- หน้าแรก
- คลังความรู้
- ระบบไฟฟ้ากำลังและระบบป้องกัน
- เฟสเซอร์ · สามเฟส
// บทที่ 18.2 · ระบบไฟฟ้ากำลังและระบบป้องกัน · Phasors, Complex Power & Three-Phase
เฟสเซอร์ อิมพีแดนซ์ กำลังเชิงซ้อน และระบบสามเฟส: Y กับ Δ, √3 และกำลังสามเฟส
ทุกบทของวิชาระบบไฟฟ้ากำลังเขียนด้วยภาษาเฟสเซอร์ ถ้าคล่องสามอย่างในหน้านี้ — เฟสเซอร์ กำลังเชิงซ้อน และการลดระบบสามเฟสสมดุลเหลือวงจรเฟสเดียว — บทที่เหลือจะง่ายขึ้นมาก
สรุปใน 30 วินาที
- v(t)=Vmcos(ωt+θ) ↔ V=2Vm∠θ (ค่า rms)
- S=VI∗=P+jQ · ตัวเหนี่ยวนำ Q > 0 · ตัวเก็บประจุ Q < 0
- Y: VL=3Vph∠30∘, IL=Iph · Δ: VL=Vph, IL=3Iph∠−30∘
- S3φ=3VLIL · ระบบสมดุลคิดเฟสเดียวแล้วคูณ 3
เฟสเซอร์และอิมพีแดนซ์ พื้นฐาน
A1 Phasor (rms) เฟสเซอร์ค่า rms
v(t)=2Vcos(ωt+θ)⟷V=V∠θ=Vcosθ+jVsinθ
ระบบไฟฟ้ากำลังใช้เฟสเซอร์ค่า rms (ไม่ใช่ค่ายอด) เพราะกำลังคำนวณได้ตรงโดยไม่ต้องหาร 2 แรงดัน 230 V คือค่า rms ค่ายอดคือ 325 V อ่านทฤษฎีเฟสเซอร์และการหมุนเชิงภาพใน เพาเวอร์แฟกเตอร์ในรูปคลื่น
A2 Impedance อิมพีแดนซ์
Z=R+jX=∣Z∣∠φXL=ωLXC=−ωC1I=ZV
กำลังเชิงซ้อน S = VI* พื้นฐาน
A3 Complex power กำลังเชิงซ้อน
S=VI∗=P+jQ=∣V∣∣I∣∠(θv−θi)P=∣V∣∣I∣cosφ, Q=∣V∣∣I∣sinφ
A4 Power absorbed by an impedance กำลังที่อิมพีแดนซ์ดูดกลืน
S=∣I∣2Z=∣I∣2R+j∣I∣2X=Z∗∣V∣2
ตัวอย่าง A-1
230∠0° V จ่ายโหลด 8 + j6 Ω
A2: Z=10∠36.87∘ → I=230/10∠36.87∘=23∠−36.87∘ A (ตามหลัง)
A3: S=230×23∠(0+36.87∘)=5290∠36.87∘=4232+j3174 VA
A4 ตรวจ: ∣I∣2R=529×8=4232 W ✓ ∣I∣2X=529×6=3174 var ✓ PF = 0.8 ตามหลัง
ระบบสามเฟสสมดุล: Y และ Δ พื้นฐาน
เครื่องกำเนิดสามเฟสสร้างแรงดันสามชุดขนาดเท่ากัน ห่างกัน 120° ลำดับเฟส a-b-c (ลำดับบวก) ในไทยเรียกเฟส L1 L2 L3 (หรือ R S T) ข้อดี: กำลังรวมขณะหนึ่งคงที่ (มอเตอร์ไม่สั่น) และใช้ทองแดงน้อยกว่าระบบเฟสเดียวที่ส่งกำลังเท่ากัน
A5 Wye (Y) connection การต่อแบบ Y
Vab=Van−Vbn=3Vph∠(θ+30∘)IL=Iph
A6 Three-phase power กำลังสามเฟส (ทั้ง Y และ Δ)
S3φ=3VphIph∗∣S3φ∣=3VLILP3φ=3VLILcosφ
A7 Delta (Δ) connection การต่อแบบ Δ
