พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. ลำดับและอนุกรม
  4. แนวข้อสอบ

// บทที่ 26.9 · ลำดับและอนุกรม · Exam Practice

แนวข้อสอบลำดับและอนุกรม (Exam Practice): เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย มิดเทอม และไฟนอล พร้อมเฉลยละเอียดและโจทย์สุ่ม

60 ข้อเรียงจากระดับมัธยมปลายถึงคณิตศาสตร์วิศวกรรม ทุกข้อซ่อนเฉลยไว้ให้ลองทำเองก่อน แต่ละเฉลยบอกเครื่องมือที่ใช้และลิงก์กลับไปยังหัวข้อในบทเรียน ปิดท้ายด้วยเครื่องสุ่มโจทย์ไม่จำกัดที่ตรวจคำตอบให้ทันที และเกมฝึกเลือกการทดสอบ

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
วิธีใช้หน้านี้
  • อ่านโจทย์ ลองทำในกระดาษ 3–5 นาที แล้วค่อยแตะ “เฉลย” เพื่อเทียบ
  • ผิดข้อไหน ให้กดลิงก์ในเฉลยกลับไปอ่านหัวข้อนั้น แล้วฝึกหมวดเดียวกันในเครื่องสุ่มโจทย์
  • ชุด A ≈ A-Level / TCAS · ชุด B ≈ มิดเทอม-ไฟนอลแคลคูลัส 2 · ชุด C ≈ คณิตศาสตร์วิศวกรรม / ตัวแปรเชิงซ้อน

ผังหัวข้อที่ออกสอบ

หัวข้อเข้ามหาวิทยาลัยแคลคูลัส 2คณิตศาสตร์วิศวกรรมบทเรียน
ลำดับเลขคณิต · เรขาคณิต · เวียนเกิด●●●●●26.1
ลิมิตของลำดับ●●●●●26.1
ซิกมา · อนุกรมเรขาคณิต · กล้องส่องทางไกล●●●●●●26.2
การทดสอบการลู่เข้า · อนุกรมสลับ—●●●●●26.3 · 26.4
อนุกรมกำลัง · ช่วงการลู่เข้า—●●●●●26.5
อนุกรมเทย์เลอร์ · ลิมิตด้วยอนุกรม●●●●●●26.6
อนุกรมโลรองต์ · เรซิดิว · การแปลง Z——●●●26.7

ชุด A · เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย (20 ข้อ) พื้นฐาน

A1ลำดับเลขคณิตมี a3=7a_3 = 7 และ a8=22a_8 = 22 จงหา S20S_{20}

a8−a3=5d=15⇒d=3, a1=1a_8 - a_3 = 5d = 15 \Rightarrow d = 3,\ a_1 = 1 · S20=202(2⋅1+19⋅3)=10×59S_{20} = \tfrac{20}{2}\left(2\cdot1 + 19\cdot3\right) = 10\times59

590 · S4

A2จำนวนเต็มระหว่าง 100 ถึง 500 ที่หารด้วย 7 ลงตัวมีกี่จำนวน และผลบวกเท่าใด

ตัวแรก 105 ตัวสุดท้าย 497 · n=497−1057+1=57n = \tfrac{497 - 105}{7} + 1 = 57 · S=572(105+497)=57×301S = \tfrac{57}{2}(105 + 497) = 57\times301

57 จำนวน ผลบวก 17,157

A3ลำดับเรขาคณิตมี a2=12a_2 = 12 และ a5=96a_5 = 96 จงหา S6S_6

r3=96/12=8⇒r=2, a1=6r^3 = 96/12 = 8 \Rightarrow r = 2,\ a_1 = 6 · S6=6⋅26−12−1S_6 = 6\cdot\dfrac{2^6 - 1}{2 - 1}

378

A4∑n=1∞2n+3n6n\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{2^n + 3^n}{6^n}

แยก ∑(13)n+∑(12)n=1/32/3+1/21/2=12+1\sum\left(\tfrac13\right)^n + \sum\left(\tfrac12\right)^n = \dfrac{1/3}{2/3} + \dfrac{1/2}{1/2} = \tfrac12 + 1

32\tfrac32 · S6

A5เขียน 0.123‾0.1\overline{23} เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ

110+231000(1+1100+⋯ )=110+23990=99+23990=122990\tfrac{1}{10} + \tfrac{23}{1000}\left(1 + \tfrac{1}{100} + \cdots\right) = \tfrac{1}{10} + \tfrac{23}{990} = \tfrac{99 + 23}{990} = \tfrac{122}{990}

61495\tfrac{61}{495}

A6∑k=110k(k+1)(k+2)\displaystyle\sum_{k=1}^{10}k(k+1)(k+2)

