พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. เวกเตอร์
  4. ทิศทางโคไซน์

// เวกเตอร์ · ส่วนที่ 1 · Direction cosines & 3D force components

ทิศทางโคไซน์และการแตกแรงสามมิติ

ในสองมิติ มุมเดียวบอกทิศของแรงได้ครบ แต่ในสามมิติ สายเคเบิลของเสาอากาศ แรงบนข้อต่อแขนกล หรือสนามแม่เหล็กที่เซนเซอร์อ่านได้ ต้องบอกทิศด้วยมุมกับสามแกน บทนี้สร้างเครื่องมือหลักของสแตติกส์สามมิติ: มุม α β γ ทิศทางโคไซน์ เวกเตอร์หนึ่งหน่วย การแตกแรงสองขั้น และการเขียนแรงตามแนวเส้นจากพิกัด พร้อมฉาก 3 มิติที่ลากหมุนดูได้ทุกมุม

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • cos⁡α=Fx/F, cos⁡β=Fy/F, cos⁡γ=Fz/F\cos\alpha=F_x/F,\ \cos\beta=F_y/F,\ \cos\gamma=F_z/F และ uF=(cos⁡α,cos⁡β,cos⁡γ)\mathbf u_F=(\cos\alpha,\cos\beta,\cos\gamma)
  • เอกลักษณ์ cos⁡2α+cos⁡2β+cos⁡2γ=1\cos^2\alpha+\cos^2\beta+\cos^2\gamma=1 ทำให้รู้สองมุมแล้วหามุมที่สามได้ (มีสองคำตอบ)
  • แตกแรงสองขั้น: Fh=Fcos⁡φF_h=F\cos\varphi, Fz=Fsin⁡φF_z=F\sin\varphi, แล้ว Fx=Fhcos⁡θF_x=F_h\cos\theta, Fy=Fhsin⁡θF_y=F_h\sin\theta
  • แรงตามสาย: F=F rB−rA∥rB−rA∥\mathbf F=F\,\dfrac{\mathbf r_B-\mathbf r_A}{\lVert\mathbf r_B-\mathbf r_A\rVert} ไม่ต้องหามุมเลย

1. ทำไมสามมิติต้องใช้มุมกับสามแกน พื้นฐาน

แรง 500 N ที่ “เอียง 60° จากแกน x” ในสามมิติยังไม่ได้บอกอะไรมากนัก เพราะเวกเตอร์ทุกเส้นบนผิวกรวยรอบแกน x ที่มีมุมยอด 60° ทำมุม 60° กับแกน x เหมือนกันหมด เราจึงต้องระบุเพิ่มว่าเวกเตอร์ทำมุมกับแกน y และแกน z เท่าใด หรือใช้มุมสองมุมแบบอื่น เช่น มุมราบกับมุมเงยแบบที่ใช้หันจานดาวเทียม

ทางวิศวกรรม ทิศของแรงสามมิติมักมาจากสามแหล่ง ซึ่งบทนี้จะสอนให้แปลงไปมาได้ทั้งหมด:

แบบ ①

มุมกับสามแกน α β γ

ตำราสแตติกส์และแบบงานโครงสร้าง เช่น “แรงทำมุม 60°, 45° และ 120° กับแกน x, y, z”

แบบ ②

มุมราบ θ + มุมเงย φ

เสาอากาศ จานดาวเทียม แผงโซลาร์ ทิศของลมหรือแสงอาทิตย์ บอกเป็นทิศบนพื้นแล้วเงยขึ้น

แบบ ③

พิกัดสองจุดบนแนวแรง

สายเคเบิล สายยึดเสา โซ่รอก แขนกล รู้ว่าสายวิ่งจากจุดไหนไปจุดไหน

2. นิยามมุม α β γ และทิศทางโคไซน์ พื้นฐาน

วางหางของเวกเตอร์ F\mathbf F ที่จุดกำเนิด มุม α คือมุมระหว่าง F\mathbf F กับแกน +x, β คือมุมกับ +y และ γ คือมุมกับ +z ทุกมุมอยู่ในช่วง 0° ถึง 180° (ไม่ใช้มุมติดลบ เพราะเป็นมุมระหว่างสองทิศในอวกาศ ไม่ใช่การหมุนในระนาบ) เมื่อฉายเวกเตอร์ลงบนแกน x จะได้ Fx=Fcos⁡αF_x=F\cos\alpha ซึ่งก็คือ dot product กับเวกเตอร์ฐาน F⋅i=F(1)cos⁡α\mathbf F\cdot\mathbf i=F(1)\cos\alpha

