พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. ระบบควบคุม
  4. Lead · Lag

// บทที่ 13.15 · ระบบควบคุม · Lead, Lag & Lag-Lead Compensators

ตัวชดเชย Lead, Lag และ Lag-Lead

เมื่อปรับเกนอย่างเดียวแล้วได้แค่ “เร็วแต่แกว่ง” หรือ “นิ่งแต่ช้าและไม่แม่น” ทางออกคือเพิ่มขั้วและศูนย์อย่างมีชั้นเชิงเพื่อดัดรูปทรงของรูทโลคัสและโบด Lead แก้ปัญหาช่วงความถี่กลาง (ความเร็ว เสถียรภาพ) Lag แก้ปัญหาความถี่ต่ำ (ความแม่นยำ) หน้านี้ออกแบบทั้งสองแบบทีละขั้นด้วยทั้งโบดและรูทโลคัส ตรวจทุกคำตอบด้วยการจำลอง และจบที่วงจรออปแอมป์ที่สร้างได้จริง สูตรใช้รหัส C

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • Lead: Ts+1αTs+1, α<1\dfrac{Ts + 1}{\alpha Ts + 1},\ \alpha \lt 1 เฟสสูงสุด sin⁡ϕm=1−α1+α\sin\phi_m = \frac{1 - \alpha}{1 + \alpha} ที่ ωm=1Tα\omega_m = \frac{1}{T\sqrt\alpha} วางให้ ωm\omega_m = ครอสโอเวอร์ใหม่
  • Lag: Ts+1βTs+1, β>1\dfrac{Ts + 1}{\beta Ts + 1},\ \beta \gt 1 วางศูนย์ต่ำกว่าครอสโอเวอร์ 1 เดคาด เพิ่มเกนความถี่ต่ำ β\beta เท่า
  • รูทโลคัส: lead ชดเชย “มุมที่ขาด” ให้โลคัสผ่านจุดที่ต้องการ · lag คู่ขั้ว-ศูนย์ใกล้ 0 เพิ่ม KvK_v โดยไม่ย้ายโลคัส
  • Lead ≈ PD + ฟิลเตอร์ · Lag ≈ PI · Lag-lead ≈ PID
ระดับพื้นฐาน แนวคิดกลาง ออกแบบขั้นสูง งานจริง

ตัวชดเชยเฟสนำ (Lead) พื้นฐาน

ศูนย์อยู่ใกล้จุดกำเนิดกว่าขั้ว ช่วงระหว่างศูนย์กับขั้ว เฟสเป็นบวก (“นำ”) และเกนค่อย ๆ เพิ่มขึ้น 1/α1/\alpha เท่า ใช้เฟสบวกนี้เติมเฟสมาร์จินตรงครอสโอเวอร์

C1 Lead compensator ตัวชดเชยเฟสนำ

Gc(s)=KcTs+1αTs+1=Kcα s+1/Ts+1/(αT),0<α<1G_c(s) = K_c\frac{Ts + 1}{\alpha Ts + 1} = K_c\alpha\,\frac{s + 1/T}{s + 1/(\alpha T)}, \qquad 0 \lt \alpha \lt 1

ศูนย์ที่ −1/T-1/T ขั้วที่ −1/(αT)-1/(\alpha T) (ไกลกว่า 1/α1/\alpha เท่า) · รูปแบบนี้ไม่เปลี่ยนเกน DC (Gc(0)=KcG_c(0) = K_c) ทำให้ใช้ KcK_c ตั้งความผิดพลาดอยู่ตัวแยกจากเรื่องเฟสได้

C2 Maximum phase lead เฟสนำสูงสุดและตำแหน่ง

sin⁡ϕm=1−α1+α  ⟺  α=1−sin⁡ϕm1+sin⁡ϕm,ωm=1Tα,∣jωmT+1jωmαT+1∣=1α\sin\phi_m = \frac{1 - \alpha}{1 + \alpha} \iff \alpha = \frac{1 - \sin\phi_m}{1 + \sin\phi_m}, \qquad \omega_m = \frac{1}{T\sqrt\alpha}, \qquad \left|\frac{j\omega_mT + 1}{j\omega_m\alpha T + 1}\right| = \frac{1}{\sqrt\alpha}

