวงกลมรอบศูนย์ แล้วกลับเข้าแกนจริงที่ −5.449 กิ่งหนึ่งไปหาศูนย์ −3 อีกกิ่งไป −∞ เสถียรทุก K>0K \gt 0

เทียบกับ W-1: ศูนย์ดึงโลคัสไปทางซ้ายและโค้งกลับเข้าแกนจริง เกนสูงจึงไม่แกว่งอีกต่อไป นี่คือพลังของศูนย์ (PD, lead) · ζ\zeta ต่ำสุดอยู่ที่จุดสัมผัสวงกลมกับเส้นจากจุดกำเนิด: sin⁡θ=6/3⇒ζmin=1−6/9=0.577\sin\theta = \sqrt6/3 \Rightarrow \zeta_{min} = \sqrt{1 - 6/9} = 0.577

ขั้วเชิงซ้อน: มุมออกคือกุญแจ กลาง

ตัวอย่าง W-3 · อินทิเกรเตอร์ + ขั้วเชิงซ้อน

วาดรูทโลคัสของ Ks(s2+2s+2)\dfrac{K}{s(s^2 + 2s + 2)}

  1. ขั้ว 0, −1±j0,\ -1 \pm j · แกนจริง: (−∞,0](-\infty, 0] ทั้งเส้น (ทางขวามีขั้วจริงตัวเดียว คู่เชิงซ้อนไม่นับ)

  2. n−m=3n - m = 3: θa=±60∘,180∘\theta_a = \pm60^\circ, 180^\circ · σa=0+(−1)+(−1)3=−23\sigma_a = \dfrac{0 + (-1) + (-1)}{3} = -\tfrac23

  3. จุดแยก: dKds=−(3s2+4s+2)=0⇒s=−2±j23\dfrac{dK}{ds} = -(3s^2 + 4s + 2) = 0 \Rightarrow s = \dfrac{-2 \pm j\sqrt2}{3} เชิงซ้อนและไม่ผ่านเงื่อนไขมุม จึงไม่มีจุดแยก

  4. ตัด jωj\omega: s3+2s2+2s+Ks^3 + 2s^2 + 2s + K สูตรลัด 2⋅2>K⇒Kcr=42 \cdot 2 \gt K \Rightarrow K_{cr} = 4 · 2s2+4=0⇒ω=22s^2 + 4 = 0 \Rightarrow \omega = \sqrt2

  5. มุมออกจาก −1+j-1 + j: 180∘−(135∘+90∘)=−45∘180^\circ - (135^\circ + 90^\circ) = -45^\circ (จากตัวอย่าง L-2)

−3.0−2.5−2.0−1.5−1.0−0.500.51.01.5−2j−1j1j2jσjωθd = −45°K = 4

กิ่งจากขั้วเชิงซ้อนออกที่ −45∘-45^\circ โค้งเข้าหาเส้นกำกับ ±60∘\pm60^\circ ตัดแกน jωj\omega ที่ ±j2\pm j\sqrt2 เมื่อ K=4K = 4 · กิ่งจาก 0 วิ่งไปทางซ้ายตลอดแกนจริง

ถ้าคำนวณมุมออกผิดเป็น +45∘+45^\circ กิ่งจะวิ่งขึ้นซ้ายผิดทิศ ทั้งที่จุดตัดแกนถูก มุมออกจึงจำเป็นสำหรับรูปที่ถูก

ขั้วเชิงซ้อนกับศูนย์จริง: วงกลมอีกแบบ กลาง

ตัวอย่าง W-4 · มุมออกและจุดเข้า

วาดรูทโลคัสของ K(s+2)s2+2s+3\dfrac{K(s+2)}{s^2 + 2s + 3}

  1. ขั้ว −1±j2-1 \pm j\sqrt2 (±j1.414\pm j1.414) ศูนย์ −2-2 · แกนจริง: (−∞,−2](-\infty, -2] · n−m=1n - m = 1

  2. มุมออกจาก p=−1+j2p = -1 + j\sqrt2: มุมจากศูนย์ ∠(1+j2)=54.7∘\angle(1 + j\sqrt2) = 54.7^\circ มุมจากขั้วคู่ 90∘90^\circ

