พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. เวกเตอร์
  4. แล็บสนามไฟฟ้า-แม่เหล็ก

// เวกเตอร์ · ห้องแล็บ · Virtual field lab (Physics 2)

แล็บสนามไฟฟ้าและแม่เหล็กเสมือน: ห้องแล็บฟิสิกส์ 2

สนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กมองไม่เห็นด้วยตา ห้องแล็บจริงจึงใช้ผงเหล็ก กระดาษนำไฟฟ้า และโวลต์มิเตอร์หาเส้นศักย์เท่า ห้องแล็บเสมือนนี้แสดงเวกเตอร์ เส้นแรง และศักย์ได้ทันทีที่ลากประจุ พร้อมแยกให้เห็นว่าสนามที่จุดหนึ่งมาจากประจุแต่ละตัวเท่าไร — หัวใจของหลักการซ้อนทับที่นักศึกษาสับสนบ่อยที่สุด

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต

วิธีใช้แล็บ

  • ลากประจุหรือลวด เพื่อย้ายตำแหน่ง คลิกเลือกแล้วปรับขนาดด้วยแถบ “ประจุของตัวที่เลือก”
  • ลากจุด P (สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสีดำ) หรือคลิกที่ว่างเพื่อวาง P ใหม่ ช่องขวาแสดงสนามจากแต่ละแหล่งและผลรวม
  • ตารางพื้นหลังห่าง 0.1 m · k = 8.988 × 10⁹ N·m²/C² · μ₀ = 4π × 10⁻⁷ T·m/A

ทฤษฎีที่ใช้อยู่ใน เวกเตอร์ในสนามไฟฟ้าและแม่เหล็ก (สูตร M1–M12)

การทดลองที่ 1 · หลักการซ้อนทับของสนามไฟฟ้า พื้นฐาน

วัตถุประสงค์ แสดงว่าสนามรวมเท่ากับผลรวมเวกเตอร์ของสนามจากประจุแต่ละตัว (M3) ไม่ใช่ผลรวมขนาด

  1. เลือก “ไดโพล +q −q” วาง P ที่ (0, 0.35) บันทึก |E₁|, |E₂|, |E| (เทียบตัวอย่าง M-2)
  2. ย้าย P ไป (0.6, 0), (0, 0) และ (−0.6, 0.3) บันทึกค่าทุกจุด
  3. คำนวณ |E₁| + |E₂| เทียบกับ |E| แล้วอธิบายเมื่อใดสองค่านี้เท่ากัน
ตารางบันทึกผลการทดลองที่ 1 (ไดโพล ±2 μC ห่าง 0.6 m)
ตำแหน่ง P (m)|E₁| (N/C)|E₂| (N/C)|E₁| + |E₂||E| วัดทิศ EV (V)
(0, 0.35)
(0.6, 0)
(0, 0)
(−0.6, 0.3)

การทดลองที่ 2 · เส้นแรงและเส้นศักย์เท่า พื้นฐาน

วัตถุประสงค์ วาดรูปแบบสนามของประจุแบบต่าง ๆ และตรวจว่าเส้นแรงตั้งฉากกับเส้นศักย์เท่า (M4)

  1. เปิด “เส้นแรงไฟฟ้า” และ “เส้นศักย์เท่า” ปิด “เวกเตอร์สนาม” สลับตัวอย่าง: ประจุเดี่ยว ไดโพล ประจุชนิดเดียวกัน ควอดรูโพล ร่างรูปลงสมุด
  2. หาจุดที่เส้นแรงทุกเส้นหลบไป (จุดอานม้า) ในกรณีประจุชนิดเดียวกัน — ที่นั่น E = 0
  3. เปิด “แผนที่ศักย์ (สี)” สีแดงคือศักย์บวก สีน้ำเงินคือลบ เส้นศักย์ศูนย์ของไดโพลอยู่ตรงไหน?

