หน้าแรก คลังความรู้ เวกเตอร์ ทิศทางโคไซน์
Vectors: Forces, Fields & Phasors ดูครบทุกส่วน · 20 หน้า 1 · พื้นฐานเวกเตอร์ 2D / 3D 4 · ไฟฟ้า: สนามและเฟสเซอร์ 5 · ห้องแล็บและเครื่องมือ
// เวกเตอร์ · ส่วนที่ 1 · Direction cosines & 3D force components
ทิศทางโคไซน์และการแตกแรงสามมิติ
ในสองมิติ มุมเดียวบอกทิศของแรงได้ครบ แต่ในสามมิติ สายเคเบิลของเสาอากาศ แรงบนข้อต่อแขนกล หรือสนามแม่เหล็กที่เซนเซอร์อ่านได้ ต้องบอกทิศด้วยมุมกับสามแกน บทนี้สร้างเครื่องมือหลักของสแตติกส์สามมิติ: มุม α β γ ทิศทางโคไซน์ เวกเตอร์หนึ่งหน่วย การแตกแรงสองขั้น และการเขียนแรงตามแนวเส้นจากพิกัด พร้อมฉาก 3 มิติที่ลากหมุนดูได้ทุกมุม
สรุปใน 30 วินาที
cos α = F x / F , cos β = F y / F , cos γ = F z / F \cos\alpha=F_x/F,\ \cos\beta=F_y/F,\ \cos\gamma=F_z/F cos α = F x / F , cos β = F y / F , cos γ = F z / F และ u F = ( cos α , cos β , cos γ ) \mathbf u_F=(\cos\alpha,\cos\beta,\cos\gamma) u F = ( cos α , cos β , cos γ )
เอกลักษณ์ cos 2 α + cos 2 β + cos 2 γ = 1 \cos^2\alpha+\cos^2\beta+\cos^2\gamma=1 cos 2 α + cos 2 β + cos 2 γ = 1 ทำให้รู้สองมุมแล้วหามุมที่สามได้ (มีสองคำตอบ)
แตกแรงสองขั้น: F h = F cos φ F_h=F\cos\varphi F h = F cos φ , F z = F sin φ F_z=F\sin\varphi F z = F sin φ , แล้ว F x = F h cos θ F_x=F_h\cos\theta F x = F h cos θ , F y = F h sin θ F_y=F_h\sin\theta F y = F h sin θ
แรงตามสาย: F = F r B − r A ∥ r B − r A ∥ \mathbf F=F\,\dfrac{\mathbf r_B-\mathbf r_A}{\lVert\mathbf r_B-\mathbf r_A\rVert} F = F ∥ r B − r A ∥ r B − r A ไม่ต้องหามุมเลย
ค้นหาสูตรในหน้านี้ โหมดฝึกทำ: ซ่อนวิธีทำ
1. ทำไมสามมิติต้องใช้มุมกับสามแกน พื้นฐาน
แรง 500 N ที่ “เอียง 60° จากแกน x” ในสามมิติยังไม่ได้บอกอะไรมากนัก เพราะเวกเตอร์ทุกเส้นบนผิวกรวยรอบแกน x ที่มีมุมยอด 60° ทำมุม 60° กับแกน x เหมือนกันหมด เราจึงต้องระบุเพิ่มว่าเวกเตอร์ทำมุมกับแกน y และแกน z เท่าใด หรือใช้มุมสองมุมแบบอื่น เช่น มุมราบกับมุมเงยแบบที่ใช้หันจานดาวเทียม
ทางวิศวกรรม ทิศของแรงสามมิติมักมาจากสามแหล่ง ซึ่งบทนี้จะสอนให้แปลงไปมาได้ทั้งหมด:
แบบ ① มุมกับสามแกน α β γ ตำราสแตติกส์และแบบงานโครงสร้าง เช่น “แรงทำมุม 60°, 45° และ 120° กับแกน x, y, z”
แบบ ② มุมราบ θ + มุมเงย φ เสาอากาศ จานดาวเทียม แผงโซลาร์ ทิศของลมหรือแสงอาทิตย์ บอกเป็นทิศบนพื้นแล้วเงยขึ้น
แบบ ③ พิกัดสองจุดบนแนวแรง สายเคเบิล สายยึดเสา โซ่รอก แขนกล รู้ว่าสายวิ่งจากจุดไหนไปจุดไหน
2. นิยามมุม α β γ และทิศทางโคไซน์ พื้นฐาน
วางหางของเวกเตอร์ F \mathbf F F ที่จุดกำเนิด มุม α คือมุมระหว่าง F \mathbf F F กับแกน +x, β คือมุมกับ +y และ γ คือมุมกับ +z ทุกมุมอยู่ในช่วง 0° ถึง 180° (ไม่ใช้มุมติดลบ เพราะเป็นมุมระหว่างสองทิศในอวกาศ ไม่ใช่การหมุนในระนาบ) เมื่อฉายเวกเตอร์ลงบนแกน x จะได้ F x = F cos α F_x=F\cos\alpha F x = F cos α ซึ่งก็คือ dot product กับเวกเตอร์ฐาน F ⋅ i = F ( 1 ) cos α \mathbf F\cdot\mathbf i=F(1)\cos\alpha F ⋅ i = F ( 1 ) cos α
