พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. ระบบควบคุม
  4. แบบจำลอง

// บทที่ 13.2 · ระบบควบคุม · Mathematical Modeling

แบบจำลองทางคณิตศาสตร์: วงจรไฟฟ้า มอเตอร์ กลไก ความร้อน

ตัวควบคุมจะดีได้เท่ากับแบบจำลองที่ใช้ออกแบบ หน้านี้เปลี่ยนกฎฟิสิกส์ (KVL, KCL, นิวตัน, สมดุลพลังงาน) ให้เป็นฟังก์ชันถ่ายโอน เริ่มจากวงจรไฟฟ้าที่นักศึกษาไฟฟ้าถนัดที่สุด แล้วใช้ความคล้ายเชิงอุปมาข้ามไปกลไก ความร้อน และของไหล จนถึงมอเตอร์ DC ซึ่งเป็นหัวใจของเมคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ สูตรใช้รหัส M

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • ฟังก์ชันถ่ายโอน = Y(s)/U(s)Y(s)/U(s) ที่เงื่อนไขเริ่มต้นเป็นศูนย์ · วงจรใช้อิมพีแดนซ์ R, sL, 1/(sC)R,\ sL,\ 1/(sC) แล้ววิเคราะห์เหมือน DC
  • RLC อนุกรม: ωn=1/LC\omega_n = 1/\sqrt{LC}, ζ=R2C/L\zeta = \frac R2\sqrt{C/L} · มอเตอร์ DC (ความเร็ว): Kτs+1\frac{K}{\tau s + 1} · (ตำแหน่ง): Ks(τs+1)\frac{K}{s(\tau s + 1)}
  • มวล ↔ ตัวเหนี่ยวนำ, สปริง ↔ ตัวเก็บประจุ, แดมเปอร์ ↔ ตัวต้านทาน
  • ระบบไม่เชิงเส้น: ทำให้เป็นเชิงเส้นรอบจุดทำงานด้วยอนุกรมเทย์เลอร์

ฟังก์ชันถ่ายโอนและวิธีอิมพีแดนซ์ พื้นฐาน

M1 Transfer function ฟังก์ชันถ่ายโอน

any(n)+⋯+a1y˙+a0y=bmu(m)+⋯+b0u → L, IC=0  G(s)=Y(s)U(s)=bmsm+⋯+b0ansn+⋯+a0a_n y^{(n)} + \cdots + a_1\dot y + a_0y = b_mu^{(m)} + \cdots + b_0u \ \xrightarrow{\ \mathcal L,\ \text{IC} = 0\ }\ G(s) = \frac{Y(s)}{U(s)} = \frac{b_ms^m + \cdots + b_0}{a_ns^n + \cdots + a_0}

รากตัวส่วน = ขั้ว (poles) · รากตัวเศษ = ศูนย์ (zeros) · nn = อันดับของระบบ · ระบบจริงเกือบทั้งหมด proper (m≤nm \le n)

M2 Impedance method วิธีอิมพีแดนซ์ในโดเมน s

ZR=R,ZL=sL,ZC=1sC,VoVi=Z2Z1+Z2 (ตัวแบ่งแรงดัน)Z_R = R, \quad Z_L = sL, \quad Z_C = \frac{1}{sC}, \qquad \frac{V_o}{V_i} = \frac{Z_2}{Z_1 + Z_2} \ \text{(ตัวแบ่งแรงดัน)}

ใช้ KVL KCL โนด เมช เหมือนวงจร DC ทุกประการ (ดูประยุกต์พีชคณิตเชิงเส้นกับวงจร) · ไม่ต้องเขียนสมการเชิงอนุพันธ์

วงจรไฟฟ้า พื้นฐาน

M3 RC low-pass วงจร RC

VCVi=1/(sC)R+1/(sC)=1RCs+1\frac{V_C}{V_i} = \frac{1/(sC)}{R + 1/(sC)} = \frac{1}{RCs + 1}

ระบบอันดับหนึ่ง τ=RC\tau = RC ขั้วที่ −1/RC-1/RC · ดูแล็บระบบอันดับหนึ่ง

M4 Series RLC วงจร RLC อนุกรม (เอาต์พุตที่ C)

VCVi=1LCs2+RCs+1,ωn=1LC,ζ=R2CL\frac{V_C}{V_i} = \frac{1}{LCs^2 + RCs + 1}, \quad \omega_n = \frac{1}{\sqrt{LC}}, \quad \zeta = \frac R2\sqrt{\frac CL}