=∑(k3+3k2+2k)=3025+3(385)+2(55)= \sum(k^3 + 3k^2 + 2k) = 3025 + 3(385) + 2(55) หรือสูตรลัด n(n+1)(n+2)(n+3)4=10⋅11⋅12⋅134\tfrac{n(n+1)(n+2)(n+3)}{4} = \tfrac{10\cdot11\cdot12\cdot13}{4}

4,290 · S3

A7∑n=1∞1n(n+3)\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{1}{n(n+3)}

1n(n+3)=13(1n−1n+3)\dfrac{1}{n(n+3)} = \dfrac13\left(\dfrac1n - \dfrac{1}{n+3}\right) เหลือ 3 พจน์แรก: 13(1+12+13)=13⋅116\dfrac13\left(1 + \tfrac12 + \tfrac13\right) = \dfrac13\cdot\dfrac{11}{6}

1118\tfrac{11}{18} · S9

A8lim⁡(n2+3n−n2−n)\lim\left(\sqrt{n^2 + 3n} - \sqrt{n^2 - n}\right)

คูณคอนจูเกต: 4nn2+3n+n2−n=41+3/n+1−1/n→42\dfrac{4n}{\sqrt{n^2+3n} + \sqrt{n^2-n}} = \dfrac{4}{\sqrt{1 + 3/n} + \sqrt{1 - 1/n}} \to \dfrac42

2

A9lim⁡(1+2n)3n\lim\left(1 + \dfrac2n\right)^{3n}

[(1+2n)n]3→(e2)3\left[\left(1 + \tfrac2n\right)^n\right]^3 \to (e^2)^3

e6e^6 · Q14

A10lim⁡3n+1+2n3n−2n+1\lim\dfrac{3^{n+1} + 2^n}{3^n - 2^{n+1}}

หารด้วย 3n3^n: 3+(2/3)n1−2(2/3)n→3\dfrac{3 + (2/3)^n}{1 - 2(2/3)^n} \to 3

3

A11lim⁡1+2+3+⋯+nn2\lim\dfrac{1 + 2 + 3 + \cdots + n}{n^2}

n(n+1)/2n2→12\dfrac{n(n+1)/2}{n^2} \to \tfrac12

12\tfrac12

A12สามจำนวนเป็นลำดับเลขคณิต ผลบวก 18 ผลคูณ 120 จงหาสามจำนวนนั้น

เขียน 6−d, 6, 6+d6 - d,\ 6,\ 6 + d (เพราะผลบวก 3×63\times6) · 6(36−d2)=120⇒d2=166(36 - d^2) = 120 \Rightarrow d^2 = 16

2, 6, 10

A13อนุกรมเรขาคณิตอนันต์มีผลบวก 12 และผลบวกของพจน์ตำแหน่งคี่ (พจน์ที่ 1, 3, 5, …) เท่ากับ 9 จงหา a และ r

a1−r=12\dfrac{a}{1-r} = 12 และ a1−r2=9\dfrac{a}{1-r^2} = 9 · หาร: 11+r=912⇒r=13, a=12⋅23\dfrac{1}{1+r} = \dfrac{9}{12} \Rightarrow r = \tfrac13,\ a = 12\cdot\tfrac23

a=8, r=13a = 8,\ r = \tfrac13

A14a1=2, an+1=an+2na_1 = 2,\ a_{n+1} = a_n + 2n จงหา a20a_{20}

an=a1+∑k=1n−12k=2+n(n−1)a_n = a_1 + \sum_{k=1}^{n-1}2k = 2 + n(n-1) · a20=2+20⋅19a_{20} = 2 + 20\cdot19

382

A15a1=1, an+1=2an+1a_1 = 1,\ a_{n+1} = 2a_n + 1 จงหาสูตร ana_n และ a10a_{10}

จุดตรึง L = −1 ⇒ an+1=2n−1(a1+1)=2na_n + 1 = 2^{n-1}(a_1 + 1) = 2^n

an=2n−1, a10=1023a_n = 2^n - 1,\ a_{10} = 1023 · Q8

A16ผลบวกของจำนวนนับตั้งแต่ 1 ถึง 100 ที่หารด้วย 3 ไม่ลงตัว

ผลบวกทั้งหมด 5050 ลบผลคูณของ 3: 3(1+2+⋯+33)=3⋅561=16833(1 + 2 + \cdots + 33) = 3\cdot561 = 1683

3,367

A17∑n=1∞n4n\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{n}{4^n}

วิธี S − rS หรือสูตร r(1−r)2\dfrac{r}{(1-r)^2} กับ r=14r = \tfrac14: 1/49/16\dfrac{1/4}{9/16}

