พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. เวกเตอร์
  4. แขนกล

// เวกเตอร์ · ส่วนที่ 3 · Vectors in robot arms

เวกเตอร์ในแขนกล: จลนศาสตร์ Jacobian และแรงบิดข้อต่อ

แขนกลในโรงงานประกอบรถยนต์ แขนหยิบชิ้นงานบนสายพาน หรือแขนหุ่นยนต์ที่นักศึกษาสร้างจากเซอร์โว ล้วนคือโซ่ของเวกเตอร์ ตำแหน่งปลายแขนคือผลบวกเวกเตอร์ของข้อแขน ความเร็วปลายแขนคือผลรวมของ ω × r และแรงบิดที่มอเตอร์ต้องให้คือโมเมนต์ของแรงที่ปลายแขน บทนี้เชื่อมทุกเรื่องที่เรียนมา — บวกเวกเตอร์ กฎโคไซน์ cross product และการหมุนแกน — ให้กลายเป็นเครื่องมือออกแบบแขนกลและเลือกมอเตอร์ได้จริง

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • p=L1e(θ1)+L2e(θ1+θ2)\mathbf p=L_1\mathbf e(\theta_1)+L_2\mathbf e(\theta_1+\theta_2) — มุมของท่อนที่สองสะสมจากท่อนแรก
  • IK: cos⁡θ2=x2+y2−L12−L222L1L2\cos\theta_2=\dfrac{x^2+y^2-L_1^2-L_2^2}{2L_1L_2} (กฎโคไซน์) มีสองท่า
  • v=Jθ˙\mathbf v=J\dot{\boldsymbol\theta}, คอลัมน์ของ J = k×(p−pi)\mathbf k\times(\mathbf p-\mathbf p_i); เอกฐานเมื่อ det⁡J=L1L2sin⁡θ2=0\det J=L_1L_2\sin\theta_2=0
  • τ=JTF\boldsymbol\tau=J^{\mathsf T}\mathbf F: แรงบิดข้อต่อคือโมเมนต์ของแรงปลายแขนรอบข้อต่อนั้น

1. แขนกลคือโซ่ของเวกเตอร์ พื้นฐาน

แขนกลแบบข้อต่อหมุน (revolute) ประกอบด้วยข้อแขนแข็งเกร็งต่อกันด้วยมอเตอร์ เมื่อรู้มุมของมอเตอร์ทุกตัว ข้อแขนแต่ละท่อนคือเวกเตอร์ที่มีความยาวคงที่และทิศตามมุมสะสม ตำแหน่งปลายแขน (end-effector) จึงเป็นผลบวกหัวต่อหางของเวกเตอร์เหล่านี้ — กฎเดียวกับ การบวกเวกเตอร์ ที่เรียนในบทแรก

มุมข้อต่อ θ (เอนโค้ดเดอร์)→ FK →ตำแหน่งปลายแขน p→ IK ←เป้าหมายที่ต้องการ· J ·ความเร็ว v, แรง F

2. Forward kinematics ของแขน 2 ข้อต่อในระนาบ พื้นฐาน

A1 Forward kinematics (2R planar) ตำแหน่งปลายแขนจากมุมข้อต่อ

p=L1[cos⁡θ1sin⁡θ1]+L2[cos⁡(θ1+θ2)sin⁡(θ1+θ2)]\mathbf p=L_1\begin{bmatrix}\cos\theta_1\\\sin\theta_1\end{bmatrix}+L_2\begin{bmatrix}\cos(\theta_1+\theta_2)\\\sin(\theta_1+\theta_2)\end{bmatrix}

θ₂ วัดเทียบกับท่อนแรก (เอนโค้ดเดอร์ที่ข้อศอกวัดแบบนี้) ทิศของท่อนสองเทียบโลกจึงเป็น θ₁ + θ₂

A2 Workspace พื้นที่ทำงาน

∣L1−L2∣≤∥p∥≤L1+L2|L_1-L_2|\le\lVert\mathbf p\rVert\le L_1+L_2

มาจากอสมการสามเหลี่ยมของเวกเตอร์ เป็นวงแหวน ถ้า L₁ = L₂ ปลายแขนแตะฐานได้ (ระยะใน = 0)

ตัวอย่าง A-1 · หาตำแหน่งปลายแขน

L₁ = 0.5 m, L₂ = 0.4 m, θ₁ = 30°, θ₂ = 60° จงหาตำแหน่งปลายแขน

  1. ท่อนแรก: 0.5(cos⁡30∘,sin⁡30∘)=(0.4330, 0.2500)0.5(\cos30^\circ,\sin30^\circ)=(0.4330,\ 0.2500) m

