- หน้าแรก
- คลังความรู้
- ลำดับและอนุกรม
- อนุกรมอนันต์
// บทที่ 26.2 · ลำดับและอนุกรม · Infinite Series
อนุกรมอนันต์ (Infinite Series): ผลบวกย่อย อนุกรมเรขาคณิต กล้องส่องทางไกล ฮาร์มอนิก และอนุกรม p
บวกจำนวนไม่สิ้นสุดแล้วได้ค่าจำกัดได้อย่างไร คำตอบคือมองผ่านลำดับผลบวกย่อย ถ้าผลบวกสะสมเข้าใกล้ค่าหนึ่ง ค่านั้นคือผลบวกของอนุกรม หน้านี้รวมอนุกรมที่หาผลบวกได้จริงทั้งหมด (เรขาคณิต กล้องส่องทางไกล เลขคณิต-เรขาคณิต) อนุกรมมาตรฐานที่ใช้เป็นตัวเทียบ (ฮาร์มอนิก อนุกรม p) และการทดสอบพจน์ที่ n ซึ่งเป็นด่านแรกของทุกโจทย์
สรุปใน 30 วินาที
- ∑an=limSn · ถ้าลิมิตไม่มีหรือเป็นอนันต์ อนุกรมลู่ออก · an=Sn−Sn−1
- เรขาคณิต: ∑n=0∞arn=1−ra เมื่อ ∣r∣<1 · กล้องส่องทางไกล: ∑(bn−bn+1)=b1−limbn
- อนุกรม p ∑1/np ลู่เข้า ⇔ p>1 · ฮาร์มอนิก (p=1) ลู่ออก
- an→0⇒ ลู่ออก แต่ an→0 ยังสรุปไม่ได้
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · เตรียมสอบเข้ากลาง แคลคูลัส 2ขั้นสูง ทฤษฎี
อนุกรมคือลิมิตของผลบวกย่อย พื้นฐาน
ให้ลำดับ a1,a2,a3,… ผลบวกย่อย (partial sum) ตัวที่ n คือ Sn=a1+a2+⋯+an ซึ่งเป็นลำดับใหม่ อนุกรม ∑an ลู่เข้า เมื่อลำดับ Sn ลู่เข้า และผลบวกของอนุกรมคือลิมิตนั้น ภาพด้านล่างคือหัวใจของทั้งบท: แท่งคือพจน์ เส้นคือผลบวกสะสม
พจน์ an=(1/2)n (แท่ง) และผลบวกย่อย Sn (จุด) ซึ่งเข้าใกล้ 1 แต่ไม่ถึง ส่วนที่ขาด 1−Sn=(1/2)n คือเศษเหลือ (remainder)
S1 Sum of a series ผลบวกของอนุกรม
n=1∑∞an=N→∞limSN,SN=n=1∑Nan
เศษเหลือ (remainder) RN=S−SN=∑n=N+1∞an บอกความคลาดเมื่อหยุดบวกที่ N
S2 Terms from partial sums หาพจน์จากผลบวกย่อย
a1=S1,an=Sn−Sn−1 (n≥2)
โจทย์ให้สูตร Sn มา ให้หา an ด้วยวิธีนี้ และผลบวกอนันต์คือ limSn
ตัวอย่าง S-1 · ผลบวกย่อยให้มาอนุกรมหนึ่งมี Sn=2n+1n จงหา an และผลบวกของอนุกรม
an=2n+1n−2n−1n−1=(2n+1)(2n−1)n(2n−1)−(n−1)(2n+1)=4n2−11 (ใช้ได้ทั้ง n = 1 ด้วย เพราะ S1=31)
ผลบวก =lim2n+1n=21
an=4n2−11 และ n=1∑∞4n2−11=21
แล็บผลบวกย่อย พื้นฐาน
เลือกอนุกรมแล้วเลื่อนจำนวนพจน์ N เทียบผลบวกย่อยกับผลบวกจริง และดูสูตรเศษเหลือของแต่ละแบบ ลองเลือกฮาร์มอนิกเพื่อดูผลบวกที่โตไม่หยุดแม้จะช้ามาก
อนุกรมจำกัดและสูตรซิกมา พื้นฐาน