คำถาม ถ้าวางอิเล็กตรอนไว้บนเส้นศักย์เท่าเส้นหนึ่งแล้วปล่อย มันจะวิ่งไปตามเส้นนั้นหรือไม่? ทำไม?

การทดลองที่ 3 · จุดที่สนามเป็นศูนย์ กลาง

วัตถุประสงค์ หาจุดที่ E = 0 ของประจุสองตัวต่างขนาดด้วยการทดลอง แล้วเทียบกับ M5

  1. เลือก “+4 μC กับ −1 μC” จุด P อยู่ที่ (0.6, 0) แล้ว อ่าน |E|
  2. เลื่อน P ไปทาง 0.55 และ 0.65 m ดูว่า |E| เพิ่มทั้งสองข้าง
  3. เปลี่ยนประจุ −1 μC เป็น −2 μC แล้วหาจุดใหม่ คำนวณทฤษฎี: 4/(x+0.2)=2/(x−0.2)⇒x=0.2(4+2)/(4−2)=1.166\sqrt{4}/(x+0.2)=\sqrt{2}/(x-0.2)\Rightarrow x=0.2(\sqrt4+\sqrt2)/(\sqrt4-\sqrt2)=1.166 m (นอกจอ ลองเลื่อนประจุให้ใกล้กันขึ้น)

การทดลองที่ 4 · สนามสม่ำเสมอระหว่างแผ่นขนาน กลาง

วัตถุประสงค์ แสดงว่าประจุจำนวนมากเรียงเป็นแผ่นให้สนามเกือบสม่ำเสมอระหว่างแผ่น (หลักของตัวเก็บประจุ) และสนามรั่วที่ขอบ

  1. เลือก “แผ่นขนาน” วัด |E| ที่ (−0.2, 0), (0, 0), (0.2, 0), (0, 0.1), (0, −0.1) — ค่าใกล้กันมาก
  2. ย้าย P ไปที่ (0.75, 0) นอกขอบแผ่น สนามลดลงเท่าไร? นี่คือ fringing field
  3. ตรวจว่าศักย์เปลี่ยนเป็นเส้นตรงจากแผ่นบนลงล่าง: E ≈ ΔV/Δy

การทดลองที่ 5 · แรงคูลอมบ์ลัพธ์บนประจุ กลาง

วัตถุประสงค์ หาแรงลัพธ์บนประจุหนึ่งตัวจากประจุอื่นทั้งหมด (M1) ตรวจตัวอย่าง M-1

  1. เลือก “สามเหลี่ยม” (เลือก q₃ ไว้แล้วและเปิดแรงบนประจุที่เลือก) บันทึกแรงจาก q₁, q₂ และผลรวม
  2. ลาก q₃ ไปตำแหน่งที่แรงลัพธ์ชี้ตรงไปทาง −y (แนวดิ่งลง)
  3. เปลี่ยน q₂ เป็น +4 μC แรงลัพธ์บน q₃ เปลี่ยนทิศอย่างไร?

สามมิติ: ฉากนี้แสดงการซ้อนทับของสนามจากประจุบนแกน x, y, z ลากหมุนเพื่อดูการบวกเวกเตอร์ในอวกาศ

การทดลองที่ 6 · สนามแม่เหล็กจากลวดตรงและแรงระหว่างลวด กลาง

วัตถุประสงค์ ศึกษาสนามรอบลวด B=μ0I/(2πr)B=\mu_0I/(2\pi r) และแรงต่อเมตรระหว่างลวดขนาน (M10, M11)