49\tfrac49 · S16

A18lim⁡n(n2+1−n)\lim n\left(\sqrt{n^2 + 1} - n\right)

n⋅1n2+1+n=11+1/n2+1→12n\cdot\dfrac{1}{\sqrt{n^2+1} + n} = \dfrac{1}{\sqrt{1 + 1/n^2} + 1} \to \tfrac12

12\tfrac12

A19หาค่า x ที่ทำให้ 1+x−23+(x−23)2+⋯=21 + \dfrac{x-2}{3} + \left(\dfrac{x-2}{3}\right)^2 + \cdots = 2

11−r=2⇒r=12\dfrac{1}{1 - r} = 2 \Rightarrow r = \tfrac12 (ตรวจ |r| < 1 ✓) · x−23=12\dfrac{x-2}{3} = \tfrac12

x=72x = \tfrac72

A20an=n2+12n2−na_n = \dfrac{n^2 + 1}{2n^2 - n} ลู่เข้าสู่ค่าใด และหา N ที่น้อยที่สุดที่ทำให้ ∣an−L∣<0.01|a_n - L| < 0.01 ทุก n>Nn > N

L=12L = \tfrac12 · an−12=n+24n2−2na_n - \tfrac12 = \dfrac{n + 2}{4n^2 - 2n} (บวกและลดลง) ต้องการ n+24n2−2n<0.01  ⟺  0.04n2−1.02n−2>0  ⟺  n>27.3\dfrac{n+2}{4n^2 - 2n} < 0.01 \iff 0.04n^2 - 1.02n - 2 > 0 \iff n > 27.3

L=12, N=27L = \tfrac12,\ N = 27 · Q11

ชุด B · แคลคูลัส 2 มิดเทอม-ไฟนอล (20 ข้อ) กลาง

B1∑n=1∞n2+1n3+2n\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{n^2 + 1}{n^3 + 2n} ลู่เข้าหรือลู่ออก

เทียบลิมิตกับ 1n\tfrac1n: lim⁡n3+nn3+2n=1\lim\dfrac{n^3 + n}{n^3 + 2n} = 1 ฮาร์มอนิกลู่ออก

ลู่ออก · T5

B2∑n=1∞n22n\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{n^2}{2^n} ลู่เข้าหรือไม่ ถ้าลู่เข้าหาผลบวก

อัตราส่วน (n+1)22n2→12\tfrac{(n+1)^2}{2n^2} \to \tfrac12 ลู่เข้า · สูตร ∑n2rn=r(1+r)(1−r)3=(1/2)(3/2)1/8\sum n^2r^n = \dfrac{r(1+r)}{(1-r)^3} = \dfrac{(1/2)(3/2)}{1/8}

ลู่เข้า ผลบวก 6

B3∑n=1∞(−1)nn+1\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{(-1)^n}{\sqrt n + 1} ลู่เข้าแบบใด

bn=1n+1b_n = \tfrac{1}{\sqrt n + 1} ลดลง → 0 ลู่เข้า (ไลบ์นิซ) · ค่าสัมบูรณ์เทียบลิมิตกับ 1/n1/\sqrt n ลู่ออก

ลู่เข้าแบบมีเงื่อนไข · A5

B4∑n=1∞ln⁡(1+1n2)\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\ln\left(1 + \frac{1}{n^2}\right)

ln⁡(1+u)∼u\ln(1 + u) \sim u ⇒ เทียบลิมิตกับ 1/n21/n^2 ได้ 1

ลู่เข้า · T6

B5∑n=1∞2n+n3n−n\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{2^n + n}{3^n - n}

ตัวเด่น (2/3)n(2/3)^n: lim⁡(2n+n)/(3n−n)(2/3)n=1\lim\dfrac{(2^n + n)/(3^n - n)}{(2/3)^n} = 1 อนุกรมเรขาคณิต r = 2/3 ลู่เข้า

ลู่เข้า

B6หาผลบวก ∑n=1∞ne−n\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty} n e^{-n}

∑nrn=r(1−r)2\sum nr^n = \dfrac{r}{(1-r)^2} กับ r=e−1r = e^{-1}: e−1(1−e−1)2=e(e−1)2\dfrac{e^{-1}}{(1 - e^{-1})^2} = \dfrac{e}{(e-1)^2}

e(e−1)2≈0.9207\dfrac{e}{(e-1)^2} \approx 0.9207

B7หาช่วงการลู่เข้าของ ∑n=1∞(x+1)nn 3n\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{(x+1)^n}{n\,3^n}

อัตราส่วน ∣x+1∣3\tfrac{|x+1|}{3} ⇒ R=3R = 3 รอบ −1 · x = −4: ∑(−1)nn\sum\tfrac{(-1)^n}{n} ลู่เข้า · x = 2: ∑1n\sum\tfrac1n ลู่ออก

