- หน้าแรก
- คลังความรู้
- ลำดับและอนุกรม
- ลำดับ
// บทที่ 26.1 · ลำดับและอนุกรม · Sequences
ลำดับ (Sequences): เลขคณิต เรขาคณิต เวียนเกิด ลิมิตของลำดับ และทฤษฎีบทการลู่เข้า
ลำดับคือจำนวนที่เรียงเป็นแถวตามกฎ เช่น ยอดเงินฝากทุกสิ้นปี แรงดันของตัวเก็บประจุทุกตัวอย่างสัญญาณ หรือค่าประมาณที่ได้จากวิธีของนิวตันทีละรอบ คำถามสำคัญที่สุดคือ “เมื่อ n ใหญ่มาก ๆ ลำดับเข้าใกล้ค่าใดหรือไม่” หน้านี้ปูพื้นตั้งแต่สูตรลำดับระดับมัธยมปลาย จนถึงนิยาม ε–N และทฤษฎีบทที่ใช้พิสูจน์การลู่เข้า ซึ่งเป็นฐานของอนุกรมทุกชนิดในบทนี้
สรุปใน 30 วินาที
- เลขคณิต an=a1+(n−1)d · เรขาคณิต an=a1rn−1 · ฮาร์มอนิก: ส่วนกลับเป็นเลขคณิต
- an→L หมายถึง ทุก ε>0 มี N ที่ n>N⇒∣an−L∣<ε
- ลำดับโตเร็วเรียงจากช้าไปเร็ว: lnn≪np≪an≪n!≪nn · (1+nx)n→ex
- ทางเดียว + มีขอบเขต ⇒ ลู่เข้า · มีลำดับย่อยสองชุดลู่เข้าคนละค่า ⇒ ลู่ออก
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · เตรียมสอบเข้ากลาง แคลคูลัส 1-2ขั้นสูง พิสูจน์ · คณิตวิเคราะห์
ลำดับคืออะไร: สูตรพจน์ทั่วไปและแบบเวียนเกิด พื้นฐาน
ลำดับ (sequence) คือฟังก์ชันที่มีโดเมนเป็นจำนวนนับ เขียนค่าที่ตำแหน่ง n ว่า an เรียกว่าพจน์ที่ n (n-th term) ลำดับกำหนดได้สองแบบ: เขียนสูตรตรง ๆ ของ an เป็นฟังก์ชันของ n หรือบอกพจน์แรกแล้วบอกวิธีสร้างพจน์ถัดไปจากพจน์ก่อนหน้า (เวียนเกิด) ทั้งสองแบบพบบ่อยในงานวิศวกรรม: สูตรตรงคำนวณพจน์ไกล ๆ ได้ทันที ส่วนแบบเวียนเกิดคือสิ่งที่คอมพิวเตอร์และตัวกรองดิจิทัลทำจริง
Q1 Sequence ลำดับ
a:N→R,n↦an(an)n=1∞=a1, a2, a3, …
ลำดับจำกัด (finite) มีพจน์สุดท้าย ลำดับอนันต์ (infinite) ไม่มี · ดัชนีเริ่มที่ 0 หรือ 1 ก็ได้ ต้องอ่านโจทย์ให้ดี
Q2 Explicit vs recursive สูตรตรงกับเวียนเกิด
an=f(n)หรือa1 กำหนด, an+1=g(an)
ตัวอย่าง: an=2n กับ a1=2, an+1=2an คือลำดับเดียวกัน
Q3 Bounded & monotone มีขอบเขต · ทางเดียว
∣an∣≤M ∀nan+1≥an (เพิ่ม)an+1≤an (ลด)
ตรวจความเป็นทางเดียวด้วย an+1−an, an+1/an (พจน์บวก) หรือ f′(x) ของ f(n)=an
ตัวอย่าง Q-1 · หาสูตรพจน์ทั่วไปเขียนสูตร an ของ (ก) 21,32,43,… (ข) 1,−41,91,−161,… (ค) 2,6,12,20,30,…
