พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. อนุกรมฟูเรียร์
  4. วิเคราะห์วงจร

// บทที่ 14.7 · อนุกรมฟูเรียร์ · Circuit Analysis

วิเคราะห์วงจรด้วยอนุกรมฟูเรียร์: ซูเปอร์โพซิชันทีละฮาร์มอนิก

วิชาวงจรไฟฟ้าสอนเฟเซอร์ที่ใช้ได้กับไซน์ความถี่เดียว แต่วงจรจริงถูกป้อนด้วยคลื่นสี่เหลี่ยม แรงดันเรียงกระแส และ PWM อนุกรมฟูเรียร์ทำให้ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นปัญหาเฟเซอร์ธรรมดาหลายปัญหา ความถี่ละหนึ่งข้อ หน้านี้ใช้วิธีเดียวแก้ห้าวงจรที่เจอบ่อยที่สุด และตรวจทุกคำตอบด้วยการจำลองในโดเมนเวลา

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • แยก: x(t)→Xn=an−jbnx(t) \to \mathbf X_n = a_n - jb_n · คูณ: Yn=H(jnω0) Xn\mathbf Y_n = H(jn\omega_0)\,\mathbf X_n · รวม: y=Y0+∑∣Yn∣cos⁡(nω0t+∠Yn)y = Y_0 + \sum |\mathbf Y_n|\cos(n\omega_0 t + \angle\mathbf Y_n)
  • ที่ฮาร์มอนิก n: ZL=jnω0LZ_L = jn\omega_0 L โตขึ้น ZC=1/(jnω0C)Z_C = 1/(jn\omega_0 C) เล็กลง
  • ตัวเหนี่ยวนำกรองกระแส ตัวเก็บประจุกรองแรงดัน ฮาร์มอนิกที่ |H| ≈ 0 หายไป
  • P=V0I0+∑VnIncos⁡θnP = V_0I_0 + \sum V_nI_n\cos\theta_n (RMS) ต่างความถี่ไม่ให้กำลัง
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปวส. · ปี 1กลาง ป.ตรี วิศวกรรมขั้นสูง ป.โท · งานวิจัย

หลักการ: แยก คูณ รวม พื้นฐาน

วงจรที่มีแต่ R, L, C และแหล่งจ่ายควบคุมเชิงเส้นเป็นระบบเชิงเส้นไม่แปรตามเวลา ไซน์เข้าแล้วได้ไซน์ความถี่เดิมออก ขนาดและเฟสเปลี่ยนตาม H(jω)H(j\omega) และผลรวมของอินพุตให้ผลรวมของเอาต์พุต (ซูเปอร์โพซิชัน) สองข้อนี้รวมกับอนุกรมฟูเรียร์ได้วิธีที่ใช้ได้กับทุกอินพุตที่เป็นคาบ

A1 Step 1 · Decompose แยกอินพุตเป็นเฟเซอร์ของแต่ละฮาร์มอนิก

x(t)=a0+∑nRe{Xnejnω0t},Xn=an−jbnx(t) = a_0 + \sum_n \mathrm{Re}\{\mathbf X_n e^{jn\omega_0 t}\},\qquad \mathbf X_n = a_n - jb_n

ใช้ตาราง W แทนการอินทิเกรตใหม่ เฟเซอร์นิยามตาม C13

A2 Step 2 · Multiply by H(jnω₀) คูณผลตอบสนองความถี่ที่ความถี่ของแต่ละตัว

Yn=H(jnω0) Xn,Y0=H(0) a0\mathbf Y_n = H(jn\omega_0)\,\mathbf X_n, \qquad Y_0 = H(0)\,a_0

HH หาจากวงจรแบบเดียวกับที่ทำในวิชาวงจร AC แค่แทน ω\omega ด้วย nω0n\omega_0 ทุกครั้ง ทบทวน H(s)H(s) ที่ลาปลาซ

