- หน้าแรก
- คลังความรู้
- อินทิกรัล
- การประยุกต์
// บทที่ 5.2 · อินทิกรัล · Engineering Applications
การประยุกต์อินทิกรัลทางวิศวกรรมไฟฟ้า เครื่องกล และโยธา
ถ้าอนุพันธ์ถามว่า “เปลี่ยนเร็วแค่ไหน” อินทิกรัลถามว่า “สะสมได้เท่าไร” วิศวกรไฟฟ้าใช้นับประจุ พลังงาน และค่า RMS วิศวกรเครื่องกลใช้หางาน จุดศูนย์ถ่วง และโมเมนต์ความเฉื่อย วิศวกรโยธาใช้หาแรงดันน้ำบนเขื่อน คุณสมบัติหน้าตัด การโก่งของคาน และปริมาตรดินขุด-ถม ทุกตัวอย่างมีตัวเลขจริง และมีแล็บคานให้เห็นสายอินทิกรัลจากน้ำหนักถึงการโก่ง สูตรใช้รหัส A
สรุปใน 30 วินาที
- ทุกปัญหาใช้ความคิดเดียว: แบ่งเป็นชิ้นเล็ก dQ=(ความหนาแน่น)dx แล้วรวมด้วย ∫
- ไฟฟ้า: q=∫idt, W=∫pdt, Vrms=T1∫v2dt
- เครื่องกล: W=∫Fdx, xˉ=∫dA∫xdA, I=∫r2dm
- โยธา: F=∫ρghdA, I=∫y2dA, EIy′′=M อินทิเกรตสองครั้งได้การโก่ง
ความคิดเดียวที่ใช้ทุกสาขา: แบ่งแล้วรวม พื้นฐาน
A1 Element method แบ่งเป็นชิ้นเล็กแล้วรวม
Q=n→∞limk=1∑nρ(xk)Δx=∫abρ(x)dx
ขั้นตอน: (1) เลือกตัวแปรที่ปริมาณเปลี่ยนตาม (2) เขียนชิ้นเล็ก dQ ในรูปที่ “คงที่ภายในชิ้น” (3) อินทิเกรตตลอดช่วง · ทบทวนอินทิกรัลจำกัดเขตและผลบวกรีมันน์
วิศวกรรมไฟฟ้า: ประจุ พลังงาน ค่าเฉลี่ย และ RMS พื้นฐาน
A2 Charge ประจุ
q=∫t1t2i(t)dt
A3 Capacitor voltage แรงดันตัวเก็บประจุ
vC(t)=vC(0)+C1∫0ti(τ)dτ
A4 Energy พลังงาน
W=∫pdt,WC=∫0VCvdv=21CV2,WL=21LI2
A5 Average & RMS ค่าเฉลี่ยและค่าประสิทธิผล
Vavg=T1∫0Tvdt,Vrms=T1∫0Tv2dt
ตัวอย่าง A-1 · ประจุจากกระแสลดลงกระแส i(t)=2e−3t A ไหลเข้าตัวเก็บประจุ หาประจุที่สะสมใน 1 s แรก และทั้งหมด
- q(1)=∫012e−3tdt=[−32e−3t]01=32(1−e−3)=0.6335 C
- q(∞)=∫0∞2e−3tdt=32 C
0.634 C ใน 1 วินาที (95% ของทั้งหมด เพราะ 1 s = 3τ) ทั้งหมด 0.667 C
ตัวอย่าง A-2 · ชาร์จด้วยกระแสคงที่ และพลังงานในขดลวด(ก) C=100 μF เริ่ม 0 V ป้อนกระแสคงที่ 5 mA นาน 2 s (ข) L=0.2 H มีกระแส 3 A
(ก) v=C1∫020.005dt=10−40.01=100 V แรงดันขึ้นเป็นเส้นตรง (หลักของวงจรสร้างคลื่นฟันเลื่อย)
(ข) W=∫03Lidi=21(0.2)(9)=0.9 J
(ก) 100 V · (ข) 0.9 J ตัวเลขนี้คือพลังงานที่ไดโอดฟรีวีลต้องรับเมื่อตัดกระแส
ตัวอย่าง A-3 · เรียงกระแสครึ่งคลื่นหาค่าเฉลี่ยและ RMS ของ v=Vmsinωt ช่วงครึ่งบวก และ 0 ช่วงครึ่งลบ เมื่อ Vm=311 V
ใช้ θ=ωt คาบ 2π
Vavg=2π1∫0πVmsinθdθ=2πVm[−cosθ]0π=πVm
- Vrms2=2π1∫0πVm2sin2θdθ=2πVm2⋅2π=4Vm2⇒Vrms=2Vm
Vavg=311/π=99.0 V, Vrms=155.5 V เลือกรูปคลื่นในแล็บด้านล่างแล้วเทียบได้ทันที
วิศวกรรมเครื่องกล: งาน จุดศูนย์ถ่วง ความเฉื่อย และอิมพัลส์ กลาง
A6 Work งานของแรงที่เปลี่ยนค่า