(ก) ตัวเศษเป็น 1, 2, 3, … และตัวส่วนมากกว่าตัวเศษ 1 ⇒ an=n+1n
(ข) ตัวส่วนเป็นกำลังสอง n2 เครื่องหมายสลับเริ่มบวก ⇒ an=n2(−1)n+1
(ค) ผลต่าง 4, 6, 8, 10 เพิ่มทีละ 2 (ผลต่างอันดับสองคงที่ ⇒ พหุนามดีกรีสอง) ลองแยก 2=1⋅2, 6=2⋅3, 12=3⋅4 ⇒ an=n(n+1)
(ก) n+1n · (ข) n2(−1)n+1 · (ค) n(n+1) — ตรวจโดยแทน n = 1, 2, 3 ทุกครั้ง
ลำดับเลขคณิต เรขาคณิต และฮาร์มอนิก พื้นฐาน
สองลำดับนี้คือแกนของข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเรื่องลำดับ ลำดับเลขคณิต (arithmetic) เพิ่มด้วย “การบวกค่าคงที่” เหมือนเงินเดือนที่ขึ้นปีละเท่ากัน ลำดับเรขาคณิต (geometric) เพิ่มด้วย “การคูณค่าคงที่” เหมือนดอกเบี้ยทบต้นหรือแรงดันที่ลดลงในแต่ละช่วงเวลาคงที่ของวงจร RC
Q4 Arithmetic sequence ลำดับเลขคณิต
an=a1+(n−1)d,d=an+1−an,an=am+(n−m)d
a,b,c เป็นเลขคณิต ⇔ 2b=a+c (b คือค่าเฉลี่ยเลขคณิต)
Q5 Geometric sequence ลำดับเรขาคณิต
an=a1rn−1,r=anan+1,an=amrn−m
a,b,c (บวก) เป็นเรขาคณิต ⇔ b2=ac · rn→0 เมื่อ ∣r∣<1
Q6 Harmonic sequence ลำดับฮาร์มอนิก
a11,a21,a31,… เป็นเลขคณิต⇒an=a11+(n−1)d1
เช่น 1,21,31,… · b เป็นค่าเฉลี่ยฮาร์มอนิกของ a,c ⇔ b=a+c2ac
Q7 AM ≥ GM ≥ HM อสมการค่าเฉลี่ย
2a+b ≥ ab ≥ a+b2ab(a,b>0)
เท่ากันเมื่อ a=b · ใช้ในโจทย์ค่าสูงสุด-ต่ำสุดระดับ ม.ปลาย บ่อยมาก
ตัวอย่าง Q-2 · เลขคณิตลำดับเลขคณิตมี a4=11 และ a10=29 จงหา a1, d และ a20
ใช้ a10=a4+6d: 29=11+6d⇒d=3
a4=a1+3d⇒11=a1+9⇒a1=2
a20=a1+19d=2+57=59
a1=2, d=3, a20=59 (เทคนิค: ไม่ต้องแก้ระบบสมการ ใช้ an=am+(n−m)d ตรง ๆ)
ตัวอย่าง Q-3 · เรขาคณิต (แนวข้อสอบเข้า)
สามจำนวนเรียงเป็นลำดับเรขาคณิต ผลบวกเท่ากับ 26 และผลคูณเท่ากับ 216 จงหาสามจำนวนนั้น
เขียนสามจำนวนเป็น rb, b, br (สมมาตรรอบพจน์กลาง) ผลคูณ =b3=216⇒b=6
ผลบวก: r6+6+6r=26⇒6r2−20r+6=0⇒3r2−10r+3=0
(3r−1)(r−3)=0⇒r=3 หรือ r=31
สามจำนวนคือ 2, 6, 18 (หรือเรียงกลับ 18, 6, 2) — ตรวจ: 2 + 6 + 18 = 26 และ 2 · 6 · 18 = 216
แนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยโจทย์ “สามจำนวนเป็นลำดับเลขคณิต/เรขาคณิต” ให้เขียนเป็น