A3 Step 3 · Reconstruct รวมกลับในโดเมนเวลา

y(t)=Y0+∑n=1∞∣Yn∣cos⁡(nω0t+∠Yn)y(t) = Y_0 + \sum_{n=1}^{\infty} |\mathbf Y_n|\cos\big(n\omega_0 t + \angle\mathbf Y_n\big)

ห้ามบวกเฟเซอร์ของต่างความถี่เข้าด้วยกัน เฟเซอร์ใช้ได้ที่ความถี่ของตัวเองเท่านั้น รวมกันได้เฉพาะในโดเมนเวลา หรือใช้พาร์เซวาลหาค่า RMS

A4 Impedance at the n-th harmonic อิมพีแดนซ์ที่ฮาร์มอนิกที่ n

ZR=R,ZL(n)=jnω0L=jnXL1,ZC(n)=1jnω0C=XC1jnZ_R = R,\qquad Z_L(n) = jn\omega_0 L = jnX_{L1},\qquad Z_C(n) = \frac{1}{jn\omega_0 C} = \frac{X_{C1}}{jn}

รู้รีแอกแตนซ์ที่ฮาร์มอนิกหลักแล้ว คูณหรือหารด้วย n ได้ทันที เป็นหัวใจของการวิเคราะห์ฮาร์มอนิกในระบบไฟฟ้ากำลัง

A5 The DC term พจน์ DC

n=0:L→ลัดวงจร,C→เปิดวงจร,Y0=H(0) a0n = 0:\quad L \to \text{ลัดวงจร},\quad C \to \text{เปิดวงจร},\quad Y_0 = H(0)\,a_0

ฟิลเตอร์ LC ของแหล่งจ่ายไฟให้ DC ผ่านเต็มที่ H(0)=1H(0) = 1 ตัวเก็บประจุคัปปลิงตัด DC ทิ้ง H(0)=0H(0) = 0

x(t)แยกT6DCH(0)n = 1H(j1ω₀)n = 3H(j3ω₀)n = 5H(j5ω₀)Σy(t)① แยก (A1)② คูณทีละความถี่ (A2)③ รวม (A3)
แผนภาพของวิธี: อินพุตที่ไม่ใช่ไซน์ถูกแยกเป็นไซน์หลายความถี่ แต่ละตัวผ่าน H(jnω0)H(jn\omega_0) ของตัวเอง แล้วรวมกันที่ขาออก

คลื่นสี่เหลี่ยมเข้าวงจร RC กรองผ่านต่ำ พื้นฐาน

นี่คือการทดลองแรกของทุกแล็บวงจร (ดูแล็บ RC) ในโดเมนเวลาเห็นขอบที่โค้งเป็นเอกซ์โพเนนเชียล ในโดเมนความถี่คือฮาร์มอนิกสูงถูกลดทอนมากกว่าฮาร์มอนิกต่ำ

A6 Square wave through RC: exact peak ค่ายอดในสถานะคงตัว (ใช้ตรวจคำตอบ)

vC,peak=Atanh⁡T4τ,τ=RCv_{C,peak} = A\tanh\frac{T}{4\tau},\qquad \tau = RC

ได้จากการแก้ในโดเมนเวลาแบบคาบ ใช้เทียบกับผลรวมฮาร์มอนิกว่ารวมกี่ตัวจึงพอ

ตัวอย่าง A-1 · สี่เหลี่ยม 1 kHz เข้า RC

สี่เหลี่ยม ±5 V 1 kHz ป้อน R = 1 kΩ, C = 100 nF หาแรงดันตัวเก็บประจุของฮาร์มอนิกที่ 1, 3, 5, 7 แล้วเทียบค่ายอดถึงยอดกับคำตอบจริง

  1. fc=12πRC=1592f_c = \frac{1}{2\pi RC} = 1592 Hz · H(jnω0)=11+j(nf0/fc)H(jn\omega_0) = \frac{1}{1 + j(nf_0/f_c)} · อินพุต An=20nπA_n = \frac{20}{n\pi} W1