มุม α β γ ระหว่างแรง F กับแกน x y zแรง F จากจุดกำเนิดไปจุด (3,4,5) แสดงกล่ององค์ประกอบเส้นประ และมุม alpha beta gamma ที่ทำกับแกน x y z xyzO F = (3, 4, 5) α β γ Fx = F cos αFy = F cos βFz = F cos γ u_F = (cos α, cos β, cos γ)|u_F| = 1 มุมแต่ละมุมอยู่ใน “ระนาบที่มีแกนนั้นและ F” ไม่ใช่ระนาบพิกัด xy yz zx
มุม α วัดในระนาบที่มีแกน x และ F เอง ไม่ใช่ในระนาบ xy — ภาพสองมิติหลอกตาได้ จึงต้องใช้แล็บหมุนดูด้านล่าง

K1 Direction cosines ทิศทางโคไซน์

cos⁡α=FxF,cos⁡β=FyF,cos⁡γ=FzF,F=∥F∥=Fx2+Fy2+Fz2\cos\alpha=\frac{F_x}{F},\qquad \cos\beta=\frac{F_y}{F},\qquad \cos\gamma=\frac{F_z}{F},\qquad F=\lVert\mathbf F\rVert=\sqrt{F_x^2+F_y^2+F_z^2}

เครื่องหมายของโคไซน์ตรงกับเครื่องหมายขององค์ประกอบ: Fx<0F_x<0 แปลว่า α>90∘\alpha>90^\circ ใช้ arccos⁡\arccos ได้ตรง ๆ เพราะผลลัพธ์อยู่ในช่วง 0°–180° พอดี ไม่มีปัญหาควอดแรนต์แบบ arctan

K2 Unit vector from direction cosines เวกเตอร์หนึ่งหน่วยคือชุดทิศทางโคไซน์

uF=FF=cos⁡α i+cos⁡β j+cos⁡γ k,F=F uF\mathbf u_F=\frac{\mathbf F}{F}=\cos\alpha\,\mathbf i+\cos\beta\,\mathbf j+\cos\gamma\,\mathbf k,\qquad \mathbf F=F\,\mathbf u_F

นี่คือการแยก “ขนาด” ออกจาก “ทิศ” ให้ชัด: ทิศเก็บใน uF\mathbf u_F ที่ไม่มีหน่วย ขนาดเก็บใน FF ที่มีหน่วยนิวตัน

K3 Fundamental identity ผลบวกกำลังสองของทิศทางโคไซน์

cos⁡2α+cos⁡2β+cos⁡2γ=1\cos^2\alpha+\cos^2\beta+\cos^2\gamma=1

พิสูจน์: ∥uF∥2=1\lVert\mathbf u_F\rVert^2=1 และ ∥uF∥2=cos⁡2α+cos⁡2β+cos⁡2γ\lVert\mathbf u_F\rVert^2=\cos^2\alpha+\cos^2\beta+\cos^2\gamma จึงเท่ากัน ในสองมิติจะลดรูปเป็น cos⁡2θ+sin⁡2θ=1\cos^2\theta+\sin^2\theta=1 เพราะมุมกับแกน y เท่ากับ 90∘−θ90^\circ-\theta

ตัวอย่าง K-0 · จากองค์ประกอบสู่มุม

แรง F=(300,400,500)\mathbf F=(300,400,500) N จงหาขนาด ทิศทางโคไซน์ และมุม α β γ

  1. ขนาด F=3002+4002+5002=500,000=707.11F=\sqrt{300^2+400^2+500^2}=\sqrt{500{,}000}=707.11 N