[−4,2)[-4, 2) · P5

B8หาช่วงการลู่เข้าของ ∑n=1∞n xn2n(n+1)\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{n\,x^n}{2^n(n+1)}

อัตราส่วน ∣x∣2\tfrac{|x|}{2} ⇒ R=2R = 2 · ที่ x=±2x = \pm2: ∣an∣=nn+1→1≠0|a_n| = \tfrac{n}{n+1} \to 1 \ne 0 ลู่ออกทั้งสองปลาย

(−2,2)(-2, 2)

B9หาช่วงการลู่เข้าของ ∑n=1∞(x−1)2n9n n2\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{(x-1)^{2n}}{9^n\,n^2}

อนุกรมใน u=(x−1)2/9u = (x-1)^2/9: ลู่เข้าเมื่อ ∣x−1∣<3|x - 1| < 3 · ปลาย: ∑1n2\sum\tfrac{1}{n^2} ลู่เข้าทั้งคู่

[−2,4][-2, 4]

B10หารัศมีการลู่เข้าของ ∑n=0∞n! xn(2n)!\displaystyle\sum_{n=0}^{\infty}\frac{n!\,x^n}{(2n)!}

∣cn+1cn∣=n+1(2n+2)(2n+1)=12(2n+1)→0\left|\tfrac{c_{n+1}}{c_n}\right| = \dfrac{n+1}{(2n+2)(2n+1)} = \dfrac{1}{2(2n+1)} \to 0

R=∞R = \infty

B11อนุกรมแมคลอรินของ x2e−xx^2e^{-x} ถึงพจน์ x5x^5

x2(1−x+x22−x36+⋯ )x^2\left(1 - x + \tfrac{x^2}{2} - \tfrac{x^3}{6} + \cdots\right)

x2−x3+x42−x56x^2 - x^3 + \tfrac{x^4}{2} - \tfrac{x^5}{6} · Y16

B12อนุกรมเทย์เลอร์ของ 1x\tfrac1x รอบ a=2a = 2 และช่วงการลู่เข้า

12+(x−2)=12⋅11+x−22=∑n=0∞(−1)n(x−2)n2n+1\dfrac{1}{2 + (x-2)} = \dfrac12\cdot\dfrac{1}{1 + \frac{x-2}{2}} = \sum_{n=0}^{\infty}\dfrac{(-1)^n(x-2)^n}{2^{n+1}} · ลู่เข้าเมื่อ ∣x−2∣<2|x - 2| < 2

∑(−1)n(x−2)n2n+1\sum\tfrac{(-1)^n(x-2)^n}{2^{n+1}}, ช่วง (0,4)(0, 4)

B13lim⁡x→0ex2−1−x2x4\lim_{x\to0}\dfrac{e^{x^2} - 1 - x^2}{x^4}

ex2=1+x2+x42+⋯e^{x^2} = 1 + x^2 + \tfrac{x^4}{2} + \cdots

12\tfrac12 · ลิมิตด้วยอนุกรม

B14lim⁡x→0ln⁡(1+x)−x+x2/2x3\lim_{x\to0}\dfrac{\ln(1+x) - x + x^2/2}{x^3}

ln⁡(1+x)=x−x22+x33−⋯\ln(1+x) = x - \tfrac{x^2}{2} + \tfrac{x^3}{3} - \cdots

13\tfrac13

B15∑n=0∞(−1)nπ2n+142n+1(2n+1)!\displaystyle\sum_{n=0}^{\infty}\frac{(-1)^n\pi^{2n+1}}{4^{2n+1}(2n+1)!}

เป็นอนุกรมของ sin⁡x\sin x ที่ x=π4x = \tfrac{\pi}{4}

22\tfrac{\sqrt2}{2}

B16∑n=1∞(−1)n+1n 2n\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\frac{(-1)^{n+1}}{n\,2^n}

ln⁡(1+x)=∑(−1)n+1xnn\ln(1+x) = \sum\tfrac{(-1)^{n+1}x^n}{n} ที่ x=12x = \tfrac12

ln⁡32≈0.4055\ln\tfrac32 \approx 0.4055

B17ประมาณ ∫00.5dx1+x4\displaystyle\int_0^{0.5}\frac{dx}{1 + x^4} ให้คลาดไม่เกิน 10−410^{-4}

11+x4=1−x4+x8−⋯\dfrac{1}{1+x^4} = 1 - x^4 + x^8 - \cdots อินทิกรัล: 0.5−0.555+0.599−0.51313+⋯0.5 - \tfrac{0.5^5}{5} + \tfrac{0.5^9}{9} - \tfrac{0.5^{13}}{13} + \cdots · พจน์ที่สี่ 9.4×10−6<10−49.4\times10^{-6} < 10^{-4} จึงพอที่สามพจน์: 0.5−0.00625+0.0002170.5 - 0.00625 + 0.000217