  2. A2 ทีละตัว

    nAnA_n เข้า (V)∣H∣|H|∠H\angle HAnA_n ออก (V)
    16.3660.8467−32.1°5.390
    32.1220.4686−62.1°0.994
    51.2730.3033−72.3°0.386
    70.9090.2217−77.2°0.202
  3. รวมสี่ตัวในโดเมนเวลา A3 ได้ยอดถึงยอด 10.21 V

  4. คำตอบจริง A6: 2×5tanh⁡1 ms4(0.1 ms)=10tanh⁡2.5=9.8662 \times 5\tanh\frac{1\ \text{ms}}{4(0.1\ \text{ms})} = 10\tanh 2.5 = 9.866 V

ฮาร์มอนิกที่ 3 ลดเหลือ 18 % ของหลัก (อินพุต 33 %) ขาออกจึงใกล้ไซน์ขึ้น สี่ตัวแรกให้ยอดถึงยอดเกินจริง 3.5 % เพราะยังมีมุมหักที่ต้องใช้ฮาร์มอนิกสูง รวม 1,000 ตัวได้ 9.868 V ตรงกับ 9.866 V

ในแล็บด้านล่าง เลือก “สี่เหลี่ยม 1 kHz → RC” แล้วเลื่อน N ดูเส้นส้มเข้าหาเส้นประ (คำตอบจริงจาก ODE) ✓

อินเวอร์เตอร์คลื่นสี่เหลี่ยมป้อนโหลด RL กลาง

อินเวอร์เตอร์ราคาประหยัดหรือ UPS แบบ square wave จ่ายแรงดันสี่เหลี่ยม ถ้าโหลดเป็นมอเตอร์หรือหม้อแปลง (มีความเหนี่ยวนำ) กระแสจะดูดีกว่าแรงดันมาก เพราะตัวเหนี่ยวนำ “กรองกระแส”

ตัวอย่าง A-2 · สี่เหลี่ยม ±311 V 50 Hz เข้า R = 10 Ω, L = 100 mH

หากระแสฮาร์มอนิก 1, 3, 5, 7 THD ของกระแส ค่ายอด และกำลังที่ตัวต้านทาน

  1. แรงดัน An=4(311)nπA_n = \frac{4(311)}{n\pi}: 396.0, 132.0, 79.2, 56.6 V · XL1=2π(50)(0.1)=31.42 ΩX_{L1} = 2\pi(50)(0.1) = 31.42\ \Omega

  2. A4: ∣Zn∣=102+(31.42n)2|Z_n| = \sqrt{10^2 + (31.42n)^2} = 32.97, 94.78, 157.4, 220.1 Ω

  3. กระแสค่ายอด An/∣Zn∣A_n/|Z_n|: 12.01, 1.393, 0.503, 0.257 A ลดลงตาม 1/n21/n^2 โดยประมาณ

  4. THD กระแส (แรงดัน 48.3 %)

    THDi=1.3932+0.5032+0.2572+⋯12.01=12.6 %\mathrm{THD}_i = \frac{\sqrt{1.393^2 + 0.503^2 + 0.257^2 + \cdots}}{12.01} = 12.6\ \%
  5. กำลัง: Irms2RI_{rms}^2 R รวมทุกฮาร์มอนิก Irms=8.56I_{rms} = 8.56 A → P=733P = 733 W (ฮาร์มอนิกหลักอย่างเดียว 721 W)

กระแสเกือบเป็นไซน์ (THD 12.6 %) ค่ายอดจริงจากการจำลอง 14.37 A (ไม่ใช่ 12.01 A เพราะฮาร์มอนิกเสริมกันที่ยอด) ฮาร์มอนิกที่เหลือยังสร้างความร้อนในมอเตอร์ 12 W และแรงบิดกระเพื่อม ผลต่อมอเตอร์

ฟิลเตอร์ LC หลังวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่น กลาง

แหล่งจ่ายไฟเชิงเส้นแบบ choke-input ใช้ L อนุกรมกับ C ขนานโหลด ถ้ากระแสในตัวเหนี่ยวนำไม่เคยลดถึงศูนย์ แรงดันหลังบริดจ์จะเป็นไซน์เรียงกระแสเต็มคลื่นพอดี (W8) วงจรที่เหลือเป็นเชิงเส้น วิเคราะห์ด้วยฟูเรียร์ได้