  2. cos⁡α=300/707.11=0.4243⇒α=64.90∘\cos\alpha=300/707.11=0.4243\Rightarrow\alpha=64.90^\circ; cos⁡β=0.5657⇒β=55.55∘\cos\beta=0.5657\Rightarrow\beta=55.55^\circ; cos⁡γ=0.7071⇒γ=45.00∘\cos\gamma=0.7071\Rightarrow\gamma=45.00^\circ

  3. ตรวจ 0.18+0.32+0.50=10.18+0.32+0.50=1 ✓ และ uF=(0.4243,0.5657,0.7071)\mathbf u_F=(0.4243,0.5657,0.7071)

F=707.1F=707.1 N · α=64.9∘, β=55.6∘, γ=45.0∘\alpha=64.9^\circ,\ \beta=55.6^\circ,\ \gamma=45.0^\circ — ค่าเริ่มต้นในแล็บ 3 มิติด้านล่าง ลองลากหมุนดูว่ามุม γ อยู่ระหว่างลูกศรกับแกน z จริง

3. จากมุมสู่องค์ประกอบ และการหามุมที่สาม กลาง

K4 Components from magnitude and direction angles องค์ประกอบจากขนาดและมุม

F=Fcos⁡α i+Fcos⁡β j+Fcos⁡γ k\mathbf F=F\cos\alpha\,\mathbf i+F\cos\beta\,\mathbf j+F\cos\gamma\,\mathbf k

K5 The third angle มุมที่สามมีสองคำตอบ

cos⁡γ=±1−cos⁡2α−cos⁡2β,γ2=180∘−γ1\cos\gamma=\pm\sqrt{1-\cos^2\alpha-\cos^2\beta},\qquad \gamma_2=180^\circ-\gamma_1

เครื่องหมาย + เมื่อแรงชี้ขึ้น (Fz≥0F_z\ge0) และ − เมื่อชี้ลง ถ้า cos⁡2α+cos⁡2β>1\cos^2\alpha+\cos^2\beta>1 ชุดมุมนั้นเป็นไปไม่ได้ทางเรขาคณิต เช่น α = β = 30° (เพราะ 0.75 + 0.75 = 1.5)

ตัวอย่าง K-1 · โจทย์คลาสสิกของสแตติกส์

แรง 500 N ทำมุม α = 60° กับแกน x และ β = 45° กับแกน y แรงชี้ขึ้น จงหา γ และเขียนเวกเตอร์แรง

  1. cos⁡2γ=1−cos⁡260∘−cos⁡245∘=1−0.25−0.5=0.25⇒cos⁡γ=±0.5\cos^2\gamma=1-\cos^2 60^\circ-\cos^2 45^\circ=1-0.25-0.5=0.25\Rightarrow\cos\gamma=\pm0.5

  2. แรงชี้ขึ้น เลือก cos⁡γ=+0.5⇒γ=60∘\cos\gamma=+0.5\Rightarrow\gamma=60^\circ (ถ้าชี้ลงจะได้ γ=120∘\gamma=120^\circ)

  3. F=500(cos⁡60∘,cos⁡45∘,cos⁡60∘)=(250, 353.6, 250)\mathbf F=500(\cos60^\circ,\cos45^\circ,\cos60^\circ)=(250,\ 353.6,\ 250) N

  4. ตรวจขนาด 2502+353.62+2502=500\sqrt{250^2+353.6^2+250^2}=500 N ✓

γ=60∘\gamma=60^\circ · F=250i+353.6j+250k\mathbf F=250\mathbf i+353.6\mathbf j+250\mathbf k N

4. แตกแรงสองขั้นด้วยมุมราบ θ และมุมเงย φ กลาง

เมื่อโจทย์บอกทิศเป็น “หันไปทาง 30° จากแกน x บนพื้น แล้วเงยขึ้น 50°” ให้แตกสองครั้ง: ครั้งแรกแยกแรงเป็นส่วนตั้ง FzF_z กับส่วนนอน FhF_h ในระนาบแนวดิ่งที่มีแรงอยู่ ครั้งที่สองแยก FhF_h บนพื้นเป็น FxF_x และ FyF_y เหมือนโจทย์สองมิติ ภาพในใจคือ “เงาของแรงบนพื้น” FhF_h แล้วค่อยแตกเงานั้น