W=∫abF(x)dx,Wspring=∫x1x2kxdx=21k(x22−x12)
A7 Centroid of an area เซนทรอยด์
xˉ=∫dA∫xdA,yˉ=∫ydx∫2yydx (แถบแนวตั้งใต้ y=f(x))
A8 Mass moment of inertia โมเมนต์ความเฉื่อยของมวล
I=∫r2dm,Irod, end=31mL2,Idisk=21mR2
A9 Impulse อิมพัลส์
J=∫Fdt=Δp
ตัวอย่าง A-4 · งานยืดสปริงสปริง k=2000 N/m ยืดจาก 5 cm เป็น 15 cm ต้องใช้งานเท่าใด
- W=∫0.050.152000xdx=1000(0.152−0.052)=1000(0.02)=20 J
20 J (ไม่ใช่ kx⋅Δx=2000(0.1)(0.1) เพราะแรงไม่คงที่)
ตัวอย่าง A-5 · เซนทรอยด์ของพื้นที่ใต้พาราโบลาพื้นที่ใต้ y=x2 จาก x=0 ถึง 2
- A=∫02x2dx=38
- xˉ=A∫02x⋅x2dx=8/34=1.5,yˉ=A∫0221(x2)2dx=8/332/10=1.2
(xˉ,yˉ)=(1.5,1.2) เอียงไปทางขวาเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ที่ x มาก
ตัวอย่าง A-6 · ความเฉื่อยของแกนหมุน และอิมพัลส์(ก) แท่งยาว L มวล m หมุนรอบปลาย (ข) แรงกระแทก F=500sin(πt/0.01) N นาน 0.01 s
(ก) dm=Lmdx: I=∫0Lx2Lmdx=31mL2
(ข) J=∫00.01500sin0.01πtdt=500⋅π0.01[−cos0.01πt]00.01=π10=3.18 N·s
(ก) 31mL2 (มากกว่ารอบจุดกึ่งกลาง 121mL2 ถึง 4 เท่า) · (ข) 3.18 N·s
ตัวอย่าง A-7 · งานสูบน้ำออกจากถังถังทรงกระบอกรัศมี 1 m สูง 3 m เต็มน้ำ สูบออกทางขอบบนทั้งหมด (ρ=1000 kg/m³)
ชิ้นน้ำบางที่ความสูง y หนา dy: น้ำหนัก ρgπ(1)2dy ต้องยกขึ้น 3−y
- W=∫031000(9.81)π(3−y)dy=9810π[3y−2y2]03=9810π(4.5)=138.7 kJ
138.7 kJ ปั๊ม 1 kW ที่ประสิทธิภาพ 60% ใช้เวลาราว 231 s
วิศวกรรมโยธา: เขื่อน หน้าตัด น้ำหนักแผ่ และคาน กลาง
A10 Hydrostatic force แรงดันน้ำ
F=∫0Hρghw(h)dh,hcp=∫dF∫hdF
A11 Second moment of area โมเมนต์ความเฉื่อยของหน้าตัด
Ix=∫y2dA,Irect=∫−h/2h/2y2bdy=12bh3
A12 Distributed load resultant แรงลัพธ์ของน้ำหนักแผ่
R=∫0Lw(x)dx,xˉ=R∫0Lxw(x)dx
A13 Double integration การโก่งด้วยการอินทิเกรตสองครั้ง
EIy′=∫Mdx+C1,EIy=∬Mdxdx+C1x+C2
ตัวอย่าง A-8 · แรงดันน้ำบนเขื่อน
หน้าเขื่อนแนวตั้งกว้าง 20 m น้ำลึก 10 m หาแรงลัพธ์และตำแหน่ง
- F=∫0101000(9.81)h(20)dh=196,200[2h2]010=9.81×106 N
- hcp=∫010hdh∫010h⋅hdh=501000/3=6.67 m
9.81 MN กระทำที่ลึก 6.67 m (2/3 ของความลึก) เป็นจุดที่ใช้คำนวณโมเมนต์พลิกคว่ำของเขื่อน
ตัวอย่าง A-9 · หน้าตัดคานและน้ำหนักแผ่สามเหลี่ยม(ก) I ของหน้าตัด 20 × 40 cm (ข) น้ำหนักแผ่ w=12x/6 kN/m บนคานยาว 6 m
(ก) I=12bh3=120.2(0.4)3=1.067×10−3 m⁴ (วางด้านยาวตั้งแข็งกว่าวางนอน 4 เท่า เพราะ h ยกกำลัง 3)
(ข) R=∫062xdx=36 kN · xˉ=36∫062x2dx=36144=4 m (2/3 ของความยาวจากปลายที่ศูนย์)
(ก) 1.067×10−3 m⁴ · (ข) 36 kN ที่ x = 4 m