มุม α β γ ระหว่างแรง F กับแกน x y z แรง F จากจุดกำเนิดไปจุด (3,4,5) แสดงกล่ององค์ประกอบเส้นประ และมุม alpha beta gamma ที่ทำกับแกน x y z
x y z O
F = (3, 4, 5)
α
β
γ
Fx = F cos α Fy = F cos β Fz = F cos γ
u_F = (cos α, cos β, cos γ) |u_F| = 1
มุมแต่ละมุมอยู่ใน “ระนาบ ที่มีแกนนั้นและ F” ไม่ใช่ ระนาบพิกัด xy yz zx
มุม α วัดในระนาบที่มีแกน x และ F เอง ไม่ใช่ในระนาบ xy — ภาพสองมิติหลอกตาได้ จึงต้องใช้แล็บหมุนดูด้านล่าง
K1 Direction cosines ทิศทางโคไซน์
cos α = F x F , cos β = F y F , cos γ = F z F , F = ∥ F ∥ = F x 2 + F y 2 + F z 2 \cos\alpha=\frac{F_x}{F},\qquad \cos\beta=\frac{F_y}{F},\qquad \cos\gamma=\frac{F_z}{F},\qquad F=\lVert\mathbf F\rVert=\sqrt{F_x^2+F_y^2+F_z^2} cos α = F F x , cos β = F F y , cos γ = F F z , F = ∥ F ∥ = F x 2 + F y 2 + F z 2
เครื่องหมายของโคไซน์ตรงกับเครื่องหมายขององค์ประกอบ: F x < 0 F_x<0 F x < 0 แปลว่า α > 90 ∘ \alpha>90^\circ α > 9 0 ∘ ใช้ arccos \arccos arccos ได้ตรง ๆ เพราะผลลัพธ์อยู่ในช่วง 0°–180° พอดี ไม่มีปัญหาควอดแรนต์แบบ arctan
K2 Unit vector from direction cosines เวกเตอร์หนึ่งหน่วยคือชุดทิศทางโคไซน์
u F = F F = cos α i + cos β j + cos γ k , F = F u F \mathbf u_F=\frac{\mathbf F}{F}=\cos\alpha\,\mathbf i+\cos\beta\,\mathbf j+\cos\gamma\,\mathbf k,\qquad \mathbf F=F\,\mathbf u_F u F = F F = cos α i + cos β j + cos γ k , F = F u F
นี่คือการแยก “ขนาด” ออกจาก “ทิศ” ให้ชัด: ทิศเก็บใน u F \mathbf u_F u F ที่ไม่มีหน่วย ขนาดเก็บใน F F F ที่มีหน่วยนิวตัน
K3 Fundamental identity ผลบวกกำลังสองของทิศทางโคไซน์
cos 2 α + cos 2 β + cos 2 γ = 1 \cos^2\alpha+\cos^2\beta+\cos^2\gamma=1 cos 2 α + cos 2 β + cos 2 γ = 1
พิสูจน์: ∥ u F ∥ 2 = 1 \lVert\mathbf u_F\rVert^2=1 ∥ u F ∥ 2 = 1 และ ∥ u F ∥ 2 = cos 2 α + cos 2 β + cos 2 γ \lVert\mathbf u_F\rVert^2=\cos^2\alpha+\cos^2\beta+\cos^2\gamma ∥ u F ∥ 2 = cos 2 α + cos 2 β + cos 2 γ จึงเท่ากัน ในสองมิติจะลดรูปเป็น cos 2 θ + sin 2 θ = 1 \cos^2\theta+\sin^2\theta=1 cos 2 θ + sin 2 θ = 1 เพราะมุมกับแกน y เท่ากับ 90 ∘ − θ 90^\circ-\theta 9 0 ∘ − θ
ตัวอย่าง K-0 · จากองค์ประกอบสู่มุม แรง F = ( 300 , 400 , 500 ) \mathbf F=(300,400,500) F = ( 300 , 400 , 500 ) N จงหาขนาด ทิศทางโคไซน์ และมุม α β γ
ขนาด F = 300 2 + 400 2 + 500 2 = 500,000 = 707.11 F=\sqrt{300^2+400^2+500^2}=\sqrt{500{,}000}=707.11 F = 30 0 2 + 40 0 2 + 50 0 2 = 500 , 000 = 707.11 N
cos α = 300 / 707.11 = 0.4243 ⇒ α = 64.90 ∘ \cos\alpha=300/707.11=0.4243\Rightarrow\alpha=64.90^\circ cos α = 300/707.11 = 0.4243 ⇒ α = 64.9 0 ∘ ; cos β = 0.5657 ⇒ β = 55.55 ∘ \cos\beta=0.5657\Rightarrow\beta=55.55^\circ cos β = 0.5657 ⇒ β = 55.5 5 ∘ ; cos γ = 0.7071 ⇒ γ = 45.00 ∘ \cos\gamma=0.7071\Rightarrow\gamma=45.00^\circ cos γ = 0.7071 ⇒ γ = 45.0 0 ∘