  2. ท่อนสองชี้ที่ 30° + 60° = 90°: 0.4(cos⁡90∘,sin⁡90∘)=(0, 0.4)0.4(\cos90^\circ,\sin90^\circ)=(0,\ 0.4) m

  3. p=(0.4330, 0.6500)\mathbf p=(0.4330,\ 0.6500) m ระยะจากฐาน 0.781 m อยู่ใน [0.1, 0.9] ✓

p=(0.433, 0.650)\mathbf p=(0.433,\ 0.650) m — ค่าเริ่มต้นของแล็บด้านล่าง

3. Inverse kinematics: กฎของโคไซน์ในชีวิตจริง กลาง

ฐาน ข้อศอก และปลายแขนเป็นสามเหลี่ยมที่รู้ความยาวทั้งสามด้าน (L₁, L₂, ‖p‖) มุมที่ข้อศอกหาได้จาก กฎของโคไซน์ — ตัวเดียวกับที่ใช้รวมแรง เพราะ p\mathbf p ก็คือ “แรงลัพธ์” ของเวกเตอร์ข้อแขนสองท่อน

A3 Inverse kinematics (2R planar) หามุมข้อต่อจากตำแหน่ง

cos⁡θ2=x2+y2−L12−L222L1L2,θ2=±arccos⁡(⋅),θ1=atan2⁡(y,x)−atan2⁡(L2sin⁡θ2, L1+L2cos⁡θ2)\cos\theta_2=\frac{x^2+y^2-L_1^2-L_2^2}{2L_1L_2},\qquad \theta_2=\pm\arccos(\cdot),\qquad \theta_1=\operatorname{atan2}(y,x)-\operatorname{atan2}\big(L_2\sin\theta_2,\ L_1+L_2\cos\theta_2\big)

θ₂ บวก = ข้อศอกลง (elbow-down) θ₂ ลบ = ข้อศอกขึ้น (elbow-up) สำหรับเป้าหมายในควอดแรนต์แรก ถ้า |cos θ₂| > 1 เป้าหมายอยู่นอกพื้นที่ทำงาน

ตัวอย่าง A-2 · ส่งปลายแขนไปหยิบชิ้นงาน

แขน L₁ = 0.5 m, L₂ = 0.4 m ต้องไปที่ (0.6, 0.3) m จงหามุมข้อต่อทั้งสองท่า

  1. cos⁡θ2=0.36+0.09−0.25−0.162(0.5)(0.4)=0.040.4=0.1⇒θ2=±84.26∘\cos\theta_2=\dfrac{0.36+0.09-0.25-0.16}{2(0.5)(0.4)}=\dfrac{0.04}{0.4}=0.1\Rightarrow\theta_2=\pm84.26^\circ

  2. ท่าข้อศอกลง (θ₂ = +84.26°): θ1=atan2⁡(0.3,0.6)−atan2⁡(0.398, 0.540)=26.57∘−36.39∘=−9.83∘\theta_1=\operatorname{atan2}(0.3,0.6)-\operatorname{atan2}(0.398,\ 0.540)=26.57^\circ-36.39^\circ=-9.83^\circ

  3. ท่าข้อศอกขึ้น (θ₂ = −84.26°): θ1=26.57∘+36.39∘=62.96∘\theta_1=26.57^\circ+36.39^\circ=62.96^\circ

  4. ตรวจด้วย A1: ทั้งสองท่าให้ (0.600, 0.300) ✓ เลือกท่าที่ไม่ชนสิ่งกีดขวางหรือใกล้ท่าปัจจุบันที่สุด

(θ₁, θ₂) = (−9.83°, 84.26°) หรือ (62.96°, −84.26°)

4. แล็บแขนกล 2 ข้อต่อ พื้นฐาน

โหมด Forward ปรับมุม θ₁ θ₂ แล้วดูเวกเตอร์ข้อแขนรวมกันเป็น p โหมด Inverse คลิกหรือลากบนภาพเพื่อย้ายเป้าหมาย (กากบาทแดง) แขนจะคำนวณ IK ทันที ติ๊ก “ลากเส้นทาง” แล้วลองวาดตัวอักษร สังเกตว่าเมื่อเหยียดแขนสุดเข้าใกล้ขอบวงแหวน ระบบจะเตือนภาวะเอกฐาน

