พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. เวกเตอร์
  4. แล็บวงจร AC

// เวกเตอร์ · ห้องแล็บ · Virtual AC circuit lab

แล็บวงจรไฟฟ้ากระแสสลับเสมือน: เฟสเซอร์ที่จับต้องได้

ในห้องแล็บวงจรไฟฟ้าจริง เราวัดแรงดันคร่อม R L C ด้วยมัลติมิเตอร์แล้วงงว่าทำไมผลรวมไม่เท่าแหล่งจ่าย และต้องใช้ออสซิลโลสโคปสองช่องวัดเฟส แล็บเสมือนนี้แสดงเฟสเซอร์ รูปคลื่น และสามเหลี่ยมกำลังไปพร้อมกัน ปรับค่าแล้วเห็นผลทันที เป็นสะพานระหว่างสมการบนกระดาษกับเครื่องมือวัดบนโต๊ะแล็บ

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต

ก่อนเริ่ม

ทฤษฎีอยู่ในสามบท: sin cos ในไฟฟ้า AC (W) → เฟสเซอร์ (H) → วิเคราะห์วงจร AC (Z) ค่าแรงดันและกระแสในแล็บวงจรเป็นค่า RMS ส่วนแล็บเฟสเซอร์หมุนแสดงค่ายอด

การทดลองที่ 1 · เฟสเซอร์หมุนกับความสัมพันธ์ sin–cos พื้นฐาน

วัตถุประสงค์ เห็นว่า sin และ cos คือเงาของลูกศรหมุนเดียวกันบนสองแกน และอ่านนำหน้า-ตามหลังจากมุมระหว่างเฟสเซอร์

  1. ตั้ง φ_v = 0°, φ_i = −30° กดหยุดภาพเมื่อ V อยู่ที่ 90° บันทึกค่าของ i(t) ในขณะนั้น
  2. สลับฟังก์ชันอ้างอิงเป็น cos: เส้นประในกราฟคือฟังก์ชันอีกตัว ตรวจว่าเลื่อนกัน 90°
  3. เปลี่ยน φ_i เป็น +40° อ่านคำอธิบายนำหน้า-ตามหลัง และ PF
  4. ลด “ความเร็วภาพเคลื่อนไหว” เป็น 0.1 แล้วตามจุดบนกราฟ: จุดสูงสุดของ i มาก่อนหรือหลังจุดสูงสุดของ v?

การทดลองที่ 2 · บวกไซน์ด้วยเวกเตอร์ พื้นฐาน

วัตถุประสงค์ ยืนยันว่าแอมพลิจูดของผลบวกไซน์ความถี่เดียวกันหาได้จากกฎโคไซน์ (H7) และเห็นว่าความถี่ต่างกันใช้เฟสเซอร์ไม่ได้

  1. A₁ = 100, A₂ = 80 เปลี่ยน φ₂ เป็น 0°, 60°, 90°, 120°, 180° บันทึกแอมพลิจูดผลรวม
  2. พล็อตแอมพลิจูดผลรวมเทียบกับ φ₂ และเทียบกับสูตร A12+A22+2A1A2cos⁡φ2\sqrt{A_1^2+A_2^2+2A_1A_2\cos\varphi_2}
  3. เลือกความถี่ v₂ เป็น “2 เท่า” สังเกตว่ามุมระหว่างลูกศรเปลี่ยนตลอด และผลรวมไม่ใช่ไซน์
ตารางบันทึกผลการทดลองที่ 2 (A₁ = 100, A₂ = 80)
φ₂0°60°90°120°180°
|V| จากแล็บ
|V| ทฤษฎี180156.2128.191.6520

การทดลองที่ 3 · วงจร RL: มอเตอร์ไฟบ้าน พื้นฐาน

วัตถุประสงค์ วัดผลของความเหนี่ยวนำต่อกระแส มุมเฟส และเพาเวอร์แฟกเตอร์ เทียบตัวอย่าง Z-1

  1. กดปุ่ม “มอเตอร์ไฟบ้าน 220 V 50 Hz” บันทึก I, มุม, P, Q, PF
  2. เปลี่ยน L เป็น 0, 50, 127, 250 mH บันทึก I และ PF
  3. เปลี่ยนความถี่เป็น 60 Hz (ไฟอเมริกา) กระแสเพิ่มหรือลด เพราะอะไร?
ตารางบันทึกผลการทดลองที่ 3 (R = 30 Ω, 220 V, 50 Hz)
L (mH)X_L (Ω)|Z| (Ω)I (A)มุมเฟสP (W)PF
0
50
127
250

การทดลองที่ 4 · วงจร RLC อนุกรมและการกวาดความถี่ กลาง

วัตถุประสงค์ หาความถี่เรโซแนนซ์ ค่า Q และแบนด์วิดท์จากกราฟ เทียบกับทฤษฎี (Z7)