ดูแล็บระบบอันดับสอง · LC ฟิลเตอร์ของบั๊กคอนเวอร์เตอร์คือวงจรนี้

M5 Inverting op-amp ออปแอมป์อินเวอร์ติง

VoVi=−Zf(s)Zi(s)เช่น Zf=1sC, Zi=R: −1RCs (อินทิเกรเตอร์)\frac{V_o}{V_i} = -\frac{Z_f(s)}{Z_i(s)} \qquad \text{เช่น } Z_f = \frac{1}{sC},\ Z_i = R:\ -\frac{1}{RCs} \ (\text{อินทิเกรเตอร์})

เครื่องมือสร้างตัวควบคุมแบบแอนะล็อก: PID, lead/lag · ดูแล็บออปแอมป์

ตัวอย่าง M-1 · RLC จริง

วงจร RLC อนุกรม R=10 Ω, L=10 mH, C=100 μFR = 10\ \Omega,\ L = 10\ \text{mH},\ C = 100\ \mu\text{F} หาฟังก์ชันถ่ายโอนไปที่แรงดันตัวเก็บประจุ ωn\omega_n และ ζ\zeta

  1. LC=10−2×10−4=10−6LC = 10^{-2} \times 10^{-4} = 10^{-6}, RC=10−3RC = 10^{-3} M4

    G(s)=110−6s2+10−3s+1=106s2+1000s+106G(s) = \frac{1}{10^{-6}s^2 + 10^{-3}s + 1} = \frac{10^6}{s^2 + 1000s + 10^6}
  2. ωn=1/10−6=1000\omega_n = 1/\sqrt{10^{-6}} = 1000 rad/s (159 Hz) · ζ=510−4/10−2=0.5\zeta = 5\sqrt{10^{-4}/10^{-2}} = 0.5

ωn=1000\omega_n = 1000 rad/s, ζ=0.5\zeta = 0.5: ตอบสนองขั้นบันไดพุ่งเกิน 16.3% ที่เวลา tp=π/(10000.75)=3.6t_p = \pi/(1000\sqrt{0.75}) = 3.6 ms

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง: หัวใจของเมคาทรอนิกส์ กลาง

มอเตอร์ DC ที่ควบคุมด้วยแรงดันอาร์เมเจอร์ vv มีสองโลกเชื่อมกัน: วงจรไฟฟ้า (R,LR, L, แรงเคลื่อนไฟฟ้าต้าน KeωK_e\omega) และกลไก (J,bJ, b, แรงบิด KtiK_ti) ในหน่วย SI Kt=Ke=KK_t = K_e = K

M6 DC motor equations สมการมอเตอร์ DC

v=Ri+Ldidt+Keω,Jdωdt+bω=Kti−TL ⇒ Ω(s)V(s)=Kt(Js+b)(Ls+R)+KtKev = Ri + L\frac{di}{dt} + K_e\omega, \qquad J\frac{d\omega}{dt} + b\omega = K_ti - T_L \ \Rightarrow\ \frac{\Omega(s)}{V(s)} = \frac{K_t}{(Js + b)(Ls + R) + K_tK_e}

TLT_L = แรงบิดโหลด (การรบกวน) · ตำแหน่ง θ=ω/s\theta = \omega/s จึงมีอินทิเกรเตอร์เพิ่มหนึ่งตัว

M7 Simplified motor model แบบจำลองอย่างง่าย (L/R≪τmL/R \ll \tau_m)

ΩV≈Kmτms+1,ΘV≈Kms(τms+1),Km=KtRb+KtKe,τm=RJRb+KtKe\frac{\Omega}{V} \approx \frac{K_m}{\tau_ms + 1}, \qquad \frac{\Theta}{V} \approx \frac{K_m}{s(\tau_ms + 1)}, \qquad K_m = \frac{K_t}{Rb + K_tK_e}, \quad \tau_m = \frac{RJ}{Rb + K_tK_e}

นี่คือพลานต์ Ks(s+a)\frac{K}{s(s+a)} ที่เห็นในรูทโลคัสและ PD ทั้งชุด · ใส่เกียร์ NN: ความเฉื่อยโหลดสะท้อนมาเป็น JL/N2J_L/N^2 M10

ตัวอย่าง M-2 · มอเตอร์ DC ขนาดเล็ก

มอเตอร์มี R=2 Ω, L=1 mH, J=10−5 kg m2, b=10−6 N m s, Kt=Ke=0.02R = 2\ \Omega,\ L = 1\ \text{mH},\ J = 10^{-5}\ \text{kg\,m}^2,\ b = 10^{-6}\ \text{N\,m\,s},\ K_t = K_e = 0.02 หาแบบจำลองความเร็ว

  1. แบบเต็ม M6: (10−5s+10−6)(10−3s+2)+4×10−4=10−8s2+2.0×10−5s+4.02×10−4(10^{-5}s + 10^{-6})(10^{-3}s + 2) + 4\times10^{-4} = 10^{-8}s^2 + 2.0\times10^{-5}s + 4.02\times10^{-4}