K6 Two-step resolution (azimuth θ, elevation φ) แตกแรงสองขั้น

Fh=Fcos⁡φ,Fz=Fsin⁡φ,Fx=Fhcos⁡θ=Fcos⁡φcos⁡θ,Fy=Fcos⁡φsin⁡θF_h=F\cos\varphi,\quad F_z=F\sin\varphi,\quad F_x=F_h\cos\theta=F\cos\varphi\cos\theta,\quad F_y=F\cos\varphi\sin\theta

กลับทาง: Fh=Fx2+Fy2F_h=\sqrt{F_x^2+F_y^2}, θ=atan2⁡(Fy,Fx)\theta=\operatorname{atan2}(F_y,F_x), φ=atan2⁡(Fz,Fh)\varphi=\operatorname{atan2}(F_z,F_h) บางตำราใช้มุมจากแกน z (zenith) ϕz=90∘−φ\phi_z=90^\circ-\varphi แทน ซึ่งก็คือ γ ของ K1 นั่นเอง

ตัวอย่าง K-2 · สายยึดเสาอากาศ

แรงดึงในสาย 700 N หันไปทาง θ = 30° จากแกน +x บนพื้น และเงยขึ้น φ = 50° จากพื้น จงหาองค์ประกอบและมุม α β γ

  1. แยกตั้ง-นอน: Fz=700sin⁡50∘=536.2F_z=700\sin50^\circ=536.2 N, Fh=700cos⁡50∘=450.0F_h=700\cos50^\circ=450.0 N

  2. แยกเงาบนพื้น: Fx=450.0cos⁡30∘=389.7F_x=450.0\cos30^\circ=389.7 N, Fy=450.0sin⁡30∘=225.0F_y=450.0\sin30^\circ=225.0 N

  3. มุมกับแกน: α=arccos⁡(389.7/700)=56.17∘\alpha=\arccos(389.7/700)=56.17^\circ, β=arccos⁡(225.0/700)=71.25∘\beta=\arccos(225.0/700)=71.25^\circ, γ=arccos⁡(536.2/700)=40.00∘\gamma=\arccos(536.2/700)=40.00^\circ

  4. สังเกต γ=90∘−φ\gamma=90^\circ-\varphi เสมอ แต่ α≠θ\alpha\ne\theta เพราะ α วัดในอวกาศ ไม่ใช่บนพื้น

F=(389.7, 225.0, 536.2)\mathbf F=(389.7,\ 225.0,\ 536.2) N · α = 56.2°, β = 71.3°, γ = 40.0°

ข้อผิดพลาดยอดนิยม

ใช้ Fx=Fcos⁡θF_x=F\cos\theta ตรง ๆ โดยลืมคูณ cos⁡φ\cos\varphi ก่อน ตัวเลข 700cos⁡30∘=606700\cos30^\circ=606 N ใหญ่เกินจริง ตรวจได้ทันทีว่า Fx2+Fy2+Fz2F_x^2+F_y^2+F_z^2 จะมากกว่า F2F^2

5. แรงตามแนวเส้น: จากพิกัดสองจุดเป็นเวกเตอร์แรง กลาง

สายเคเบิลรับแรงดึงได้ในแนวสายเท่านั้น ถ้ารู้พิกัดจุดยึด A และจุด B ที่สายวิ่งไปหา เราได้ทิศของแรงทันทีจากเวกเตอร์ตำแหน่ง rAB=rB−rA\mathbf r_{AB}=\mathbf r_B-\mathbf r_A วิธีนี้เป็นวิธีที่วิศวกรใช้จริงมากที่สุด เพราะแบบงานบอกพิกัด ไม่ได้บอกมุม

K7 Force directed along a line แรงตามแนวเส้นจาก A ไป B

rAB=(xB−xA)i+(yB−yA)j+(zB−zA)k,uAB=rAB∥rAB∥,F=F uAB\mathbf r_{AB}=(x_B-x_A)\mathbf i+(y_B-y_A)\mathbf j+(z_B-z_A)\mathbf k,\qquad \mathbf u_{AB}=\frac{\mathbf r_{AB}}{\lVert\mathbf r_{AB}\rVert},\qquad \mathbf F=F\,\mathbf u_{AB}