ตรวจ 0.18 + 0.32 + 0.50 = 1 0.18+0.32+0.50=1 0.18 + 0.32 + 0.50 = 1 ✓ และ u F = ( 0.4243 , 0.5657 , 0.7071 ) \mathbf u_F=(0.4243,0.5657,0.7071) u F = ( 0.4243 , 0.5657 , 0.7071 )
F = 707.1 F=707.1 F = 707.1 N · α = 64.9 ∘ , β = 55.6 ∘ , γ = 45.0 ∘ \alpha=64.9^\circ,\ \beta=55.6^\circ,\ \gamma=45.0^\circ α = 64. 9 ∘ , β = 55. 6 ∘ , γ = 45. 0 ∘ — ค่าเริ่มต้นในแล็บ 3 มิติด้านล่าง ลองลากหมุนดูว่ามุม γ อยู่ระหว่างลูกศรกับแกน z จริง
3. จากมุมสู่องค์ประกอบ และการหามุมที่สาม กลาง
K4 Components from magnitude and direction angles องค์ประกอบจากขนาดและมุม
F = F cos α i + F cos β j + F cos γ k \mathbf F=F\cos\alpha\,\mathbf i+F\cos\beta\,\mathbf j+F\cos\gamma\,\mathbf k F = F cos α i + F cos β j + F cos γ k
K5 The third angle มุมที่สามมีสองคำตอบ
cos γ = ± 1 − cos 2 α − cos 2 β , γ 2 = 180 ∘ − γ 1 \cos\gamma=\pm\sqrt{1-\cos^2\alpha-\cos^2\beta},\qquad \gamma_2=180^\circ-\gamma_1 cos γ = ± 1 − cos 2 α − cos 2 β , γ 2 = 18 0 ∘ − γ 1
เครื่องหมาย + เมื่อแรงชี้ขึ้น (F z ≥ 0 F_z\ge0 F z ≥ 0 ) และ − เมื่อชี้ลง ถ้า cos 2 α + cos 2 β > 1 \cos^2\alpha+\cos^2\beta>1 cos 2 α + cos 2 β > 1 ชุดมุมนั้นเป็นไปไม่ได้ทางเรขาคณิต เช่น α = β = 30° (เพราะ 0.75 + 0.75 = 1.5)
ตัวอย่าง K-1 · โจทย์คลาสสิกของสแตติกส์
แรง 500 N ทำมุม α = 60° กับแกน x และ β = 45° กับแกน y แรงชี้ขึ้น จงหา γ และเขียนเวกเตอร์แรง
cos 2 γ = 1 − cos 2 60 ∘ − cos 2 45 ∘ = 1 − 0.25 − 0.5 = 0.25 ⇒ cos γ = ± 0.5 \cos^2\gamma=1-\cos^2 60^\circ-\cos^2 45^\circ=1-0.25-0.5=0.25\Rightarrow\cos\gamma=\pm0.5 cos 2 γ = 1 − cos 2 6 0 ∘ − cos 2 4 5 ∘ = 1 − 0.25 − 0.5 = 0.25 ⇒ cos γ = ± 0.5
แรงชี้ขึ้น เลือก cos γ = + 0.5 ⇒ γ = 60 ∘ \cos\gamma=+0.5\Rightarrow\gamma=60^\circ cos γ = + 0.5 ⇒ γ = 6 0 ∘ (ถ้าชี้ลงจะได้ γ = 120 ∘ \gamma=120^\circ γ = 12 0 ∘ )
F = 500 ( cos 60 ∘ , cos 45 ∘ , cos 60 ∘ ) = ( 250 , 353.6 , 250 ) \mathbf F=500(\cos60^\circ,\cos45^\circ,\cos60^\circ)=(250,\ 353.6,\ 250) F = 500 ( cos 6 0 ∘ , cos 4 5 ∘ , cos 6 0 ∘ ) = ( 250 , 353.6 , 250 ) N
ตรวจขนาด 250 2 + 353.6 2 + 250 2 = 500 \sqrt{250^2+353.6^2+250^2}=500 25 0 2 + 353. 6 2 + 25 0 2 = 500 N ✓
γ = 60 ∘ \gamma=60^\circ γ = 6 0 ∘ · F = 250 i + 353.6 j + 250 k \mathbf F=250\mathbf i+353.6\mathbf j+250\mathbf k F = 250 i + 353.6 j + 250 k N
4. แตกแรงสองขั้นด้วยมุมราบ θ และมุมเงย φ กลาง
เมื่อโจทย์บอกทิศเป็น “หันไปทาง 30° จากแกน x บนพื้น แล้วเงยขึ้น 50°” ให้แตกสองครั้ง: ครั้งแรกแยกแรงเป็นส่วนตั้ง F z F_z F z กับส่วนนอน F h F_h F h ในระนาบแนวดิ่งที่มีแรงอยู่ ครั้งที่สองแยก F h F_h F h บนพื้นเป็น F x F_x F x และ F y F_y F y เหมือนโจทย์สองมิติ ภาพในใจคือ “เงาของแรงบนพื้น” F h F_h F h แล้วค่อยแตกเงานั้น