ωm\omega_m คือค่าเฉลี่ยเรขาคณิตของศูนย์และขั้ว (กึ่งกลางบนแกน log) · เกนที่ ωm\omega_m เพิ่ม 10log⁡(1/α)10\log(1/\alpha) dB · ตาราง: ϕm\phi_m = 30° → α = 0.333 · 40° → 0.217 · 50° → 0.132 · 60° → 0.072

ออกแบบ Lead ด้วยโบด ทีละขั้น กลาง

C3 Lead design procedure (Bode) ขั้นตอนออกแบบ lead ด้วยโบด

  1. เลือก KcK_c ให้ได้ KvK_v (หรือ Kp,KaK_p, K_a) ตามสเปก วาดโบดของ KcGK_cG หา PM เดิม
  2. เฟสที่ต้องเติม ϕm=PMต้องการ−PMเดิม+(5∘ ถึง 12∘)\phi_m = \text{PM}_{\text{ต้องการ}} - \text{PM}_{\text{เดิม}} + (5^\circ\text{ ถึง }12^\circ) หา α จาก C2
  3. ครอสโอเวอร์ใหม่ ωm\omega_m คือความถี่ที่ ∣KcG(jω)∣=−10log⁡(1/α)|K_cG(j\omega)| = -10\log(1/\alpha) dB (lead จะยกขึ้นมาเป็น 0 dB พอดี)
  4. T=1ωmαT = \dfrac{1}{\omega_m\sqrt\alpha} · ศูนย์ 1/T1/T ขั้ว 1/(αT)1/(\alpha T)
  5. ตรวจ PM, GM และผลตอบสนองจริง ถ้าไม่ถึงให้เพิ่มค่าเผื่อแล้วทำซ้ำ
ตัวอย่าง C-1 · Lead ด้วยโบด

พลานต์ G(s)=4s(s+2)G(s) = \dfrac{4}{s(s+2)} ต้องการ Kv=20 s−1K_v = 20\ \text{s}^{-1} และ PM ≥ 50°

  1. Kv=lim⁡s→0sKcG(s)=4Kc2=20⇒Kc=10K_v = \lim_{s\to0} sK_cG(s) = \dfrac{4K_c}{2} = 20 \Rightarrow K_c = 10 ได้ KcG=40s(s+2)K_cG = \dfrac{40}{s(s+2)}

  2. PM เดิม: ωgc=6.17\omega_{gc} = 6.17, PM = 18.0° น้อยเกินไป (step แกว่ง overshoot 60%)

  3. เฟสที่ต้องเติม: 50∘−18∘+6∘=38∘50^\circ - 18^\circ + 6^\circ = 38^\circ C2

    α=1−sin⁡38∘1+sin⁡38∘=0.3841.616=0.2375(lead เพิ่มเกน 10log⁡10.2375=6.24 dB)\alpha = \frac{1 - \sin38^\circ}{1 + \sin38^\circ} = \frac{0.384}{1.616} = 0.2375 \quad (\text{lead เพิ่มเกน } 10\log\tfrac{1}{0.2375} = 6.24 \text{ dB})
  4. หาความถี่ที่ ∣KcG∣=−6.24|K_cG| = -6.24 dB: 40ωω2+4=0.488⇒ωm=8.95\dfrac{40}{\omega\sqrt{\omega^2 + 4}} = 0.488 \Rightarrow \omega_m = 8.95 rad/s

  5. T=18.950.2375=0.229T = \dfrac{1}{8.95\sqrt{0.2375}} = 0.229 · ศูนย์ −4.36-4.36 ขั้ว −18.4-18.4

    Gc(s)=10 0.229s+10.0545s+1=42.1 s+4.36s+18.4G_c(s) = 10\,\frac{0.229s + 1}{0.0545s + 1} = \hlC{42.1\,\frac{s + 4.36}{s + 18.4}}