ทิศทางโคไซน์ของแรงคือองค์ประกอบของ uAB\mathbf u_{AB} ระวังทิศ: แรงที่สายกระทำต่อจุด A ชี้จาก A ไป B (สายดึง A เข้าหา B) ส่วนแรงที่กระทำต่อ B ชี้กลับจาก B ไป A

ตัวอย่าง K-3 · สายยึดจากฐานถึงยอดเสา

สายวิ่งจาก A(0, 0, 0) m ไป B(2, −3, 6) m มีแรงดึง 840 N จงเขียนแรงที่สายกระทำต่อ A เป็นเวกเตอร์ และหามุม α β γ

  1. rAB=(2,−3,6)\mathbf r_{AB}=(2,-3,6) m ความยาว 4+9+36=7\sqrt{4+9+36}=7 m (ชุดตัวเลข 2-3-6-7 จำง่าย)

  2. uAB=(2/7, −3/7, 6/7)=(0.2857, −0.4286, 0.8571)\mathbf u_{AB}=(2/7,\ -3/7,\ 6/7)=(0.2857,\ -0.4286,\ 0.8571)

  3. F=840 uAB=(240, −360, 720)\mathbf F=840\,\mathbf u_{AB}=(240,\ -360,\ 720) N

  4. α=arccos⁡(2/7)=73.40∘\alpha=\arccos(2/7)=73.40^\circ, β=arccos⁡(−3/7)=115.38∘\beta=\arccos(-3/7)=115.38^\circ (เกิน 90° เพราะ Fy<0F_y<0), γ=arccos⁡(6/7)=31.00∘\gamma=\arccos(6/7)=31.00^\circ

F=240i−360j+720k\mathbf F=240\mathbf i-360\mathbf j+720\mathbf k N · ตรวจ 2402+3602+7202=840\sqrt{240^2+360^2+720^2}=840 N ✓

6. รวมแรงสามมิติ: องค์ประกอบก่อน ขนาดทีหลัง กลาง

K8 Resultant of 3D forces แรงลัพธ์สามมิติและทิศของมัน

R=(∑Fx)i+(∑Fy)j+(∑Fz)k,cos⁡αR=RxR, cos⁡βR=RyR, cos⁡γR=RzR\mathbf R=\Big(\sum F_x\Big)\mathbf i+\Big(\sum F_y\Big)\mathbf j+\Big(\sum F_z\Big)\mathbf k,\qquad \cos\alpha_R=\frac{R_x}{R},\ \cos\beta_R=\frac{R_y}{R},\ \cos\gamma_R=\frac{R_z}{R}
ตัวอย่าง K-4 · เสาไฟฟ้ากับสายยึดสองเส้น

ยอดเสาอยู่ที่ P(0, 0, 12) m สาย PA ไปสมอ A(4, −3, 0) m มีแรงดึง 650 N สาย PB ไป B(−3, 4, 0) m มีแรงดึง 390 N จงหาแรงลัพธ์ที่สายทั้งสองกระทำต่อยอดเสา

  1. rPA=(4,−3,−12)\mathbf r_{PA}=(4,-3,-12), ∥rPA∥=13\lVert\mathbf r_{PA}\rVert=13 m → FA=650(4,−3,−12)/13=(200,−150,−600)\mathbf F_A=650(4,-3,-12)/13=(200,-150,-600) N

  2. rPB=(−3,4,−12)\mathbf r_{PB}=(-3,4,-12), ∥rPB∥=13\lVert\mathbf r_{PB}\rVert=13 m → FB=390(−3,4,−12)/13=(−90,120,−360)\mathbf F_B=390(-3,4,-12)/13=(-90,120,-360) N

  3. รวมองค์ประกอบ R=(110, −30, −960)\mathbf R=(110,\ -30,\ -960) N, R=1102+302+9602=966.7R=\sqrt{110^2+30^2+960^2}=966.7 N

  4. αR=83.47∘, βR=91.78∘, γR=173.23∘\alpha_R=83.47^\circ,\ \beta_R=91.78^\circ,\ \gamma_R=173.23^\circ: แรงลัพธ์เกือบดิ่งลง กดเสาเป็นแรงอัด 960 N