K6 Two-step resolution (azimuth θ, elevation φ) แตกแรงสองขั้น
F h = F cos φ , F z = F sin φ , F x = F h cos θ = F cos φ cos θ , F y = F cos φ sin θ F_h=F\cos\varphi,\quad F_z=F\sin\varphi,\quad F_x=F_h\cos\theta=F\cos\varphi\cos\theta,\quad F_y=F\cos\varphi\sin\theta F h = F cos φ , F z = F sin φ , F x = F h cos θ = F cos φ cos θ , F y = F cos φ sin θ
กลับทาง: F h = F x 2 + F y 2 F_h=\sqrt{F_x^2+F_y^2} F h = F x 2 + F y 2 , θ = atan2 ( F y , F x ) \theta=\operatorname{atan2}(F_y,F_x) θ = atan2 ( F y , F x ) , φ = atan2 ( F z , F h ) \varphi=\operatorname{atan2}(F_z,F_h) φ = atan2 ( F z , F h ) บางตำราใช้มุมจากแกน z (zenith) ϕ z = 90 ∘ − φ \phi_z=90^\circ-\varphi ϕ z = 9 0 ∘ − φ แทน ซึ่งก็คือ γ ของ K1 นั่นเอง
ตัวอย่าง K-2 · สายยึดเสาอากาศ
แรงดึงในสาย 700 N หันไปทาง θ = 30° จากแกน +x บนพื้น และเงยขึ้น φ = 50° จากพื้น จงหาองค์ประกอบและมุม α β γ
แยกตั้ง-นอน: F z = 700 sin 50 ∘ = 536.2 F_z=700\sin50^\circ=536.2 F z = 700 sin 5 0 ∘ = 536.2 N, F h = 700 cos 50 ∘ = 450.0 F_h=700\cos50^\circ=450.0 F h = 700 cos 5 0 ∘ = 450.0 N
แยกเงาบนพื้น: F x = 450.0 cos 30 ∘ = 389.7 F_x=450.0\cos30^\circ=389.7 F x = 450.0 cos 3 0 ∘ = 389.7 N, F y = 450.0 sin 30 ∘ = 225.0 F_y=450.0\sin30^\circ=225.0 F y = 450.0 sin 3 0 ∘ = 225.0 N
มุมกับแกน: α = arccos ( 389.7 / 700 ) = 56.17 ∘ \alpha=\arccos(389.7/700)=56.17^\circ α = arccos ( 389.7/700 ) = 56.1 7 ∘ , β = arccos ( 225.0 / 700 ) = 71.25 ∘ \beta=\arccos(225.0/700)=71.25^\circ β = arccos ( 225.0/700 ) = 71.2 5 ∘ , γ = arccos ( 536.2 / 700 ) = 40.00 ∘ \gamma=\arccos(536.2/700)=40.00^\circ γ = arccos ( 536.2/700 ) = 40.0 0 ∘
สังเกต γ = 90 ∘ − φ \gamma=90^\circ-\varphi γ = 9 0 ∘ − φ เสมอ แต่ α ≠ θ \alpha\ne\theta α = θ เพราะ α วัดในอวกาศ ไม่ใช่บนพื้น
F = ( 389.7 , 225.0 , 536.2 ) \mathbf F=(389.7,\ 225.0,\ 536.2) F = ( 389.7 , 225.0 , 536.2 ) N · α = 56.2°, β = 71.3°, γ = 40.0°
ข้อผิดพลาดยอดนิยม ใช้ F x = F cos θ F_x=F\cos\theta F x = F cos θ ตรง ๆ โดยลืมคูณ cos φ \cos\varphi cos φ ก่อน ตัวเลข 700 cos 30 ∘ = 606 700\cos30^\circ=606 700 cos 3 0 ∘ = 606 N ใหญ่เกินจริง ตรวจได้ทันทีว่า F x 2 + F y 2 + F z 2 F_x^2+F_y^2+F_z^2 F x 2 + F y 2 + F z 2 จะมากกว่า F 2 F^2 F 2
5. แรงตามแนวเส้น: จากพิกัดสองจุดเป็นเวกเตอร์แรง กลาง
สายเคเบิลรับแรงดึงได้ในแนวสายเท่านั้น ถ้ารู้พิกัดจุดยึด A และจุด B ที่สายวิ่งไปหา เราได้ทิศของแรงทันทีจากเวกเตอร์ตำแหน่ง r A B = r B − r A \mathbf r_{AB}=\mathbf r_B-\mathbf r_A r A B = r B − r A วิธีนี้เป็นวิธีที่วิศวกรใช้จริงมากที่สุด เพราะแบบงานบอกพิกัด ไม่ได้บอกมุม
K7 Force directed along a line แรงตามแนวเส้นจาก A ไป B