PM = 50.6° ที่ ωgc=8.95\omega_{gc} = 8.95 rad/s, GM = ∞ · overshoot ลดจาก 60% เหลือ 21.5% และ tst_s จาก 3.69 s เหลือ 0.62 s (เร็วขึ้น 6 เท่า) โดย Kv=20K_v = 20 ตามสเปก

ตรวจด้วย python-control ทุกค่า ✓ · ครอสโอเวอร์ขยับจาก 6.17 ไป 8.95 rad/s คือเหตุผลที่ต้องเผื่อเฟส · ลองใส่ L=42.1(s+4.36)/(s(s+2)(s+18.4))L = 42.1(s+4.36)/(s(s+2)(s+18.4)) ในแล็บท้ายหน้า

ตัวชดเชยเฟสล้าหลัง (Lag) พื้นฐาน

ขั้วอยู่ใกล้จุดกำเนิดกว่าศูนย์ ไม่ได้ใช้เฟส (ซึ่งเป็นลบ) แต่ใช้เกนที่ลดลง β\beta เท่าที่ความถี่สูง หรือมองกลับกัน: เพิ่มเกน DC β\beta เท่าโดยไม่ไปแตะช่วงครอสโอเวอร์ ความผิดพลาดอยู่ตัวจึงลดลง β\beta เท่า

C4 Lag compensator ตัวชดเชยเฟสล้าหลัง

Gc(s)=KcTs+1βTs+1=Kcβ⋅s+1/Ts+1/(βT),β>1G_c(s) = K_c\frac{Ts + 1}{\beta Ts + 1} = \frac{K_c}{\beta}\cdot\frac{s + 1/T}{s + 1/(\beta T)}, \qquad \beta \gt 1

ที่ความถี่สูง เกนลดลง β\beta เท่า (−20log⁡β-20\log\beta dB) · วางศูนย์ 1/T≈ωgc/101/T \approx \omega_{gc}/10 เพื่อให้เฟสล้าหลังที่ครอสโอเวอร์เหลือแค่ประมาณ 5°

C5 Lag design procedure (Bode) ขั้นตอนออกแบบ lag ด้วยโบด

  1. เลือก KcK_c ให้ได้ค่าคงตัวความผิดพลาดตามสเปก
  2. หาความถี่ ωgc′\omega_{gc}' ที่เฟสของ KcGK_cG เท่ากับ −180∘+PMต้องการ+(5∘ ถึง 12∘)-180^\circ + \text{PM}_{\text{ต้องการ}} + (5^\circ\text{ ถึง }12^\circ)
  3. β=∣KcG(jωgc′)∣\beta = |K_cG(j\omega_{gc}')| (ลดให้เหลือ 0 dB ที่ความถี่นั้น)
  4. ศูนย์ 1/T=ωgc′/101/T = \omega_{gc}'/10 · ขั้ว 1/(βT)1/(\beta T)

ออกแบบ Lag ด้วยโบด กลาง

ตัวอย่าง C-2 · Lag ด้วยโบด

พลานต์ G(s)=1s(s+1)(0.5s+1)G(s) = \dfrac{1}{s(s+1)(0.5s+1)} ต้องการ Kv=5 s−1K_v = 5\ \text{s}^{-1}, PM ≥ 40°, GM ≥ 10 dB

  1. Kv=Kc=5K_v = K_c = 5 · ปิดวงด้วยเกนนี้: GM = −4.4 dB, PM = −13° ไม่เสถียร (lead ไม่ช่วย เพราะเฟสลงเร็วมาก ต้องใช้ lag)

  2. ต้องการเฟส −180∘+40∘+12∘=−128∘-180^\circ + 40^\circ + 12^\circ = -128^\circ: −90∘−tan⁡−1ω−tan⁡−10.5ω=−128∘⇒ωgc′=0.465-90^\circ - \tan^{-1}\omega - \tan^{-1}0.5\omega = -128^\circ \Rightarrow \omega_{gc}' = 0.465 rad/s