a−d, a, a+d หรือ
rb, b, br เสมอ ผลบวกหรือผลคูณจะตัดตัวแปรไปหนึ่งตัวทันที ประหยัดเวลาได้มาก
แล็บลำดับ: พจน์ ลิมิต แถบ ε และใยแมงมุม พื้นฐาน
พิมพ์สูตรพจน์ทั่วไป หรือสลับเป็นความสัมพันธ์เวียนเกิด แล้วเลื่อนค่า ε ดูว่า N ต้องใหญ่แค่ไหนจึงทำให้ทุกพจน์หลังจากนั้นอยู่ในแถบรอบลิมิต มุมมองใยแมงมุมแสดงลำดับเวียนเกิดเป็นบันไดระหว่างกราฟ y=g(x) กับเส้น y=x
ความสัมพันธ์เวียนเกิดและสมการลักษณะเฉพาะ กลาง
ความสัมพันธ์เวียนเกิดเชิงเส้น (linear recurrence) เป็น “สมการเชิงอนุพันธ์ของโลกดิจิทัล” วิธีแก้มีโครงเดียวกับสมการเชิงอนุพันธ์: หาคำตอบเฉพาะ (จุดตรึง) แล้วบวกคำตอบเอกพันธ์ที่เป็นเลขยกกำลัง ทักษะนี้ใช้ต่อในตัวกรองดิจิทัล การแปลง Z และระบบควบคุมแบบดิจิทัล
Q8 First-order linear recurrence เวียนเกิดเชิงเส้นอันดับหนึ่ง
an+1=ran+c (r=1) ⇒ an=L+(a1−L)rn−1,L=1−rc
L คือจุดตรึง (L=rL+c) · ลู่เข้าสู่ L ⇔ ∣r∣<1 (หรือ a1=L)
Q9 Second-order: characteristic equation สมการลักษณะเฉพาะ
an+2=pan+1+qan:t2=pt+q ⇒ an={At1n+Bt2n(A+Bn)tnt1=t2รากซ้ำ
รากเชิงซ้อน ρe±jθ ให้ ρn(Acosnθ+Bsinnθ) — ลำดับแกว่ง ลู่เข้า 0 เมื่อ ρ<1
Q10 Fibonacci & Binet's formula ฟีโบนัชชีและสูตรบิเนต์
Fn+2=Fn+1+Fn, F0=0, F1=1 ⇒ Fn=5φn−ψn,φ,ψ=21±5
Fn+1/Fn→φ≈1.618 ซึ่งเป็นค่าเดียวกับความต้านทานของบันไดตัวต้านทานอนันต์ (หน่วย R)
ตัวอย่าง Q-4 · อันดับหนึ่งa1=1, an+1=3an+2 จงหาสูตรพจน์ทั่วไป และบอกว่าลู่เข้าหรือไม่
จุดตรึง: L=3L+2⇒L=−1
ตั้ง bn=an−L=an+1 จะได้ bn+1=3bn เป็นเรขาคณิต b1=2 ⇒ bn=2⋅3n−1
an=−1+2⋅3n−1 · ตรวจ: a2=5, a3=17, a4=53 ตรงกับการคำนวณทีละขั้น
∣r∣=3>1 ⇒ an→∞ ลู่ออก (จุดตรึง −1 เป็นจุดตรึงไม่เสถียร)
an=2⋅3n−1−1 ลู่ออก
ตัวอย่าง Q-5 · อันดับสองa0=2, a1=5, an+2=5an+1−6an จงหา an
สมการลักษณะเฉพาะ t2=5t−6⇒t2−5t+6=0⇒t=2,3
an=A2n+B3n · n=0:A+B=2 · n=1:2A+3B=5 ⇒ B=1, A=1
ตรวจ a2=5⋅5−6⋅2=13=4+9 ✓
an=2n+3n
ในงานไฟฟ้า สมการ y[n]=0.8y[n−1]+0.2x[n] ของตัวกรองดิจิทัลอันดับหนึ่งคือ Q8 พอดี โดยมี r=0.8 ค่าตอบสนองต่อขั้นบันไดจึงเข้าสู่ 1 แบบเรขาคณิต ดูการคำนวณเต็มในอนุกรมในงานวิศวกรรม
