// บทที่ 15.1 · อิเล็กทรอนิกส์กำลัง · Buck Converter
บั๊กคอนเวอร์เตอร์ (Buck Converter): หลักการ สูตร ริปเปิล CCM/DCM การออกแบบ และฟังก์ชันถ่ายโอน
วงจรลดแรงดัน: volt-second balance Vo = DVin ริปเปิลกระแสและแรงดัน ขอบ CCM/DCM ความเค้นของอุปกรณ์ การสูญเสีย Gvd(s) และตัวอย่างออกแบบ 24 V → 12 V
- จาก volt-second balance บนตัวเหนี่ยวนำ
- ออกแบบ L ที่ เสมอ
- ตัวเก็บประจุขาเข้ารับ RMS หนักกว่าขาออก
- มีขั้วคู่ LC → voltage mode ใช้ Type III
หัวข้อย่อยของบั๊ก: ไล่วงจร → แบบจำลอง → ออกแบบ
หน้านี้สรุปภาพรวมของบั๊กในหน้าเดียว ส่วนการ ไล่วงจรทีละขั้นเพื่อหาดิวตี้ไซเคิล การสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้วยการเฉลี่ยกระแสและแรงดันแล้วทดสอบด้วยสัญญาณเล็ก ฟังก์ชันถ่ายโอนทุกคู่อินพุต–เอาต์พุต และ การออกแบบพร้อมทดสอบโหลดหลายสภาวะ แยกเป็นหัวข้อย่อยเชิงลึก แต่ละหน้ามีแล็บโต้ตอบ ตัวอย่างที่ตรวจตัวเลขแล้ว และใบงาน
- 1 · บั๊กโหมด CCMไล่วงจรช่วง ON/OFF ด้วย KVL/KCL → volt-second balance → · ดิวตี้ที่ต้องใช้เมื่อมี Rds(on) DCR Vf · แล็บรูปคลื่น
- 2 · บั๊กโหมด DCMสามช่วงเวลา D₁ D₂ D₃ → → ดิวตี้ตามโหลด · ทำไมแรงดันลอยเมื่อไร้โหลด · กราฟดิวตี้เทียบโหลด
- 3 · แบบจำลองเฉลี่ย (state-space averaging)เฉลี่ยกระแสตัวเหนี่ยวนำและแรงดันตัวเก็บประจุ → รบกวนสัญญาณเล็ก → เมทริกซ์ A B C E · แล็บสร้างสเตตสเปซและแล็บเทียบกับสวิตชิ่งจริง
- 4 · ฟังก์ชันถ่ายโอนทุกแบบ ที่มาทีละขั้นจาก · ผลของ ESR DCR · DCM · เครื่องวัดสัญญาณเล็กเสมือน
- 5 · ออกแบบ + โปรแกรมโหลดเลือก Vin ไดโอด ตัวเหนี่ยวนำ ตัวเก็บประจุ MOSFET · กำหนดโหลดกี่โอห์มในแต่ละช่วงเวลา · ดูกระแสและศักยภาพการจ่าย
โครงสร้างและการทำงาน
ประกอบด้วยสวิตช์ ไดโอด (หรือสวิตช์ตัวล่างในแบบ synchronous) ตัวเหนี่ยวนำ และตัวเก็บประจุ สวิตช์ทำงานด้วยคาบ และ duty ratio (ไล่วงจรทีละขั้นอยู่ในหน้า CCM)
- ช่วง ON (): กระแส เพิ่มขึ้นเชิงเส้น
- ช่วง OFF (): ไดโอดนำ กระแสลดลง
อัตราส่วนแปลงผัน (Volt-second balance)
B1 Volt-second balance (buck) อัตราส่วนแปลงผัน
รวมผลของ , DCR ของขด และ ของไดโอด (ใช้ประเมินค่าจริง ที่มาและสูตรดิวตี้ที่ต้องใช้อยู่ในหน้า CCM):
B2 Conversion ratio with parasitics อัตราส่วนเมื่อมีค่าแฝง
Ripple ของกระแสและแรงดัน
B3 Inductor & output ripple ริปเปิลกระแสและแรงดัน
ข้อสังเกตเชิงวิศวกรรม: สูงสุดที่ เมื่อ คงที่แต่ เปลี่ยน ripple จะสูงสุดที่ — ออกแบบ L ที่ เสมอ
ขอบเขต CCM/DCM
นิยาม วงจรอยู่ใน CCM เมื่อ หรือเทียบเท่า ใน DCM (ที่มาเต็มและดิวตี้ที่ต้องใช้อยู่ในหน้า DCM):
B4 DCM conversion ratio อัตราส่วนใน DCM
DCM ทำให้แรงดันขาออกขึ้นกับโหลด, ฟังก์ชันถ่ายโอนลดเหลือขั้วเด่นเดียว — ตัวชดเชยที่ออกแบบสำหรับ CCM อาจช้าเกินไปใน DCM
ความเค้นของอุปกรณ์ (Stress)
| อุปกรณ์ | แรงดันสูงสุด | กระแสที่ต้องรองรับ |
|---|---|---|
| สวิตช์ | (+ ringing) | |
| ไดโอด | ||
| (สูงสุดที่ ) |
ตัวเก็บประจุ ขาเข้า ของ Buck รับ ripple หนักกว่าขาออก — สาเหตุเสียอันดับต้นๆ ในงานจริง
การสูญเสียและประสิทธิภาพ