ก่อนไปอนุกรมอนันต์ ต้องคล่องผลบวกจำกัด ซึ่งออกข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกปี สูตรสามตัวของ ∑kp และสมบัติเชิงเส้นของซิกมาใช้แก้โจทย์ผลบวกของพหุนามได้ทุกข้อ
S3 Power sums สูตรผลบวกกำลัง
k=1∑nk=2n(n+1),k=1∑nk2=6n(n+1)(2n+1),k=1∑nk3=[2n(n+1)]2
พิสูจน์ได้ด้วยอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ · ∑(cak+bk)=c∑ak+∑bk · ∑k=1nc=cn
S4 Arithmetic series อนุกรมเลขคณิต
Sn=2n(a1+an)=2n[2a1+(n−1)d]
“จำนวนพจน์ × ค่าเฉลี่ยของพจน์แรกกับพจน์สุดท้าย” แบบเกาส์ · อนุกรมเลขคณิตอนันต์ลู่ออกเสมอ (ยกเว้นทุกพจน์เป็น 0)
S5 Finite geometric series อนุกรมเรขาคณิตจำกัด
Sn=a1+a1r+⋯+a1rn−1=a11−r1−rn(r=1)
ได้จาก Sn−rSn=a1−a1rn · ถ้า r=1: Sn=na1
ตัวอย่าง S-2 · ซิกมา (แนวข้อสอบเข้า)(ก) k=1∑20(2k−1)(k+1) (ข) 1⋅2+2⋅3+3⋅4+⋯+20⋅21
(ก) กระจาย (2k−1)(k+1)=2k2+k−1 แล้วแยกซิกมา: 2∑k2+∑k−∑1
n = 20: ∑k2=620⋅21⋅41=2870, ∑k=210, ∑1=20 ⇒ 5740+210−20=5930
(ข) ∑k=120k(k+1)=∑k2+∑k=2870+210=3080 · ตรวจด้วยสูตรลัด 3n(n+1)(n+2)=320⋅21⋅22=3080
(ก) 5930 · (ข) 3080
อนุกรมเรขาคณิตอนันต์และทศนิยมซ้ำ พื้นฐาน
อนุกรมเรขาคณิตเป็นอนุกรมอนันต์ตัวแรกที่หาผลบวกได้ และเป็นตัวเทียบสำคัญของการทดสอบทุกแบบ จาก S5 ถ้า ∣r∣<1 แล้ว rn→0 ผลบวกย่อยจึงเข้าใกล้ 1−ra
S6 Infinite geometric series อนุกรมเรขาคณิตอนันต์
n=0∑∞arn=a+ar+ar2+⋯=1−ra⟺∣r∣<1;∣r∣≥1⇒ลู่ออก
a = พจน์แรกของอนุกรม (อย่าหลงใช้ 1) · เศษเหลือ RN=1−rarN
S7 Repeating decimals ทศนิยมซ้ำเป็นเศษส่วน
0.d1d2⋯dk=k99⋯9d1d2⋯dk
มาจาก 10kD+102kD+⋯ · 0.9=99=1 พอดี
ตัวอย่าง S-3 · ทศนิยมซ้ำและเรขาคณิต(ก) เขียน 0.245 เป็นเศษส่วน (ข) n=1∑∞5n3n+1 (ค) ค่า x ใดที่ ∑n=0∞(x−1)n ลู่เข้า และผลบวกเท่าไร
(ก) 0.245=102+100045+10000045+⋯=51+1−1/10045/1000=51+99045=51+221=11027
(ข) พจน์แรก (n = 1) =59, r=53 ⇒ S=1−3/59/5=2/59/5=29
(ค) r=x−1 ต้อง ∣x−1∣<1⟺0<x<2 และ S=1−(x−1)1=2−x1
(ก) 11027 · (ข) 29 · (ค) 0<x<2, S=2−x1 — ข้อ (ค) คืออนุกรมกำลังตัวแรกของเรา (ดูอนุกรมกำลัง)
ตัวอย่าง S-4 · แนวข้อสอบเข้า + ฟิสิกส์
