พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. พีชคณิตเชิงเส้น
  4. เมทริกซ์

// บทที่ 7.1 · พีชคณิตเชิงเส้น · Matrices

เมทริกซ์และการดำเนินการ (Matrices & Matrix Operations)

เมทริกซ์คือภาษากลางของวิศวกรรม ระบบสมการจากวงจรสิบลูป สมการสถานะของมอเตอร์ หรือการแปลงสามเฟส ล้วนเขียนเป็นเมทริกซ์ได้ หน้านี้รวบรวมนิยาม ชนิด และการดำเนินการทุกแบบที่ต้องใช้ ทุกสูตรมีรหัส M กำกับไว้ให้อ้างอิง ตัวอย่างทำให้ดูทีละขั้น

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • เมทริกซ์ m×nm\times n มี mm แถว nn หลัก สมาชิกแถว ii หลัก jj เขียนว่า aija_{ij}
  • บวก ลบ ทำทีละช่อง ขนาดต้องเท่ากัน ส่วนการคูณ ABAB ต้องให้ “หลักของ A = แถวของ B” แล้วเอาแถวคูณจุดกับหลัก
  • โดยทั่วไป AB≠BAAB \ne BA และ (AB)T=BTAT(AB)^T = B^TA^T ลำดับสำคัญเสมอ
  • II ทำหน้าที่เหมือนเลข 1: AI=IA=AAI = IA = A
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปี 1กลาง ป.ตรี วิศวกรรมขั้นสูง ป.โท · งานวิจัย

เมทริกซ์คืออะไร พื้นฐาน

เมทริกซ์ (matrix) คือตัวเลขที่จัดเรียงเป็นตารางสี่เหลี่ยม มีแถว (row) เรียงตามแนวนอน และหลัก (column) เรียงตามแนวตั้ง เราบอกขนาดเป็น “จำนวนแถว × จำนวนหลัก” เสมอ ตัวอักษรใหญ่ใช้แทนทั้งเมทริกซ์ ตัวอักษรเล็กที่มีดัชนีสองตัวใช้แทนสมาชิกหนึ่งตัว

a₁₁a₁₂a₁₃a₁₄ a₂₁a₂₂a₂₃a₂₄ a₃₁a₃₂a₃₃a₃₄ แถวที่ 2 → หลักที่ 3 ↓ A = [aᵢⱼ] 3 × 4 m แถว × n หลัก aᵢⱼ : i = เลขแถว (ตัวแรก) · j = เลขหลัก (ตัวหลัง)
ดัชนีตัวแรกคือแถว ตัวที่สองคือหลัก เสมอ จำว่า “แถวก่อน หลักทีหลัง” (row then column)

M1 Matrix and its entries นิยามและสัญลักษณ์ของเมทริกซ์

A=[aij]m×n=(a11a12⋯a1na21a22⋯a2n⋮⋮⋱⋮am1am2⋯amn)A = [a_{ij}]_{m\times n} = \begin{pmatrix} a_{11} & a_{12} & \cdots & a_{1n} \\ a_{21} & a_{22} & \cdots & a_{2n} \\ \vdots & \vdots & \ddots & \vdots \\ a_{m1} & a_{m2} & \cdots & a_{mn} \end{pmatrix}

ขนาด (size, order) m×nm\times n อ่านว่า “m คูณ n” · เมทริกซ์ 1×n1\times n เรียกเวกเตอร์แถว (row vector) · m×1m\times 1 เรียกเวกเตอร์หลัก (column vector) · ถ้า m=nm = n เรียกเมทริกซ์จัตุรัส (square matrix) และสมาชิก a11,a22,…,anna_{11}, a_{22}, \dots, a_{nn} คือเส้นทแยงมุมหลัก (main diagonal)

M2 Equality of matrices การเท่ากันของเมทริกซ์

A=B  ⟺  ขนาดเท่ากัน และ aij=bij ทุก i,jA = B \iff \text{ขนาดเท่ากัน และ } a_{ij} = b_{ij} \ \text{ทุก } i, j

ใช้ตั้งสมการหาตัวแปร เช่น (x+y23x−y)=(5231)\begin{pmatrix} x+y & 2 \\ 3 & x-y\end{pmatrix} = \begin{pmatrix} 5 & 2 \\ 3 & 1\end{pmatrix} ให้ x+y=5, x−y=1x + y = 5,\ x - y = 1 จึงได้ x=3, y=2x = 3,\ y = 2

ตัวอย่าง M-0 · อ่านขนาดและสมาชิก

ให้ A=(3−102547−6)A = \begin{pmatrix} 3 & -1 & 0 & 2 \\ 5 & 4 & 7 & -6 \end{pmatrix} จงบอกขนาด a13a_{13}, a24a_{24} และ a31a_{31}

