พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. เวกเตอร์
  4. ระบบแรง · โมเมนต์

// เวกเตอร์ · ส่วนที่ 3 · Force systems, moments & equilibrium

ระบบแรง: โมเมนต์ แรงคู่ควบ ระบบสมมูล และสมดุล

แรงลัพธ์บอกได้ว่าวัตถุจะ “เลื่อน” อย่างไร แต่ไม่บอกว่าจะ “หมุน” หรือไม่ แรงสองแรงที่รวมกันเป็นศูนย์อาจบิดพวงมาลัยให้หมุนได้ บทนี้จัดระบบเครื่องมือของวิชากลศาสตร์วิศวกรรม: โมเมนต์เชิงเวกเตอร์ แรงคู่ควบ การย้ายแรง การลดทั้งระบบให้เหลือแรงเดียว และการหาแรงปฏิกิริยาจากสมการสมดุลสามสมการ ซึ่งเป็นพื้นฐานของงานออกแบบโครงสร้าง ตู้ไฟฟ้า บัสบาร์ และเสาสายส่ง

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • MO=r×F\mathbf M_O=\mathbf r\times\mathbf F; ในระนาบ MO=xFy−yFxM_O=xF_y-yF_x (ทวนเข็ม +) หรือ MO=FdM_O=Fd
  • แรงคู่ควบ: ∑F=0\sum\mathbf F=\mathbf 0 แต่ M=FdM=Fd เท่ากันทุกจุด
  • ระบบใดก็ลดเป็น R=∑F\mathbf R=\sum\mathbf F ที่ O + MO=∑r×F\mathbf M_O=\sum\mathbf r\times\mathbf F ได้เสมอ
  • สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง: ∑F=0\sum\mathbf F=\mathbf 0 และ ∑M=0\sum\mathbf M=\mathbf 0

1. ชนิดของระบบแรงและจำนวนสมการที่ต้องใช้ พื้นฐาน

ระบบแรงลักษณะสมการสมดุลที่เป็นอิสระตัวอย่าง
แรงร่วมจุด (concurrent) ในระนาบแนวแรงตัดกันที่จุดเดียว2: ΣFx = 0, ΣFy = 0ห่วงบนโต๊ะแรง โคมไฟแขวน
แรงร่วมจุดสามมิติตัดที่จุดเดียวในอวกาศ3: ΣFx, ΣFy, ΣFzยอดเสาที่มีสายยึดหลายเส้น
แรงขนาน (parallel)แนวแรงขนานกันทั้งหมด2: ΣFy = 0, ΣM = 0คานรับน้ำหนักแนวดิ่ง
แรงในระนาบทั่วไป (coplanar)อยู่ในระนาบเดียว แนวไม่ร่วมจุด3: ΣFx, ΣFy, ΣMคาน เฟรม โครงถัก
แรงสามมิติทั่วไปไม่มีข้อจำกัด6: ΣF (3) + ΣM (3)แขนกล ตู้ไฟฟ้าบนฐานสี่จุด

จำนวนสมการบอกว่าหาแรงที่ไม่ทราบได้สูงสุดกี่ตัว ถ้ามีตัวไม่ทราบมากกว่า เรียกว่า statically indeterminate ต้องใช้สมการการเสียรูปเพิ่มในวิชากลศาสตร์วัสดุ

2. โมเมนต์ของแรงรอบจุด: สเกลาร์และเวกเตอร์ พื้นฐาน

โมเมนต์วัด “ความสามารถในการหมุน” ของแรงรอบจุด O ขึ้นกับขนาดแรงและระยะตั้งฉากจาก O ถึงแนวแรง (แขนโมเมนต์) แรงที่แนวผ่าน O ไม่ทำให้หมุนรอบ O เลยไม่ว่าจะใหญ่เท่าใด

แขนโมเมนต์และเวกเตอร์ตำแหน่งจุด O และแรง F ที่จุด A เวกเตอร์ r จาก O ไป A ระยะตั้งฉาก d จาก O ถึงแนวแรง O r FA d M_O = r × F|M_O| = r F sin θ = F dr ไปจุดไหนบนแนวแรงก็ได้ผลคูณไขว้ให้ค่าเดียวกัน(ส่วนที่ขนานกับ F หายไป)
แขนโมเมนต์ d คือระยะตั้งฉากจาก O ถึงแนวแรง (เส้นประ) ไม่ใช่ความยาวของ r