  5. อ่านผลเชิงวิศวกรรม: ยังมีส่วนแนวนอน (110,−30)(110,-30) N ทำให้ยอดเสาถูกดัด ต้องเพิ่มสายเส้นที่สามหรือปรับแรงดึงให้ส่วนแนวนอนหักล้างกันเป็นศูนย์

R=(110,−30,−960)\mathbf R=(110,-30,-960) N · R=966.7R=966.7 N · ส่วนแนวนอน 114.0 N ต้องจัดการต่อ

7. ฉาก 3 มิติ: หมุนดูมุม α β γ ให้เห็นจริง พื้นฐาน

ลากภาพเพื่อหมุนกล้องรอบเวกเตอร์ ปุ่ม xy · xz · yz ให้มุมมองจากบน หน้า และข้าง ลองสามการทดลองนี้:

  1. เลือก “ขนาด + มุม α β” ตั้ง α = β = 30° ระบบจะเตือนว่าเป็นไปไม่ได้ อธิบายด้วย K3
  2. เปลี่ยน Fz ให้ติดลบ แล้วดูว่า γ ข้าม 90° ขณะที่ α β ไม่เปลี่ยนเครื่องหมาย
  3. มองจากบน (ปุ่ม xy) แล้วสังเกตว่า “เงา” F_h บนพื้นคือสิ่งที่ใช้กับมุมราบ θ ในตัวอย่าง K-2

8. ทิศทางโคไซน์กับการหมุนแกน: เมทริกซ์โคไซน์ทิศทาง ขั้นสูง

ถ้ามีกรอบพิกัดใหม่ x′y′z′x'y'z' ที่เอียงจากกรอบเดิม แกนใหม่แต่ละแกนก็มีทิศทางโคไซน์สามค่าเทียบกับแกนเดิม เก้าค่านี้จัดเป็นเมทริกซ์ที่เรียกว่า direction cosine matrix (DCM) ซึ่งเป็นเมทริกซ์หมุนนั่นเอง องค์ประกอบของเวกเตอร์ในกรอบใหม่คือ dot product กับแกนใหม่แต่ละแกน

K9 Direction cosine matrix เมทริกซ์โคไซน์ทิศทาง

[Fx′Fy′Fz′]=[cos⁡θx′xcos⁡θx′ycos⁡θx′zcos⁡θy′xcos⁡θy′ycos⁡θy′zcos⁡θz′xcos⁡θz′ycos⁡θz′z][FxFyFz]\begin{bmatrix}F_{x'}\\F_{y'}\\F_{z'}\end{bmatrix}=\begin{bmatrix}\cos\theta_{x'x}&\cos\theta_{x'y}&\cos\theta_{x'z}\\\cos\theta_{y'x}&\cos\theta_{y'y}&\cos\theta_{y'z}\\\cos\theta_{z'x}&\cos\theta_{z'y}&\cos\theta_{z'z}\end{bmatrix}\begin{bmatrix}F_x\\F_y\\F_z\end{bmatrix}

แต่ละแถวคือเวกเตอร์หนึ่งหน่วยของแกนใหม่ เขียนในกรอบเดิม ทุกแถวยาว 1 และตั้งฉากกัน (K3 ใช้กับทุกแถว) รายละเอียดการหมุนอยู่ในบท การหมุนแกนพิกัด

9. ใช้กับงานไฟฟ้า: สนามแม่เหล็กจากเซนเซอร์และทิศของสนาม กลาง

แมกนีโตมิเตอร์สามแกนในโทรศัพท์ โดรน และมิเตอร์อัจฉริยะ อ่านค่าสนามแม่เหล็กออกมาเป็นสามองค์ประกอบ ทิศทางโคไซน์บอกว่าสนามชี้ไปทางใดเทียบกับตัวเครื่อง ส่วนมุมกับระนาบนอน (มุมจุ่ม) และมุมบนพื้น (heading) คือมุมเงยและมุมราบของ K6 แบบเดียวกับการหาทิศของสนามไฟฟ้าลัพธ์จากประจุหลายตัว