    ขั้วที่ −20.3-20.3 (กลไก) และ −1980-1980 (ไฟฟ้า) ห่างกันเกือบ 100 เท่า

  2. แบบย่อ M7: Rb+K2=2×10−6+4×10−4=4.02×10−4Rb + K^2 = 2\times10^{-6} + 4\times10^{-4} = 4.02\times10^{-4}

    Km=0.024.02×10−4=49.8 rad/sV,τm=2×10−54.02×10−4=0.0498 sK_m = \frac{0.02}{4.02\times10^{-4}} = 49.8\ \tfrac{\text{rad/s}}{\text{V}}, \quad \tau_m = \frac{2\times10^{-5}}{4.02\times10^{-4}} = 0.0498\ \text{s}

ΩV≈49.80.0498s+1\dfrac{\Omega}{V} \approx \dfrac{49.8}{0.0498s + 1} (ประมาณ 475 rpm ต่อโวลต์ ถึง 63% ของความเร็วสุดท้ายใน 50 ms) · ขั้วไฟฟ้าที่ −1980 ตัดทิ้งได้สำหรับลูปความเร็ว แต่ต้องใช้เมื่อออกแบบลูปกระแส

กลไก ความร้อน ของไหล และความคล้ายเชิงอุปมา พื้นฐาน

M8 Mass–spring–damper มวล-สปริง-ดัมเปอร์

mx¨+bx˙+kx=f ⇒ XF=1ms2+bs+km\ddot x + b\dot x + kx = f \ \Rightarrow\ \frac{X}{F} = \frac{1}{ms^2 + bs + k}

ωn=k/m\omega_n = \sqrt{k/m}, ζ=b2km\zeta = \frac{b}{2\sqrt{km}} · ระบบหมุน: Jθ¨+bθ˙+kθ=TJ\ddot\theta + b\dot\theta + k\theta = T

M9 Thermal system ระบบความร้อน

Ctdθdt=q−θRt ⇒ ΘQ=RtRtCts+1C_t\frac{d\theta}{dt} = q - \frac{\theta}{R_t} \ \Rightarrow\ \frac{\Theta}{Q} = \frac{R_t}{R_tC_ts + 1}

θ\theta = อุณหภูมิเหนือแวดล้อม · CtC_t (J/K) RtR_t (K/W) · วงจร RC เป๊ะ · ระดับน้ำในถัง: Ah˙=qin−h/RA\dot h = q_{in} - h/R รูปเดียวกัน

M10 Gear train ชุดเกียร์ทด NN (มอเตอร์หมุนเร็วกว่า NN เท่า)

ωL=ωmN,TL=NTm,Jeq=Jm+JLN2,beq=bm+bLN2\omega_L = \frac{\omega_m}{N}, \quad T_L = NT_m, \quad J_{eq} = J_m + \frac{J_L}{N^2}, \quad b_{eq} = b_m + \frac{b_L}{N^2}

เกียร์ทดสูงทำให้โหลดหนัก ๆ “ดูเบา” สำหรับมอเตอร์ เหตุผลที่หุ่นยนต์ใช้ harmonic drive

M11 Force–voltage analogy ความคล้ายแรง-แรงดัน

ไฟฟ้าviLR1Cกลไกเลื่อนที่fx˙mbkกลไกหมุนTωJbkความร้อนθq−Rt1Ct\begin{array}{c|c|c|c|c|c} \text{ไฟฟ้า} & v & i & L & R & \tfrac1C \\ \hline \text{กลไกเลื่อนที่} & f & \dot x & m & b & k \\ \text{กลไกหมุน} & T & \omega & J & b & k \\ \text{ความร้อน} & \theta & q & - & R_t & \tfrac{1}{C_t} \end{array}

Ldidt+Ri+1C∫i dt=vL\frac{di}{dt} + Ri + \frac1C\int i\,dt = v ↔ mx¨+bx˙+kx=fm\ddot x + b\dot x + kx = f · ทุกอย่างที่รู้เรื่องวงจร RLC ใช้กับกลไกได้ทันที

ตัวอย่าง M-3 · เตาอบ

เตาอบมีความจุความร้อน Ct=500C_t = 500 J/K ความต้านทานความร้อนต่อห้อง Rt=0.2R_t = 0.2 K/W ฮีตเตอร์ 1 kW จะร้อนขึ้นเท่าไร และใช้เวลานานเท่าไร

  1. M9: G(s)=0.2100s+1G(s) = \dfrac{0.2}{100s + 1} (K/W) · τ=0.2×500=100\tau = 0.2 \times 500 = 100 s

  2. สุดท้าย: 0.2×1000=2000.2 \times 1000 = 200 K เหนือห้อง · ถึง 98% ใน 4τ=4004\tau = 400 s