S1 Scalar moment โมเมนต์แบบสเกลาร์

MO=F d=F rsin⁡θ[N⋅m]M_O=F\,d=F\,r\sin\theta \qquad[\text{N}\cdot\text{m}]

ทิศหมุนบอกด้วยเครื่องหมาย: ทวนเข็มนาฬิกาเป็นบวก (กฎมือขวาชี้ออกจากกระดาษ +z)

S2 Vector moment โมเมนต์เชิงเวกเตอร์

MO=r×F=∣ijkrxryrzFxFyFz∣\mathbf M_O=\mathbf r\times\mathbf F=\begin{vmatrix}\mathbf i&\mathbf j&\mathbf k\\ r_x&r_y&r_z\\ F_x&F_y&F_z\end{vmatrix}

ขนาดคือโมเมนต์ ทิศคือแกนหมุนตามกฎมือขวา วิธีนี้จำเป็นในสามมิติที่หาระยะตั้งฉากยาก

S3 Planar moment from components โมเมนต์ในระนาบจากองค์ประกอบ

MO=x Fy−y FxM_O=x\,F_y-y\,F_x

คือองค์ประกอบ z ของ r×F\mathbf r\times\mathbf F เมื่อ rz=Fz=0r_z=F_z=0 วิธีนี้แทนการหาแขนโมเมนต์ทั้งหมด

S4 Varignon's theorem ทฤษฎีวาริยอง

r×(F1+F2+⋯ )=r×F1+r×F2+⋯\mathbf r\times(\mathbf F_1+\mathbf F_2+\cdots)=\mathbf r\times\mathbf F_1+\mathbf r\times\mathbf F_2+\cdots

โมเมนต์ของแรงเท่ากับผลรวมโมเมนต์ขององค์ประกอบ จึงแตกแรงเอียงเป็น F_x, F_y แล้วคิดทีละส่วนได้ (มาจากสมบัติการแจกแจงของ cross product)

ตัวอย่าง S-1 · ประแจขันน็อตตู้ไฟ

ออกแรง 200 N ที่ปลายประแจยาว 0.25 m แรงทำมุม 60° กับด้ามประแจ จงหาแรงบิดที่น็อต

  1. แขนโมเมนต์ d=rsin⁡60∘=0.25(0.8660)=0.2165d=r\sin60^\circ=0.25(0.8660)=0.2165 m

  2. M=Fd=200(0.2165)=43.30M=Fd=200(0.2165)=43.30 N·m

  3. ถ้าดึงตั้งฉากกับด้าม (θ = 90°) จะได้สูงสุด 50 N·m — แรงบิดที่ระบุบนน็อต (torque spec) ต้องใช้ประแจทอร์กที่ดึงตั้งฉาก

M = 43.3 N·m

3. โมเมนต์รอบแกน: ส่วนของโมเมนต์ที่ทำให้หมุนจริง กลาง

ประตูหมุนได้รอบบานพับเท่านั้น โมเมนต์ส่วนที่ตั้งฉากกับบานพับจะถูกบานพับรับไป สิ่งที่ทำให้ประตูหมุนคือส่วนฉายของ MO\mathbf M_O บนแกน ซึ่งเป็น scalar triple product

S5 Moment about an axis โมเมนต์รอบแกน a

Ma=ua⋅(r×F)=∣uxuyuzrxryrzFxFyFz∣M_a=\mathbf u_a\cdot(\mathbf r\times\mathbf F)=\begin{vmatrix}u_{x}&u_{y}&u_{z}\\ r_x&r_y&r_z\\ F_x&F_y&F_z\end{vmatrix}

r\mathbf r คือเวกเตอร์จากจุดใดก็ได้บนแกนไปยังจุดใดก็ได้บนแนวแรง ua\mathbf u_a คือเวกเตอร์หนึ่งหน่วยของแกน เครื่องหมายบอกทิศหมุนตามกฎมือขวารอบ ua\mathbf u_a

ตัวอย่าง S-2 · แรงกดบนแขนยื่นของตู้

แรง F=(0,0,−200)\mathbf F=(0,0,-200) N กระทำที่จุด r=(0.5, 0.8, 0)\mathbf r=(0.5,\ 0.8,\ 0) m จากจุดยึด O จงหา MO\mathbf M_O และโมเมนต์รอบแกน x และรอบแนว (1,1,0)

  1. MO=r×F=(0.8(−200)−0, 0−0.5(−200), 0)=(−160, 100, 0)\mathbf M_O=\mathbf r\times\mathbf F=\big(0.8(-200)-0,\ 0-0.5(-200),\ 0\big)=(-160,\ 100,\ 0) N·m