5. ความเร็วปลายแขนและ Jacobian กลาง

ข้อต่อหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม θ˙i\dot\theta_i รอบแกน z ทำให้ทุกจุดที่อยู่ปลายน้ำของข้อต่อนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว ω×r\boldsymbol\omega\times\mathbf r (ดู ความเร็วจาก cross product) รวมผลของทุกข้อต่อได้ Jacobian

A4 Jacobian and tip velocity Jacobian และความเร็วปลายแขน

v=Jθ˙,J=∂p∂θ=[−L1s1−L2s12−L2s12L1c1+L2c12L2c12],J:,i=k×(p−pi)\mathbf v=J\dot{\boldsymbol\theta},\qquad J=\frac{\partial\mathbf p}{\partial\boldsymbol\theta}=\begin{bmatrix}-L_1s_1-L_2s_{12}&-L_2s_{12}\\L_1c_1+L_2c_{12}&L_2c_{12}\end{bmatrix},\qquad J_{:,i}=\mathbf k\times(\mathbf p-\mathbf p_i)

s12=sin⁡(θ1+θ2)s_{12}=\sin(\theta_1+\theta_2) คอลัมน์ i คือความเร็วปลายแขนเมื่อหมุนข้อต่อ i ด้วย 1 rad/s — ตั้งฉากกับเวกเตอร์จากข้อต่อนั้นไปปลายแขนเสมอ

A5 Kinematic singularity ภาวะเอกฐาน

det⁡J=L1L2sin⁡θ2=0 ⟺ θ2=0∘ (เหยียดสุด) หรือ 180∘ (พับสุด)\det J=L_1L_2\sin\theta_2=0\ \Longleftrightarrow\ \theta_2=0^\circ\ \text{(เหยียดสุด)}\ \text{หรือ}\ 180^\circ\ \text{(พับสุด)}

สองคอลัมน์ของ J ขนานกัน ปลายแขนขยับในแนวรัศมีไม่ได้ และ θ˙=J−1v\dot{\boldsymbol\theta}=J^{-1}\mathbf v พุ่งไม่จำกัดเมื่อเข้าใกล้ ตัวควบคุมหุ่นยนต์จริงจึงต้องหลีกเลี่ยงหรือใช้ damped least squares

ตัวอย่าง A-3 · ความเร็วปลายแขน

ที่ท่า A-1 ข้อต่อฐานหมุน θ˙1=0.5\dot\theta_1=0.5 rad/s ข้อศอกนิ่ง จงหาความเร็วปลายแขน

  1. J=[−0.65−0.400.4330]J=\begin{bmatrix}-0.65&-0.40\\0.433&0\end{bmatrix} (คอลัมน์ 1 = k×p=(−0.65, 0.433)\mathbf k\times\mathbf p=(-0.65,\ 0.433))

  2. v=J (0.5, 0)T=(−0.325, 0.2165)\mathbf v=J\,(0.5,\ 0)^{\mathsf T}=(-0.325,\ 0.2165) m/s, ∥v∥=0.3905\lVert\mathbf v\rVert=0.3905 m/s

  3. ตรวจ: ∥v∥=ω∥p∥=0.5(0.781)=0.3905\lVert\mathbf v\rVert=\omega\lVert\mathbf p\rVert=0.5(0.781)=0.3905 ✓ และ v⊥p\mathbf v\perp\mathbf p

  4. det⁡J=0.5(0.4)sin⁡60∘=0.1732≠0\det J=0.5(0.4)\sin60^\circ=0.1732\ne0: ไม่อยู่ในภาวะเอกฐาน

v = (−0.325, 0.217) m/s ตั้งฉากกับ p

6. แรงบิดข้อต่อ τ = JᵀF: ทำไมมอเตอร์ฐานต้องแรงที่สุด ขั้นสูง

หลักงานเสมือน (virtual work): ถ้าปลายแขนดันวัตถุด้วยแรง F และข้อต่อขยับนิด ๆ δθ งานที่มอเตอร์ทำ τ⋅δθ\boldsymbol\tau\cdot\delta\boldsymbol\theta ต้องเท่ากับงานที่ปลายแขนทำ F⋅δp=F⋅Jδθ\mathbf F\cdot\delta\mathbf p=\mathbf F\cdot J\delta\boldsymbol\theta สำหรับทุก δθ จึงได้