≈ 0.49397 (ค่าจริง 0.493958)

B18ต้องบวก ∑1/n4\sum 1/n^4 กี่พจน์ ความคลาดจึงน้อยกว่า 10−410^{-4} (ใช้ขอบเขตปริพันธ์)

RN≤∫N∞x−4dx=13N3<10−4  ⟺  N3>3333.3R_N \le \int_N^\infty x^{-4}dx = \dfrac{1}{3N^3} < 10^{-4} \iff N^3 > 3333.3 · 143=2744, 153=337514^3 = 2744,\ 15^3 = 3375

15 พจน์ · T3

B19ประมาณ cos⁡0.3\cos 0.3 ด้วย P4P_4 และหาขอบเขตความคลาด

1−0.092+0.008124=0.95533751 - \tfrac{0.09}{2} + \tfrac{0.0081}{24} = 0.9553375 · อนุกรมสลับ: ∣R∣≤0.36720=1.01×10−6|R| \le \tfrac{0.3^6}{720} = 1.01\times10^{-6}

0.9553375 ± 1.0×10⁻⁶ (จริง 0.9553365)

B20∑n=3∞1nln⁡n ln⁡(ln⁡n)\displaystyle\sum_{n=3}^{\infty}\frac{1}{n\ln n\,\ln(\ln n)}

∫3∞dxxln⁡xln⁡ln⁡x=[ln⁡ln⁡ln⁡x]3∞=∞\int_3^\infty\dfrac{dx}{x\ln x\ln\ln x} = \left[\ln\ln\ln x\right]_3^\infty = \infty (ลู่ออกช้าที่สุดเท่าที่จะนึกออก)

ลู่ออก · T2

ชุด C · คณิตศาสตร์วิศวกรรมขั้นสูง (20 ข้อ) ขั้นสูง

C1อนุกรมโลรองต์ของ 1z(z−2)\dfrac{1}{z(z-2)} ใน (ก) 0<∣z∣<20 < |z| < 2 (ข) ∣z∣>2|z| > 2

1z(z−2)=12(1z−2−1z)\dfrac{1}{z(z-2)} = \dfrac12\left(\dfrac{1}{z-2} - \dfrac1z\right) · (ก) 1z−2=−∑zn2n+1\dfrac{1}{z-2} = -\sum\dfrac{z^n}{2^{n+1}} · (ข) 1z−2=∑2nzn+1\dfrac{1}{z-2} = \sum\dfrac{2^n}{z^{n+1}} แล้วพจน์ 12z\tfrac{1}{2z} หักล้าง

(ก) −12z−14−z8−z216−⋯-\tfrac{1}{2z} - \tfrac14 - \tfrac{z}{8} - \tfrac{z^2}{16} - \cdots · (ข) 1z2+2z3+4z4+⋯\tfrac{1}{z^2} + \tfrac{2}{z^3} + \tfrac{4}{z^4} + \cdots · L-1

C2เรซิดิวของ z(z−1)(z+2)2\dfrac{z}{(z-1)(z+2)^2} ที่ทุกโพล

z = 1 (อย่างง่าย): 19\dfrac{1}{9} · z = −2 (อันดับ 2): ddz[zz−1]−2=−1(z−1)2∣−2=−19\dfrac{d}{dz}\left[\dfrac{z}{z-1}\right]_{-2} = \dfrac{-1}{(z-1)^2}\Big|_{-2} = -\dfrac19

19\tfrac19 และ −19-\tfrac19 (ผลรวมเป็น 0 เพราะดีกรีล่างมากกว่าบน 2)

C3∮∣z∣=2z2+1z(z−1) dz\displaystyle\oint_{|z|=2}\frac{z^2 + 1}{z(z-1)}\,dz

Res ที่ 0: 1−1=−1\tfrac{1}{-1} = -1 · Res ที่ 1: 21=2\tfrac{2}{1} = 2 · รวม 1

2πi2\pi i · L9

C4∫−∞∞dxx2+4x+5\displaystyle\int_{-\infty}^{\infty}\frac{dx}{x^2 + 4x + 5}

โพล −2±i-2 \pm i ครึ่งบน −2+i-2 + i: Res =12i= \tfrac{1}{2i} ⇒ 2πi⋅12i2\pi i\cdot\tfrac{1}{2i}