  3. ∣KcG(j0.465)∣=9.5|K_cG(j0.465)| = 9.5 (19.6 dB) ได้ β≈10\beta \approx 10 C5

  4. ศูนย์ ≈0.465/10≈0.05\approx 0.465/10 \approx 0.05 · ขั้ว 0.05/10=0.0050.05/10 = 0.005

    Gc(s)=5 20s+1200s+1=0.5 s+0.05s+0.005G_c(s) = 5\,\frac{20s + 1}{200s + 1} = \hlC{0.5\,\frac{s + 0.05}{s + 0.005}}

PM = 47.5° ที่ ωgc=0.448\omega_{gc} = 0.448, GM = 15.0 dB และ Kv=5K_v = 5 ตามสเปก · แลกกับความเร็ว: ครอสโอเวอร์ลดจาก 1.8 เหลือ 0.45 rad/s

python-control: PM 47.5°, GM 14.96 dB ✓ · เลือกปัดศูนย์เป็นเลขกลม ๆ ได้ ผลเปลี่ยนเล็กน้อย ถ้าใช้ศูนย์ 0.1 ขั้ว 0.01 PM เหลือ 41.6° (ยังผ่าน แต่หมิ่นเหม่)

ออกแบบ Lead ด้วยรูทโลคัส: ชดเชยมุมที่ขาด กลาง

ถ้าสเปกให้มาเป็น ζ\zeta และ ωn\omega_n (หรือ MpM_p และ tst_s) จะได้จุดที่ต้องการ sds_d บนระนาบ ss ทันที ถ้ารูทโลคัสเดิมไม่ผ่าน sds_d แปลว่าเงื่อนไขมุมไม่ครบ 180° lead ต้องเติมมุมส่วนที่ขาด

C6 Angle deficiency มุมที่ตัวชดเชยต้องเติม

ϕc=−180∘−∠G(sd),∠(sd+zc)−∠(sd+pc)=ϕc,K=1∣Gc(sd)G(sd)∣\phi_c = -180^\circ - \angle G(s_d), \qquad \angle(s_d + z_c) - \angle(s_d + p_c) = \phi_c, \qquad K = \frac{1}{|G_c(s_d)G(s_d)|}

มีศูนย์-ขั้วหลายคู่ที่ให้ ϕc\phi_c เท่ากัน วิธีที่นิยม: (1) วางศูนย์ใต้ sds_d หรือหักล้างขั้วพลานต์ที่สองแล้วหาขั้ว (2) วิธีเส้นแบ่งครึ่งมุม (bisector) ของ Ogata ซึ่งให้ α\alpha ใหญ่ที่สุด

ตัวอย่าง C-3 · Lead ด้วยรูทโลคัส

พลานต์ G(s)=1s(s+2)G(s) = \dfrac{1}{s(s+2)} ต้องการขั้ววงปิดที่ ζ=0.5, ωn=4\zeta = 0.5,\ \omega_n = 4 rad/s

  1. sd=−ζωn±jωn1−ζ2=−2±j3.464s_d = -\zeta\omega_n \pm j\omega_n\sqrt{1 - \zeta^2} = -2 \pm j3.464 · โลคัสเดิมเป็นเส้นดิ่ง σ=−1\sigma = -1 ไม่ผ่าน

  2. มุมของพลานต์ที่ sds_d: จาก 0 คือ 120∘120^\circ จาก −2 คือ 90∘90^\circ ได้ ∠G=−210∘\angle G = -210^\circ มุมที่ขาด ϕc=−180∘+210∘=30∘\phi_c = -180^\circ + 210^\circ = 30^\circ C6

  3. วางศูนย์หักล้างขั้ว −2 ของพลานต์ แล้วหาขั้ว pcp_c ให้มุมรวมถูก: ต้องการ −120∘−θp=−180∘⇒θp=60∘-120^\circ - \theta_p = -180^\circ \Rightarrow \theta_p = 60^\circ

    pc=−2−3.464tan⁡60∘=−4p_c = -2 - \frac{3.464}{\tan60^\circ} = -4
  4. เกนจากเงื่อนไขขนาด: L=Ks(s+4)L = \dfrac{K}{s(s+4)} ที่ sds_d: K=∣sd∣∣sd+4∣=4×4=16K = |s_d||s_d + 4| = 4 \times 4 = 16