r A B = ( x B − x A ) i + ( y B − y A ) j + ( z B − z A ) k , u A B = r A B ∥ r A B ∥ , F = F u A B \mathbf r_{AB}=(x_B-x_A)\mathbf i+(y_B-y_A)\mathbf j+(z_B-z_A)\mathbf k,\qquad \mathbf u_{AB}=\frac{\mathbf r_{AB}}{\lVert\mathbf r_{AB}\rVert},\qquad \mathbf F=F\,\mathbf u_{AB} r A B = ( x B − x A ) i + ( y B − y A ) j + ( z B − z A ) k , u A B = ∥ r A B ∥ r A B , F = F u A B
ทิศทางโคไซน์ของแรงคือองค์ประกอบของ u A B \mathbf u_{AB} u A B ระวังทิศ: แรงที่สายกระทำต่อจุด A ชี้จาก A ไป B (สายดึง A เข้าหา B) ส่วนแรงที่กระทำต่อ B ชี้กลับจาก B ไป A
ตัวอย่าง K-3 · สายยึดจากฐานถึงยอดเสา
สายวิ่งจาก A(0, 0, 0) m ไป B(2, −3, 6) m มีแรงดึง 840 N จงเขียนแรงที่สายกระทำต่อ A เป็นเวกเตอร์ และหามุม α β γ
r A B = ( 2 , − 3 , 6 ) \mathbf r_{AB}=(2,-3,6) r A B = ( 2 , − 3 , 6 ) m ความยาว 4 + 9 + 36 = 7 \sqrt{4+9+36}=7 4 + 9 + 36 = 7 m (ชุดตัวเลข 2-3-6-7 จำง่าย)
u A B = ( 2 / 7 , − 3 / 7 , 6 / 7 ) = ( 0.2857 , − 0.4286 , 0.8571 ) \mathbf u_{AB}=(2/7,\ -3/7,\ 6/7)=(0.2857,\ -0.4286,\ 0.8571) u A B = ( 2/7 , − 3/7 , 6/7 ) = ( 0.2857 , − 0.4286 , 0.8571 )
F = 840 u A B = ( 240 , − 360 , 720 ) \mathbf F=840\,\mathbf u_{AB}=(240,\ -360,\ 720) F = 840 u A B = ( 240 , − 360 , 720 ) N
α = arccos ( 2 / 7 ) = 73.40 ∘ \alpha=\arccos(2/7)=73.40^\circ α = arccos ( 2/7 ) = 73.4 0 ∘ , β = arccos ( − 3 / 7 ) = 115.38 ∘ \beta=\arccos(-3/7)=115.38^\circ β = arccos ( − 3/7 ) = 115.3 8 ∘ (เกิน 90° เพราะ F y < 0 F_y<0 F y < 0 ), γ = arccos ( 6 / 7 ) = 31.00 ∘ \gamma=\arccos(6/7)=31.00^\circ γ = arccos ( 6/7 ) = 31.0 0 ∘
F = 240 i − 360 j + 720 k \mathbf F=240\mathbf i-360\mathbf j+720\mathbf k F = 240 i − 360 j + 720 k N · ตรวจ 240 2 + 360 2 + 720 2 = 840 \sqrt{240^2+360^2+720^2}=840 24 0 2 + 36 0 2 + 72 0 2 = 840 N ✓
เปิด JavaScript เพื่อใช้ฉาก 3 มิติ
6. รวมแรงสามมิติ: องค์ประกอบก่อน ขนาดทีหลัง กลาง
K8 Resultant of 3D forces แรงลัพธ์สามมิติและทิศของมัน
R = ( ∑ F x ) i + ( ∑ F y ) j + ( ∑ F z ) k , cos α R = R x R , cos β R = R y R , cos γ R = R z R \mathbf R=\Big(\sum F_x\Big)\mathbf i+\Big(\sum F_y\Big)\mathbf j+\Big(\sum F_z\Big)\mathbf k,\qquad \cos\alpha_R=\frac{R_x}{R},\ \cos\beta_R=\frac{R_y}{R},\ \cos\gamma_R=\frac{R_z}{R} R = ( ∑ F x ) i + ( ∑ F y ) j + ( ∑ F z ) k , cos α R = R R x , cos β R = R R y , cos γ R = R R z
ตัวอย่าง K-4 · เสาไฟฟ้ากับสายยึดสองเส้น
ยอดเสาอยู่ที่ P(0, 0, 12) m สาย PA ไปสมอ A(4, −3, 0) m มีแรงดึง 650 N สาย PB ไป B(−3, 4, 0) m มีแรงดึง 390 N จงหาแรงลัพธ์ที่สายทั้งสองกระทำต่อยอดเสา
r P A = ( 4 , − 3 , − 12 ) \mathbf r_{PA}=(4,-3,-12) r P A = ( 4 , − 3 , − 12 ) , ∥ r P A ∥ = 13 \lVert\mathbf r_{PA}\rVert=13 ∥ r P A ∥ = 13 m → F A = 650 ( 4 , − 3 , − 12 ) / 13 = ( 200 , − 150 , − 600 ) \mathbf F_A=650(4,-3,-12)/13=(200,-150,-600) F A = 650 ( 4 , − 3 , − 12 ) /13 = ( 200 , − 150 , − 600 ) N