ลิมิตของลำดับ: ลู่เข้าและลู่ออก กลาง
ลำดับลู่เข้า (converges) สู่ L ถ้าพจน์เข้าใกล้ L และ “อยู่ใกล้ตลอดไป” นิยามแบบ ε–N ทำให้คำว่าใกล้ชัดเจน: ไม่ว่าจะขอความแม่นยำ ε เล็กเพียงใด ต้องมีตำแหน่ง N ที่ทุกพจน์หลังจากนั้นห่างจาก L ไม่ถึง ε ถ้าไม่มี L แบบนี้ ลำดับลู่ออก (diverges) ซึ่งอาจโตไม่มีขอบเขตหรือแกว่ง
นิยาม ε–N: หลังตำแหน่ง N ทุกพจน์ต้องอยู่ในแถบ (L−ε, L+ε) ยิ่ง ε เล็ก N ยิ่งต้องใหญ่
Q11 Limit of a sequence (ε–N) ลิมิตของลำดับ
n→∞liman=L⟺∀ε>0 ∃N: n>N⇒∣an−L∣<ε
an→∞ หมายถึง ทุก M มี N ที่ n>N⇒an>M (ลู่ออกสู่อนันต์) · ลิมิตถ้ามีจะมีค่าเดียว
Q12 Limit laws สมบัติของลิมิต
lim(an±bn)=A±B,limanbn=AB,limbnan=BA (B=0)
ใช้ได้เมื่อ an→A และ bn→B เป็นจำนวนจริงทั้งคู่ · ∞−∞, 0⋅∞, ∞/∞ ต้องจัดรูปก่อน
Q13 Through a function ผ่านฟังก์ชัน f(x)
x→∞limf(x)=L, an=f(n) ⇒ n→∞liman=L;g ต่อเนื่อง⇒g(an)→g(L)
จึงใช้กฎของโลปิตาลกับ f(x) ได้ (ห้ามหาอนุพันธ์เทียบ n ตรง ๆ) · บทกลับไม่จริง: sin(πn)→0 แต่ sinπx ไม่มีลิมิต
Q14 Standard limits ลิมิตมาตรฐานที่ต้องจำ
rn→0 (∣r∣<1),nn→1,na→1 (a>0),(1+nx)n→ex,annk→0 (a>1),n!an→0,nnn!→0
ลำดับความเร็วการโต: lnn≪np≪an≪n!≪nn (p>0, a>1) ตัวที่โตเร็วกว่าชนะเสมอเมื่อ n ใหญ่พอ
ลำดับชั้นการโตของลำดับ (สเกล log): ln n โตช้าที่สุด n! และ nⁿ แซงทุกตัวในที่สุด — นี่คือเหตุผลที่ n100/1.01n→0 แม้ช่วงแรกตัวเศษจะใหญ่มหาศาล
ตัวอย่าง Q-6 · หาลิมิต(ก) lim5n2+12n2−3n (ข) lim(n2+n−n) (ค) lim(1−n3)2n
(ก) หารด้วยกำลังสูงสุด n2: 5+1/n22−3/n→52
(ข) รูป ∞−∞ คูณด้วยคอนจูเกต: n2+n+n(n2+n)−n2=n2+n+nn=1+1/n+11→21
(ค) (1−n3)2n=[(1+n−3)n]2→(e−3)2=e−6 ใช้ Q14 กับ x=−3
(ก) 52 · (ข) 21 · (ค) e−6≈0.00248
ตัวอย่าง Q-7 · พิสูจน์ด้วย ε–Nพิสูจน์ว่า limn+23n+1=3 และหา N เมื่อ ε=0.01
คำนวณระยะห่าง: n+23n+1−3=n+23n+1−3n−6=n+25
ต้องการ n+25<ε⟺n>ε5−2 จึงเลือก N=⌈ε5−2⌉ แล้วทุก n>N ใช้ได้
ε=0.01: n>500−2=498 ⇒ N=498 (พจน์ที่ 499 เป็นต้นไปอยู่ในแถบ)
ทุก ε มี N จึงลู่เข้าสู่ 3 ตามนิยาม · ε = 0.01 ใช้ N = 498