ร้อนขึ้น 200 °C ใช้เวลาเกือบ 7 นาที · เตาจริงมีหน่วงเวลาจากตำแหน่งเซนเซอร์ด้วย จึงนิยมประมาณเป็น Ke−LsTs+1\frac{Ke^{-Ls}}{Ts + 1} ในการจูน PID

ทำให้เป็นเชิงเส้น: ลูกตุ้มกลับหัว กลาง

M12 Linearization การทำให้เป็นเชิงเส้นรอบจุดทำงาน

x˙=f(x,u) ⇒ δx˙≈∂f∂x∣0δx+∂f∂u∣0δu\dot x = f(x, u) \ \Rightarrow\ \delta\dot x \approx \left.\frac{\partial f}{\partial x}\right|_{0}\delta x + \left.\frac{\partial f}{\partial u}\right|_{0}\delta u

ใช้ได้รอบจุดสมดุล (x0,u0)(x_0, u_0) ที่ f(x0,u0)=0f(x_0, u_0) = 0 · หลักเดียวกับ “แบบจำลองสัญญาณเล็ก” ของทรานซิสเตอร์และตัวแปลงกำลัง

ตัวอย่าง M-4 · ลูกตุ้มกลับหัว

ลูกตุ้มยาว l=0.5l = 0.5 m ตั้งตรงบนข้อต่อที่มีมอเตอร์ ml2θ¨=mglsin⁡θ+τml^2\ddot\theta = mgl\sin\theta + \tau หาแบบจำลองเชิงเส้นรอบ θ=0\theta = 0 (ตั้งตรง)

  1. รอบ θ=0\theta = 0: sin⁡θ≈θ\sin\theta \approx \theta M12 ได้ θ¨=glθ+τml2\ddot\theta = \frac gl\theta + \frac{\tau}{ml^2}

  2. ΘT=1/(ml2)s2−g/l\dfrac{\Theta}{T} = \dfrac{1/(ml^2)}{s^2 - g/l} ขั้วที่ s=±g/l=±19.62=±4.43s = \pm\sqrt{g/l} = \pm\sqrt{19.62} = \pm4.43

มีขั้วฝั่งขวาที่ +4.43+4.43: ล้มเองด้วยค่าคงเวลา ~0.23 s ต้องใช้การป้อนกลับที่เร็วกว่านั้นมาก (ดู R-6 ในเราท์ และหุ่นยนต์ทรงตัวในโรโบติกส์) · ไม้ยาวทรงตัวบนมือง่ายกว่าไม้สั้น เพราะ g/l\sqrt{g/l} เล็กกว่า

ต่อยอดไปหน้าถัดไป

ระบบจริงประกอบจากหลายบล็อก (ตัวขับ พลานต์ เซนเซอร์ ตัวควบคุม) ไปต่อที่บล็อกไดอะแกรมเพื่อรวมทั้งหมดเป็นฟังก์ชันเดียว ส่วนแบบจำลองหลายตัวแปรในรูปเมทริกซ์อยู่ที่ปริภูมิสถานะ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมฟังก์ชันถ่ายโอนต้องสมมติเงื่อนไขเริ่มต้นเป็นศูนย์?

เพราะฟังก์ชันถ่ายโอนนิยามเป็นอัตราส่วน Y(s)/U(s) ซึ่งต้องไม่ขึ้นกับสถานะเริ่มต้น ผลของเงื่อนไขเริ่มต้นเป็นพจน์แยกที่บวกเข้ามาภายหลัง (ผลตอบสนองอิสระ) ส่วนแบบจำลองปริภูมิสถานะรวมเงื่อนไขเริ่มต้นไว้ได้โดยตรง

แบบจำลองมอเตอร์ DC ตัดตัวเหนี่ยวนำทิ้งได้เมื่อไร?

เมื่อค่าคงเวลาทางไฟฟ้า L/R เล็กกว่าค่าคงเวลาทางกลมาก (ปกติต่างกัน 10 เท่าขึ้นไป) ซึ่งจริงกับมอเตอร์ส่วนใหญ่ แบบจำลองจะลดเป็นอันดับหนึ่งสำหรับความเร็ว แต่ถ้าออกแบบลูปกระแสหรือลูปที่เร็วมาก ต้องเก็บ L ไว้

การทำให้เป็นเชิงเส้นใช้ได้แค่ไหน?

ใช้ได้ดีเมื่อระบบทำงานใกล้จุดทำงาน (operating point) เช่น ลูกตุ้มเอียงไม่เกินประมาณ 15–20 องศา sin θ ≈ θ คลาดไม่ถึง 2% ถ้าระบบออกห่างจากจุดนั้นมาก ต้องใช้แบบจำลองไม่เชิงเส้น หรือหลายแบบจำลองสลับกัน (gain scheduling)

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์