  1. กด “RLC อนุกรมที่เรโซแนนซ์” (R = 10 Ω, L = 100 mH, C = 10 μF, 10 V)
  2. ปรับ f จาก 100 ถึง 220 Hz ทีละ 10 Hz บันทึก I และหาจุดสูงสุด
  3. หาความถี่สองข้างที่ I = 0.707 I_max วัดแบนด์วิดท์ แล้วคำนวณ Q = f₀/BW
  4. ที่ f₀ บันทึก V_L และ V_C เทียบกับ Q × 10 V
  5. เพิ่ม R เป็น 40 Ω: ยอดกราฟต่ำลงและกว้างขึ้นอย่างไร?
ตารางบันทึกผลการทดลองที่ 4
รายการค่าจากแล็บทฤษฎี
f₀159.2 Hz
I_max1.000 A
BW15.9 Hz
Q10.0
V_L = V_C ที่ f₀100 V

การทดลองที่ 5 · วงจรขนานและการแก้เพาเวอร์แฟกเตอร์ กลาง

วัตถุประสงค์ แสดงว่าตัวเก็บประจุขนานลดกระแสสายโดยไม่เปลี่ยนกำลังจริง (Z6) และหาค่า C ที่เหมาะสม

  1. กด “แก้ PF ด้วย C” แล้วตั้ง C = 0 บันทึก I, P, PF (เท่ากับมอเตอร์ในการทดลองที่ 3)
  2. เพิ่ม C ทีละ 10 μF จนถึง 100 μF บันทึก I และ PF หาค่า C ที่ทำให้ I ต่ำสุด
  3. เทียบกับทฤษฎี: PF = 1 เมื่อ C=XLω∣ZRL∣2=39.9314.16×49.922=51.0 μC=\dfrac{X_L}{\omega|Z_{RL}|^2}=\dfrac{39.9}{314.16\times49.92^2}=51.0\ \muF
  4. เกิน 51 μF PF กลายเป็นนำหน้า กระแสกลับเพิ่ม — เหตุผลที่ตู้คาปาซิเตอร์ต้องตัดต่อเป็นขั้น
ตารางบันทึกผลการทดลองที่ 5
C (μF)020405170100
I สาย (A)
PF
P (W)

ต่อยอดกับตู้คาปาซิเตอร์อัตโนมัติจริงใน แล็บเพาเวอร์แฟกเตอร์

การทดลองที่ 6 · ฝึกคำนวณจำนวนเชิงซ้อน พื้นฐาน

ใช้เครื่องคิดเลขตรวจการบ้าน: คำนวณด้วยมือก่อน แล้วตั้งค่าเพื่อตรวจ ลองโจทย์เหล่านี้

  1. (3+j4)+(5∠−30∘)(3+j4)+(5\angle-30^\circ)
  2. (10∠45∘)÷(2−j2)(10\angle45^\circ)\div(2-j2)
  3. (6+j8)∥(−j10)(6+j8)\parallel(-j10) — อิมพีแดนซ์ขนาน
เฉลย
  1. (3 + 4.330) + j(4 − 2.5) = 7.330 + j1.5 = 7.482∠11.57°
  2. 10∠45° ÷ 2.828∠−45° = 3.536∠90° = j3.536
  3. (10∠53.13°)(10∠−90°)/(6 − j2) = 100∠−36.87° / 6.325∠−18.43° = 15.81∠−18.43° = 15 − j5 Ω

อยากต่อวงจรเองด้วยสายไฟและมิเตอร์ ใช้ PhET Circuit Construction Kit: AC และ Falstad แล้วเทียบตัวเลขกับแล็บนี้

คำถามที่พบบ่อย

แผนภาพเฟสเซอร์ในแล็บอ่านอย่างไร?

ในวงจรอนุกรม กระแสเป็นตัวร่วม ลูกศรทึบคือแรงดันแต่ละตัวต่อหัวต่อหางกันจนถึงแรงดันแหล่งจ่าย (KVL) ลูกศรประคือกระแสในสเกลของตัวเอง ในวงจรขนาน แรงดันเป็นตัวร่วม ลูกศรทึบคือกระแสแต่ละสาขาต่อหัวต่อหางเป็นกระแสรวม (KCL)

ทำไมผลรวมขนาดแรงดันในแล็บไม่เท่ากับแรงดันแหล่งจ่าย?

เพราะแรงดันแต่ละตัวมีเฟสต่างกัน การรวมจึงเป็นการบวกเวกเตอร์ ไม่ใช่การบวกตัวเลข เหมือนแรงสองแรงที่ทำมุมกัน แล็บแสดงทั้งผลรวมเวกเตอร์ที่เท่ากับแหล่งจ่าย และผลรวมขนาดที่มากกว่า

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์