ตัวอย่าง K-5 · แมกนีโตมิเตอร์สามแกน (ตัวเลขสมมติ)

เซนเซอร์วางราบอ่าน B=(30, −10, −15) μ\mathbf B=(30,\ -10,\ -15)\ \muT จงหาขนาด ทิศทางโคไซน์ มุมกดลงจากแนวนอน และมุมบนพื้นจากแกน x

  1. B=302+102+152=1225=35 μB=\sqrt{30^2+10^2+15^2}=\sqrt{1225}=35\ \muT

  2. uB=(0.8571, −0.2857, −0.4286)\mathbf u_B=(0.8571,\ -0.2857,\ -0.4286) → α = 31.00°, β = 106.60°, γ = 115.38°

  3. ส่วนแนวนอน Bh=302+102=31.62 μB_h=\sqrt{30^2+10^2}=31.62\ \muT มุมกดลง arctan⁡(15/31.62)=25.38∘\arctan(15/31.62)=25.38^\circ (เท่ากับ γ−90∘\gamma-90^\circ)

  4. มุมบนพื้น atan2⁡(−10,30)=−18.43∘\operatorname{atan2}(-10,30)=-18.43^\circ คือสนามแนวนอนเบนไปทาง −y จากแกน x ของเครื่อง

B=35 μB=35\ \muT · กดลง 25.4° · เบน −18.4° จากแกน x (เครื่องเข็มทิศจริงต้องชดเชยความเอียงของเครื่องด้วยการหมุนแกน)

สนามไฟฟ้าลัพธ์จากประจุสามตัวในสามมิติ ใช้ขั้นตอนเดียวกัน: รวมองค์ประกอบ แล้วหาทิศด้วย K8 ทดลองได้ใน บทสนามไฟฟ้าและแม่เหล็ก

10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีตรวจ

ข้อผิดพลาดทำไมผิด / วิธีตรวจ
ใช้ cos⁡θ\cos\theta ของมุมราบแทน cos⁡α\cos\alphaα วัดในอวกาศ ตรวจด้วย K3: ผลรวมกำลังสองต้องเท่ากับ 1
ลืมว่ามุมที่สามมีสองค่าเลือกตามทิศขึ้น/ลงของแรง ถ้าไม่ระบุต้องรายงานทั้งสองกรณี
ใช้ arctan หามุม α β γใช้ arccos ซึ่งให้ 0°–180° ตรงนิยามพอดี
กลับทิศ rAB\mathbf r_{AB}แรงที่สายกระทำต่อจุดยึดชี้ “ออกจากจุดนั้นตามสาย” วาดภาพก่อนลบพิกัด
คูณแรงด้วย rAB\mathbf r_{AB} โดยไม่หารความยาวได้ขนาดผิดเป็น F⋅LF\cdot L ตรวจหน่วย: u\mathbf u ต้องไม่มีหน่วย
บวกขนาดแรงสามมิติรวมองค์ประกอบก่อนเสมอ ขนาดผลรวมไม่เท่าผลรวมขนาด

11. แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย

  1. F=(−200, 150, 600)\mathbf F=(-200,\ 150,\ 600) N จงหา F และ α β γ
  2. แรง 1.2 kN มี α = 120°, γ = 45° และ Fy>0F_y>0 จงหา β และองค์ประกอบ
  3. แรง 400 N หันไปทางมุมราบ θ = 135° เงยลง φ = −20° จงหาองค์ประกอบ
  4. สายจาก A(1, 2, 0) ไป B(−3, 6, 7) m แรงดึง 450 N จงหาแรงที่กระทำต่อ A
  5. มุมชุด α = 45°, β = 45°, γ = 45° เป็นไปได้หรือไม่? ทำไม?
เปิดเฉลย
  1. F=40000+22500+360000=650F=\sqrt{40000+22500+360000}=650 N; α = arccos(−0.3077) = 107.9°, β = arccos(0.2308) = 76.66°, γ = arccos(0.9231) = 22.62°
  2. cos⁡2β=1−0.25−0.5=0.25⇒β=60∘\cos^2\beta=1-0.25-0.5=0.25\Rightarrow\beta=60^\circ; F=1.2(−0.5, 0.5, 0.7071)=(−0.6, 0.6, 0.8485)\mathbf F=1.2(-0.5,\ 0.5,\ 0.7071)=(-0.6,\ 0.6,\ 0.8485) kN
  3. Fh=400cos⁡(−20∘)=375.9F_h=400\cos(-20^\circ)=375.9, Fz=400sin⁡(−20∘)=−136.8F_z=400\sin(-20^\circ)=-136.8; Fx=375.9cos⁡135∘=−265.8F_x=375.9\cos135^\circ=-265.8, Fy=265.8F_y=265.8 N
  4. rAB=(−4,4,7)\mathbf r_{AB}=(-4,4,7), ยาว 9 m → F=50(−4,4,7)=(−200, 200, 350)\mathbf F=50(-4,4,7)=(-200,\ 200,\ 350) N
  5. ไม่ได้ เพราะ 3cos⁡245∘=1.5≠13\cos^2 45^\circ=1.5\ne1 มุมที่ทำกับสามแกนเท่ากันได้คือ arccos⁡(1/3)=54.74∘\arccos(1/\sqrt3)=54.74^\circ (ทิศ (1,1,1))