r P B = ( − 3 , 4 , − 12 ) \mathbf r_{PB}=(-3,4,-12) r PB = ( − 3 , 4 , − 12 ) , ∥ r P B ∥ = 13 \lVert\mathbf r_{PB}\rVert=13 ∥ r PB ∥ = 13 m → F B = 390 ( − 3 , 4 , − 12 ) / 13 = ( − 90 , 120 , − 360 ) \mathbf F_B=390(-3,4,-12)/13=(-90,120,-360) F B = 390 ( − 3 , 4 , − 12 ) /13 = ( − 90 , 120 , − 360 ) N
รวมองค์ประกอบ R = ( 110 , − 30 , − 960 ) \mathbf R=(110,\ -30,\ -960) R = ( 110 , − 30 , − 960 ) N, R = 110 2 + 30 2 + 960 2 = 966.7 R=\sqrt{110^2+30^2+960^2}=966.7 R = 11 0 2 + 3 0 2 + 96 0 2 = 966.7 N
α R = 83.47 ∘ , β R = 91.78 ∘ , γ R = 173.23 ∘ \alpha_R=83.47^\circ,\ \beta_R=91.78^\circ,\ \gamma_R=173.23^\circ α R = 83.4 7 ∘ , β R = 91.7 8 ∘ , γ R = 173.2 3 ∘ : แรงลัพธ์เกือบดิ่งลง กดเสาเป็นแรงอัด 960 N
อ่านผลเชิงวิศวกรรม: ยังมีส่วนแนวนอน ( 110 , − 30 ) (110,-30) ( 110 , − 30 ) N ทำให้ยอดเสาถูกดัด ต้องเพิ่มสายเส้นที่สามหรือปรับแรงดึงให้ส่วนแนวนอนหักล้างกันเป็นศูนย์
R = ( 110 , − 30 , − 960 ) \mathbf R=(110,-30,-960) R = ( 110 , − 30 , − 960 ) N · R = 966.7 R=966.7 R = 966.7 N · ส่วนแนวนอน 114.0 N ต้องจัดการต่อ
เปิด JavaScript เพื่อใช้ฉาก 3 มิติ
7. ฉาก 3 มิติ: หมุนดูมุม α β γ ให้เห็นจริง พื้นฐาน
ลากภาพเพื่อหมุนกล้องรอบเวกเตอร์ ปุ่ม xy · xz · yz ให้มุมมองจากบน หน้า และข้าง ลองสามการทดลองนี้:
เลือก “ขนาด + มุม α β” ตั้ง α = β = 30° ระบบจะเตือนว่าเป็นไปไม่ได้ อธิบายด้วย K3 เปลี่ยน Fz ให้ติดลบ แล้วดูว่า γ ข้าม 90° ขณะที่ α β ไม่เปลี่ยนเครื่องหมาย มองจากบน (ปุ่ม xy) แล้วสังเกตว่า “เงา” F_h บนพื้นคือสิ่งที่ใช้กับมุมราบ θ ในตัวอย่าง K-2
เปิด JavaScript เพื่อใช้ฉาก 3 มิติ
8. ทิศทางโคไซน์กับการหมุนแกน: เมทริกซ์โคไซน์ทิศทาง ขั้นสูง
ถ้ามีกรอบพิกัดใหม่ x ′ y ′ z ′ x'y'z' x ′ y ′ z ′ ที่เอียงจากกรอบเดิม แกนใหม่แต่ละแกนก็มีทิศทางโคไซน์สามค่าเทียบกับแกนเดิม เก้าค่านี้จัดเป็นเมทริกซ์ที่เรียกว่า direction cosine matrix (DCM) ซึ่งเป็นเมทริกซ์หมุนนั่นเอง องค์ประกอบของเวกเตอร์ในกรอบใหม่คือ dot product กับแกนใหม่แต่ละแกน
K9 Direction cosine matrix เมทริกซ์โคไซน์ทิศทาง
[ F x ′ F y ′ F z ′ ] = [ cos θ x ′ x cos θ x ′ y cos θ x ′ z cos θ y ′ x cos θ y ′ y cos θ y ′ z cos θ z ′ x cos θ z ′ y cos θ z ′ z ] [ F x F y F z ] \begin{bmatrix}F_{x'}\\F_{y'}\\F_{z'}\end{bmatrix}=\begin{bmatrix}\cos\theta_{x'x}&\cos\theta_{x'y}&\cos\theta_{x'z}\\\cos\theta_{y'x}&\cos\theta_{y'y}&\cos\theta_{y'z}\\\cos\theta_{z'x}&\cos\theta_{z'y}&\cos\theta_{z'z}\end{bmatrix}\begin{bmatrix}F_x\\F_y\\F_z\end{bmatrix} F x ′ F y ′ F z ′ = cos θ x ′ x cos θ y ′ x cos θ z ′ x cos θ x ′ y cos θ y ′ y cos θ z ′ y cos θ x ′ z cos θ y ′ z cos θ z ′ z F x F y F z
แต่ละแถวคือเวกเตอร์หนึ่งหน่วยของแกนใหม่ เขียนในกรอบเดิม ทุกแถวยาว 1 และตั้งฉากกัน (K3 ใช้กับทุกแถว) รายละเอียดการหมุนอยู่ในบท การหมุนแกนพิกัด