A7 Continuous-conduction condition เงื่อนไขกระแสต่อเนื่องของ choke-input

L≥Lcrit=R3ωL \ge L_{crit} = \frac{R}{3\omega}

มาจากให้กระแส DC 2VmπR\frac{2V_m}{\pi R} มากกว่าค่ายอดของกระแสฮาร์มอนิกที่ 2 4Vm3π(2ωL)\frac{4V_m}{3\pi(2\omega L)} ถ้าไม่ผ่าน ไดโอดหยุดนำบางช่วง วิธีนี้ใช้ไม่ได้

ตัวอย่าง A-3 · ริปเปิล 100 Hz

ไฟ 230 V เรียงกระแสเต็มคลื่น ฟิลเตอร์ L = 100 mH, C = 1000 µF โหลด R = 50 Ω หาแรงดัน DC และริปเปิล

  1. ตรวจ A7: Lcrit=50/(3×314.2)=53L_{crit} = 50/(3 \times 314.2) = 53 mH < 100 mH ✓

  2. อินพุต W8 (Vm=325.3V_m = 325.3 V): DC 207.1 V · ที่ 2 (100 Hz) 138.0 V · ที่ 4 (200 Hz) 27.6 V

  3. H=ZpjωL+ZpH = \frac{Z_p}{j\omega L + Z_p}, Zp=R∥1jωCZ_p = R \parallel \frac{1}{j\omega C} · ที่ 100 Hz ∣H∣=0.0260|H| = 0.0260 · ที่ 200 Hz ∣H∣=0.00637|H| = 0.00637 (ลดลงราว 4 เท่าต่อการเพิ่มความถี่ 2 เท่า คือ −40 dB/dec)

  4. ขาออก: DC 207.0 V · ริปเปิลที่ 100 Hz 138.0×0.0260=3.59138.0 \times 0.0260 = 3.59 V ยอด · ที่ 200 Hz 0.18 V

DC ≈ 207 V ริปเปิล ≈ 7.2 V ยอดถึงยอด (การจำลองจริง 7.25 V) เกือบทั้งหมดมาจาก 100 Hz ฮาร์มอนิกเดียว นี่คือเหตุผลที่สูตรออกแบบฟิลเตอร์แหล่งจ่ายไฟคิดแค่ฮาร์มอนิกที่ 2

เรโซแนนซ์คัดฮาร์มอนิก: วงจรจูน และเรโซแนนซ์ที่ไม่ต้องการ กลาง

ถ้า HH มียอดแหลมที่ความถี่หนึ่ง ฮาร์มอนิกที่ตกตรงยอดจะถูกขยายเทียบกับตัวอื่น ใช้ประโยชน์ได้ (คูณความถี่ ฟิลเตอร์ดักฮาร์มอนิก) และเป็นอันตรายได้ (คาปาซิเตอร์แก้ PF เรโซแนนซ์กับหม้อแปลง M2)

A8 Series RLC band-pass คัดเลือกฮาร์มอนิกด้วยเรโซแนนซ์

H(jω)=RR+j(ωL−1ωC),fr=12πLC,Q=1RLCH(j\omega) = \frac{R}{R + j\big(\omega L - \frac{1}{\omega C}\big)},\quad f_r = \frac{1}{2\pi\sqrt{LC}},\quad Q = \frac{1}{R}\sqrt{\frac{L}{C}}

จูน fr=kf0f_r = kf_0 ได้ฮาร์มอนิกที่ k ออกมาเกือบเต็ม ตัวอื่นถูกลดทอนตาม Q

ตัวอย่าง A-4 · ตัวคูณความถี่ 3 เท่า

สี่เหลี่ยม ±5 V 1 kHz ป้อน RLC อนุกรม R = 10 Ω, L = 10 mH, C = 281.4 nF วัดแรงดันที่ R ได้อะไร