12. สรุปสูตรและการเลือกใช้

โจทย์ให้ใช้สูตรได้
องค์ประกอบK1มุม α β γ
ขนาด + มุมสองมุมกับแกนK5 แล้ว K4มุมที่สามและองค์ประกอบ
ขนาด + มุมราบ + มุมเงยK6องค์ประกอบ
พิกัดสองจุดบนแนวแรงK7เวกเตอร์แรงโดยตรง
หลายแรงK8แรงลัพธ์และทิศ
กรอบพิกัดเอียงK9องค์ประกอบในกรอบใหม่

13. แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ

ต่อไป: ใช้ทิศทางโคไซน์รวมแรงด้วยตรีโกณมิติใน แรงลัพธ์ด้วยกฎไซน์-โคไซน์ หรือเปิด สตูดิโอเวกเตอร์ 3 มิติ แล้วเลือกตัวอย่าง “ทิศทางโคไซน์”

คำถามที่พบบ่อย

ทิศทางโคไซน์คืออะไร?

คือโคไซน์ของมุมที่เวกเตอร์ทำกับแกน +x, +y และ +z (มุม α, β, γ ตามลำดับ) ค่าทั้งสามเท่ากับองค์ประกอบของเวกเตอร์หนึ่งหน่วยในทิศนั้น cos α = Fx/|F|, cos β = Fy/|F|, cos γ = Fz/|F| และต้องเป็นไปตาม cos²α + cos²β + cos²γ = 1

รู้มุมสองมุมแล้วหามุมที่สามได้ไหม?

ได้จาก cos²γ = 1 − cos²α − cos²β แต่จะได้สองคำตอบ γ และ 180° − γ ต้องดูจากโจทย์ว่าแรงชี้ขึ้น (Fz ≥ 0) หรือลง (Fz ≤ 0) ถ้า cos²α + cos²β มากกว่า 1 แปลว่ามุมที่ให้มาเป็นไปไม่ได้

แรงตามสายเคเบิลเขียนเป็นเวกเตอร์อย่างไร?

หาเวกเตอร์ตำแหน่งจากจุดยึดไปจุดที่สายดึง r_AB = B − A หารด้วยความยาวได้เวกเตอร์หนึ่งหน่วย แล้วคูณขนาดแรงตึง F = |F| r_AB/|r_AB| วิธีนี้ไม่ต้องหามุมเลย และทิศทางโคไซน์คือองค์ประกอบของเวกเตอร์หนึ่งหน่วยนั้น

มุม α β γ ต่างจากมุมราบและมุมเงยอย่างไร?

α β γ วัดจากสามแกนโดยตรงและอยู่ในช่วง 0° ถึง 180° ส่วนมุมราบ θ วัดในระนาบ xy และมุมเงย φ วัดจากระนาบ xy ขึ้นไป ใช้แตกแรงสองขั้น F_h = F cos φ, Fz = F sin φ, Fx = F_h cos θ, Fy = F_h sin θ ทั้งสองแบบให้เวกเตอร์เดียวกัน

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์