Gc(s)=16 s+2s+4G_c(s) = \hlC{16\,\dfrac{s + 2}{s + 4}} วงปิด s2+4s+16s^2 + 4s + 16 ได้ ζ=0.5, ωn=4\zeta = 0.5,\ \omega_n = 4 พอดี · overshoot 16.3%, ts=2.0t_s = 2.0 s · Kv=16/4=4K_v = 16/4 = 4

python-control: ขั้ววงปิด −2±j3.464-2 \pm j3.464 ✓ · การหักล้างขั้วใช้ได้เพราะขั้ว −2 เสถียร และแม้ค่าจริงจะคลาดเล็กน้อย คู่ขั้ว-ศูนย์ที่เหลือจะอยู่ใกล้กันจนแทบไม่มีผล

ตัวอย่าง C-4 · เติม Lag ให้แม่นขึ้น 5 เท่า

จากผลของ C-3 (Kv=4K_v = 4) ต้องการ Kv=20K_v = 20 โดยขั้วเด่นแทบไม่เปลี่ยน

  1. ต้องเพิ่ม KvK_v 5 เท่า: β=5\beta = 5 C4

  2. วางคู่ศูนย์-ขั้วใกล้จุดกำเนิดมาก ๆ เทียบกับ ∣sd∣=4|s_d| = 4: ศูนย์ −0.1 ขั้ว −0.02 (มุมที่เสียที่ sds_d ไม่ถึง 1.2°)

    L(s)=16s(s+4)⋅s+0.1s+0.02,Kv=164⋅0.10.02=20L(s) = \frac{16}{s(s+4)}\cdot\frac{s + 0.1}{s + 0.02}, \qquad K_v = \frac{16}{4}\cdot\frac{0.1}{0.02} = 20

ขั้ววงปิด −1.96±j3.44-1.96 \pm j3.44 (แทบไม่ขยับ) และขั้วช้า −0.102-0.102 ที่เกือบหักล้างกับศูนย์ −0.1-0.1 · ความผิดพลาดต่อแรมป์ลดจาก 0.25 เหลือ 0.05

จำลอง: overshoot 18.9% (จาก 16.3%) และ tst_s (2%) 2.86 s เพราะหางช้าจากขั้ว −0.102 คือราคาของ lag ที่ต้องรู้

Lag-Lead และความสัมพันธ์กับ PID กลาง

C7 Lag-lead and PID lag-lead กับ PID

Gc(s)=KcT1s+1βT1s+1⏟lag T2s+1αT2s+1⏟lead,β→∞, α→0:  PID แบบอนุกรมG_c(s) = K_c\underbrace{\frac{T_1s + 1}{\beta T_1s + 1}}_{\text{lag}}\ \underbrace{\frac{T_2s + 1}{\alpha T_2s + 1}}_{\text{lead}}, \qquad \beta \to \infty,\ \alpha \to 0:\ \ \text{PID แบบอนุกรม}

ออกแบบทีละส่วน: lead ก่อนเพื่อเฟสมาร์จินและความเร็ว แล้ว lag เพื่อความแม่นยำ · lag ที่ขั้วอยู่ที่ 0 พอดีคือ PI · lead ที่ขั้วอยู่อนันต์คือ PD · ใช้ใน Type III compensator ของพาวเวอร์ซัพพลาย

LeadLagLag-lead / PID
แก้ปัญหาovershoot มาก ช้า PM น้อยความผิดพลาดอยู่ตัวทั้งสองอย่าง
บนโบดเติมเฟสที่ครอสโอเวอร์ ครอสโอเวอร์สูงขึ้นลดเกนความถี่สูง ครอสโอเวอร์ต่ำลงรวมกัน
บนรูทโลคัสดึงโลคัสไปทางซ้ายโลคัสเดิมแทบไม่เปลี่ยนดึงไปซ้าย + แม่นขึ้น
แบนด์วิดท์กว้างขึ้น (ไวต่อสัญญาณรบกวน)แคบลงปรับได้
เทียบเท่าPD + ฟิลเตอร์PI (โดยประมาณ)PID + ฟิลเตอร์