  2. ∣MO∣=1602+1002=188.7|\mathbf M_O|=\sqrt{160^2+100^2}=188.7 N·m แขนโมเมนต์ 188.7/200=0.943188.7/200=0.943 m

  3. รอบแกน x: Mx=i⋅MO=−160M_x=\mathbf i\cdot\mathbf M_O=-160 N·m (ตามเข็มเมื่อมองจากปลายแกน +x)

  4. รอบแนว u=(1,1,0)/2\mathbf u=(1,1,0)/\sqrt2: Mu=(−160+100)/2=−42.43M_u=(-160+100)/\sqrt2=-42.43 N·m

MO=(−160,100,0)\mathbf M_O=(-160,100,0) N·m · Mx=−160M_x=-160 · Mu=−42.4M_u=-42.4 N·m

4. แรงคู่ควบ: หมุนโดยไม่เลื่อน พื้นฐาน

S6 Couple moment โมเมนต์ของแรงคู่ควบ

M=rAB×F,M=F d\mathbf M=\mathbf r_{AB}\times\mathbf F,\qquad M=F\,d

แรง F\mathbf F ที่ B กับ −F-\mathbf F ที่ A โมเมนต์รอบจุด O ใด ๆ คือ rB×F+rA×(−F)=(rB−rA)×F\mathbf r_B\times\mathbf F+\mathbf r_A\times(-\mathbf F)=(\mathbf r_B-\mathbf r_A)\times\mathbf F ไม่ขึ้นกับ O เลย จึงเป็น free vector

ตัวอย่าง S-3 · พวงมาลัยและเพลามอเตอร์

มือสองข้างหมุนพวงมาลัยเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 m ด้วยแรงข้างละ 30 N ในทิศตรงข้าม จงหาแรงบิด

  1. สองแรงขนาดเท่ากัน ทิศตรงข้าม แนวห่างกัน d = 0.4 m → แรงคู่ควบ

  2. M=Fd=30(0.4)=12M=Fd=30(0.4)=12 N·m และ ∑F=0\sum\mathbf F=\mathbf 0: ไม่ดันพวงมาลัยไปด้านใด

  3. เพลามอเตอร์ไฟฟ้าก็ได้แรงบิดเป็นแรงคู่ควบจากแรงแม่เหล็กบนขดลวดสองข้าง ดู τ = m × B

M = 12 N·m

5. ย้ายแรงโดยไม่เปลี่ยนผล: ระบบแรง-แรงคู่ควบสมมูล กลาง

ถ้าอยากย้ายแรง F จากจุด A ไปจุด O (ที่ไม่อยู่บนแนวแรง) ให้ใส่ F และ −F ที่ O (รวมเป็นศูนย์ ไม่เปลี่ยนอะไร) แล้วสังเกตว่า −F ที่ O กับ F ที่ A เป็นแรงคู่ควบ ผลลัพธ์คือแรง F ที่ O บวกโมเมนต์ rOA×F\mathbf r_{OA}\times\mathbf F

S7 Equivalent force–couple system ระบบแรง-แรงคู่ควบสมมูลที่จุด O

FR=∑Fi,(MR)O=∑ri×Fi+∑Mcouple\mathbf F_R=\sum\mathbf F_i,\qquad (\mathbf M_R)_O=\sum\mathbf r_{i}\times\mathbf F_i+\sum\mathbf M_{\text{couple}}

ทุกระบบแรงลดรูปเหลือ “หนึ่งแรง + หนึ่งโมเมนต์” ที่จุดใดก็ได้ ถ้าย้ายจุดอ้างอิง แรงเท่าเดิมแต่โมเมนต์เปลี่ยน: MP=MO+rPO×FR\mathbf M_P=\mathbf M_O+\mathbf r_{PO}\times\mathbf F_R

6. ลดระบบแรงในระนาบเป็นแรงลัพธ์เดี่ยว กลาง

S8 Single resultant (coplanar) ตำแหน่งของแรงลัพธ์เดี่ยว

xˉ=(MR)ORy(จุดตัดแกน x),d=∣(MR)O∣R(ระยะตั้งฉากจาก O)\bar x=\frac{(M_R)_O}{R_y}\quad(\text{จุดตัดแกน }x),\qquad d=\frac{|(M_R)_O|}{R}\quad(\text{ระยะตั้งฉากจาก }O)