  1. fr=3000f_r = 3000 Hz, Q=18.9Q = 18.9 A8

  2. n = 3: ∣H∣=1.00|H| = 1.00 → 2.122 V · n = 1: ωL−1ωC=−502.7 Ω\omega L - \frac{1}{\omega C} = -502.7\ \Omega → ∣H∣=0.0199|H| = 0.0199 → 0.127 V · n = 5: ∣H∣=0.0497|H| = 0.0497 → 0.063 V

ขาออกเป็นไซน์ 3 kHz ยอด 2.12 V มีฮาร์มอนิกหลักปนเพียง 6 % ได้ “ตัวคูณความถี่” จากคลื่นสี่เหลี่ยม · ลองเปลี่ยน C ให้ frf_r = 5 kHz (C = 101.3 nF) จะได้ฮาร์มอนิกที่ 5 แทน

กำลังเฉลี่ยและค่า RMS จากฮาร์มอนิก พื้นฐาน

A9 Average power with harmonics กำลังเฉลี่ยเมื่อมีหลายฮาร์มอนิก

P=1T∫Tv i dt=V0I0+∑n=1∞VnIncos⁡(θv,n−θi,n)(Vn,In เป็นค่า RMS)P = \frac{1}{T}\int_T v\,i\,dt = V_0I_0 + \sum_{n=1}^{\infty} V_nI_n\cos(\theta_{v,n} - \theta_{i,n}) \quad (V_n, I_n \text{ เป็นค่า RMS})

ผลคูณของแรงดันกับกระแสต่างความถี่เฉลี่ยเป็นศูนย์ (ความตั้งฉาก T1) ใช้ต่อในงานไฟฟ้ากำลังที่ H4

ตัวอย่าง A-5 · โจทย์มาตรฐานในข้อสอบ

v=10+20sin⁡ωt+8sin⁡(3ωt+30∘)v = 10 + 20\sin\omega t + 8\sin(3\omega t + 30^\circ) V, i=2+3sin⁡(ωt−40∘)+sin⁡(3ωt−20∘)i = 2 + 3\sin(\omega t - 40^\circ) + \sin(3\omega t - 20^\circ) A หา P, VrmsV_{rms}, IrmsI_{rms}, S และ PF

  1. A9 (แปลงค่ายอดเป็น RMS: VnIn=VmnImn2V_nI_n = \frac{V_{mn}I_{mn}}{2})

    P=10(2)+20(3)2cos⁡40∘+8(1)2cos⁡50∘=20+22.98+2.57=45.55 WP = 10(2) + \frac{20(3)}{2}\cos 40^\circ + \frac{8(1)}{2}\cos 50^\circ = 20 + 22.98 + 2.57 = 45.55\ \text{W}
  2. P6: Vrms=102+2022+822=18.22V_{rms} = \sqrt{10^2 + \frac{20^2}{2} + \frac{8^2}{2}} = 18.22 V · Irms=22+322+122=3.00I_{rms} = \sqrt{2^2 + \frac{3^2}{2} + \frac{1^2}{2}} = 3.00 A

  3. S=18.22×3.00=54.66S = 18.22 \times 3.00 = 54.66 VA · PF = 45.55/54.66 = 0.833

P = 45.6 W, VrmsV_{rms} = 18.2 V, IrmsI_{rms} = 3.00 A, S = 54.7 VA, PF = 0.833 · สังเกตว่า PF ไม่เท่ากับ cos ของมุมใดมุมหนึ่ง เมื่อมีฮาร์มอนิก PF ต้องนิยามจาก P/S