    θd=180∘−90∘+54.7∘=144.7∘\theta_d = 180^\circ - 90^\circ + 54.7^\circ = \hlC{144.7^\circ}
  3. จุดเข้า: K=−s2+2s+3s+2K = -\dfrac{s^2 + 2s + 3}{s + 2}, dKds=0⇒s2+4s+1=0⇒s=−2±3\dfrac{dK}{ds} = 0 \Rightarrow s^2 + 4s + 1 = 0 \Rightarrow s = -2 \pm \sqrt3 ใช้ −3.732-3.732 (อยู่บนโลคัส K=5.46K = 5.46) ทิ้ง −0.268-0.268

−6−5−4−3−2−101−2j−1j1j2jσjω−3.732θd = 144.7°

กิ่งออกจากขั้วเชิงซ้อนที่ 144.7∘144.7^\circ โค้งเป็นวงกลมรัศมี 3\sqrt3 รอบศูนย์ −2-2 เข้าแกนจริงที่ −3.732-3.732 แล้วกิ่งหนึ่งไปหา −2-2 อีกกิ่งไป −∞-\infty

รัศมี = ระยะจากศูนย์ถึงขั้ว ∣−1+j2+2∣=1+2=3|-1 + j\sqrt2 + 2| = \sqrt{1 + 2} = \sqrt3 ✓ และ −2−3=−3.732-2 - \sqrt3 = -3.732 ✓

จุดแยกเชิงซ้อน: โจทย์ระดับสอบเข้า ขั้นสูง

ตัวอย่าง W-5 · สี่ขั้ว มีจุดแยกสามจุด

วาดรูทโลคัสของ Ks(s+4)(s2+4s+20)\dfrac{K}{s(s+4)(s^2 + 4s + 20)}

  1. ขั้ว 0,−4,−2±j40, -4, -2 \pm j4 · แกนจริง: [−4,0][-4, 0] · n−m=4n - m = 4: θa=±45∘,±135∘\theta_a = \pm45^\circ, \pm135^\circ · σa=0−4−2−24=−2\sigma_a = \dfrac{0 - 4 - 2 - 2}{4} = -2

  2. K=−(s4+8s3+36s2+80s)K = -(s^4 + 8s^3 + 36s^2 + 80s) · dKds=−4(s3+6s2+18s+20)=0\dfrac{dK}{ds} = -4(s^3 + 6s^2 + 18s + 20) = 0

    (s+2)(s2+4s+10)=0 ⇒ s=−2,  −2±j6(s + 2)(s^2 + 4s + 10) = 0 \ \Rightarrow\ s = -2,\ \ -2 \pm j\sqrt6

    s=−2s = -2: K=64K = 64 ✓ · s=−2±j2.449s = -2 \pm j2.449: แทนแล้วได้ K=100K = 100 เป็นจำนวนจริงบวก ✓ อยู่บนโลคัสทั้งสามจุด

  3. มุมออกจาก −2+j4-2 + j4: จาก 0 คือ 116.6∘116.6^\circ จาก −4 คือ 63.4∘63.4^\circ จาก −2−j4-2 - j4 คือ 90∘90^\circ

    θd=180∘−(116.6∘+63.4∘+90∘)=−90∘\theta_d = 180^\circ - (116.6^\circ + 63.4^\circ + 90^\circ) = -90^\circ
  4. Routh ของ s4+8s3+36s2+80s+Ks^4 + 8s^3 + 36s^2 + 80s + K: แถว s2s^2: 26, K26,\ K · แถว s1s^1: 2080−8K26\dfrac{2080 - 8K}{26} ได้ Kcr=260K_{cr} = 260 · 26ω2=260⇒ω=10=3.16226\omega^2 = 260 \Rightarrow \omega = \sqrt{10} = 3.162

−7−6−5−4−3−2−10123−4j−2j2j4jσjωK = 260

กิ่งจากขั้วเชิงซ้อนพุ่งลงตรง (−90∘-90^\circ) มาชนกันที่ −2±j2.45-2 \pm j2.45 เมื่อ K=100K = 100 ส่วนกิ่งจาก 0 และ −4 ชนกันที่ −2 เมื่อ K=64K = 64 แล้วแยกขึ้นลงตามเส้น σ=−2\sigma = -2 ไปพบกิ่งเชิงซ้อน จากนั้นทั้งสี่กิ่งแยกไปตามเส้นกำกับ ตัดแกน jωj\omega ที่ ±j3.162\pm j3.162 เมื่อ K=260K = 260