  1. นับแถวได้ 2 นับหลักได้ 4 ขนาดจึงเป็น 2×42\times 4 M1

  2. a13a_{13} คือแถวที่ 1 หลักที่ 3 ได้ 00 และ a24a_{24} คือแถวที่ 2 หลักที่ 4 ได้ −6-6

  3. a31a_{31} ต้องอยู่แถวที่ 3 แต่เมทริกซ์มีแค่ 2 แถว จึงไม่มีสมาชิกนี้

ขนาด 2×42\times4 · a13=0a_{13} = 0 · a24=−6a_{24} = -6 · a31a_{31} ไม่นิยาม

ชนิดของเมทริกซ์ (Types of Matrices) พื้นฐาน → ขั้นสูง

ชื่อเฉพาะเหล่านี้โผล่ในโจทย์และตำราตลอด รู้ชื่อแล้วรู้สมบัติทันที เช่น เห็นคำว่า “สามเหลี่ยม” ก็รู้ว่าดีเทอร์มิแนนต์คือผลคูณเส้นทแยง เห็นคำว่า “เชิงตั้งฉาก” ก็รู้ว่าอินเวอร์สคือทรานสโพส

ชื่อเงื่อนไขตัวอย่างระดับ
จัตุรัส
square
m=nm = n(1234)\begin{pmatrix}1&2\\3&4\end{pmatrix}พื้นฐาน
ศูนย์
zero, OO
ทุกสมาชิกเป็น 0(0000)\begin{pmatrix}0&0\\0&0\end{pmatrix}พื้นฐาน
เอกลักษณ์
identity, InI_n
aii=1a_{ii} = 1, นอกเส้นทแยงเป็น 0(1001)\begin{pmatrix}1&0\\0&1\end{pmatrix}พื้นฐาน
ทแยงมุม
diagonal
aij=0a_{ij} = 0 เมื่อ i≠ji \ne j(200−5)\begin{pmatrix}2&0\\0&-5\end{pmatrix}พื้นฐาน
สเกลาร์
scalar
ทแยงมุมที่ทุกตัวเท่ากัน =kI= kI(3003)\begin{pmatrix}3&0\\0&3\end{pmatrix}พื้นฐาน
สามเหลี่ยมบน
upper triangular
aij=0a_{ij} = 0 เมื่อ i>ji \gt j(142035006)\begin{pmatrix}1&4&2\\0&3&5\\0&0&6\end{pmatrix}พื้นฐาน
สามเหลี่ยมล่าง
lower triangular
aij=0a_{ij} = 0 เมื่อ i<ji \lt j(1072)\begin{pmatrix}1&0\\7&2\end{pmatrix}พื้นฐาน
สมมาตร
symmetric
AT=AA^T = A คือ aij=ajia_{ij} = a_{ji}(6−4−410)\begin{pmatrix}6&-4\\-4&10\end{pmatrix}กลาง
สมมาตรเสมือน
skew-symmetric
AT=−AA^T = -A (ทแยงเป็น 0)(03−30)\begin{pmatrix}0&3\\-3&0\end{pmatrix}กลาง
เชิงตั้งฉาก
orthogonal
QTQ=IQ^TQ = I ดังนั้น Q−1=QTQ^{-1} = Q^T(cos⁡θ−sin⁡θsin⁡θcos⁡θ)\begin{pmatrix}\cos\theta&-\sin\theta\\ \sin\theta&\cos\theta\end{pmatrix}กลาง
เอกฐาน
singular
det⁡A=0\det A = 0 ไม่มีอินเวอร์ส(1224)\begin{pmatrix}1&2\\2&4\end{pmatrix}พื้นฐาน
ฉายซ้ำคงเดิม
idempotent
A2=AA^2 = A(1000)\begin{pmatrix}1&0\\0&0\end{pmatrix}ขั้นสูง
นิลโพเทนต์
nilpotent
Ak=OA^k = O สำหรับบาง kk(0100)\begin{pmatrix}0&1\\0&0\end{pmatrix}ขั้นสูง
เฮอร์มิเชียน
Hermitian
AH=AA^H = A (สมมาตรแบบเชิงซ้อน)(21−j1+j3)\begin{pmatrix}2&1-j\\1+j&3\end{pmatrix}ขั้นสูง
ยูนิแทรี
unitary
UHU=IU^HU = I12(1jj1)\tfrac{1}{\sqrt2}\begin{pmatrix}1&j\\j&1\end{pmatrix}ขั้นสูง

