ผลตอบสนองทางเวลา y(t)
ชี้หรือแตะที่กราฟ (หรือกดปุ่มลูกศรเมื่อกราฟถูกเลือก) เพื่ออ่านค่า เส้นสัมผัส ณ ตำแหน่งที่ชี้จะไปถึงค่าสุดท้ายหลังจากนั้น τ เสมอ
// บทที่ 9 · ระบบควบคุม · แล็บโต้ตอบ
ปรับค่าคงตัวเวลา หรือค่า R, C, L ของวงจรจริง แล้วดูผลตอบสนองพร้อมกันหลายมุม ทั้งกราฟเวลา สเกลลอการิทึม อัตราการเปลี่ยนแปลง ระนาบ s และ Bode plot ชี้หรือแตะที่กราฟเพื่ออ่านค่า หรือกดเล่นเพื่อดูระบบเดินผ่านทีละช่วง τ อ่านทฤษฎีด้านล่าง ↓
ชี้หรือแตะที่กราฟ (หรือกดปุ่มลูกศรเมื่อกราฟถูกเลือก) เพื่ออ่านค่า เส้นสัมผัส ณ ตำแหน่งที่ชี้จะไปถึงค่าสุดท้ายหลังจากนั้น τ เสมอ
% = สัดส่วนของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว (ส่วนชั่วครู่ที่หายไป)
ส่วนชั่วครู่บนสเกลลอการิทึมเป็นเส้นตรง ทุก ๆ τ ลดลงเหลือ 1/e
จากสมการ dy/dt = (K·u − y)/τ ชันที่สุดตอนเริ่ม แล้วลดลงแบบเอกซ์โพเนนเชียลเช่นกัน
ระบบมีขั้วเดียวที่ s = −1/τ ยิ่ง τ เล็ก ขั้วยิ่งอยู่ไกลไปทางซ้าย
ความถี่มุม ωc = 1/τ ขนาดลดลง 3 dB และเฟสล้าหลัง 45° พอดี
| t/τ | เวลา t | y(t) | ส่วนชั่วครู่ที่เหลือ | dy/dt |
|---|
// ทฤษฎีประกอบแล็บ
ระบบที่มีตัวเก็บพลังงานเพียงตัวเดียว เช่น ตัวเก็บประจุหนึ่งตัวในวงจร RC หรือตัวเหนี่ยวนำหนึ่งตัวในวงจร RL อธิบายได้ด้วยสมการเชิงอนุพันธ์อันดับหนึ่ง
เมื่อป้อนอินพุตขั้นบันไดขนาด และ จะได้ แยกเศษส่วนย่อยแล้วแปลงกลับ (ดูวิธีใน บทการแปลงลาปลาซ)
แทน ลงในส่วนชั่วครู่ จะได้ ซึ่งไม่ขึ้นกับ K, A หรือหน่วยใด ๆ ตัวเลขชุดนี้จึงใช้ได้กับระบบอันดับหนึ่งทุกระบบ
| เวลา | ส่วนที่เหลือ | เปลี่ยนไปแล้ว | ความหมายในทางปฏิบัติ |
|---|---|---|---|
| 1τ | 36.8% | 63.2% | นิยามของ τ |
| 2τ | 13.5% | 86.5% | |
| 3τ | 5.0% | 95.0% | เข้าที่ตามเกณฑ์ 5% |
| 4τ | 1.8% | 98.2% | เข้าที่ตามเกณฑ์ 2% |
| 5τ | 0.7% | 99.3% | ถือว่าเข้าที่สมบูรณ์ |
ในแล็บด้านบน การ์ด 1τ ถึง 5τ ใต้กราฟแสดงค่าชุดนี้พร้อมเวลาจริงตามค่า τ ที่ตั้ง ลองกด "เล่น" แล้วดูการ์ดสว่างขึ้นทีละใบ
จัดสมการใหม่ให้อยู่ในรูปอัตราการเปลี่ยนแปลง (กรณีอินพุตคงที่ ค่าสุดท้ายคือ )
ถ้าลากเส้นสัมผัสจากจุด ด้วยความชันนี้ เส้นจะไปถึงระดับ เมื่อ นั่นคือ พอดี ไม่ว่าเริ่มจากจุดไหนของกราฟ เปิดตัวเลือก "เส้นสัมผัสที่ตำแหน่งชี้" แล้วเลื่อนเมาส์ไปตามกราฟเพื่อดูสมบัตินี้