ใช้ได้เมื่อ R≠0\mathbf R\ne\mathbf 0 ถ้า R=0\mathbf R=\mathbf 0 แต่ M≠0M\ne0 ระบบเป็นแรงคู่ควบล้วน ไม่มีแรงเดียวที่แทนได้

ตัวอย่าง S-4 · แรงสามแรงบนคานยาว 6 m

F₁ = 800 N ลงในแนวดิ่งที่ x = 1.5 m, F₂ = 600 N ที่ 240° (ลงซ้าย) ที่ x = 3.5 m, F₃ = 400 N ขึ้นที่ x = 5 m จงหาระบบสมมูลที่ O (x = 0) และแรงลัพธ์เดี่ยว

  1. องค์ประกอบ F₂: 600cos⁡240∘=−300600\cos240^\circ=-300, 600sin⁡240∘=−519.6600\sin240^\circ=-519.6 N

  2. Rx=−300R_x=-300 N, Ry=−800−519.6+400=−919.6R_y=-800-519.6+400=-919.6 N, R=967.3R=967.3 N ที่ 251.9°

  3. MO=∑xFy=1.5(−800)+3.5(−519.6)+5(400)=−1018.7M_O=\sum xF_y=1.5(-800)+3.5(-519.6)+5(400)=-1018.7 N·m (ตามเข็ม) — แรงตามแนวคาน (FxF_x, y = 0) ไม่มีโมเมนต์

  4. xˉ=MO/Ry=−1018.7/−919.6=1.108\bar x=M_O/R_y=-1018.7/-919.6=1.108 m

ระบบทั้งหมดเทียบเท่าแรง 967 N ที่ 251.9° กระทำที่ x = 1.11 m — ค่าเริ่มต้นของแล็บด้านล่าง

7. แรงกระจายเป็นแรงเดียว กลาง

น้ำหนักรางเคเบิล ลม หรือแรงดันน้ำ เป็นแรงกระจาย w(x)w(x) (N/m) ใช้ S8 แบบต่อเนื่อง: แรงลัพธ์เท่ากับพื้นที่ใต้กราฟ และกระทำที่จุดเซนทรอยด์ของพื้นที่นั้น

S9 Distributed load แรงลัพธ์ของแรงกระจาย

W=∫0Lw(x) dx,xˉ=∫0Lx w(x) dxW;สม่ำเสมอ: W=wL, xˉ=L2;สามเหลี่ยม: W=12w0L, xˉ=L3 จากด้านสูงW=\int_0^L w(x)\,dx,\qquad \bar x=\frac{\int_0^L x\,w(x)\,dx}{W};\qquad \text{สม่ำเสมอ: }W=wL,\ \bar x=\tfrac L2;\quad \text{สามเหลี่ยม: }W=\tfrac12w_0L,\ \bar x=\tfrac L3\ \text{จากด้านสูง}
ตัวอย่าง S-5 · รางเคเบิลบนขายึดยื่น

รางเคเบิลกดขายึดยื่นยาว 0.6 m ด้วยน้ำหนักกระจายสม่ำเสมอ 1.5 kN/m และมีแรงจุด 0.2 kN ที่ปลาย จงหาโมเมนต์ที่โคนขายึด

  1. แรงกระจาย → แรงเดียว W=1.5(0.6)=0.9W=1.5(0.6)=0.9 kN ที่ 0.3 m

  2. M=−(0.9)(0.3)−(0.2)(0.6)=−0.27−0.12=−0.39M=-(0.9)(0.3)-(0.2)(0.6)=-0.27-0.12=-0.39 kN·m (ตามเข็ม)

  3. โคนต้องให้โมเมนต์ปฏิกิริยา +0.39 kN·m และแรงขึ้น 1.1 kN — ใช้เลือกพุกและขนาดเหล็ก

M_โคน = 0.39 kN·m (390 N·m)

8. สมดุลของวัตถุแข็งเกร็งและแรงปฏิกิริยา กลาง

S10 Equilibrium of a rigid body เงื่อนไขสมดุล

∑F=0,∑MO=0⟹ระนาบ: ∑Fx=0, ∑Fy=0, ∑MO=0\sum\mathbf F=\mathbf 0,\qquad \sum\mathbf M_O=\mathbf 0\qquad\Longrightarrow\qquad \text{ระนาบ: }\sum F_x=0,\ \sum F_y=0,\ \sum M_O=0

เลือกจุดหมุนที่มีแรงไม่ทราบผ่านมากที่สุด เพื่อให้สมการโมเมนต์มีตัวไม่ทราบน้อยที่สุด