โจทย์นี้ (จากตำรา Ogata) หลอกคนที่ใช้เฉพาะรากจริงของ dK/dsdK/ds · ขั้วทั้งสี่สมมาตรรอบ σ=−2\sigma = -2 โลคัสจึงสมมาตรรอบเส้นนั้นด้วย

ขั้วซ้ำที่จุดกำเนิดและสามกิ่งพบกัน ขั้นสูง

W3 Repeated poles and multiple meeting ขั้วซ้ำและหลายกิ่งพบกัน

θd=180∘(2q+1)+∑∠(ศูนย์)−∑∠(ขั้วอื่น)r,กิ่งเข้า-ออกสลับกันทุก 180∘r\theta_{d} = \frac{180^\circ(2q+1) + \sum\angle(\text{ศูนย์}) - \sum\angle(\text{ขั้วอื่น})}{r}, \qquad \text{กิ่งเข้า-ออกสลับกันทุก } \frac{180^\circ}{r}

rr = จำนวนขั้วที่ซ้ำ หรือจำนวนกิ่งที่มาพบที่จุดเดียว

ตัวอย่าง W-6 · ระบบ type 2 กับศูนย์

วาดรูทโลคัสของ K(s+1)s2(s+9)\dfrac{K(s+1)}{s^2(s+9)}

  1. ขั้ว 0,0,−90, 0, -9 ศูนย์ −1-1 · แกนจริง: [−9,−1][-9, -1] (ช่วง (−1,0)(-1, 0) มีขั้วทางขวา 2 ตัว ไม่ใช่)

  2. ขั้วคู่ที่ 0: มุมจากศูนย์และขั้ว −9 เป็น 0∘0^\circ ได้ 2θd=180∘⇒θd=±90∘2\theta_d = 180^\circ \Rightarrow \theta_d = \pm90^\circ W3

  3. n−m=2n - m = 2: ±90∘\pm90^\circ · σa=−9−(−1)2=−4\sigma_a = \dfrac{-9 - (-1)}{2} = -4

  4. dKds=0⇒2s(s+3)2=0\dfrac{dK}{ds} = 0 \Rightarrow 2s(s + 3)^2 = 0 ได้ s=−3s = -3 รากซ้ำ (K=27K = 27) สามกิ่งพบกันพร้อมกัน

−10−8−6−4−20−4j−2j2j4jσjω−3 (K=27)

สองกิ่งออกจากจุดกำเนิดขึ้นลง โค้งวนมาพบกับกิ่งจาก −9 ที่ −3 พร้อมกันเมื่อ K=27K = 27 (ขั้ววงปิดซ้ำสามตัว) แล้วแยกเป็นหนึ่งกิ่งไปหาศูนย์ −1 และสองกิ่งไปตามเส้นกำกับ σ=−4\sigma = -4

ตรวจ: s3+9s2+27s+27=(s+3)3s^3 + 9s^2 + 27s + 27 = (s + 3)^3 ✓ ที่ K=27K = 27 · ระบบ type 2 แบบนี้พบในเซอร์โวที่ต้องติดตามความเร็วคงที่ได้ไม่มีความผิดพลาด

สี่ขั้วจริงและผลของการเพิ่มศูนย์ กลาง

ตัวอย่าง W-7 · สี่ขั้วจริง

วาดรูทโลคัสของ K(s+1)(s+2)(s+3)(s+4)\dfrac{K}{(s+1)(s+2)(s+3)(s+4)}

  1. แกนจริง: [−2,−1][-2, -1] และ [−4,−3][-4, -3] · θa=±45∘,±135∘\theta_a = \pm45^\circ, \pm135^\circ · σa=−10/4=−2.5\sigma_a = -10/4 = -2.5

  2. dKds=0\dfrac{dK}{ds} = 0: 4s3+30s2+70s+50=0⇒s=−2.5, −2.5±524s^3 + 30s^2 + 70s + 50 = 0 \Rightarrow s = -2.5,\ -2.5 \pm \tfrac{\sqrt5}{2} ใช้ −1.382-1.382 และ −3.618-3.618 (ทั้งคู่ K=1K = 1) ทิ้ง −2.5-2.5 (ไม่อยู่บนโลคัส)

  3. Routh ของ s4+10s3+35s2+50s+(24+K)s^4 + 10s^3 + 35s^2 + 50s + (24 + K): Kcr=126K_{cr} = 126, ω=5=2.236\omega = \sqrt5 = 2.236