สร้างจริง: วงจร RC และออปแอมป์ กลาง

C8 Op-amp lead/lag วงจรออปแอมป์ตัวเดียว (Zi=R1∥C1Z_i = R_1 \parallel C_1, Zf=R2∥C2Z_f = R_2 \parallel C_2)

VoVi=−R2R1⋅R1C1s+1R2C2s+1{R1C1>R2C2leadR1C1<R2C2lag\frac{V_o}{V_i} = -\frac{R_2}{R_1}\cdot\frac{R_1C_1s + 1}{R_2C_2s + 1} \qquad \begin{cases} R_1C_1 \gt R_2C_2 & \text{lead} \\ R_1C_1 \lt R_2C_2 & \text{lag} \end{cases}

T=R1C1T = R_1C_1, αT\alpha T (หรือ βT\beta T) =R2C2= R_2C_2 · เกน DC =R2/R1= R_2/R_1 · ต่อออปแอมป์อินเวอร์เตอร์อีกตัวเพื่อกลับเครื่องหมายและปรับเกน · ทดลองในแล็บออปแอมป์

C9 Passive RC lead network วงจร RC แบบพาสซีฟ

VoVi=α R1Cs+1αR1Cs+1,α=R2R1+R2\frac{V_o}{V_i} = \alpha\,\frac{R_1Cs + 1}{\alpha R_1Cs + 1}, \qquad \alpha = \frac{R_2}{R_1 + R_2}

R1∥CR_1 \parallel C อนุกรม แล้ว R2R_2 ลงกราวด์ · ลดทอน α\alpha เท่า ต้องชดเชยด้วยแอมป์ · ต้องการโหลดอิมพีแดนซ์สูงตามหลัง

ตัวอย่าง C-5 · ทำ C-3 ด้วยออปแอมป์

สร้าง Gc(s)=16s+2s+4=80.5s+10.25s+1G_c(s) = 16\dfrac{s + 2}{s + 4} = 8\dfrac{0.5s + 1}{0.25s + 1} โดยใช้ C1=C2=10 μFC_1 = C_2 = 10\ \mu\text{F}

  1. R1C1=0.5⇒R1=50 kΩR_1C_1 = 0.5 \Rightarrow R_1 = 50\ \text{k}\Omega · R2C2=0.25⇒R2=25 kΩR_2C_2 = 0.25 \Rightarrow R_2 = 25\ \text{k}\Omega C8

  2. เกน DC ของวงจร R2/R1=0.5R_2/R_1 = 0.5 ต้องการ 8 ใช้อินเวอร์เตอร์เกน −16-16 (เช่น Rf=160 kΩ, Ri=10 kΩR_f = 160\ \text{k}\Omega,\ R_i = 10\ \text{k}\Omega)

ออปแอมป์ตัวแรก R1=50R_1 = 50 k, C1=10C_1 = 10 µF, R2=25R_2 = 25 k, C2=10C_2 = 10 µF ตามด้วยอินเวอร์เตอร์เกน 16 ได้ +16s+2s+4+16\dfrac{s+2}{s+4}

แล็บ: ก่อนและหลังชดเชย

เลือกรายการ “ก่อน” และ “หลัง” ของแต่ละตัวอย่างเทียบกัน ดู PM GM และผลตอบสนองขั้นบันไดเปลี่ยน ในมุมมองรูทโลคัสจะเห็น lead ดึงโลคัสไปทางซ้าย ส่วน lag แทบไม่เปลี่ยนรูป