M3 Identity matrix เมทริกซ์เอกลักษณ์

In=(10⋯001⋯0⋮⋱⋮00⋯1),AI=IA=AI_n = \begin{pmatrix} 1 & 0 & \cdots & 0 \\ 0 & 1 & \cdots & 0 \\ \vdots & & \ddots & \vdots \\ 0 & 0 & \cdots & 1 \end{pmatrix}, \quad AI = IA = A

ทำหน้าที่เหมือนเลข 1 ของการคูณ ถ้า AA ไม่จัตุรัส ขนาด II ทางซ้ายและขวาจะต่างกัน: ImA=AIn=AI_mA = AI_n = A

M4 Symmetric + skew-symmetric split แยกเป็นส่วนสมมาตรและสมมาตรเสมือน

A=12(A+AT)⏟สมมาตร+12(A−AT)⏟สมมาตรเสมือนA = \underbrace{\tfrac12(A + A^T)}_{\text{สมมาตร}} + \underbrace{\tfrac12(A - A^T)}_{\text{สมมาตรเสมือน}}

เมทริกซ์จัตุรัสทุกตัวแยกแบบนี้ได้แบบเดียว ในรูปกำลังสอง xTAx\mathbf x^TA\mathbf x มีแต่ส่วนสมมาตรที่มีผล

M5 Orthogonal matrix เมทริกซ์เชิงตั้งฉาก

QTQ=QQT=I  ⟺  Q−1=QTQ^TQ = QQ^T = I \iff Q^{-1} = Q^T

หลักทุกหลักยาว 1 และตั้งฉากกัน รักษาความยาวและมุม det⁡Q=±1\det Q = \pm 1 ตัวอย่างสำคัญคือเมทริกซ์หมุน R(θ)R(\theta) ที่ใช้ในการแปลงพาร์ก (Park transform)

M6 Conjugate transpose ทรานสโพสสังยุค (สำหรับเมทริกซ์เชิงซ้อน)

AH=A‾ T,(AH)ij=aji‾A^H = \overline{A}^{\,T}, \qquad (A^H)_{ij} = \overline{a_{ji}}

ใช้กับวงจร AC ที่สมาชิกเป็นอิมพีแดนซ์เชิงซ้อน กำลังเชิงซ้อน S=VTI‾S = \mathbf V^T\overline{\mathbf I} เขียนในรูปนี้ บางตำราเขียน A∗A^* หรือ A†A^\dagger

บวก ลบ และคูณด้วยสเกลาร์ พื้นฐาน

สองการดำเนินการนี้ทำทีละช่อง (element-wise) ช่องตรงกันจับคู่กัน จึงต้องมีขนาดเท่ากันทุกประการ

M7 Matrix addition การบวกและลบ

(A±B)ij=aij±bij(A \pm B)_{ij} = a_{ij} \pm b_{ij}

ใช้ได้เมื่อ AA และ BB ขนาดเท่ากันเท่านั้น

M8 Scalar multiplication การคูณด้วยสเกลาร์

(kA)ij=k aij(kA)_{ij} = k\,a_{ij}

คูณ kk เข้าไปทุกช่อง (ต่างจากดีเทอร์มิแนนต์ที่คูณแค่แถวเดียว ดู D7)

M9 Properties of addition and scalar multiplication สมบัติการบวกและการคูณสเกลาร์

A+B=B+A(A+B)+C=A+(B+C)A+O=Ak(A+B)=kA+kB(k+l)A=kA+lAk(lA)=(kl)A\begin{gathered} A + B = B + A \qquad (A + B) + C = A + (B + C) \qquad A + O = A \\ k(A + B) = kA + kB \qquad (k + l)A = kA + lA \qquad k(lA) = (kl)A \end{gathered}
ตัวอย่าง M-1 · บวกลบและคูณสเกลาร์

ให้ A=(1−230), B=(21−14)A = \begin{pmatrix} 1 & -2 \\ 3 & 0 \end{pmatrix},\ B = \begin{pmatrix} 2 & 1 \\ -1 & 4 \end{pmatrix} จงหา 2A−3B2A - 3B

  1. คูณสเกลาร์เข้าทุกช่อง M8

    2A=(2−460),3B=(63−312)2A = \begin{pmatrix} 2 & -4 \\ 6 & 0 \end{pmatrix}, \qquad 3B = \begin{pmatrix} 6 & 3 \\ -3 & 12 \end{pmatrix}
  2. ลบช่องต่อช่อง M7

    2A−3B=(2−6−4−36−(−3)0−12)2A - 3B = \begin{pmatrix} 2-6 & -4-3 \\ 6-(-3) & 0-12 \end{pmatrix}