−6−5−4−3−2−1012−3j−2j−1j1j2j3jσjω

สองคู่ชนกันที่ −1.382 และ −3.618 พร้อมกันที่ K=1K = 1 แยกออกไปตามเส้นกำกับ คู่ขวาตัดแกน jωj\omega ที่ ±j2.236\pm j2.236 เมื่อ K=126K = 126

เทียบผลของการเพิ่มศูนย์กับตัวอย่าง L-1: เพิ่มศูนย์ที่ −3-3 ให้ Ks(s+1)(s+2)\dfrac{K}{s(s+1)(s+2)} (คือการใส่ PD) เส้นกำกับเปลี่ยนจาก 3 เส้น (±60°) เหลือ 2 เส้น (±90°) ที่ σa=−3−(−3)2=0\sigma_a = \frac{-3 - (-3)}{2} = 0 โลคัสจึงไม่ข้ามไปฝั่งขวาอีกต่อไป ระบบเสถียรทุก KK

−4−3−2−101−2j−1j1j2jσjω
K(s+3)/[s(s+1)(s+2)]K(s+3)/[s(s+1)(s+2)]: ศูนย์ที่ −3 ดึงเส้นกำกับมาที่ ±90° โลคัสไม่ตัดแกน jωj\omega · จุดแยกขยับเป็น −0.468

รูปเหล่านี้ปรากฏซ้ำในโจทย์และงานจริง ถ้าจำได้จะวาดเร็วขึ้นมาก ลองพิมพ์แต่ละอันลงในแล็บด้านล่างเพื่อดูรูปจริง

L(s)ลักษณะรูปความหมายในงานจริง
Ks+a\dfrac{K}{s + a}กิ่งเดียววิ่งจาก −a-a ไป −∞-\inftyP กับวงจร RC: เร็วขึ้นตาม KK ไม่มีวันไม่เสถียร
K(s+a)(s+b)\dfrac{K}{(s + a)(s + b)}ชนกันกลางแล้วขึ้นลงเป็นเส้นดิ่ง (W-1)P กับระบบอันดับสอง: tst_s ไม่ดีขึ้นเมื่อเพิ่ม KK
Ks(s+a)\dfrac{K}{s(s + a)}เหมือนกันที่ −a/2-a/2เซอร์โวตำแหน่งแบบ P
K(s+c)s(s+a), c>a\dfrac{K(s + c)}{s(s + a)},\ c \gt aวงกลมรอบ −c-c (W-2)PD หรือ lead กับเซอร์โว
Ks(s+a)(s+b)\dfrac{K}{s(s + a)(s + b)}3 เส้นกำกับ ±60° ข้ามไปขวาที่ KcrK_{cr} (L-1)เซอร์โวที่มีค่าคงเวลาไฟฟ้า: มีเกนสูงสุด
Ks2\dfrac{K}{s^2}อยู่บนแกน jωj\omega ตลอดมวลอิสระ (ดาวเทียม ไจโร): P อย่างเดียวแกว่งค้าง ต้องมี D
K(s+c)s2\dfrac{K(s + c)}{s^2}วงกลมรอบ −c-c จากจุดกำเนิดPD กับมวลอิสระ: เสถียรทุก KK
K(s−a)(s+b)\dfrac{K}{(s - a)(s + b)}ต้อง KK เกินค่าหนึ่งจึงข้ามมาซ้ายลูกตุ้มกลับหัว ลอยแม่เหล็ก: พลานต์ไม่เสถียร
K(s+z)s(s+p), z≪p\dfrac{K(s + z)}{s(s + p)},\ z \ll p (z ใกล้ 0)ขั้ว-ศูนย์คู่ใกล้จุดกำเนิดแทบไม่เปลี่ยนรูปPI หรือ lag: แม่นขึ้นโดยไม่เสียความเร็ว

โหมดฝึกวาด: วาดก่อน แล้วค่อยเปิดเฉลย

กด “ซ่อนเฉลย (โหมดฝึกวาด)” เส้นกำกับ จุดแยก จุดตัด และผลของกฎจะถูกซ่อน เหลือแต่ขั้วและศูนย์ ให้วาดลงกระดาษตามสูตร 8 ขั้น แล้วกด “แสดงเฉลย” เทียบ เลือกโจทย์ได้จากรายการ หรือพิมพ์โจทย์จากตำราเองก็ได้