  1. เลือก “ลวดเส้นเดียว” วัด |B| ที่ r = 0.1, 0.2, 0.4 m พล็อต B กับ 1/r ต้องได้เส้นตรง
  2. เลือก “กระแสทิศเดียวกัน” เลือกลวดเส้นหนึ่งแล้วเปิด “แรงต่อเมตรบนลวดที่เลือก” บันทึกทิศ (ดูดกัน) แล้วเปลี่ยนเป็น “สวนทาง”
  3. เปลี่ยนระยะห่างของลวด ตรวจว่าแรงแปรผกผันกับ d
  4. เลือก “สายสามเฟสขณะหนึ่ง” สังเกตว่าเมื่อกระแสรวมเป็นศูนย์ สนามไกลจากชุดสายลดลงเร็ว — เหตุผลที่สายสามเฟสวางชิดกัน
ตารางบันทึกผลการทดลองที่ 6 (I = 10 A)
r (m)1/r (1/m)|B| วัด (μT)|B| ทฤษฎี (μT)%error
0.11020.0
0.2510.0
0.42.55.0

การทดลองที่ 7 · อนุภาคมีประจุในสนาม E และ B ขั้นสูง

วัตถุประสงค์ ศึกษาการเคลื่อนที่ภายใต้แรงลอเรนซ์ F=q(E+v×B)\mathbf F=q(\mathbf E+\mathbf v\times\mathbf B) (M7, M8) แล็บนี้ใช้หน่วยย่อ (m = 1, |q| = 1) จึงได้ r = v/B และ T = 2π/B

  1. “วงกลมใน B อย่างเดียว”: วัดรัศมีจากเส้นทางที่ v = 2, 3, 4 (B = 2) แล้วตรวจว่า r แปรตาม v แต่คาบคงที่
  2. “ประจุลบ”: ทิศการวนกลับเป็นทวนเข็ม
  3. “ตัวเลือกความเร็ว”: E_y = 6, B = 2 ต้องได้เส้นตรงเมื่อ v₀ = 3 ลองเปลี่ยน v₀ เป็น 2.5 หรือ 3.5 แล้วดูว่าเบนไปทางไหน
  4. “ไซคลอยด์”: เริ่มนิ่งใน E ⟂ B อนุภาคเดินเป็นโค้งไซคลอยด์ด้วยความเร็วดริฟต์เฉลี่ย E/B ไปทางแกน x ไม่ใช่ทิศของ E

การทดลองที่ 8 · แรงบนลวดและแรงบิดบนขดลวด (หลักการมอเตอร์) กลาง

  1. ฉากแรก: เปลี่ยนมุมระหว่างลวดกับ B จาก 0° ถึง 90° บันทึกแรง ตรวจ F=ILBsin⁡θF=ILB\sin\theta
  2. ฉากที่สอง: หมุนขดลวดจาก 0° ถึง 180° บันทึกแรงบิด สังเกตว่าแรงบิดกลับทิศหลัง 180° (เหตุผลที่มอเตอร์ DC ต้องมีคอมมิวเตเตอร์)

เครื่องมือระดับโลกที่ใช้ต่อได้: PhET Charges and Fields และ Faraday's Electromagnetic Lab และ Falstad 3-D Electrostatic Field

คำถามที่พบบ่อย

เส้นแรงไฟฟ้ากับเส้นศักย์เท่าสัมพันธ์กันอย่างไร?

ตั้งฉากกันทุกจุด เพราะสนามไฟฟ้าคือความชันของศักย์ E = −∇V การเคลื่อนที่ตามเส้นศักย์เท่าไม่เปลี่ยนศักย์ จึงไม่มีองค์ประกอบของสนามในทิศนั้น เปิดทั้งสองอย่างในแล็บเพื่อเห็นมุมฉากได้ชัด

ความหนาแน่นของเส้นแรงบอกอะไร?

บอกขนาดของสนามโดยประมาณ บริเวณที่เส้นแรงชิดกันสนามแรง ห่างกันสนามอ่อน ในแล็บจำนวนเส้นที่ออกจากประจุแปรตามขนาดประจุ ส่วนลูกศรเวกเตอร์สนามใช้ความยาวและความเข้มบอกขนาดแบบลอการิทึม

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์