π\pi

C5∫−∞∞cos⁡xx2+1 dx\displaystyle\int_{-\infty}^{\infty}\frac{\cos x}{x^2 + 1}\,dx

ใช้ eizz2+1\dfrac{e^{iz}}{z^2+1} (บนครึ่งบน ∣eiz∣≤1|e^{iz}| \le 1) Res ที่ i: e−12i\dfrac{e^{-1}}{2i} ⇒ ส่วนจริงของ 2πi⋅e−12i2\pi i\cdot\dfrac{e^{-1}}{2i}

πe≈1.1557\dfrac{\pi}{e} \approx 1.1557

C6จำแนกจุด z = 0 ของ 1−cos⁡zz5\dfrac{1 - \cos z}{z^5} และหาเรซิดิว

1z5(z22−z424+⋯ )=12z3−124z+⋯\dfrac{1}{z^5}\left(\tfrac{z^2}{2} - \tfrac{z^4}{24} + \cdots\right) = \dfrac{1}{2z^3} - \dfrac{1}{24z} + \cdots

โพลอันดับ 3 · Res =−124= -\tfrac{1}{24}

C7จำแนกจุด z = 0 ของ zsin⁡1zz\sin\dfrac1z

z(1z−16z3+1120z5−⋯ )=1−16z2+⋯z\left(\tfrac1z - \tfrac{1}{6z^3} + \tfrac{1}{120z^5} - \cdots\right) = 1 - \tfrac{1}{6z^2} + \cdots ส่วนหลักอนันต์พจน์

เอกฐานแท้ · Res = 0 (ไม่มีพจน์ z−1z^{-1})

C8หา x[n] จาก X(z)=2zz−0.8, ∣z∣>0.8X(z) = \dfrac{2z}{z - 0.8},\ |z| > 0.8

คู่พื้นฐาน anu[n]↔zz−aa^nu[n] \leftrightarrow \tfrac{z}{z-a} ROC ข้างนอก

x[n]=2(0.8)nu[n]x[n] = 2(0.8)^n u[n] · L11

C9หา x[n] จาก X(z)=11−3z−1, ∣z∣<3X(z) = \dfrac{1}{1 - 3z^{-1}},\ |z| < 3

zz−3\dfrac{z}{z - 3} ROC ข้างใน ⇒ กระจายกำลังบวกของ z: −∑m≥13−mzm-\sum_{m\ge1}3^{-m}z^m ⇒ ข้างซ้าย

x[n]=−3nu[−n−1]x[n] = -3^n u[-n-1]

C10ระบบ h[n]=(−0.5)nu[n]+2nu[−n−1]h[n] = (-0.5)^n u[n] + 2^n u[-n-1] เสถียรหรือไม่

∑∣h[n]∣=∑n≥00.5n+∑n≤−12n=2+1=3\sum|h[n]| = \sum_{n\ge0}0.5^n + \sum_{n\le-1}2^n = 2 + 1 = 3 จำกัด · ROC 0.5<∣z∣<20.5 < |z| < 2 มีวงกลมหนึ่งหน่วย

เสถียร (แต่ไม่ causal) · L12

C11แก้ y′=2xy, y(0)=1y' = 2xy,\ y(0) = 1 ด้วยอนุกรมกำลัง

(n+1)cn+1=2cn−1(n+1)c_{n+1} = 2c_{n-1}, c1=0c_1 = 0 ⇒ c2k=1k!c_{2k} = \tfrac{1}{k!}, พจน์คี่เป็น 0

y=∑x2kk!=ex2y = \sum\tfrac{x^{2k}}{k!} = e^{x^2} · P13

C12แก้ y′′−xy′−y=0, y(0)=1, y′(0)=0y'' - xy' - y = 0,\ y(0) = 1,\ y'(0) = 0

(n+2)(n+1)cn+2=(n+1)cn⇒cn+2=cnn+2(n+2)(n+1)c_{n+2} = (n+1)c_n \Rightarrow c_{n+2} = \dfrac{c_n}{n+2} · c0=1c_0 = 1: c2=12, c4=18, c6=148c_2 = \tfrac12,\ c_4 = \tfrac18,\ c_6 = \tfrac1{48}

y=∑x2k2kk!=ex2/2y = \sum\dfrac{x^{2k}}{2^k k!} = e^{x^2/2}

C13∑n=1∞(1⋅3⋯(2n−1)2⋅4⋯(2n))2\displaystyle\sum_{n=1}^{\infty}\left(\frac{1\cdot3\cdots(2n-1)}{2\cdot4\cdots(2n)}\right)^2 ลู่เข้าหรือไม่

อัตราส่วน → 1 และราบีได้ n((2n+2)2(2n+1)2−1)→1n\left(\tfrac{(2n+2)^2}{(2n+1)^2} - 1\right) \to 1 สรุปไม่ได้ทั้งคู่ · สเตอร์ลิง: an∼1πna_n \sim \dfrac{1}{\pi n} เทียบลิมิตกับฮาร์มอนิก