กับดักที่พบบ่อย(1+n1)n ไม่ได้เข้าใกล้
1∞=1 แต่เข้าใกล้
e≈2.718 — รูป
1∞ เป็นรูปไม่กำหนด ต้องใช้ Q14 หรือเขียนเป็น
enln(1+1/n) แล้วหาลิมิตของเลขชี้กำลัง
ทฤษฎีบทแซนด์วิชและลำดับสลับเครื่องหมาย กลาง
Q15 Squeeze theorem ทฤษฎีบทแซนด์วิช
bn≤an≤cn (n≥n0), bn,cn→L ⇒ an→L
ใช้กับพจน์ที่มี sin,cos,(−1)n หรือแฟกทอเรียลที่ประมาณยาก
Q16 |aₙ| → 0 ⇒ aₙ → 0 ค่าสัมบูรณ์เข้าใกล้ศูนย์
∣an∣→0⟺an→0(เฉพาะลิมิต 0)
(−1)n/n→0 แต่ (−1)n ลู่ออก · ∣an∣→L=0 ไม่ได้บอกว่า an ลู่เข้า
ตัวอย่าง Q-8 · แซนด์วิชหา (ก) limnsinn (ข) limnnn!
(ก) −n1≤nsinn≤n1 และทั้งสองข้าง → 0 ⇒ ลิมิตเป็น 0
(ข) nnn!=n1⋅n2⋯nn≤n1 (ทุกตัวประกอบหลังตัวแรก ≤ 1) และ nnn!>0 ⇒ ประกบระหว่าง 0 กับ n1 ⇒ ลิมิต 0
ทั้งสองลิมิตเท่ากับ 0
ลำดับทางเดียวมีขอบเขต (Monotone Convergence Theorem) กลาง
ทฤษฎีบทนี้ตอบปัญหาของลำดับเวียนเกิด: เรามักหาสูตรตรงไม่ได้ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าลำดับ “ขึ้นอย่างเดียวและมีเพดาน” ลำดับต้องลู่เข้า จากนั้นจึงแทน L=g(L) หาค่าลิมิตได้อย่างถูกต้อง
Q17 Monotone convergence theorem ทางเดียว + มีขอบเขต ⇒ ลู่เข้า
an↑, an≤M⇒an→supan≤M;an↓, an≥m⇒an→infan
พิสูจน์ความมีขอบเขตและทางเดียวของลำดับเวียนเกิดมักใช้อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์
Q18 Fixed-point iteration การวนหาจุดตรึง
an+1=g(an), g(L)=L, ∣g′(L)∣<1⇒an→L (เมื่อเริ่มใกล้ L)
∣g′(L)∣>1 จุดตรึงไม่เสถียร · วิธีของนิวตันคือ g(x)=x−f(x)/f′(x) ซึ่งมี g′(L)=0 จึงลู่เข้าเร็วมาก
ตัวอย่าง Q-9 · ลำดับเวียนเกิดa1=1, an+1=6+an ลู่เข้าหรือไม่ ถ้าลู่เข้า ลิมิตเท่าไร
มีขอบเขตบน 3 (อุปนัย): a1=1<3 · ถ้า ak<3 แล้ว ak+1=6+ak<9=3
เพิ่มขึ้น: ak+12−ak2=6+ak−ak2=(3−ak)(2+ak)>0 เมื่อ 0<ak<3 ⇒ ak+1>ak
Q17 ⇒ ลู่เข้าสู่ L บางค่า ผ่านลิมิตในสมการ: L=6+L⇒L2−L−6=0⇒L=3 (ตัด −2 เพราะพจน์เป็นบวก)
ลู่เข้าสู่ 3 · ตรวจ g′(3)=291=61 น้อยกว่า 1 สอดคล้องกับ Q18
กับดักที่พบบ่อยห้ามแทน
L=g(L) ก่อนพิสูจน์ว่าลู่เข้า ตัวอย่าง
a1=1, an+1=2an: แทนได้
L=0 แต่ลำดับจริงคือ
1,2,4,8,⋯→∞
