// บทที่ 18.9 · ระบบไฟฟ้ากำลังและระบบป้องกัน · Earthing Systems & Shock Protection
การต่อลงดินและการป้องกันไฟดูด: TN-C-S TT IT อิมพีแดนซ์วงรอบ เวลาตัดวงจร RCD และหลักดิน
การต่อลงดินมีสองหน้าที่ที่มักสับสนกัน: (1) ให้ทางกลับที่อิมพีแดนซ์ต่ำแก่กระแสลัดลงดิน เพื่อให้เบรกเกอร์ตัดเร็ว และ (2) ทำให้ทุกอย่างที่คนจับได้อยู่ที่ศักย์ใกล้เคียงกัน หน้านี้เชื่อมทฤษฎีลัดวงจรกับความปลอดภัยของคน ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของระบบป้องกัน
- ตัวอักษรแรก: แหล่งจ่ายต่อดิน (T) หรือแยก (I) · ตัวที่สอง: โครงโลหะต่อดินเอง (T) หรือต่อนิวทรัล (N)
- TN: สูง → เบรกเกอร์ตัดได้ ต้องให้
- TT: กระแสฟอลต์ต่ำ (หลักสิบแอมป์) → ต้องพึ่ง RCD และ V
- สายยาวขึ้น Zs เพิ่ม → มีความยาวสูงสุดที่ยังตัดทัน
ระบบการต่อลงดิน TN TT IT พื้นฐาน
| ระบบ | นิวทรัลแหล่งจ่าย | โครงโลหะ | ทางกลับของฟอลต์ | ใช้ที่ไหน |
|---|---|---|---|---|
| TN-S | ต่อดิน | ต่อ PE แยกตลอดทาง | ตัวนำโลหะ (Z ต่ำ) | อาคารที่มีหม้อแปลงเอง |
| TN-C | ต่อดิน | ใช้ PEN ร่วม | ตัวนำโลหะ | ระบบจำหน่ายแรงต่ำ (สายอากาศ) |
| TN-C-S | ต่อดิน | PEN แยกเป็น N + PE ที่ตู้เมน | ตัวนำโลหะ | บ้านและอาคารทั่วไปในไทย |
| TT | ต่อดิน | หลักดินของผู้ใช้เอง | ผ่านดิน (Z สูง) | พื้นที่ชนบท จุดชาร์จรถกลางแจ้ง |
| IT | แยกหรือผ่านอิมพีแดนซ์สูง | ต่อดิน | ฟอลต์แรกกระแสน้อยมาก | โรงพยาบาล (ห้องผ่าตัด) เหมือง กระบวนการที่ห้ามดับ |
E1 TN automatic-disconnection condition เงื่อนไขตัดวงจรอัตโนมัติ (TN)
อิมพีแดนซ์วงรอบความผิดพร่อง กลาง
E2 Earth-fault loop impedance อิมพีแดนซ์วงรอบ
E3 Earth-fault current (TN) กระแสลัดลงดิน
E4 Prospective touch voltage (TN) แรงดันสัมผัสโดยประมาณ
E5 Maximum circuit length ความยาวสายสูงสุดที่ยังตัดทัน
วงจร MCB C32 สาย 6 mm² + PE 4 mm² ยาว 30 m, Z_e = 0.35 Ω
E2: →
E3: A · MCB C ต้องการ A เพื่อตัดทันที ✓
E4: V — เกิน 50 V จึงต้องตัดเร็ว (ซึ่งผ่านในข้อ 2)
E5: m — ถ้าไกลกว่านี้ใช้สายใหญ่ขึ้น เปลี่ยนเป็น MCB B หรือเพิ่ม RCD
เครื่องคำนวณการตัดวงจรอัตโนมัติ (TN-C-S / TT)
ระบบ TT และ RCD กลาง
E6 TT condition เงื่อนไขระบบ TT
ระบบ TT มี หลายโอห์ม กระแสฟอลต์จึงแค่ราว 10–50 A เบรกเกอร์ตามปกติไม่ตัดหรือตัดช้ามาก ขณะที่โครงโลหะมีแรงดันเกือบเต็ม 230 V การป้องกันขึ้นกับ RCD ทั้งหมด ข้อดีคือไม่ได้รับผลจากปัญหาสาย PEN ขาดในระบบจำหน่าย จึงใช้กับจุดชาร์จรถกลางแจ้ง (ดูบทความปลอดภัยการชาร์จ EV)
หลักดินและการวัดค่าดิน กลาง
E7 Single rod electrode (Dwight) หลักดินแท่งเดียว
E8 Fall-of-potential method การวัดแบบแรงดันตก (กฎ 62 %)
- ต่อหลักกระแส C ห่างจากหลักดิน E ระยะ อย่างน้อย 5–10 เท่าของความยาวหลักดิน แล้ววัดแรงดันด้วยหลัก P ที่ 62 % ของ D ย้าย P ไป ±10 % ค่าต้องเกือบเท่าเดิม
- หลักดินสองหลักขนานกันห่างไม่น้อยกว่าความยาวหลัก ลดค่าลงเหลือราว 55–60 % ของหลักเดียว (ไม่ใช่ 50 % เพราะเขตอิทธิพลซ้อนกัน)
- มาตรฐาน วสท. กำหนดค่าความต้านทานหลักดินของระบบไฟฟ้าทั่วไปไม่เกิน 5 Ω (มีข้อผ่อนผันตามเงื่อนไขในมาตรฐาน)
- การต่อประสานศักย์ (equipotential bonding): ต่อท่อน้ำโลหะ โครงสร้างเหล็ก และราวโลหะเข้ากับบัสกราวด์ ลดแรงดันระหว่างวัตถุที่มือกับเท้าจับได้พร้อมกัน — สำคัญเท่ากับค่าดินต่ำ
คำถามที่พบบ่อย
สายดินกับสายนิวทรัลต่างกันอย่างไร?
สายนิวทรัล (N) เป็นสายที่มีกระแสใช้งานไหลกลับตามปกติ สายดิน (PE) ปกติไม่มีกระแส มีไว้ให้กระแสลัดลงดินไหลกลับเมื่อมีความผิดพร่อง เพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันตัดวงจรได้เร็วและให้โครงโลหะไม่มีแรงดันอันตราย ในระบบ TN-C-S ทั้งสองต่อถึงกันที่จุดเดียวคือตู้เมน หลังจากนั้นห้ามต่อถึงกันอีก
ทำไมเบรกเกอร์ต้องตัดภายใน 0.4 วินาทีเมื่อลัดลงดิน?
เมื่อโครงโลหะของเครื่องใช้มีแรงดันจากการลัดลงดิน คนที่สัมผัสจะได้รับกระแส มาตรฐาน IEC 60364 กำหนดให้วงจรย่อยที่ไม่เกิน 32 A ในระบบ 230 V แบบ TN ตัดภายใน 0.4 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่แรงดันสัมผัสระดับนั้นยังไม่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เงื่อนไขนี้บังคับว่าอิมพีแดนซ์วงรอบต้องต่ำพอให้กระแสฟอลต์ถึงค่าตัดทันทีของเบรกเกอร์