ลู่ออก · T12

C14จัดเรียง 1−12+13−⋯1 - \tfrac12 + \tfrac13 - \cdots เป็น “บวก 3 ตัว ลบ 2 ตัว” ผลบวกใหม่เป็นเท่าไร

สูตร ln⁡2+12ln⁡pq\ln 2 + \tfrac12\ln\tfrac{p}{q} กับ p = 3, q = 2

ln⁡2+12ln⁡32≈0.8959\ln 2 + \tfrac12\ln\tfrac32 \approx 0.8959 · A8

C15f(x)=∑n≥1xnn2f(x) = \sum_{n\ge1}\dfrac{x^n}{n^2} หาช่วงการลู่เข้าของ f และ f′

f: R = 1 ปลายทั้งสอง ∑(±1)nn2\sum\tfrac{(\pm1)^n}{n^2} ลู่เข้า ⇒ [−1, 1] · f′=∑xn−1nf' = \sum\tfrac{x^{n-1}}{n}: ที่ x = 1 ฮาร์มอนิกลู่ออก x = −1 ลู่เข้า

f: [−1,1][-1, 1] · f′: [−1,1)[-1, 1) — R เท่าเดิม แต่ปลายช่วงเปลี่ยน (P6)

C16หาผลบวก ∑n=0∞(−1)n3n+1\displaystyle\sum_{n=0}^{\infty}\frac{(-1)^n}{3n+1}

11+x3=∑(−1)nx3n\dfrac{1}{1+x^3} = \sum(-1)^nx^{3n} อินทิกรัล 0 ถึง 1 ทีละพจน์ (ทฤษฎีบทของอาเบลรองรับที่ x = 1): ∫01dx1+x3\displaystyle\int_0^1\frac{dx}{1+x^3}

ln⁡23+π33≈0.83565\dfrac{\ln 2}{3} + \dfrac{\pi}{3\sqrt3} \approx 0.83565

C17ต้องใช้อนุกรม e=∑1/n!e = \sum 1/n! ถึงดีกรีเท่าใด จึงคลาดไม่เกิน 10−1010^{-10} (ใช้ e<3e < 3)

Rn≤3(n+1)!<10−10  ⟺  (n+1)!>3×1010R_n \le \dfrac{3}{(n+1)!} < 10^{-10} \iff (n+1)! > 3\times10^{10} · 13!=6.2×10913! = 6.2\times10^9 ไม่พอ · 14!=8.7×101014! = 8.7\times10^{10} ✓

ดีกรี 13 (14 พจน์) · Y13

C18ประมาณ H1000=1+12+⋯+11000H_{1000} = 1 + \tfrac12 + \cdots + \tfrac{1}{1000} โดยไม่บวกทีละพจน์

Hn≈ln⁡n+γ+12n=6.90776+0.57722+0.0005H_n \approx \ln n + \gamma + \tfrac{1}{2n} = 6.90776 + 0.57722 + 0.0005

≈ 7.48547 (ค่าจริง 7.4854709) · S12

C19ประมาณ J0(1)J_0(1) ด้วย 4 พจน์ของอนุกรมเบสเซล และบอกขอบเขตความคลาด

J0(1)=1−14+164−12304+⋯=0.765191J_0(1) = 1 - \tfrac14 + \tfrac{1}{64} - \tfrac{1}{2304} + \cdots = 0.765191 · อนุกรมสลับ พจน์ถัดไป (1/2)8(4!)2=6.8×10−6\tfrac{(1/2)^8}{(4!)^2} = 6.8\times10^{-6}

0.76519 ± 7×10⁻⁶ (จริง 0.7651977) · P14

C20กำหนด Res⁡z=0πcot⁡πzz2=−π23\operatorname{Res}_{z=0}\dfrac{\pi\cot\pi z}{z^2} = -\dfrac{\pi^2}{3} และผลรวมเรซิดิวทั้งหมดของ πcot⁡πzz2\dfrac{\pi\cot\pi z}{z^2} เป็น 0 (อินทิกรัลรอบสี่เหลี่ยมใหญ่ → 0) จงหา ∑n=1∞1n2\sum_{n=1}^{\infty}\tfrac{1}{n^2}

ที่ z=n≠0z = n \ne 0 (โพลอย่างง่ายของ cot): Res =1n2= \tfrac{1}{n^2} · ∑n≠01n2−π23=0⇒2∑n≥11n2=π23\sum_{n\ne0}\tfrac{1}{n^2} - \tfrac{\pi^2}{3} = 0 \Rightarrow 2\sum_{n\ge1}\tfrac{1}{n^2} = \tfrac{\pi^2}{3}