ลำดับย่อย ลำดับโคชี และโบลซาโน-ไวแยร์สตราส ขั้นสูง
หัวข้อนี้คือเครื่องมือของคณิตวิเคราะห์ (real analysis) ที่ทำให้การพิสูจน์การลู่เข้าทำได้โดยไม่ต้องรู้ค่าลิมิตล่วงหน้า ลำดับโคชีคือรากฐานของการทดสอบอนุกรมหลายแบบในหน้าถัดไป
Q19 Subsequences ลำดับย่อย
an→L⇒ank→L ทุกลำดับย่อย;a2n→L1=L2←a2n+1⇒ลู่ออก
ถ้าลำดับย่อยคู่และคี่ลู่เข้าสู่ค่าเดียวกัน ลำดับเดิมลู่เข้า (ใช้พิสูจน์การทดสอบอนุกรมสลับ)
Q20 Bolzano–Weierstrass ทฤษฎีบทโบลซาโน-ไวแยร์สตราส
(an) มีขอบเขต⇒มีลำดับย่อยที่ลู่เข้า
เช่น sinn มีขอบเขต จึงมีลำดับย่อยลู่เข้า (จริง ๆ มีลำดับย่อยลู่เข้าสู่ทุกค่าใน [−1, 1])
Q21 Cauchy sequence ลำดับโคชี
∀ε>0 ∃N: m,n>N⇒∣am−an∣<ε⟺(an) ลู่เข้าใน R
พจน์เข้าใกล้กันเองโดยไม่ต้องรู้ลิมิต · ใช้พิสูจน์ว่าอนุกรมลู่เข้าแบบสัมบูรณ์แล้วลู่เข้า
Q22 Stolz–Cesàro โลปิตาลฉบับลำดับ
bn↑∞, limbn+1−bnan+1−an=L ⇒ limbnan=L
เช่น n312+22+⋯+n2→lim(n+1)3−n3(n+1)2=31
ตัวอย่าง Q-10 · ลำดับย่อยแสดงว่า an=(−1)nn+1n ลู่ออก
ลำดับย่อยคู่: a2k=2k+12k→1
ลำดับย่อยคี่: a2k+1=−2k+22k+1→−1
ลิมิตของลำดับย่อยไม่เท่ากัน ⇒ ตาม Q19 ลำดับเดิมลู่ออก ทั้งที่ ∣an∣→1
ลู่ออก (แกว่งระหว่างใกล้ 1 กับใกล้ −1)
เช็กลิสต์หาลิมิตของลำดับ พื้นฐาน
1. เศษส่วนของพหุนาม/รากหารด้วยกำลังสูงสุดของตัวส่วน · รูป
∞−∞ ที่มีรากใช้คอนจูเกต
2. รูป 1∞ใช้
(1+nx)n→ex หรือ
elimnln(⋅)
3. ยกกำลัง แฟกทอเรียล ลอการิทึมเทียบลำดับชั้นการโต Q14 หรือใช้โลปิตาลกับ f(x)
4. มี sin, cos, (−1)ⁿประกบด้วยแซนด์วิช Q15 หรือดูลำดับย่อย Q19
5. ลำดับเวียนเกิดพิสูจน์ทางเดียว + มีขอบเขต (Q17) ก่อน แล้วจึงแก้
L=g(L)
6. ตรวจด้วยแล็บดูค่าพจน์ที่ n ใหญ่เพื่อยืนยันคำตอบ ไม่ใช่แทนการพิสูจน์
ต่อไป: จากลำดับสู่อนุกรม
เมื่อเข้าใจลิมิตของลำดับแล้ว อนุกรมก็คือลิมิตของลำดับผลบวกย่อย Sn=a1+⋯+an หน้าถัดไป อนุกรมอนันต์ เริ่มจากอนุกรมเรขาคณิต กล้องส่องทางไกล และอนุกรม p ถ้าต้องการทบทวนลิมิตของฟังก์ชันก่อน ดู ลิมิตและความต่อเนื่อง และสรุปทั้งบทแบบหน้าเดียวที่ ลำดับและอนุกรมฉบับสรุป · ฝึกโจทย์ที่ แนวข้อสอบชุด A
คำถามที่พบบ่อย
ลำดับกับอนุกรมต่างกันอย่างไร?