กำลังโหลดแล็บ (ต้องเปิด JavaScript)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • วาง ωm\omega_m ไว้ที่ครอสโอเวอร์เดิม → lead ยกเกนทำให้ครอสโอเวอร์ย้าย ต้องวางที่ครอสโอเวอร์ใหม่ (ขั้น 3 ของ C3)
  • ลืมเฟสเผื่อ → ได้ PM ต่ำกว่าสเปกเล็กน้อยเสมอ
  • ใช้ lead กับระบบที่เฟสลงเร็วมาก → เติมเฟสไม่ทัน (ตัวอย่าง C-2) ใช้ lag หรือ lag-lead
  • วาง lag ใกล้ครอสโอเวอร์เกินไป → กินเฟสมาร์จิน วางศูนย์ต่ำกว่าอย่างน้อย 1 เดคาด
  • สับสนเกนสองรูปแบบ → KcTs+1αTs+1=Kcα s+1/Ts+1/(αT)K_c\frac{Ts+1}{\alpha Ts+1} = K_c\alpha\,\frac{s + 1/T}{s + 1/(\alpha T)} เกนหน้าวงเล็บต่างกัน α\alpha เท่า ตรวจด้วยเกน DC ทุกครั้ง

ต่อยอดไปหน้าถัดไป

ตัวชดเชยที่นิยมที่สุดในอุตสาหกรรมคือPID ซึ่งก็คือ lag-lead ในอีกรูปหนึ่ง และเมื่อเข้าใจหน้านี้ ตัวชดเชย Type II และ Type III ของพาวเวอร์ซัพพลายก็คือ lead/lag ที่ใส่อินทิเกรเตอร์เพิ่ม ออกแบบด้วยขั้นตอนเดียวกันทุกประการ

คำถามที่พบบ่อย

Lead กับ Lag ต่างกันอย่างไรสั้น ๆ?

Lead (ศูนย์อยู่ก่อนขั้ว) เพิ่มเฟสบวกใกล้ความถี่ครอสโอเวอร์ ทำให้เฟสมาร์จินดีขึ้นและตอบสนองเร็วขึ้น เหมาะกับการแก้ overshoot และความเร็ว Lag (ขั้วอยู่ก่อนศูนย์ ใกล้จุดกำเนิด) เพิ่มเกนความถี่ต่ำ ทำให้ความผิดพลาดอยู่ตัวลดลงโดยแทบไม่แตะช่วงครอสโอเวอร์ เหมาะกับการแก้ความแม่นยำ

ทำไมออกแบบ lead ต้องบวกเฟสเผื่อ 5–12°?

เพราะ lead เพิ่มเกนที่ความถี่สูงด้วย ทำให้ความถี่ครอสโอเวอร์ขยับไปทางขวา ซึ่งเฟสของพลานต์ที่ตำแหน่งใหม่ต่ำกว่าเดิม จึงต้องเผื่อเฟสไว้ชดเชยส่วนที่หายไปนี้ ถ้าคำนวณแล้ว PM ยังไม่ถึง ให้เพิ่มค่าเผื่อแล้วทำซ้ำ

Lead เพิ่มเฟสได้มากสุดเท่าไร?

ในทางทฤษฎีเกือบ 90° เมื่อ α เข้าใกล้ 0 แต่ในทางปฏิบัตินิยมไม่เกิน 60–65° ต่อหนึ่งตัว (α ≥ 0.07) เพราะ α เล็กมากทำให้เกนความถี่สูงเพิ่ม 1/α เท่า ขยายสัญญาณรบกวน ถ้าต้องการเฟสมากกว่านั้นใช้ lead สองตัวต่ออนุกรม

Lag ทำให้ระบบช้าลงไหม?

ช่วงต้นแทบไม่ แต่คู่ขั้ว-ศูนย์ใกล้จุดกำเนิดสร้างขั้ววงปิดช้าที่เกือบถูกหักล้างด้วยศูนย์ ทำให้ผลตอบสนองมีหางยาวค่อย ๆ เข้าที่ (slow tail) ยิ่งวางคู่นี้ใกล้จุดกำเนิดมาก หางยิ่งยาวแต่เล็กลง เป็นการแลกเปลี่ยนที่ต้องพิจารณา

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์