2A−3B=(−4−79−12)2A - 3B = \begin{pmatrix} -4 & -7 \\ 9 & -12 \end{pmatrix}

การคูณเมทริกซ์ (Matrix Multiplication) พื้นฐาน

การคูณเมทริกซ์ไม่ได้คูณทีละช่อง สมาชิกแต่ละตัวของผลคูณได้จากแถวของตัวหน้า “คูณจุด” กับหลักของตัวหลัง คือคูณตัวที่ตรงกันแล้วบวกรวม ก่อนคูณต้องเช็กขนาดก่อนเสมอ

ABAB (m×n)(n×p)=(m×p) ด้านในต้องเท่ากัน ด้านนอก = ขนาดผลลัพธ์ ตัวอย่าง (2×3)(3×2) → 2×2 ✓ (3×2)(2×3) → 3×3 ✓ (2×3)(2×3) ✗ คูณไม่ได้
เขียนขนาดเรียงกันแล้วดูตัวเลขด้านใน ถ้าไม่เท่ากันให้หยุด คูณไม่ได้

M10 Matrix product นิยามการคูณเมทริกซ์

(AB)ij=∑k=1naik bkj=ai1b1j+ai2b2j+⋯+ainbnj(AB)_{ij} = \sum_{k=1}^{n} a_{ik}\,b_{kj} = a_{i1}b_{1j} + a_{i2}b_{2j} + \cdots + a_{in}b_{nj}

AA ขนาด m×nm\times n, BB ขนาด n×pn\times p ได้ ABAB ขนาด m×pm\times p · ช่อง (i,j)(i,j) = แถวที่ ii ของ AA คูณจุดกับหลักที่ jj ของ BB

ลองแตะช่องคำตอบ แล้วดูว่ามาจากแถวไหนคูณหลักไหน

ตัวอย่าง M-2 · คูณเมทริกซ์ 2×3 กับ 3×2

ให้ A=(2−13041), B=(1230−25)A = \begin{pmatrix} 2 & -1 & 3 \\ 0 & 4 & 1 \end{pmatrix},\ B = \begin{pmatrix} 1 & 2 \\ 3 & 0 \\ -2 & 5 \end{pmatrix} จงหา ABAB และ BABA

  1. เช็กขนาด (2×3)(3×2)(2\times\hlF{3})(\hlF{3}\times 2) ด้านในเท่ากัน คูณได้ ผลลัพธ์ขนาด 2×22\times 2

  2. ช่อง (1,1)(1,1): แถว 1 ของ A คูณจุดหลัก 1 ของ B M10

    c11=(2)(1)+(−1)(3)+(3)(−2)=2−3−6=−7c_{11} = (2)(1) + (-1)(3) + (3)(-2) = 2 - 3 - 6 = -7
  3. ช่อง (1,2)(1,2): แถว 1 คูณจุดหลัก 2

    c12=(2)(2)+(−1)(0)+(3)(5)=4+0+15=19c_{12} = (2)(2) + (-1)(0) + (3)(5) = 4 + 0 + 15 = 19
  4. ช่อง (2,1)(2,1) และ (2,2)(2,2): แถว 2 คูณจุดหลัก 1 และหลัก 2

    c21=(0)(1)+(4)(3)+(1)(−2)=10c22=(0)(2)+(4)(0)+(1)(5)=5\begin{aligned} c_{21} &= (0)(1) + (4)(3) + (1)(-2) = 10 \\ c_{22} &= (0)(2) + (4)(0) + (1)(5) = 5 \end{aligned}
  5. ส่วน BABA มีขนาด (3×2)(2×3)=3×3(3\times\hlF{2})(\hlF{2}\times3) = 3\times 3 คำนวณแบบเดียวกันได้

    BA=(2756−39−422−1)BA = \begin{pmatrix} 2 & 7 & 5 \\ 6 & -3 & 9 \\ -4 & 22 & -1 \end{pmatrix}

AB=(−719105)AB = \begin{pmatrix} -7 & 19 \\ 10 & 5 \end{pmatrix} ขนาด 2×2 แต่ BABA ขนาด 3×3 สองตัวนี้ไม่มีทางเท่ากัน

สมบัติของการคูณเมทริกซ์

M11 Properties of matrix multiplication สมบัติที่ใช้ได้

(AB)C=A(BC)A(B+C)=AB+AC(A+B)C=AC+BCk(AB)=(kA)B=A(kB)ImA=AIn=A\begin{gathered} (AB)C = A(BC) \qquad A(B + C) = AB + AC \qquad (A + B)C = AC + BC \\ k(AB) = (kA)B = A(kB) \qquad I_mA = AI_n = A \end{gathered}

M12 What does NOT hold สิ่งที่ใช้กับเมทริกซ์ไม่ได้ (ต่างจากตัวเลข)