(ก) อนุกรมเรขาคณิตอนันต์มีผลบวก 8 และผลบวกของกำลังสองของพจน์เท่ากับ 32 จงหา a และ r (ข) ปล่อยลูกบอลจากความสูง 12 m ทุกครั้งที่กระทบพื้นจะเด้งขึ้น 3/4 ของความสูงก่อนหน้า ระยะทางรวมเท่าไร
(ก) 1−ra=8 และกำลังสองของพจน์เป็นเรขาคณิตอัตราส่วน r2: 1−r2a2=32
หารสมการที่สองด้วยกำลังสองของสมการแรก: a2/(1−r)2a2/(1−r2)=1+r1−r=6432=21⇒r=31, a=8⋅32=316
(ข) ความสูงที่เด้งขึ้น 9, 6.75, … รวม 1−3/49=36 m ขาขึ้นและขาลงเท่ากัน ⇒ 2×36=72 บวกระยะตกแรก 12 m
(ก) a=316, r=31 · (ข) 84 m
แนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยข้อสอบชอบให้ “ผลบวกอนันต์” และ “ผลบวกของกำลังสอง” หรือ “ผลบวกพจน์คี่” มาพร้อมกัน จำว่ากำลังสองของพจน์ยังเป็นเรขาคณิตด้วยอัตราส่วน
r2 และพจน์ตำแหน่งคี่เป็นเรขาคณิตด้วยอัตราส่วน
r2 เช่นกัน แล้วหารสองสมการเพื่อกำจัด a
อนุกรมกล้องส่องทางไกล (Telescoping Series) กลาง
ชื่อมาจากกล้องโทรทรรศน์แบบพับเก็บได้: เมื่อเขียนพจน์เป็นผลต่างของลำดับเดียวกัน พจน์กลางจะหักล้างกันจนเหลือหัวกับท้าย ทักษะที่ต้องมีคือการแยกเศษส่วนย่อย (partial fractions)
(1−21)+(21−31)+(31−41)+⋯ พจน์กลางหักล้างกันเป็นคู่ เหลือ 1−N+11
S8 Telescoping series อนุกรมกล้องส่องทางไกล
n=1∑N(bn−bn+1)=b1−bN+1 ⇒ n=1∑∞(bn−bn+1)=b1−n→∞limbn
ถ้า bn ไม่มีลิมิตจำกัด อนุกรมลู่ออก เช่น ∑lnnn+1=limln(N+1)=∞
S9 Partial fractions for telescoping แยกเศษส่วนย่อย
n(n+k)1=k1(n1−n+k1),n=1∑∞n(n+k)1=k1(1+21+⋯+k1)
ช่องว่าง k ทำให้เหลือ k พจน์แรก (ไม่ใช่พจน์เดียว) — จุดที่ทำผิดบ่อยที่สุด
ตัวอย่าง S-5 · กล้องส่องทางไกล(ก) n=1∑∞n(n+2)1 (ข) n=2∑∞n2−11 (ค) n=1∑∞ln(1+n1)
(ก) n(n+2)1=21(n1−n+21) เหลือสองพจน์แรกของ n1: 21(1+21)=43
(ข) n2−11=21(n−11−n+11) เริ่ม n = 2 เหลือ 21(1+21)=43
(ค) ln(1+n1)=ln(n+1)−lnn ⇒ SN=ln(N+1)→∞ ลู่ออก
(ก) 43 · (ข) 43 · (ค) ลู่ออก ทั้งที่พจน์ → 0
อนุกรมฮาร์มอนิกและอนุกรม p กลาง
อนุกรมฮาร์มอนิก ∑1/n เป็นตัวอย่างคลาสสิกว่า “พจน์เข้าใกล้ศูนย์ ไม่ได้แปลว่าบวกแล้วจำกัด” การพิสูจน์ของนิโคล โอเรสม์ (ศตวรรษที่ 14) จัดกลุ่มพจน์ให้แต่ละกลุ่มมากกว่า ½ ส่วนอนุกรม p เป็นตัวเทียบมาตรฐานที่สุดในการทดสอบแบบเปรียบเทียบ
จัดกลุ่มพจน์ของอนุกรมฮาร์มอนิกเป็นชุดขนาด 1, 2, 4, 8, … ทุกชุดมากกว่า ½ ผลบวกจึงไม่มีขอบเขต