B5 Conduction & switching losses การสูญเสีย
การเพิ่ม ลดขนาด L, C แต่เพิ่ม — นี่คือ trade-off หลักของงานออกแบบ ใน synchronous buck แทนไดโอดด้วย MOSFET ตัวล่าง ลด เหลือ แต่ต้องมี dead-time ป้องกัน shoot-through
แบบจำลองสัญญาณเล็ก
จาก state-space averaging (ที่มาทีละขั้นอยู่ในแบบจำลองเฉลี่ยของบั๊ก และฟังก์ชันถ่ายโอนทุกคู่ในหน้าฟังก์ชันถ่ายโอน ภาพรวมของบูสต์และบั๊ก-บูสต์ดู บทแบบจำลอง):
B6 Control-to-output transfer function ฟังก์ชันถ่ายโอน Gvd
มีขั้วคู่ที่ (เฟสตก 180°) และศูนย์ ESR ที่ → ใช้ Type III สำหรับ voltage mode หรือ Type II สำหรับ current mode — ดู การออกแบบตัวชดเชย
ตัวอย่างออกแบบ: 24 V → 12 V, 1.2 A, 50 kHz
24 V → 12 V, 1.2 A, 50 kHz
เลือก ของ A → → เลือก 330–390 µH, A
V → แต่ ESR ต้อง → ใช้ 47 µF low-ESR + 1 µF เซรามิก
: A → อิเล็กโตรไลต์ ripple-rated ≥ 1 A + เซรามิก 1–4.7 µF ชิดสวิตช์
MOSFET ≥ 40 V (margin 1.5×), ไดโอด Schottky ≥ 40 V 3 A
เข็คขอบ DCM: A — ต่ำกว่านี้เข้า DCM
ทดลองในซิมูเลเตอร์
- ตั้ง Open loop, D = 0.5 → สังเกต iL เป็นสามเหลี่ยม, Vout ≈ 12 V
- เพิ่ม R เป็น 100 Ω → เข้า DCM (iL แตะศูนย์, switch node ringing ไม่มีในซิมแต่มีในของจริง)
- ลองแล็บเชิงลึกต่อ: รูปคลื่น CCM/DCM เทียบสูตร · ออกแบบ + โปรแกรมโหลด
- เปลี่ยนเป็น Peak current mode + Step load → ดู transient
ประเด็นระดับปริญญาโท
- Multiphase/Interleaved buck สำหรับ CPU/VRM: ripple หักล้างกัน,
- Constant on-time (COT)/hysteretic control: ตอบสนองเร็ว ต้องการ ripple บน ESR หรือ ripple injection
- Adaptive voltage positioning (AVP) ใน VRM: ตั้ง output impedance เป็นค่าคงที่
- Pre-bias startup, OCP แบบ hiccup, load-line — ดู เทคนิคเชิงช่าง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมแรงดันขาออกของบั๊กเท่ากับ D คูณแรงดันขาเข้า?
ในสถานะคงตัวแรงดันเฉลี่ยบนตัวเหนี่ยวนำต้องเป็นศูนย์ ช่วงสวิตช์นำ L รับ Vin − Vo นาน DTs ช่วงไดโอดนำรับ −Vo นาน (1−D)Ts รวมกันเป็นศูนย์จะได้ Vo = D·Vin
จะหาดิวตี้ไซเคิลของบั๊กโหมด CCM และ DCM ได้อย่างไร?
ใน CCM ใช้ volt-second balance ได้ D = Vo/Vin ถ้ามีความต้านทานแฝงใช้ D = (Vo + Vf + IL(rL + Rd)) / (Vin + Vf − IL(Ron − Rd)) ใน DCM ใช้ M = 2/(1+√(1+4K/D²)) เมื่อ K = 2L/(R·Ts) หรือดิวตี้ที่ต้องใช้ D = M√(K/(1−M)) ซึ่งขึ้นกับโหลด ที่มาทีละขั้นอยู่ในหน้าย่อย CCM และ DCM
แบบจำลองสัญญาณเล็กและฟังก์ชันถ่ายโอนของบั๊กหาอย่างไร?
เขียนสมการสถานะช่วง ON และ OFF เฉลี่ยด้วยดิวตี้ รบกวนรอบจุดทำงานด้วยสัญญาณเล็กแล้วตัดพจน์อันดับสอง ได้เมทริกซ์ A Bd Bg C จากนั้นฟังก์ชันถ่ายโอนทุกคู่อินพุต–เอาต์พุตคือ C(sI−A)^-1 B + E เช่น Gvd = Vin/(LC·s² + (L/R)·s + 1) มีหน้าย่อยพร้อมแล็บสร้างสเตตสเปซและเครื่องวัดสัญญาณเล็กเสมือน
ควรออกแบบริปเปิลกระแสตัวเหนี่ยวนำเท่าไร?
นิยมเลือก 20–40 % ของกระแสโหลด ค่าน้อยทำให้ L ใหญ่และตอบสนองช้า ค่ามากทำให้กระแสพีก ริปเปิลขาออก และการสูญเสียแกนสูง และต้องคำนวณที่แรงดันขาเข้าสูงสุด