AB≠BA (โดยทั่วไป)AB=O⇏A=O หรือ B=OAB=AC⇏B=C(A+B)2=A2+AB+BA+B2≠A2+2AB+B2\begin{gathered} AB \ne BA \ \text{(โดยทั่วไป)} \qquad AB = O \not\Rightarrow A = O \text{ หรือ } B = O \\ AB = AC \not\Rightarrow B = C \qquad (A + B)^2 = A^2 + AB + BA + B^2 \ne A^2 + 2AB + B^2 \end{gathered}

ตัดเมทริกซ์ทั้งสองข้างได้ก็ต่อเมื่อ AA มีอินเวอร์ส (det⁡A≠0\det A \ne 0) แล้วคูณ A−1A^{-1} ทางซ้ายทั้งสองข้าง

ตัวอย่าง M-3 · ลำดับการคูณสำคัญ

ให้ A=(1201), B=(1031)A = \begin{pmatrix} 1 & 2 \\ 0 & 1 \end{pmatrix},\ B = \begin{pmatrix} 1 & 0 \\ 3 & 1 \end{pmatrix} แสดงว่า AB≠BAAB \ne BA

  1. AB=(1⋅1+2⋅31⋅0+2⋅10⋅1+1⋅30⋅0+1⋅1)=(7231)AB = \begin{pmatrix} 1\cdot1 + 2\cdot3 & 1\cdot0 + 2\cdot1 \\ 0\cdot1 + 1\cdot3 & 0\cdot0 + 1\cdot1 \end{pmatrix} = \begin{pmatrix} 7 & 2 \\ 3 & 1 \end{pmatrix}
  2. BA=(1⋅1+0⋅01⋅2+0⋅13⋅1+1⋅03⋅2+1⋅1)=(1237)BA = \begin{pmatrix} 1\cdot1 + 0\cdot0 & 1\cdot2 + 0\cdot1 \\ 3\cdot1 + 1\cdot0 & 3\cdot2 + 1\cdot1 \end{pmatrix} = \begin{pmatrix} 1 & 2 \\ 3 & 7 \end{pmatrix}

ขนาดเท่ากันแต่ค่าต่างกัน จึง AB≠BAAB \ne BA M12

ตัวอย่างที่น่าตกใจกว่า: (1111)(1−1−11)=(0000)\begin{pmatrix}1&1\\1&1\end{pmatrix}\begin{pmatrix}1&-1\\-1&1\end{pmatrix} = \begin{pmatrix}0&0\\0&0\end{pmatrix} ทั้งที่ไม่มีตัวไหนเป็นเมทริกซ์ศูนย์

มองการคูณสามแบบ กลาง

สูตร M10 เป็นวิธีคำนวณ แต่การ “มองออก” ว่าการคูณหมายถึงอะไรช่วยมากในบทหลัง โดยเฉพาะมุมมองแบบหลัก ซึ่งเป็นหัวใจของระบบสมการและค่าเฉพาะ

M13 Column view: Ax is a combination of columns AxA\mathbf x คือผลรวมเชิงเส้นของหลัก

Ax=(∣∣∣a1a2⋯an∣∣∣)(x1x2⋮xn)=x1a1+x2a2+⋯+xnanA\mathbf x = \begin{pmatrix} | & | & & | \\ \mathbf a_1 & \mathbf a_2 & \cdots & \mathbf a_n \\ | & | & & | \end{pmatrix}\begin{pmatrix} x_1 \\ x_2 \\ \vdots \\ x_n \end{pmatrix} = x_1\mathbf a_1 + x_2\mathbf a_2 + \cdots + x_n\mathbf a_n

การแก้ Ax=bA\mathbf x = \mathbf b จึงคือการถามว่า “ผสมหลักของ A ด้วยปริมาณเท่าไรจึงได้ b\mathbf b” ถ้าหลักขึ้นต่อกันเชิงเส้น (det⁡A=0\det A = 0) อาจผสมไม่ได้หรือผสมได้หลายแบบ

M14 Row view มุมมองแถว

(Ax)i=ri⋅x(A\mathbf x)_i = \mathbf r_i \cdot \mathbf x

แต่ละแถวคือสมการหนึ่งสมการ เช่น KVL หนึ่งลูป

M15 Outer-product view ผลรวมผลคูณภายนอก

AB=∑k=1n(หลัก k ของ A)(แถว k ของ B)AB = \sum_{k=1}^{n} (\text{หลัก } k \text{ ของ } A)(\text{แถว } k \text{ ของ } B)

แต่ละพจน์เป็นเมทริกซ์แรงก์หนึ่ง เป็นพื้นฐานของ SVD และการบีบอัดข้อมูล

ระบบสมการคือการคูณเมทริกซ์: 2x+3y=8x−y=−1\begin{aligned}2x + 3y &= 8\\ x - y &= -1\end{aligned} เขียนเป็น (231−1)(xy)=(8−1)\begin{pmatrix}2&3\\1&-1\end{pmatrix}\begin{pmatrix}x\\y\end{pmatrix} = \begin{pmatrix}8\\-1\end{pmatrix} หรือ Ax=bA\mathbf x = \mathbf b ทุกวิธีในหน้าถัด ๆ ไปคือวิธีหา x\mathbf x ตัวนี้ ไปหน้าระบบสมการ →