π26\tfrac{\pi^2}{6} — ปัญหาบาเซิลแก้ด้วยเรซิดิว

เครื่องสุ่มโจทย์ไม่จำกัด พื้นฐาน

เลือกหมวดที่ต้องการ (กดเพื่อเปิด-ปิด) พิมพ์คำตอบแล้วกด “ตรวจ” ทุกข้อมีเฉลยทีละขั้น คะแนนเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ

เกมเลือกการทดสอบการลู่เข้า กลาง

10 ความผิดพลาดที่เสียคะแนนบ่อยที่สุด

  1. สรุปว่า “an→0a_n \to 0 จึงลู่เข้า” — การทดสอบพจน์ที่ n สรุปได้แค่ลู่ออก
  2. ใช้ a1−r\tfrac{a}{1-r} ทั้งที่ ∣r∣≥1|r| \ge 1 หรือใช้ a = 1 ทั้งที่พจน์แรกไม่ใช่ 1
  3. กล้องส่องทางไกลที่มีช่องว่าง k เหลือพจน์แค่ตัวเดียว (ต้องเหลือ k ตัว)
  4. ใช้ ratio test กับเศษส่วนของพหุนาม แล้วงงที่ได้ 1
  5. เปรียบเทียบตรงแต่ทิศของอสมการผิด (เทียบกับตัวใหญ่ที่ลู่ออก)
  6. ลืมตรวจปลายช่วงของอนุกรมกำลัง หรือใช้ ratio test ที่ปลายช่วง
  7. (2x−1)n(2x-1)^n ระบุจุดศูนย์กลางเป็น 1 แทนที่จะเป็น ½
  8. หาลิมิตลำดับเวียนเกิดโดยแทน L = g(L) โดยไม่พิสูจน์ว่าลู่เข้า
  9. อนุกรมโลรองต์ใช้บริเวณผิด (ไม่ได้ดูว่าโพลอยู่ในหรือนอกวงแหวน)
  10. สูตรเรซิดิวแบบลิมิตกับจุดเอกฐานแท้ (ต้องกระจายอนุกรม)

เรียนต่อ

ทบทวนบทเรียนทั้งหมดที่ ภาพรวมลำดับและอนุกรม หรือเปิดเครื่องมือครบชุดใน แล็บรวม · โจทย์อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์อยู่ที่ อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ และ บทความตัวอย่างอุปนัย

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบลำดับและอนุกรมเข้ามหาวิทยาลัยออกเรื่องอะไรบ้าง?

ส่วนใหญ่เป็นลำดับเลขคณิต-เรขาคณิต (หาพจน์ทั่วไป ผลบวก n พจน์) สัญลักษณ์ซิกมาและสูตรผลบวก ∑k,∑k2,∑k3\sum k, \sum k^2, \sum k^3 ผลบวกอนุกรมเรขาคณิตอนันต์ ทศนิยมซ้ำ อนุกรมกล้องส่องทางไกล และลิมิตของลำดับ (รวมรูป (1+a/n)n(1 + a/n)^n) ชุด A ในหน้านี้ครอบคลุมทุกหัวข้อนี้

ควรฝึกโจทย์ลำดับและอนุกรมอย่างไรให้ได้ผล?

ทำเองก่อนโดยเปิดโหมดซ่อนเฉลย จับเวลาข้อละ 3–5 นาที แล้วค่อยเปิดเฉลยเทียบวิธีคิด ข้อที่ผิดให้ย้อนไปอ่านหัวข้อในบทเรียนตามลิงก์ แล้วใช้เครื่องสุ่มโจทย์ฝึกหมวดนั้นซ้ำจนถูกต่อเนื่อง 5 ข้อ

โจทย์ในหน้านี้เป็นข้อสอบจริงหรือไม่?

เป็นโจทย์ที่แต่งขึ้นตามแนวและระดับความยากของข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ข้อสอบกลางภาคและปลายภาควิชาแคลคูลัสและคณิตศาสตร์วิศวกรรม ไม่ใช่ข้อสอบจริงของหน่วยงานใด ทุกคำตอบตรวจด้วยโปรแกรมคำนวณสัญลักษณ์ (sympy) แล้ว

เครื่องสุ่มโจทย์ตรวจคำตอบแบบไหนได้บ้าง?

พิมพ์เป็นจำนวนเต็ม ทศนิยม เศษส่วน (เช่น 3/4) หรือนิพจน์ (เช่น pi/4, sqrt(2)/2, e^2) ระบบประเมินค่าและเทียบกับคำตอบด้วยความคลาดไม่เกินหนึ่งในล้าน โจทย์แบบเลือกตอบ (ลู่เข้า/ลู่ออก) ให้กดเลือก แล้วดูเฉลยทีละขั้นได้ทุกข้อ

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์