S10 Harmonic series diverges อนุกรมฮาร์มอนิกลู่ออก
1+21+>2131+41+>2151+⋯+81+⋯ ⇒ S2k>1+2k→∞
ลู่ออกช้ามาก: ต้องใช้ 12,367 พจน์จึงเกิน 10
S11 p-series อนุกรม p
n=1∑∞np1 ลู่เข้า⟺p>1
พิสูจน์ด้วยการทดสอบด้วยปริพันธ์ · p=2: π2/6 (ปัญหาบาเซิล) · p=4: π4/90
S12 Growth of harmonic numbers การโตของผลบวกฮาร์มอนิก
Hn=k=1∑nk1=lnn+γ+2n1−⋯,γ≈0.5772
γ คือค่าคงที่ออยเลอร์-มาสเคโรนี · ใช้ประมาณ H1000≈7.485
ตัวอย่าง S-6 · ฮาร์มอนิก
ต้องบวกอนุกรมฮาร์มอนิกอย่างน้อยกี่พจน์ ผลบวกจึงเกิน 10
ใช้ S12: lnn+0.5772>10⇒lnn>9.4228⇒n>e9.4228≈12,367 (ค่าประมาณเท่านั้น ต้องยืนยัน)
คำนวณตรงยืนยัน: H12366≈9.99996 และ H12367≈10.00004
12,367 พจน์ — ล้านพจน์ได้แค่ราว 14.39 แต่ก็ยังโตไม่หยุด
สมบัติของอนุกรมและการทดสอบพจน์ที่ n พื้นฐาน
S13 Linearity สมบัติเชิงเส้น
∑(can+bn)=c∑an+∑bn(เมื่อทั้งสองลู่เข้า)
ลู่เข้า + ลู่ออก = ลู่ออกเสมอ · ลู่ออก + ลู่ออก อาจลู่เข้าได้ เช่น ∑1+∑(−1)
S14 n-th term test การทดสอบพจน์ที่ n
n→∞liman=0 (หรือไม่มี) ⇒ ∑an ลู่ออก
เพราะถ้า ∑an=S แล้ว an=Sn−Sn−1→S−S=0 · บทกลับไม่จริง (ฮาร์มอนิก)
S15 Tails decide convergence พจน์ช่วงแรกไม่มีผล
n=1∑∞an ลู่เข้า⟺n=m∑∞an ลู่เข้า
ตัดหรือเพิ่มพจน์จำนวนจำกัดไม่เปลี่ยนการลู่เข้า (แต่เปลี่ยนค่าผลบวก) · เลื่อนดัชนีได้ตามสะดวก
กับดักที่พบบ่อยเขียนว่า “
an→0 จึงลู่เข้า” ผิดทุกครั้ง nth-term test ใช้สรุปได้เพียงทางเดียวคือ
ลู่ออก ถ้าพจน์เข้าใกล้ 0 ต้องไปใช้การทดสอบอื่นใน
หน้าถัดไป
อนุกรมเลขคณิต-เรขาคณิต: วิธี S − rS กลาง
พจน์รูป (เลขคณิต) × (เรขาคณิต) เช่น nrn พบในข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยและในค่าคาดหมายของความน่าจะเป็น วิธีมาตรฐานคือคูณด้วย r แล้วลบเพื่อให้เหลืออนุกรมเรขาคณิตธรรมดา
S16 Arithmetico-geometric series อนุกรมเลขคณิต-เรขาคณิต
n=1∑∞nrn=(1−r)2r,n=1∑∞n2rn=(1−r)3r(1+r)(∣r∣<1)
วิธี: S−rS=r+r2+r3+⋯=1−rr · หรือหาอนุพันธ์ของ ∑rn ในอนุกรมกำลัง
ตัวอย่าง S-7 · S − rS(ก) n=1∑∞3nn (ข) 1+22+43+84+165+⋯
(ก) S=31+92+273+⋯ · 31S=91+272+⋯ · ลบ: 32S=31+91+271+⋯=1−1/31/3=21⇒S=43
ตรวจด้วย S16: (2/3)21/3=4/91/3=43 ✓