A6 Static joint torques แรงบิดข้อต่อจากแรงที่ปลายแขน

τ=JTF⟺τi=((p−pi)×F)⋅k\boldsymbol\tau=J^{\mathsf T}\mathbf F\qquad\Longleftrightarrow\qquad \tau_i=\big((\mathbf p-\mathbf p_i)\times\mathbf F\big)\cdot\mathbf k

รูปขวาคือโมเมนต์ของแรงปลายแขนรอบข้อต่อ i (S2) ตรงกับสามัญสำนึก: ยิ่งปลายแขนอยู่ไกลจากข้อต่อในแนวตั้งฉากกับแรง แรงบิดยิ่งมาก

A7 Motor sizing through a gearbox เลือกมอเตอร์ผ่านเกียร์

τmotor=τjointN η,i≈τmotorKt,ωmotor=N θ˙\tau_{\text{motor}}=\frac{\tau_{\text{joint}}}{N\,\eta},\qquad i\approx\frac{\tau_{\text{motor}}}{K_t},\qquad \omega_{\text{motor}}=N\,\dot\theta

N = อัตราทด η = ประสิทธิภาพเกียร์ KtK_t = ค่าคงที่แรงบิดของมอเตอร์ (N·m/A) เผื่อค่าความปลอดภัย 1.5–2 เท่าสำหรับความเร่งและแรงเสียดทาน

ตัวอย่าง A-4 · ยกของ 2 kg แล้วเลือกมอเตอร์

ที่ท่า A-1 ปลายแขนถือของ 2 kg นิ่ง (ไม่คิดน้ำหนักแขน) จงหาแรงบิดข้อต่อ แล้วเลือกมอเตอร์ฐานผ่านเกียร์ 50:1 (η = 0.8, K_t = 0.1 N·m/A)

  1. แขนต้องออกแรงขึ้นต้านน้ำหนัก: F=(0, 2×9.81)=(0, 19.62)\mathbf F=(0,\ 2\times9.81)=(0,\ 19.62) N

  2. τ=JTF=[−0.650.433−0.400][019.62]=(8.496, 0)\boldsymbol\tau=J^{\mathsf T}\mathbf F=\begin{bmatrix}-0.65&0.433\\-0.40&0\end{bmatrix}\begin{bmatrix}0\\19.62\end{bmatrix}=(8.496,\ 0) N·m

  3. ทำไม τ₂ = 0? ท่อนสองตั้งดิ่ง (30° + 60° = 90°) แรงแนวดิ่งผ่านข้อศอกพอดี แขนโมเมนต์เป็นศูนย์

  4. มอเตอร์ฐาน: τm=8.496/(50×0.8)=0.212\tau_m=8.496/(50\times0.8)=0.212 N·m กระแส ≈ 0.212/0.1 = 2.1 A — เผื่อ 2 เท่า เลือกมอเตอร์ที่ให้ต่อเนื่อง ≥ 0.42 N·m

  5. ท่าที่แย่ที่สุด: แขนเหยียดแนวนอน τ₁ = 19.62 × 0.9 = 17.7 N·m (มากกว่าเกือบสองเท่า) ต้องออกแบบด้วยท่านี้

τ = (8.50, 0) N·m ที่ท่านี้ · ออกแบบด้วยท่าเหยียดแนวนอน 17.7 N·m

7. แขน 3 มิติ: ฐานหมุน + แขนในระนาบแนวดิ่ง กลาง

แขนแบบ articulated ที่พบบ่อยที่สุดมีข้อต่อฐานหมุนรอบแกนตั้ง (q₁) แล้วมีไหล่ (q₂) และศอก (q₃) หมุนในระนาบแนวดิ่ง ฐานหมุนพาระนาบนั้นทั้งระนาบไปด้วย จึงคิดเป็นสองขั้น: หาระยะเอื้อมแนวราบ ρ และความสูง z ในระนาบแขนก่อน แล้วหมุนด้วย q₁ เหมือนการแตกแรงสองขั้นใน K6

A8 3-DOF articulated arm แขน 3 ข้อต่อ (ฐาน-ไหล่-ศอก)

ρ=L2cos⁡q2+L3cos⁡(q2+q3),p=(ρcos⁡q1, ρsin⁡q1, h+L2sin⁡q2+L3sin⁡(q2+q3))\rho=L_2\cos q_2+L_3\cos(q_2+q_3),\quad \mathbf p=\big(\rho\cos q_1,\ \rho\sin q_1,\ h+L_2\sin q_2+L_3\sin(q_2+q_3)\big)