ทรานสโพส (Transpose) พื้นฐาน

ทรานสโพสคือการพลิกเมทริกซ์ตามเส้นทแยงมุมหลัก แถวกลายเป็นหลัก หลักกลายเป็นแถว เมทริกซ์ m×nm\times n จึงกลายเป็น n×mn\times m ภาษาไทยเรียกเมทริกซ์สลับเปลี่ยน

M16 Transpose นิยามทรานสโพส

(AT)ij=aji,(123456) ⁣T=(142536)(A^T)_{ij} = a_{ji}, \qquad \begin{pmatrix} 1 & 2 & 3 \\ 4 & 5 & 6 \end{pmatrix}^{\!T} = \begin{pmatrix} 1 & 4 \\ 2 & 5 \\ 3 & 6 \end{pmatrix}

M17 Properties of transpose สมบัติของทรานสโพส

(AT)T=A(A+B)T=AT+BT(kA)T=kAT(AB)T=BTAT\begin{gathered} (A^T)^T = A \qquad (A + B)^T = A^T + B^T \\ (kA)^T = kA^T \qquad \hlF{(AB)^T = B^TA^T} \end{gathered}

ทรานสโพสของผลคูณกลับลำดับ ขยายได้: (ABC)T=CTBTAT(ABC)^T = C^TB^TA^T

ตัวอย่าง M-4 · ตรวจ (AB)ᵀ = BᵀAᵀ

ใช้ A,BA, B จากตัวอย่าง M-2 ตรวจว่า (AB)T=BTAT(AB)^T = B^TA^T

  1. จากตัวอย่าง M-2 ได้ AB=(−719105)AB = \begin{pmatrix} -7 & 19 \\ 10 & 5 \end{pmatrix} จึง (AB)T=(−710195)(AB)^T = \begin{pmatrix} -7 & 10 \\ 19 & 5 \end{pmatrix}

  2. คำนวณ BTATB^TA^T โดยขนาด (2×3)(3×2)=2×2(2\times3)(3\times2) = 2\times2

    BTAT=(13−2205)(20−1431)=(2−3−60+12−24+0+150+0+5)B^TA^T = \begin{pmatrix} 1 & 3 & -2 \\ 2 & 0 & 5 \end{pmatrix}\begin{pmatrix} 2 & 0 \\ -1 & 4 \\ 3 & 1 \end{pmatrix} = \begin{pmatrix} 2 - 3 - 6 & 0 + 12 - 2 \\ 4 + 0 + 15 & 0 + 0 + 5 \end{pmatrix}

BTAT=(−710195)=(AB)TB^TA^T = \begin{pmatrix} -7 & 10 \\ 19 & 5 \end{pmatrix} = (AB)^T ✓ ส่วน ATBTA^TB^T มีขนาด 3×3 จึงผิดตั้งแต่ขนาด

เกร็ดที่ใช้บ่อย: ATAA^TA และ AATAA^T สมมาตรเสมอ เพราะ (ATA)T=AT(AT)T=ATA(A^TA)^T = A^T(A^T)^T = A^TA เมทริกซ์นี้ปรากฏในวิธีกำลังสองน้อยสุด L10

เทรซ (Trace) กลาง

เทรซคือผลบวกสมาชิกบนเส้นทแยงมุมหลักของเมทริกซ์จัตุรัส ดูเหมือนเล็กน้อย แต่เท่ากับผลบวกค่าเฉพาะทุกตัว จึงเป็นเครื่องมือตรวจคำตอบที่เร็วที่สุด

M18 Trace นิยามเทรซ

tr⁡A=∑i=1naii=a11+a22+⋯+ann\operatorname{tr}A = \sum_{i=1}^{n} a_{ii} = a_{11} + a_{22} + \cdots + a_{nn}

M19 Properties of trace สมบัติของเทรซ

tr⁡(A+B)=tr⁡A+tr⁡Btr⁡(kA)=ktr⁡Atr⁡(AT)=tr⁡Atr⁡(AB)=tr⁡(BA)\begin{gathered} \operatorname{tr}(A + B) = \operatorname{tr}A + \operatorname{tr}B \qquad \operatorname{tr}(kA) = k\operatorname{tr}A \\ \operatorname{tr}(A^T) = \operatorname{tr}A \qquad \hlF{\operatorname{tr}(AB) = \operatorname{tr}(BA)} \end{gathered}