(ข) พจน์ทั่วไป 2n−1n=2⋅2nn ⇒ 2⋅(1/2)21/2=2⋅2=4
(ก) 43 · (ข) 4
อนุกรมในโลกจริง: ซีโน เกล็ดหิมะค็อค และเงิน กลาง
ปฏิทรรศน์ของซีโน: เดินครึ่งทาง แล้วครึ่งของที่เหลือ ไปเรื่อย ๆ ระยะทางรวม 21+41+⋯=1 และเวลารวมก็จำกัด อนุกรมอนันต์จึงไม่ได้แปลว่าใช้เวลาอนันต์ · เกล็ดหิมะค็อค: ทุกขั้นเพิ่มสามเหลี่ยมเล็ก 3⋅4k−1 รูป แต่ละรูปพื้นที่ A0/9k พื้นที่รวม A0(1+∑k≥19k3⋅4k−1)=58A0 จำกัด ขณะที่เส้นรอบรูปคูณด้วย 34 ทุกขั้นจึงยาวอนันต์ · เงินและพลังงาน: มูลค่าปัจจุบันของรายรับเท่ากันทุกปีเป็นอนุกรมเรขาคณิต ดูตัวอย่างโซลาร์รูฟท็อปในอนุกรมในงานวิศวกรรม
ต่อไป: ทดสอบว่าลู่เข้าหรือไม่ เมื่อหาผลบวกไม่ได้
อนุกรมส่วนใหญ่ เช่น ∑n2+11 หรือ ∑nnn! หาผลบวกเป็นสูตรไม่ได้ แต่เรายังตัดสินได้ว่าลู่เข้าหรือไม่ด้วยการทดสอบการลู่เข้า เช่น ปริพันธ์ เปรียบเทียบ อัตราส่วน และราก ทบทวนลำดับได้ที่ ลำดับและลิมิตของลำดับ หรืออ่านบทความ สูตรอนุกรมเรขาคณิตแบบเข้าใจง่าย
คำถามที่พบบ่อย
อนุกรมอนันต์บวกกันได้อย่างไรในเมื่อมีพจน์ไม่สิ้นสุด?
ไม่ได้บวกทีละพจน์จนหมด แต่ดูลำดับผลบวกย่อย Sn=a1+⋯+an ถ้า Sn ลู่เข้าสู่ S เราให้นิยามว่าอนุกรมมีผลบวก S เช่น 21+41+81+⋯ มี Sn=1−(1/2)n→1
สูตรผลบวกอนุกรมเรขาคณิตอนันต์คืออะไร ใช้ได้เมื่อไร?
a+ar+ar2+⋯=1−ra ใช้ได้เฉพาะเมื่อ ∣r∣<1 ถ้า ∣r∣≥1 อนุกรมลู่ออก โดย a คือพจน์แรกของอนุกรม (ไม่จำเป็นต้องเป็น 1) และ r คืออัตราส่วนร่วม
ทำไมอนุกรมฮาร์มอนิก 1 + 1/2 + 1/3 + ⋯ ลู่ออก ทั้งที่พจน์เข้าใกล้ 0?
จัดกลุ่ม 31+41>21, 51+⋯+81>21 ไปเรื่อย ๆ ได้ 21 เพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด ผลบวกย่อยจึงโตไม่มีขอบเขต แม้จะช้ามากแบบ lnn (ต้องบวก 12,367 พจน์จึงเกิน 10) การที่พจน์เข้าใกล้ 0 เป็นเงื่อนไขจำเป็นแต่ไม่พอ
อนุกรมกล้องส่องทางไกล (telescoping) คืออะไร?
อนุกรมที่เขียนพจน์เป็นผลต่าง bn−bn+1 ได้ เมื่อบวกกันพจน์กลางจะหักล้างกันหมด เหลือ SN=b1−bN+1 เช่น ∑n(n+1)1=∑(n1−n+11)=1 วิธีหาคือแยกเศษส่วนย่อย
หาผลบวก Σ n/2ⁿ หรือ 1 + 2x + 3x² + ⋯ อย่างไร?
เป็นอนุกรมเลขคณิต-เรขาคณิต ใช้วิธี S − rS: ถ้า S=∑nrn แล้ว S−rS=r+r2+⋯=1−rr จึงได้ S=(1−r)2r เมื่อ ∣r∣<1 เช่น ∑n/2n=2
มด
อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์