ลำดับ (sequence) คือรายการจำนวนเรียงกัน a1,a2,a3,… เป็นฟังก์ชันจากจำนวนนับไปยังจำนวนจริง ส่วนอนุกรม (series) คือผลบวกของพจน์ในลำดับ a1+a2+a3+⋯ ลำดับ 1/2, 1/4, 1/8, … ลู่เข้าสู่ 0 แต่อนุกรม 1/2 + 1/4 + 1/8 + ⋯ ลู่เข้าสู่ 1
จะรู้ได้อย่างไรว่าลำดับลู่เข้าหรือลู่ออก?
หาลิมิต limn→∞an ถ้าได้จำนวนจริงค่าเดียวคือลู่เข้า ถ้าเป็นอนันต์หรือไม่มีค่า (แกว่ง) คือลู่ออก เครื่องมือหลักคือหารด้วยกำลังสูงสุด ลิมิตมาตรฐาน กฎของโลปิตาลผ่านฟังก์ชัน f(x) ทฤษฎีบทแซนด์วิช และทฤษฎีบทลำดับทางเดียวมีขอบเขตสำหรับลำดับเวียนเกิด
ลำดับที่มีขอบเขตต้องลู่เข้าเสมอไหม?
ไม่ เช่น (−1)n มีขอบเขตแต่แกว่งระหว่าง −1 กับ 1 ลำดับที่มีขอบเขตจะลู่เข้าแน่นอนก็ต่อเมื่อเป็นลำดับทางเดียว (เพิ่มตลอดหรือลดตลอด) นี่คือทฤษฎีบทลำดับทางเดียวมีขอบเขต (Monotone Convergence Theorem)
แก้ความสัมพันธ์เวียนเกิด a(n+2) = p a(n+1) + q a(n) อย่างไร?
เขียนสมการลักษณะเฉพาะ t2=pt+q ถ้ารากต่างกัน t1,t2 ได้ an=At1n+Bt2n ถ้ารากซ้ำ t ได้ an=(A+Bn)tn แล้วหาค่าคงที่ A, B จากสองพจน์แรก ลำดับฟีโบนัชชีให้สูตรของบิเนต์ Fn=(φn−ψn)/5
ทำไมหาลิมิตของลำดับเวียนเกิดด้วยการแทน L = g(L) แล้วบางครั้งได้คำตอบผิด?
การแทน L=g(L) ใช้ได้ก็ต่อเมื่อพิสูจน์แล้วว่าลำดับลู่เข้า เช่น an+1=2an, a1=1 ให้ L=2L⇒L=0 แต่ลำดับจริงคือ 2n−1→∞ ต้องพิสูจน์ความเป็นทางเดียวและมีขอบเขตก่อน หรือดูเงื่อนไข ∣g′(L)∣<1
มด
อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์