กำลังโหลดแล็บ (ต้องเปิด JavaScript)

เฉลยสั้นโจทย์ฝึก 1: σa=−3\sigma_a = -3, ±60°, จุดแยก −1.268 (K=10.39K = 10.39), ตัด jωj\omega ที่ ±j4.243\pm j4.243 เมื่อ K=162K = 162 · ฝึก 2: วงกลมรัศมี 8\sqrt8 รอบ −4 จุดแยก −1.172 จุดเข้า −6.828

ข้อผิดพลาดตอนวาดที่พบบ่อย

  • สเกลแกนไม่เท่ากัน → มุมเพี้ยน วงกลมกลายเป็นวงรี เส้น ζ\zeta ผิด ใช้กระดาษกราฟและสเกลเท่ากันเสมอ
  • ลืมว่ากิ่งไม่ตัดกันเอง → ยกเว้นที่จุดแยก/จุดเข้า กิ่งสองกิ่งไม่ข้ามกัน (ที่ KK เดียวกันมีรากชุดเดียว)
  • วาดกิ่งย้อนกลับบนแกนจริง → บนแต่ละช่วงของแกนจริง KK เพิ่มทางเดียว จากขั้วไปหาจุดแยก หรือจากจุดเข้าไปหาศูนย์
  • ลืมสมมาตร → ครึ่งล่างเป็นภาพสะท้อนของครึ่งบนเสมอ
  • ไม่ตรวจผลรวมขั้ว → ถ้า n−m≥2n - m \ge 2 กิ่งหนึ่งไปขวา ต้องมีกิ่งไปซ้ายชดเชย ใช้ตรวจว่ารูปสมเหตุสมผล

ต่อยอดไปหน้าถัดไป

วาดได้แล้วต้องใช้ให้เป็น หน้าออกแบบด้วยรูทโลคัสจะใช้รูปเหล่านี้เลือกเกนจากสเปก วางศูนย์ของ PD และ lead ให้โลคัสผ่านจุดที่ต้องการ และวางคู่ขั้ว-ศูนย์ของ PI หรือ lag เพื่อแก้ความผิดพลาดอยู่ตัว

คำถามที่พบบ่อย

วาดรูทโลคัสด้วยมือต้องแม่นแค่ไหน?

ไม่ต้องแม่นทุกจุด แต่จุดสำคัญต้องถูก: ส่วนบนแกนจริง เส้นกำกับ (มุมและ σa) จุดแยกและจุดเข้า จุดตัดแกน jω พร้อมค่า K และมุมออกจากขั้วเชิงซ้อน จากนั้นลากเส้นโค้งผ่านจุดเหล่านี้อย่างนุ่มนวลและสมมาตร ก็ใช้ออกแบบได้แล้ว

ทำไมบางระบบไม่มีจุดแยกบนแกนจริง?

เพราะไม่มีช่วงบนแกนจริงที่มีขั้วอยู่สองฝั่ง เช่น K/(s(s²+2s+2)) มีขั้วจริงตัวเดียว ส่วนแกนจริงทั้งหมดคือกิ่งที่วิ่งจาก 0 ไปทาง −∞ สองกิ่งที่เหลือเริ่มจากขั้วเชิงซ้อน dK/ds = 0 จึงได้รากเชิงซ้อนที่ไม่อยู่บนโลคัส

จุดแยกเป็นจำนวนเชิงซ้อนได้ไหม?

ได้ เมื่อขั้วเชิงซ้อนและขั้วจริงจัดตัวกันพอเหมาะ เช่น K/(s(s+4)(s²+4s+20)) มีจุดแยกที่ −2 ± j2.45 ต้องตรวจด้วยเงื่อนไขมุมว่ารากของ dK/ds = 0 อยู่บนโลคัสจริงและให้ K เป็นจำนวนจริงบวก

ฝึกวาดอย่างไรให้เร็ว?

จำรูปแบบมาตรฐานในแกลเลอรีให้ได้ก่อน แล้วฝึกตามสูตร 8 ขั้นทุกครั้งจนเป็นนิสัย ใช้แล็บในหน้านี้กดซ่อนเฉลย วาดลงกระดาษ แล้วค่อยเปิดเทียบ ทำวันละ 2–3 โจทย์สักสัปดาห์จะเห็นรูปในหัวก่อนคำนวณ

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์