A9 Homogeneous transforms เมทริกซ์แปลงเอกพันธ์ (หมุน + เลื่อน)

T=[Rd0T1],T0→n=T1T2⋯Tn,[p1]=T0→n[pn1]T=\begin{bmatrix}R&\mathbf d\\\mathbf 0^{\mathsf T}&1\end{bmatrix},\qquad T_{0\to n}=T_1T_2\cdots T_n,\qquad \begin{bmatrix}\mathbf p\\1\end{bmatrix}=T_{0\to n}\begin{bmatrix}\mathbf p_n\\1\end{bmatrix}

รวมเมทริกซ์หมุน (T4) กับเวกเตอร์เลื่อนไว้ในเมทริกซ์ 4×4 เดียว คูณต่อกันตามข้อต่อ — ตารางพารามิเตอร์ Denavit–Hartenberg เป็นวิธีมาตรฐานเขียน T แต่ละข้อ

ตัวอย่าง A-5 · แขน 3 มิติ

h = 0.4 m, L₂ = 0.6 m, L₃ = 0.5 m, q₁ = 30°, q₂ = 40°, q₃ = −60° จงหาตำแหน่งปลายแขน

  1. ρ=0.6cos⁡40∘+0.5cos⁡(−20∘)=0.4596+0.4698=0.9295\rho=0.6\cos40^\circ+0.5\cos(-20^\circ)=0.4596+0.4698=0.9295 m

  2. z=0.4+0.6sin⁡40∘+0.5sin⁡(−20∘)=0.4+0.3857−0.1710=0.6147z=0.4+0.6\sin40^\circ+0.5\sin(-20^\circ)=0.4+0.3857-0.1710=0.6147 m

  3. หมุนด้วยฐาน: x=0.9295cos⁡30∘=0.8049x=0.9295\cos30^\circ=0.8049, y=0.9295sin⁡30∘=0.4647y=0.9295\sin30^\circ=0.4647 m

p=(0.805, 0.465, 0.615)\mathbf p=(0.805,\ 0.465,\ 0.615) m — ลองตั้งค่าเดียวกันในฉาก 3 มิติด้านล่าง

8. มุมมองวิศวกรไฟฟ้า: จากเวกเตอร์สู่กระแสมอเตอร์ กลาง

เซนเซอร์

เอนโค้ดเดอร์ → θ

เอนโค้ดเดอร์ 4096 พัลส์ต่อรอบ ความละเอียด 0.088° ที่ระยะ 0.9 m ทำให้ปลายแขนคลาดได้ 1.4 mm — คำนวณจาก δp=Jδθ\delta\mathbf p=J\delta\boldsymbol\theta

ไดรฟ์

τ → กระแส

แรงบิดมอเตอร์ BLDC/PMSM แปรตามกระแสแกน q (τ=Ktiq\tau=K_t i_q) ซึ่งได้จากการหมุนแกน Park ใน บทหมุนแกน

ควบคุม

ลูปตำแหน่ง

ตัวควบคุม PID ของแต่ละข้อต่อและการชดเชยแรงโน้มถ่วง τg=JTFg\tau_g=J^{\mathsf T}\mathbf F_g ดูต่อใน ระบบควบคุมหุ่นยนต์

9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดวิธีป้องกัน
ใช้ θ₂ เป็นมุมของท่อนสองเทียบโลกθ₂ เป็นมุมสัมพัทธ์ ใช้ θ₁ + θ₂
ใช้ arctan(y/x) แทน atan2ควอดแรนต์ผิดเมื่อ x < 0 แขนจะเลี้ยวผิดข้าง
ลืมว่า IK มีสองคำตอบเลือกท่าตามสิ่งกีดขวางและความต่อเนื่องของการเคลื่อนที่
ใช้ J แทน Jᵀ หาแรงบิดมิติไม่ตรงในแขน 3 ข้อต่อ 2 มิติ (J เป็น 2×3) ทันที
เลือกมอเตอร์จากท่าเดียวหาท่าที่แรงบิดสูงสุด (มักเหยียดแนวนอน) และรวมน้ำหนักแขน

10. แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย

  1. L₁ = L₂ = 0.3 m, θ₁ = 90°, θ₂ = −90° จงหา p
  2. แขนเดียวกัน ต้องการ p = (0.3, 0.3) จงหา θ₂ และ θ₁ (ท่าข้อศอกลง)
  3. แขนเหยียดแนวนอน (θ₁ = θ₂ = 0) L₁ = 0.5, L₂ = 0.4 ปลายถือ 1 kg จงหา τ₁, τ₂ และ det J
  4. τ ที่ข้อต่อฐาน 12 N·m เกียร์ 100:1 ประสิทธิภาพ 0.7 มอเตอร์ต้องให้แรงบิดเท่าไร?
เปิดเฉลย
  1. (0, 0.3) + (0.3cos0°, 0.3sin0°) = (0.3, 0.3) m
  2. cos θ₂ = (0.18 − 0.18)/0.18 = 0 → θ₂ = 90°; θ₁ = 45° − atan2(0.3, 0.3) = 0° (และท่าอีกแบบคือ θ₁ = 90°, θ₂ = −90° จากข้อ 1)
  3. F = (0, 9.81): τ₁ = 0.9 × 9.81 = 8.83 N·m, τ₂ = 0.4 × 9.81 = 3.92 N·m; det J = 0 เพราะ θ₂ = 0 (เอกฐาน แต่ยังถือของนิ่งได้)
  4. 12/(100 × 0.7) = 0.171 N·m

11. สรุปสูตร

หัวข้อสูตร
A1 FKp=L1e(θ1)+L2e(θ1+θ2)\mathbf p=L_1\mathbf e(\theta_1)+L_2\mathbf e(\theta_1+\theta_2)
A2 พื้นที่ทำงาน∣L1−L2∣≤∥p∥≤L1+L2|L_1-L_2|\le\lVert\mathbf p\rVert\le L_1+L_2
A3 IKกฎโคไซน์ + atan2 สองคำตอบ
A4–A5 Jacobianv=Jθ˙\mathbf v=J\dot{\boldsymbol\theta}, det⁡J=L1L2sin⁡θ2\det J=L_1L_2\sin\theta_2
A6–A7 แรงบิดτ=JTF\boldsymbol\tau=J^{\mathsf T}\mathbf F, τm=τ/(Nη)\tau_m=\tau/(N\eta)
A8–A9 สามมิติฐานหมุน + ระนาบแขน, เมทริกซ์ 4×4

12. แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ

ต่อไป: แรงแม่เหล็กที่สร้างแรงบิดในมอเตอร์ข้อต่อใน เวกเตอร์ในสนามไฟฟ้าและแม่เหล็ก หรือทดลองครบชุดใน แล็บกลศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

Forward kinematics ของแขนกลสองข้อต่อคืออะไร?

คือการหาตำแหน่งปลายแขนจากมุมข้อต่อ โดยบวกเวกเตอร์ของข้อแขนแต่ละท่อน p = L₁(cos θ₁, sin θ₁) + L₂(cos(θ₁+θ₂), sin(θ₁+θ₂)) มุมของท่อนที่สองต้องใช้ θ₁+θ₂ เพราะวัดเทียบกับท่อนแรก

Inverse kinematics หามุมข้อต่ออย่างไร?

ใช้กฎของโคไซน์กับสามเหลี่ยมฐาน-ข้อศอก-ปลายแขน cos θ₂ = (x² + y² − L₁² − L₂²)/(2L₁L₂) ได้สองคำตอบ (ข้อศอกขึ้นหรือลง) แล้ว θ₁ = atan2(y, x) − atan2(L₂ sin θ₂, L₁ + L₂ cos θ₂) ถ้า cos θ₂ อยู่นอก [−1, 1] เป้าหมายอยู่นอกพื้นที่ทำงาน

Jacobian ของแขนกลใช้ทำอะไร?

เชื่อมความเร็วข้อต่อกับความเร็วปลายแขน v = J θ̇ และเชื่อมแรงที่ปลายแขนกับแรงบิดข้อต่อ τ = Jᵀ F เมื่อ det J = 0 (ภาวะเอกฐาน) แขนขยับปลายในบางทิศไม่ได้ และต้องใช้ความเร็วข้อต่อสูงมากเมื่อเข้าใกล้

เลือกมอเตอร์ข้อต่ออย่างไร?

หาแรงบิดสูงสุดที่ข้อต่อจาก τ = JᵀF ในท่าที่แย่ที่สุด (มักเป็นแขนเหยียดแนวนอน) รวมน้ำหนักข้อแขนเอง หารด้วยอัตราทดเกียร์และประสิทธิภาพ แล้วเผื่อค่าความปลอดภัย กระแสมอเตอร์ประมาณจาก τ_motor = K_t i

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์