9. ใช้กับงานไฟฟ้า: สนามแม่เหล็กจากเซนเซอร์และทิศของสนาม กลาง
แมกนีโตมิเตอร์สามแกนในโทรศัพท์ โดรน และมิเตอร์อัจฉริยะ อ่านค่าสนามแม่เหล็กออกมาเป็นสามองค์ประกอบ ทิศทางโคไซน์บอกว่าสนามชี้ไปทางใดเทียบกับตัวเครื่อง ส่วนมุมกับระนาบนอน (มุมจุ่ม) และมุมบนพื้น (heading) คือมุมเงยและมุมราบของ K6 แบบเดียวกับการหาทิศของสนามไฟฟ้าลัพธ์จากประจุหลายตัว
ตัวอย่าง K-5 · แมกนีโตมิเตอร์สามแกน (ตัวเลขสมมติ) เซนเซอร์วางราบอ่าน B = ( 30 , − 10 , − 15 ) μ \mathbf B=(30,\ -10,\ -15)\ \mu B = ( 30 , − 10 , − 15 ) μ T จงหาขนาด ทิศทางโคไซน์ มุมกดลงจากแนวนอน และมุมบนพื้นจากแกน x
B = 30 2 + 10 2 + 15 2 = 1225 = 35 μ B=\sqrt{30^2+10^2+15^2}=\sqrt{1225}=35\ \mu B = 3 0 2 + 1 0 2 + 1 5 2 = 1225 = 35 μ T
u B = ( 0.8571 , − 0.2857 , − 0.4286 ) \mathbf u_B=(0.8571,\ -0.2857,\ -0.4286) u B = ( 0.8571 , − 0.2857 , − 0.4286 ) → α = 31.00°, β = 106.60°, γ = 115.38°
ส่วนแนวนอน B h = 30 2 + 10 2 = 31.62 μ B_h=\sqrt{30^2+10^2}=31.62\ \mu B h = 3 0 2 + 1 0 2 = 31.62 μ T มุมกดลง arctan ( 15 / 31.62 ) = 25.38 ∘ \arctan(15/31.62)=25.38^\circ arctan ( 15/31.62 ) = 25.3 8 ∘ (เท่ากับ γ − 90 ∘ \gamma-90^\circ γ − 9 0 ∘ )
มุมบนพื้น atan2 ( − 10 , 30 ) = − 18.43 ∘ \operatorname{atan2}(-10,30)=-18.43^\circ atan2 ( − 10 , 30 ) = − 18.4 3 ∘ คือสนามแนวนอนเบนไปทาง −y จากแกน x ของเครื่อง
B = 35 μ B=35\ \mu B = 35 μ T · กดลง 25.4° · เบน −18.4° จากแกน x (เครื่องเข็มทิศจริงต้องชดเชยความเอียงของเครื่องด้วยการหมุนแกน)
สนามไฟฟ้าลัพธ์จากประจุสามตัวในสามมิติ ใช้ขั้นตอนเดียวกัน: รวมองค์ประกอบ แล้วหาทิศด้วย K8 ทดลองได้ใน บทสนามไฟฟ้าและแม่เหล็ก
10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีตรวจ
ข้อผิดพลาด ทำไมผิด / วิธีตรวจ
ใช้ cos θ \cos\theta cos θ ของมุมราบแทน cos α \cos\alpha cos α α วัดในอวกาศ ตรวจด้วย K3: ผลรวมกำลังสองต้องเท่ากับ 1
ลืมว่ามุมที่สามมีสองค่า เลือกตามทิศขึ้น/ลงของแรง ถ้าไม่ระบุต้องรายงานทั้งสองกรณี
ใช้ arctan หามุม α β γ ใช้ arccos ซึ่งให้ 0°–180° ตรงนิยามพอดี
กลับทิศ r A B \mathbf r_{AB} r A B แรงที่สายกระทำต่อจุดยึดชี้ “ออกจากจุดนั้นตามสาย” วาดภาพก่อนลบพิกัด
คูณแรงด้วย r A B \mathbf r_{AB} r A B โดยไม่หารความยาว ได้ขนาดผิดเป็น F ⋅ L F\cdot L F ⋅ L ตรวจหน่วย: u \mathbf u u ต้องไม่มีหน่วย
บวกขนาดแรงสามมิติ รวมองค์ประกอบก่อนเสมอ ขนาดผลรวมไม่เท่าผลรวมขนาด
11. แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย
F = ( − 200 , 150 , 600 ) \mathbf F=(-200,\ 150,\ 600) F = ( − 200 , 150 , 600 ) N จงหา F และ α β γ
แรง 1.2 kN มี α = 120°, γ = 45° และ F y > 0 F_y>0 F y > 0 จงหา β และองค์ประกอบ
แรง 400 N หันไปทางมุมราบ θ = 135° เงยลง φ = −20° จงหาองค์ประกอบ
สายจาก A(1, 2, 0) ไป B(−3, 6, 7) m แรงดึง 450 N จงหาแรงที่กระทำต่อ A
มุมชุด α = 45°, β = 45°, γ = 45° เป็นไปได้หรือไม่? ทำไม?