ตัวอย่าง A-10 · การโก่งของคานยื่น
คานยื่นยาว L ยึดแน่นที่ x = 0 รับแรง P ที่ปลาย หาการโก่งที่ปลาย
M(x)=−P(L−x) A13
EIy′=−P(Lx−2x2)+C1,y′(0)=0⇒C1=0
- EIy=−P(2Lx2−6x3)+C2,y(0)=0⇒C2=0
- y(L)=−EIP(2L3−6L3)=−3EIPL3
δ=PL3/(3EI) เช่น P = 10 kN, L = 3 m, EI = 20,000 kN·m² ได้ 4.5 mm · ตรวจด้วยแล็บด้านล่าง (เลือกคานยื่น ตั้ง w = 0)
แล็บคาน: น้ำหนัก → แรงเฉือน → โมเมนต์ → ความชัน → การโก่ง
ห้ากราฟนี้คือสายอินทิกรัลที่สวยที่สุดในวิศวกรรม: อินทิเกรตน้ำหนักได้แรงเฉือน อินทิเกรตแรงเฉือนได้โมเมนต์ อินทิเกรตโมเมนต์ (หาร EI) ได้ความชัน อินทิเกรตอีกครั้งได้การโก่ง ย้อนกลับขึ้นไปคือการหาอนุพันธ์ ลองเลื่อนตำแหน่งแรงแล้วดูว่าโมเมนต์สูงสุดตามแรงเฉือนที่เปลี่ยนเครื่องหมายเสมอ และการโก่งสูงสุดอยู่ตรงที่ความชันเป็นศูนย์
อินทิเกรตเชิงตัวเลข: งานดินและข้อมูลสนาม กลาง
ในงานสนามเรามีแต่ตัวเลขที่วัดได้เป็นช่วง ๆ ไม่มีสูตร เช่น พื้นที่หน้าตัดดินทุก 20 m หรือกระแสที่บันทึกทุก 1 ms จึงอินทิเกรตด้วยกฎสี่เหลี่ยมคางหมูหรือซิมป์สัน
A14 Trapezoidal rule สี่เหลี่ยมคางหมู
∫abfdx≈h[2f0+f1+⋯+fn−1+2fn]
ในงานทางเรียกว่าวิธีพื้นที่ปลายเฉลี่ย (average end area)
A15 Simpson's rule ซิมป์สัน (n คู่)
∫abfdx≈3h[f0+4f1+2f2+4f3+⋯+4fn−1+fn]
แม่นตรงกับพหุนามถึงดีกรีสาม ใกล้สูตรปริซมอยด์ (prismoidal formula) ของงานดิน
ตัวอย่าง A-11 · ปริมาตรงานดินขุด
พื้นที่หน้าตัดดินขุดทุก 20 m: 12, 18, 25, 21, 15 m² หาปริมาตรรวม 80 m
สี่เหลี่ยมคางหมู
V≈20[212+18+25+21+215]=20(77.5)=1550 m3
ซิมป์สัน (4 ช่วง)
V≈320[12+4(18)+2(25)+4(21)+15]=320(233)=1553.3 m3
ประมาณ 1,550 m³ สองวิธีต่างกันเพียง 0.2% ใช้คำนวณค่าขนส่งดินและค่าจ้างเหมา
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม RMS ของไฟบ้านจึงเป็นค่ายอดหาร √2?
เพราะ RMS คือรากที่สองของค่าเฉลี่ยของกำลังสอง T1∫v2dt และค่าเฉลี่ยของ sin2 ในหนึ่งคาบเท่ากับ 1/2 จึงได้ Vm/2 ใช้ได้เฉพาะคลื่นไซน์ คลื่นรูปอื่นต้องอินทิเกรตใหม่
แรงดันน้ำบนเขื่อนกระทำที่จุดใด?
แรงดันเพิ่มขึ้นเชิงเส้นตามความลึก แรงลัพธ์บนผนังแนวตั้งสี่เหลี่ยมจึงกระทำที่ 2/3 ของความลึกจากผิวน้ำ (จุดศูนย์กลางของแรงดัน) ไม่ใช่ที่ครึ่งความลึก หาได้จาก ∫hdF/∫dF
การโก่งของคานหาด้วยอินทิกรัลอย่างไร?
เริ่มจาก EIy′′=M(x) อินทิเกรตครั้งแรกได้ความชัน อินทิเกรตครั้งที่สองได้การโก่ง แล้วหาค่าคงที่สองตัวจากเงื่อนไขที่ฐานรองรับ เช่น คานช่วงเดียว y(0) = y(L) = 0 คานยื่น y(0) = y′(0) = 0 เรียกว่าวิธีอินทิเกรตสองครั้ง
มด
อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์