ใช้ได้เมื่อไร และใช้ไม่ได้เมื่อไร กลาง

  • ต้องเป็นเชิงเส้น ไดโอด ทรานซิสเตอร์อิ่มตัว แกนเหล็กอิ่มตัว ใช้ตรง ๆ ไม่ได้ แต่ถ้ารู้รูปคลื่นที่ขาเข้าของส่วนเชิงเส้นแล้ว (เช่น A-3) ใช้กับส่วนนั้นได้
  • ได้เฉพาะสถานะคงตัว ช่วงเปิดเครื่องใช้ลาปลาซหรือจำลอง ODE (แล็บด้านล่างใช้ ODE เป็นคำตอบอ้างอิง)
  • โหลดไม่เชิงเส้นในระบบไฟฟ้า นิยมแทนด้วย “แหล่งจ่ายกระแสฮาร์มอนิก” แล้วใช้ A2 กับโครงข่ายที่เหลือ เรียก harmonic load flow ซึ่งเป็นวิธีของแล็บในหน้า 12.14
  • อยากได้ฮาร์มอนิกหลักอย่างเดียว ในระบบไม่เชิงเส้นที่ส่วนเชิงเส้นกรองฮาร์มอนิกสูงทิ้ง ใช้ฟังก์ชันพรรณนา (describing function) U1

แล็บ: แยก คูณ รวม ทีละขั้น พื้นฐาน

เลือกการทดลองสำเร็จรูป (สี่เหลี่ยม → RC, อินเวอร์เตอร์ → RL, เรียงกระแส → LC, RLC คัดฮาร์มอนิก, บั๊ก 12 → 5 V) ตารางในแผงวิธีคิดคือขั้น A1–A3 ของทุกฮาร์มอนิก เส้นประคือคำตอบจริงจากการแก้สมการอนุพันธ์ ใช้ตรวจว่ารวมฮาร์มอนิกพอหรือยัง

คำถามที่พบบ่อย

วิเคราะห์วงจรที่ป้อนด้วยคลื่นสี่เหลี่ยมอย่างไร?

เขียนคลื่นสี่เหลี่ยมเป็นอนุกรมฟูเรียร์ แต่ละฮาร์มอนิกคือแหล่งจ่าย AC ความถี่ nf0nf_0 หาเฟเซอร์ขาออกด้วยอิมพีแดนซ์ที่ความถี่นั้น Yn=H(jnω0)XnY_n = H(jn\omega_0)X_n แล้วรวมผลในโดเมนเวลา ใช้ได้เพราะวงจร RLC เป็นเชิงเส้น ซูเปอร์โพซิชันจึงใช้ได้

ทำไมกระแสในมอเตอร์ที่ป้อนด้วยอินเวอร์เตอร์คลื่นสี่เหลี่ยมเกือบเป็นไซน์?

รีแอกแตนซ์ของขดลวด nωLn\omega L โตตาม n ฮาร์มอนิกที่ 3 จึงเจออิมพีแดนซ์ราว 3 เท่า แรงดันฮาร์มอนิกที่ 3 มีขนาด 1/3 กระแสจึงเหลือราว 1/9 ของฮาร์มอนิกหลัก ตัวอย่างในหน้านี้แรงดัน THD 48 % แต่กระแส THD เหลือราว 13 %

วิธีอนุกรมฟูเรียร์ใช้กับวงจรไดโอดได้ไหม?

ใช้กับวงจรทั้งก้อนไม่ได้ เพราะไดโอดไม่เป็นเชิงเส้น ซูเปอร์โพซิชันไม่จริง แต่ถ้ารู้รูปคลื่นที่จุดใดจุดหนึ่งแล้ว (เช่นแรงดันหลังบริดจ์ที่นำกระแสต่อเนื่อง) ส่วนที่ตามหลังซึ่งเป็นเชิงเส้นใช้วิธีนี้ได้ ส่วนวงจรไม่เชิงเส้นต้องจำลองในโดเมนเวลาหรือใช้ harmonic balance

กำลังเฉลี่ยเมื่อแรงดันและกระแสมีหลายฮาร์มอนิกคำนวณอย่างไร?

P=V0I0+∑VnIncos⁡θnP = V_0I_0 + \sum V_nI_n\cos\theta_n โดย Vn,InV_n, I_n เป็นค่า RMS และ θn\theta_n คือมุมระหว่างแรงดันกับกระแสของฮาร์มอนิกเดียวกัน แรงดันกับกระแสต่างความถี่ไม่ให้กำลังเฉลี่ย

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์