เปิดเฉลย
F = 40000 + 22500 + 360000 = 650 F=\sqrt{40000+22500+360000}=650 F = 40000 + 22500 + 360000 = 650 N; α = arccos(−0.3077) = 107.9°, β = arccos(0.2308) = 76.66°, γ = arccos(0.9231) = 22.62°
cos 2 β = 1 − 0.25 − 0.5 = 0.25 ⇒ β = 60 ∘ \cos^2\beta=1-0.25-0.5=0.25\Rightarrow\beta=60^\circ cos 2 β = 1 − 0.25 − 0.5 = 0.25 ⇒ β = 6 0 ∘ ; F = 1.2 ( − 0.5 , 0.5 , 0.7071 ) = ( − 0.6 , 0.6 , 0.8485 ) \mathbf F=1.2(-0.5,\ 0.5,\ 0.7071)=(-0.6,\ 0.6,\ 0.8485) F = 1.2 ( − 0.5 , 0.5 , 0.7071 ) = ( − 0.6 , 0.6 , 0.8485 ) kN
F h = 400 cos ( − 20 ∘ ) = 375.9 F_h=400\cos(-20^\circ)=375.9 F h = 400 cos ( − 2 0 ∘ ) = 375.9 , F z = 400 sin ( − 20 ∘ ) = − 136.8 F_z=400\sin(-20^\circ)=-136.8 F z = 400 sin ( − 2 0 ∘ ) = − 136.8 ; F x = 375.9 cos 135 ∘ = − 265.8 F_x=375.9\cos135^\circ=-265.8 F x = 375.9 cos 13 5 ∘ = − 265.8 , F y = 265.8 F_y=265.8 F y = 265.8 N
r A B = ( − 4 , 4 , 7 ) \mathbf r_{AB}=(-4,4,7) r A B = ( − 4 , 4 , 7 ) , ยาว 9 m → F = 50 ( − 4 , 4 , 7 ) = ( − 200 , 200 , 350 ) \mathbf F=50(-4,4,7)=(-200,\ 200,\ 350) F = 50 ( − 4 , 4 , 7 ) = ( − 200 , 200 , 350 ) N
ไม่ได้ เพราะ 3 cos 2 45 ∘ = 1.5 ≠ 1 3\cos^2 45^\circ=1.5\ne1 3 cos 2 4 5 ∘ = 1.5 = 1 มุมที่ทำกับสามแกนเท่ากันได้คือ arccos ( 1 / 3 ) = 54.74 ∘ \arccos(1/\sqrt3)=54.74^\circ arccos ( 1/ 3 ) = 54.7 4 ∘ (ทิศ (1,1,1))
12. สรุปสูตรและการเลือกใช้
โจทย์ให้ ใช้สูตร ได้
องค์ประกอบ K1 มุม α β γ
ขนาด + มุมสองมุมกับแกน K5 แล้ว K4 มุมที่สามและองค์ประกอบ
ขนาด + มุมราบ + มุมเงย K6 องค์ประกอบ
พิกัดสองจุดบนแนวแรง K7 เวกเตอร์แรงโดยตรง
หลายแรง K8 แรงลัพธ์และทิศ
กรอบพิกัดเอียง K9 องค์ประกอบในกรอบใหม่
คำถามที่พบบ่อย ทิศทางโคไซน์คืออะไร? คือโคไซน์ของมุมที่เวกเตอร์ทำกับแกน +x, +y และ +z (มุม α, β, γ ตามลำดับ) ค่าทั้งสามเท่ากับองค์ประกอบของเวกเตอร์หนึ่งหน่วยในทิศนั้น cos α = Fx/|F|, cos β = Fy/|F|, cos γ = Fz/|F| และต้องเป็นไปตาม cos²α + cos²β + cos²γ = 1
รู้มุมสองมุมแล้วหามุมที่สามได้ไหม? ได้จาก cos²γ = 1 − cos²α − cos²β แต่จะได้สองคำตอบ γ และ 180° − γ ต้องดูจากโจทย์ว่าแรงชี้ขึ้น (Fz ≥ 0) หรือลง (Fz ≤ 0) ถ้า cos²α + cos²β มากกว่า 1 แปลว่ามุมที่ให้มาเป็นไปไม่ได้
แรงตามสายเคเบิลเขียนเป็นเวกเตอร์อย่างไร? หาเวกเตอร์ตำแหน่งจากจุดยึดไปจุดที่สายดึง r_AB = B − A หารด้วยความยาวได้เวกเตอร์หนึ่งหน่วย แล้วคูณขนาดแรงตึง F = |F| r_AB/|r_AB| วิธีนี้ไม่ต้องหามุมเลย และทิศทางโคไซน์คือองค์ประกอบของเวกเตอร์หนึ่งหน่วยนั้น
มุม α β γ ต่างจากมุมราบและมุมเงยอย่างไร? α β γ วัดจากสามแกนโดยตรงและอยู่ในช่วง 0° ถึง 180° ส่วนมุมราบ θ วัดในระนาบ xy และมุมเงย φ วัดจากระนาบ xy ขึ้นไป ใช้แตกแรงสองขั้น F_h = F cos φ, Fz = F sin φ, Fx = F_h cos θ, Fy = F_h sin θ ทั้งสองแบบให้เวกเตอร์เดียวกัน
มด
อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์
บทความอ่านง่ายเกี่ยวกับหัวข้อนี้
ดูบทความทั้งหมด →