ข้อสุดท้ายจริงแม้ ABAB กับ BABA ขนาดต่างกัน และ tr⁡A=λ1+⋯+λn\operatorname{tr}A = \lambda_1 + \cdots + \lambda_n E6

ตรวจด้วยตัวอย่าง M-2: tr⁡(AB)=−7+5=−2\operatorname{tr}(AB) = -7 + 5 = -2 และ tr⁡(BA)=2+(−3)+(−1)=−2\operatorname{tr}(BA) = 2 + (-3) + (-1) = -2 เท่ากันจริง แม้ตัวหนึ่ง 2×2 อีกตัว 3×3

กำลังของเมทริกซ์ (Matrix Powers) กลาง

M20 Matrix power กำลังของเมทริกซ์จัตุรัส

A0=I,Ak=AA⋯A⏟k ตัว,AmAn=Am+n,(Am)n=AmnA^0 = I, \quad A^k = \underbrace{AA\cdots A}_{k \text{ ตัว}}, \quad A^mA^n = A^{m+n}, \quad (A^m)^n = A^{mn}

นิยามได้เฉพาะเมทริกซ์จัตุรัส และโดยทั่วไป (AB)k≠AkBk(AB)^k \ne A^kB^k

M21 Power of a diagonal matrix กำลังของเมทริกซ์ทแยงมุม

(d1⋱dn) ⁣k=(d1k⋱dnk)\begin{pmatrix} d_1 & & \\ & \ddots & \\ & & d_n \end{pmatrix}^{\!k} = \begin{pmatrix} d_1^k & & \\ & \ddots & \\ & & d_n^k \end{pmatrix}

นี่คือเหตุผลที่อยากทำเมทริกซ์ให้เป็นทแยงมุม: Ak=PDkP−1A^k = PD^kP^{-1} E10

ตัวอย่าง M-5 · หารูปแบบของ Aⁿ

ให้ A=(1101)A = \begin{pmatrix} 1 & 1 \\ 0 & 1 \end{pmatrix} จงหา AnA^n

  1. ลองคำนวณกำลังน้อย ๆ ก่อน

    A2=(1101)(1101)=(1201),A3=A2A=(1301)A^2 = \begin{pmatrix} 1 & 1 \\ 0 & 1 \end{pmatrix}\begin{pmatrix} 1 & 1 \\ 0 & 1 \end{pmatrix} = \begin{pmatrix} 1 & \hlF{2} \\ 0 & 1 \end{pmatrix}, \qquad A^3 = A^2A = \begin{pmatrix} 1 & \hlF{3} \\ 0 & 1 \end{pmatrix}
  2. เดาว่า An=(1n01)A^n = \begin{pmatrix} 1 & n \\ 0 & 1 \end{pmatrix} แล้วพิสูจน์ด้วยอุปนัย: ถ้าจริงที่ nn จะได้

    An+1=AnA=(1n01)(1101)=(1n+101)A^{n+1} = A^nA = \begin{pmatrix} 1 & n \\ 0 & 1 \end{pmatrix}\begin{pmatrix} 1 & 1 \\ 0 & 1 \end{pmatrix} = \begin{pmatrix} 1 & n+1 \\ 0 & 1 \end{pmatrix}

An=(1n01)A^n = \begin{pmatrix} 1 & n \\ 0 & 1 \end{pmatrix} (เมทริกซ์เฉือน shear ที่เฉือนสะสมทีละหนึ่งหน่วย)

เมทริกซ์บล็อก (Block Matrices) ขั้นสูง

เมทริกซ์ใหญ่แบ่งเป็นบล็อกย่อยได้ แล้วคูณบล็อกเหมือนคูณตัวเลข (แต่ต้องรักษาลำดับ) ใช้มากในระบบที่ประกอบจากระบบย่อย เช่น การวิเคราะห์โนดดัดแปลง (MNA) ใน SPICE ที่มีรูป (GBCD)\begin{pmatrix} G & B \\ C & D\end{pmatrix} และแบบจำลองปริภูมิสถานะของระบบหลายส่วน

M22 Block multiplication การคูณแบบบล็อก

(ABCD)(EFGH)=(AE+BGAF+BHCE+DGCF+DH)\begin{pmatrix} A & B \\ C & D \end{pmatrix}\begin{pmatrix} E & F \\ G & H \end{pmatrix} = \begin{pmatrix} AE + BG & AF + BH \\ CE + DG & CF + DH \end{pmatrix}

ขนาดของบล็อกต้องคูณกันได้ทุกคู่ · บล็อกทแยงมุม diag⁡(A1,A2)\operatorname{diag}(A_1, A_2) ยกกำลัง หาอินเวอร์ส และหาดีเทอร์มิแนนต์แยกบล็อกได้เลย