ฐานรองรับแรงปฏิกิริยาที่ให้สัญลักษณ์ใน FBD
ล้อเลื่อน / ผิวเรียบ1 แรง ตั้งฉากกับผิวB_y
หมุด (pin)2 แรงA_x, A_y
ยึดแน่น (fixed)2 แรง + 1 โมเมนต์A_x, A_y, M_A
เชือก / สายเคเบิล1 แรงดึงตามสายT
ตัวอย่าง S-6 · คานช่วงเดียว

คาน S-4 วางบนหมุด A (x = 0) และล้อเลื่อน B (x = 6 m) จงหาแรงปฏิกิริยา

  1. วาด FBD: A_x, A_y ที่ A และ B_y ที่ B พร้อมแรงทั้งสาม

  2. ∑MA=0: 6By+(−1018.7)=0⇒By=169.8\sum M_A=0:\ 6B_y+(-1018.7)=0\Rightarrow B_y=169.8 N

  3. ∑Fy=0: Ay+169.8−919.6=0⇒Ay=749.8\sum F_y=0:\ A_y+169.8-919.6=0\Rightarrow A_y=749.8 N

  4. ∑Fx=0: Ax−300=0⇒Ax=300\sum F_x=0:\ A_x-300=0\Rightarrow A_x=300 N (หมุดต้านแรงแนวนอนจาก F₂)

  5. ตรวจด้วย ∑MB=0\sum M_B=0: −6(749.8)+(−4.5)(−800)+(−2.5)(−519.6)+(−1)(400)=−4498.8+3600+1299+(−400)≈0-6(749.8)+(-4.5)(-800)+(-2.5)(-519.6)+(-1)(400)=-4498.8+3600+1299+(-400)\approx0 ✓

A_x = 300 N, A_y = 749.8 N, B_y = 169.8 N — สอดคล้องกับ x̄ = 1.11 m ที่ใกล้ A

9. ระบบแรงในงานไฟฟ้า กลาง

บัสบาร์

แรงลัดวงจร

กระแสลัดวงจร 20 kA ในบาร์ขนานห่าง 0.1 m สร้างแรง 800 N ต่อเมตร (M11) เป็นแรงกระจายบนบาร์ ฉนวนรองรับต้องรับแรงปฏิกิริยาตาม S9–S10

เสาไฟฟ้า

สายและสายยึด

แรงดึงสายไฟสามมิติรวมกันที่ยอดเสา (K-4) ส่วนแนวนอนสร้างโมเมนต์ที่โคนเสา ต้องหักล้างด้วยสายยึด

มอเตอร์

แรงบิดและฐาน

แรงบิดของมอเตอร์เป็นแรงคู่ควบ ฐานยึดต้องให้แรงคู่ควบตรงข้าม แรงที่สลักเกลียวจึงขึ้นกับระยะห่างของสลักเกลียว (M = F d)

10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดวิธีป้องกัน
ใช้ความยาวของ r เป็นแขนโมเมนต์ใช้ d ตั้งฉาก หรือใช้ xFy−yFxxF_y-yF_x
สลับลำดับ F×r\mathbf F\times\mathbf rทิศกลับ ต้องเป็น r×F\mathbf r\times\mathbf F เสมอ (r จากจุดอ้างอิงไปหาแรง)
ΣF = 0 แล้วสรุปว่าสมดุลต้องตรวจ ΣM = 0 ด้วย แรงคู่ควบมี ΣF = 0 แต่หมุน
ลืมแรงปฏิกิริยาแนวนอนที่หมุดหมุดให้สองแรงเสมอ ถ้าไม่มีแรงแนวนอนผลจะออกมาเป็นศูนย์เอง
วางแรงกระจายผิดตำแหน่งแรงลัพธ์อยู่ที่เซนทรอยด์ของพื้นที่ใต้กราฟ ไม่ใช่กึ่งกลางเสมอ

11. แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย

  1. แรง F=(30,40)\mathbf F=(30,40) N กระทำที่จุด (2, 1) m จงหาโมเมนต์รอบจุดกำเนิด
  2. แรง F=(100,−50,200)\mathbf F=(100,-50,200) N กระทำที่ r=(0.3,0.2,0)\mathbf r=(0.3,0.2,0) m จงหา MO\mathbf M_O และ MzM_z
  3. คานยาว 4 m รับแรง 2 kN ลงที่กึ่งกลาง และ 1 kN ลงที่ปลาย B (x = 4 m) วางบนหมุด A กับล้อเลื่อน B จงหาแรงปฏิกิริยา
  4. แรงคู่ควบ 50 N ห่างกัน 0.12 m กับแรงคู่ควบอีกคู่ 80 N ห่าง 0.05 m ทิศตรงข้ามกัน โมเมนต์รวมเท่าไร?
เปิดเฉลย
  1. MO=xFy−yFx=2(40)−1(30)=50M_O=xF_y-yF_x=2(40)-1(30)=50 N·m (ทวนเข็ม)
  2. MO=(0.2⋅200−0, 0−0.3⋅200, 0.3(−50)−0.2(100))=(40, −60, −35)\mathbf M_O=(0.2\cdot200-0,\ 0-0.3\cdot200,\ 0.3(-50)-0.2(100))=(40,\ -60,\ -35) N·m; Mz=−35M_z=-35 N·m
  3. ∑MA: 4By−2(2)−1(4)=0⇒By=2\sum M_A:\ 4B_y-2(2)-1(4)=0\Rightarrow B_y=2 kN; Ay=3−2=1A_y=3-2=1 kN; Ax=0A_x=0
  4. 50(0.12)−80(0.05)=6−4=250(0.12)-80(0.05)=6-4=2 N·m ในทิศของคู่แรก

12. สรุปสูตร

หัวข้อสูตร
S1–S3 โมเมนต์M=FdM=Fd, M=r×F\mathbf M=\mathbf r\times\mathbf F, M=xFy−yFxM=xF_y-yF_x
S4 วาริยองโมเมนต์ของผลรวม = ผลรวมของโมเมนต์
S5 รอบแกนMa=ua⋅(r×F)M_a=\mathbf u_a\cdot(\mathbf r\times\mathbf F)
S6 แรงคู่ควบM=FdM=Fd เท่ากันทุกจุด
S7–S8 ระบบสมมูลR=∑F\mathbf R=\sum\mathbf F, MO=∑r×F\mathbf M_O=\sum\mathbf r\times\mathbf F, xˉ=MO/Ry\bar x=M_O/R_y
S9 แรงกระจายW=∫w dxW=\int w\,dx ที่เซนทรอยด์
S10 สมดุล∑F=0, ∑M=0\sum\mathbf F=\mathbf 0,\ \sum\mathbf M=\mathbf 0

13. แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ

ต่อไป: เปลี่ยนกรอบพิกัดให้คำนวณง่ายขึ้นใน การหมุนแกนพิกัด หรือใช้โมเมนต์กับข้อต่อหุ่นยนต์ใน เวกเตอร์ในแขนกล

คำถามที่พบบ่อย

โมเมนต์ของแรงคำนวณอย่างไร?

แบบเวกเตอร์ M_O = r × F โดย r คือเวกเตอร์จากจุด O ไปยังจุดใดก็ได้บนแนวแรง แบบสเกลาร์ M_O = F·d โดย d คือระยะตั้งฉากจากจุด O ถึงแนวแรง ในสองมิติใช้ M_O = x F_y − y F_x (ทวนเข็มเป็นบวก)

แรงคู่ควบคืออะไร?

แรงสองแรงขนาดเท่ากัน ทิศตรงข้าม แนวขนานกันห่างกัน d ผลรวมแรงเป็นศูนย์แต่ทำให้หมุนด้วยโมเมนต์ M = F·d ซึ่งมีค่าเท่ากันรอบทุกจุด จึงย้ายไปไว้ที่ใดก็ได้บนวัตถุ เช่น แรงบิดจากมอเตอร์หรือการหมุนพวงมาลัยสองมือ

วัตถุแข็งเกร็งสมดุลเมื่อใด?

เมื่อผลรวมแรงเป็นศูนย์และผลรวมโมเมนต์รอบจุดใดจุดหนึ่งเป็นศูนย์ด้วย ในระนาบได้สามสมการ ΣFx = 0, ΣFy = 0, ΣM = 0 จึงหาแรงปฏิกิริยาที่ไม่ทราบได้สามตัว เช่น หมุดหนึ่งตัวกับล้อเลื่อนหนึ่งตัวของคานช่วงเดียว

ทำไมต้องลดระบบแรงเป็นแรงลัพธ์เดี่ยว?

ทำให้รู้ว่าระบบแรงทั้งหมดมีผลเหมือนแรงเดียวที่ตำแหน่งใด ใช้ออกแบบฐานรากให้แรงลงตรงกลาง วางตำแหน่งจุดยก หรือหาจุดศูนย์กลางของแรงกระจาย ตำแหน่งได้จาก x̄ = M_O / R_y

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์