VL=VphIa=Iab−Ica=3Iph∠(θ−30∘)
A8 Balanced Δ → Y conversion แปลงโหลด Δ สมดุลเป็น Y
ZY=3ZΔIa+Ib+Ic=0 (สมดุล: ไม่มีกระแสนิวทรัล)
ตัวอย่าง A-2
มอเตอร์ 3 เฟส 400 V 30 kW PF 0.85 ตามหลัง
A6: IL=30,000/(3×400×0.85)=50.9 A
S=30/0.85=35.3 kVA → Q=35.32−302=18.6 kvar
ถ้ามอเตอร์ต่อ Δ: กระแสในขดลวด 50.9/3=29.4 A แรงดันคร่อมขด 400 V · ต่อ Y: กระแสขด 50.9 A แรงดัน 231 V — กำลังเท่ากัน
ตัวอย่าง A-3
ฮีตเตอร์ Δ ตัวละ 48 Ω ต่อกับ 400 V
กระแสต่อตัว 400/48=8.33 A → กำลังรวม 3×400×8.33=10 kW
A8: เทียบเท่า Y ตัวละ 16 Ω: IL=230.9/16=14.4 A =3×8.33 ✓
ถ้านำฮีตเตอร์ชุดเดิมไปต่อ Y: แรงดันต่อตัว 230.9 V กระแส 4.81 A กำลังรวม 3.33 kW — Y ได้กำลังเป็น 1/3 ของ Δ (หลักของการสตาร์ตมอเตอร์แบบ Y-Δ)
วงจรสมมูลเฟสเดียว (per-phase equivalent) กลาง
- แปลงทุกอย่างที่ต่อ Δ เป็น Y เทียบเท่า (A8) แหล่งจ่าย Δ ใช้แรงดันเฟส VL/3
- วาดเฉพาะเฟส a กับสายนิวทรัลสมมติ (ไม่มีกระแสในระบบสมดุล)
- แก้วงจรเฟสเดียวด้วยเฟสเซอร์ แล้วเฟส b c ได้จากการหมุน −120° และ +120°
- กำลังรวม = 3 เท่าของเฟสเดียว
วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะระบบสมดุล เมื่อไม่สมดุล (เช่น ลัดลงดินเฟสเดียว) ต้องใช้ องค์ประกอบสมมาตร ซึ่งแยกระบบไม่สมดุลออกเป็นระบบสมดุลสามชุด แล้วใช้วงจรเฟสเดียวได้อีกครั้ง
ฝึกคิดด้วยเครื่องคำนวณ
หม้อแปลงจ่ายโหลด 700 kW PF 0.8 แรงดันด้านโหลดตกเท่าไร (ใช้ P Q และ %R %X — ทฤษฎีอยู่ในบทถัดไป)
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมกำลังเชิงซ้อนใช้ S = VI* (กระแสคอนจูเกต)?
เพื่อให้มุมของ S เท่ากับมุมของแรงดันลบมุมของกระแส ซึ่งคือมุมเพาเวอร์แฟกเตอร์ φ ถ้าใช้ VI ตรง ๆ มุมจะเป็นผลบวกของสองมุมซึ่งไม่มีความหมายทางกายภาพ ด้วยนิยามนี้ โหลดตัวเหนี่ยวนำ (กระแสตามหลัง) ได้ Q เป็นบวก
ทำไมกำลังสามเฟสมี √3?
เพราะ V_L = √3 V_ph ในการต่อ Y และ I_L = √3 I_ph ในการต่อ Δ กำลังรวม 3 V_ph I_ph cosφ จึงเขียนในรูปค่าสายได้เป็น √3 V_L I_L cosφ ทั้งสองแบบการต่อ ค่า √3 มาจากผลต่างของเฟสเซอร์สองตัวที่ห่างกัน 120°