พล็อตส่วนที่เหลือบนแกนลอการิทึมจะได้เส้นตรงที่มีความชัน ถ้าข้อมูลจากการวัดจริงไม่เป็นเส้นตรงบนกราฟนี้ แปลว่าระบบไม่ใช่อันดับหนึ่งล้วน เช่น มีตัวเก็บพลังงานมากกว่าหนึ่งตัว
ส่วนที่เหลือคือ และต้องเท่ากับ
ms วิธีนี้ใช้จุดวัดเพียงจุดเดียว ถ้ามีหลายจุด ให้ใช้ความชันบนกราฟลอการิทึมจะลดผลของสัญญาณรบกวน
| วงจร | ค่าคงตัวเวลา | ตัวแปรที่ต่อเนื่อง |
|---|---|---|
| RC อนุกรม | แรงดันตัวเก็บประจุ | |
| RL อนุกรม | กระแสตัวเหนี่ยวนำ |
ms กระแสถึง 0.759 A (63.2% ของ 1.2 A) ใน 5 ms และเข้าที่ 2% ภายในประมาณ 20 ms ลองตั้งค่า "วงจร RL" ในแล็บด้วย R = 10 Ω และ L = 50 mH
แทน ลงในฟังก์ชันถ่ายโอน จะได้ขนาดและเฟส
ที่ความถี่มุม ขนาดเหลือ (ลดลง 3 dB) และเฟสล้าหลัง 45° เหนือความถี่นี้ขนาดลดลง 20 dB ต่อทศวรรษ ระบบอันดับหนึ่งจึงเป็นวงจรกรองความถี่ต่ำผ่าน (low-pass filter) โดยธรรมชาติ
ระบบที่มีตัวเก็บพลังงานสองตัว เช่น วงจร RLC จะแกว่งได้และมีพารามิเตอร์สองตัวคือ ζ และ ωn ศึกษาต่อได้ใน แล็บระบบอันดับสอง
เมื่อนำระบบอันดับหนึ่งไปปิดวงด้วยตัวควบคุม ค่าคงตัวเวลาจะเปลี่ยนตามเกน ดูตัวอย่างมอเตอร์ในหน้าภาพรวมระบบควบคุม การกำจัดความผิดพลาดค้างด้วย PI และการจูน PID ให้ระบบอันดับหนึ่งที่มีหน่วงเวลา (เช่น เตาอบ)
เป็นเวลาที่ระบบอันดับหนึ่งใช้ในการเปลี่ยนแปลงไปได้ 63.2% ของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด หรือเวลาที่ส่วนชั่วครู่ลดลงเหลือ ของค่าเริ่มต้น สำหรับวงจร RC มีค่าเท่ากับ และวงจร RL มีค่าเท่ากับ
เพราะผลตอบสนองเป็นเอกซ์โพเนนเชียล ที่ ส่วนที่เหลือคือ ส่วนที่เปลี่ยนไปแล้วจึงเป็น หรือ 63.2% ตัวเลขนี้ไม่ขึ้นกับค่า K หรือขนาดของอินพุต
นิยมใช้ 4τ สำหรับเกณฑ์ 2% (ค่าแม่นยำคือ ) และ 3τ สำหรับเกณฑ์ 5% หลังจาก 5τ ระบบเปลี่ยนไปแล้ว 99.3% ในทางปฏิบัติถือว่าเข้าที่สมบูรณ์
วิธีที่ง่ายที่สุดคืออ่านเวลาที่สัญญาณไปถึง 63.2% ของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด หรือลากเส้นสัมผัสที่จุดเริ่มต้นไปตัดเส้นค่าสุดท้าย เวลาที่ตัดคือ τ วิธีที่แม่นที่สุดคือพล็อตลอการิทึมของส่วนที่เหลือเทียบกับเวลา จะได้เส้นตรงที่มีความชัน