เวกเตอร์ในรูปเมทริกซ์ กลาง

เวกเตอร์หลัก x\mathbf x คือเมทริกซ์ n×1n\times 1 การคูณจุดและความยาวเขียนเป็นการคูณเมทริกซ์ได้ ทำให้สูตรของเวกเตอร์กับเมทริกซ์ใช้ภาษาเดียวกัน (ทบทวนเวกเตอร์ที่ พีชคณิตของเวกเตอร์)

M23 Inner product, norm and outer product ผลคูณภายใน ความยาว และผลคูณภายนอก

xTy=∑ixiyi,∥x∥=xTx,x⊥y  ⟺  xTy=0,xyT=[xiyj]\mathbf x^T\mathbf y = \sum_{i} x_iy_i, \qquad \lVert\mathbf x\rVert = \sqrt{\mathbf x^T\mathbf x}, \qquad \mathbf x \perp \mathbf y \iff \mathbf x^T\mathbf y = 0, \qquad \mathbf x\mathbf y^T = [x_iy_j]

xTy\mathbf x^T\mathbf y เป็นตัวเลข (1×1) ส่วน xyT\mathbf x\mathbf y^T เป็นเมทริกซ์ n×nn\times n ลำดับต่างกันผลต่างกันมาก กำลังไฟฟ้ารวมในวงจร P=vTiP = \mathbf v^T\mathbf i

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย พื้นฐาน

เช็กลิสต์ก่อนส่งคำตอบ
  • คูณเมทริกซ์ทีละช่องเหมือนการบวก → ผิด ต้องแถวคูณจุดหลัก M10
  • ลืมเช็กขนาดก่อนคูณ → เขียนขนาดเรียงกันทุกครั้ง ด้านในต้องเท่ากัน
  • สลับลำดับ ABAB เป็น BABA โดยไม่รู้ตัว → ผิด เว้นแต่โจทย์บอกว่าสลับที่ได้ M12
  • เขียน (AB)T=ATBT(AB)^T = A^TB^T → ผิด ต้องกลับลำดับเป็น BTATB^TA^T M17
  • กระจาย (A+B)2=A2+2AB+B2(A + B)^2 = A^2 + 2AB + B^2 → ผิด ต้องเป็น A2+AB+BA+B2A^2 + AB + BA + B^2
  • สับสน aija_{ij} ว่าตัวไหนแถว → ตัวแรกแถว ตัวหลังหลัก เสมอ M1

ต่อยอดไปหน้าถัดไป

เมื่อเขียนระบบเป็น Ax=bA\mathbf x = \mathbf b ได้แล้ว คำถามแรกคือ “ระบบนี้มีคำตอบเดียวไหม” ตัวเลขที่ตอบคำถามนี้ได้ทันทีคือ ดีเทอร์มิแนนต์ ส่วนตัวอย่างการเขียนเมทริกซ์จากวงจรจริงอยู่ในหน้า ประยุกต์ในวิศวกรรมไฟฟ้า

คำถามที่พบบ่อย

คูณเมทริกซ์ได้เมื่อไร?

คูณ ABAB ได้เมื่อจำนวนหลักของ AA เท่ากับจำนวนแถวของ BB ถ้า AA ขนาด m×nm\times n และ BB ขนาด n×pn\times p ผลคูณมีขนาด m×pm\times p จำง่าย ๆ ว่าตัวเลขด้านในต้องเท่ากัน ตัวเลขด้านนอกคือขนาดคำตอบ

ทำไม AB ไม่เท่ากับ BA?

เพราะสมาชิกของ ABAB มาจากแถวของ AA คูณหลักของ BB ส่วน BABA มาจากแถวของ BB คูณหลักของ AA เป็นการจับคู่ตัวเลขคนละชุด บางครั้งขนาดยังไม่เท่ากันด้วยซ้ำ ในความหมายเชิงเรขาคณิต ABAB คือทำการแปลง BB ก่อนแล้วตามด้วย AA ลำดับจึงสำคัญ

ทรานสโพสของผลคูณคืออะไร?

(AB)T=BTAT(AB)^T = B^T A^T ลำดับกลับด้านเสมอ เหมือนใส่ถุงเท้าแล้วใส่รองเท้า ตอนถอดต้องถอดรองเท้าก่อน

เทรซ (trace) ใช้ทำอะไร?

เทรซคือผลบวกสมาชิกบนเส้นทแยงมุมหลัก เท่ากับผลบวกของค่าเฉพาะทุกตัว ใช้ตรวจคำตอบค่าเฉพาะได้ทันที และในระบบอันดับสองเทรซของเมทริกซ์สถานะบอกค่าการหน่วง

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์