- หน้าแรก
- คลังความรู้
- อนุกรมฟูเรียร์
- วิเคราะห์วงจร
// บทที่ 14.7 · อนุกรมฟูเรียร์ · Circuit Analysis
วิเคราะห์วงจรด้วยอนุกรมฟูเรียร์: ซูเปอร์โพซิชันทีละฮาร์มอนิก
วิชาวงจรไฟฟ้าสอนเฟเซอร์ที่ใช้ได้กับไซน์ความถี่เดียว แต่วงจรจริงถูกป้อนด้วยคลื่นสี่เหลี่ยม แรงดันเรียงกระแส และ PWM อนุกรมฟูเรียร์ทำให้ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นปัญหาเฟเซอร์ธรรมดาหลายปัญหา ความถี่ละหนึ่งข้อ หน้านี้ใช้วิธีเดียวแก้ห้าวงจรที่เจอบ่อยที่สุด และตรวจทุกคำตอบด้วยการจำลองในโดเมนเวลา
- แยก: · คูณ: · รวม:
- ที่ฮาร์มอนิก n: โตขึ้น เล็กลง
- ตัวเหนี่ยวนำกรองกระแส ตัวเก็บประจุกรองแรงดัน ฮาร์มอนิกที่ |H| ≈ 0 หายไป
- (RMS) ต่างความถี่ไม่ให้กำลัง
หลักการ: แยก คูณ รวม พื้นฐาน
วงจรที่มีแต่ R, L, C และแหล่งจ่ายควบคุมเชิงเส้นเป็นระบบเชิงเส้นไม่แปรตามเวลา ไซน์เข้าแล้วได้ไซน์ความถี่เดิมออก ขนาดและเฟสเปลี่ยนตาม และผลรวมของอินพุตให้ผลรวมของเอาต์พุต (ซูเปอร์โพซิชัน) สองข้อนี้รวมกับอนุกรมฟูเรียร์ได้วิธีที่ใช้ได้กับทุกอินพุตที่เป็นคาบ
A1 Step 1 · Decompose แยกอินพุตเป็นเฟเซอร์ของแต่ละฮาร์มอนิก
A2 Step 2 · Multiply by H(jnω₀) คูณผลตอบสนองความถี่ที่ความถี่ของแต่ละตัว
หาจากวงจรแบบเดียวกับที่ทำในวิชาวงจร AC แค่แทน ด้วย ทุกครั้ง ทบทวน ที่ลาปลาซ
A3 Step 3 · Reconstruct รวมกลับในโดเมนเวลา
ห้ามบวกเฟเซอร์ของต่างความถี่เข้าด้วยกัน เฟเซอร์ใช้ได้ที่ความถี่ของตัวเองเท่านั้น รวมกันได้เฉพาะในโดเมนเวลา หรือใช้พาร์เซวาลหาค่า RMS
A4 Impedance at the n-th harmonic อิมพีแดนซ์ที่ฮาร์มอนิกที่ n
รู้รีแอกแตนซ์ที่ฮาร์มอนิกหลักแล้ว คูณหรือหารด้วย n ได้ทันที เป็นหัวใจของการวิเคราะห์ฮาร์มอนิกในระบบไฟฟ้ากำลัง
A5 The DC term พจน์ DC
ฟิลเตอร์ LC ของแหล่งจ่ายไฟให้ DC ผ่านเต็มที่ ตัวเก็บประจุคัปปลิงตัด DC ทิ้ง
คลื่นสี่เหลี่ยมเข้าวงจร RC กรองผ่านต่ำ พื้นฐาน
นี่คือการทดลองแรกของทุกแล็บวงจร (ดูแล็บ RC) ในโดเมนเวลาเห็นขอบที่โค้งเป็นเอกซ์โพเนนเชียล ในโดเมนความถี่คือฮาร์มอนิกสูงถูกลดทอนมากกว่าฮาร์มอนิกต่ำ
A6 Square wave through RC: exact peak ค่ายอดในสถานะคงตัว (ใช้ตรวจคำตอบ)
ได้จากการแก้ในโดเมนเวลาแบบคาบ ใช้เทียบกับผลรวมฮาร์มอนิกว่ารวมกี่ตัวจึงพอ
สี่เหลี่ยม ±5 V 1 kHz ป้อน R = 1 kΩ, C = 100 nF หาแรงดันตัวเก็บประจุของฮาร์มอนิกที่ 1, 3, 5, 7 แล้วเทียบค่ายอดถึงยอดกับคำตอบจริง
Hz · · อินพุต W1
A2 ทีละตัว
n เข้า (V) ออก (V) 1 6.366 0.8467 −32.1° 5.390 3 2.122 0.4686 −62.1° 0.994 5 1.273 0.3033 −72.3° 0.386 7 0.909 0.2217 −77.2° 0.202 รวมสี่ตัวในโดเมนเวลา A3 ได้ยอดถึงยอด 10.21 V
คำตอบจริง A6: V
ฮาร์มอนิกที่ 3 ลดเหลือ 18 % ของหลัก (อินพุต 33 %) ขาออกจึงใกล้ไซน์ขึ้น สี่ตัวแรกให้ยอดถึงยอดเกินจริง 3.5 % เพราะยังมีมุมหักที่ต้องใช้ฮาร์มอนิกสูง รวม 1,000 ตัวได้ 9.868 V ตรงกับ 9.866 V
ในแล็บด้านล่าง เลือก “สี่เหลี่ยม 1 kHz → RC” แล้วเลื่อน N ดูเส้นส้มเข้าหาเส้นประ (คำตอบจริงจาก ODE) ✓
อินเวอร์เตอร์คลื่นสี่เหลี่ยมป้อนโหลด RL กลาง
อินเวอร์เตอร์ราคาประหยัดหรือ UPS แบบ square wave จ่ายแรงดันสี่เหลี่ยม ถ้าโหลดเป็นมอเตอร์หรือหม้อแปลง (มีความเหนี่ยวนำ) กระแสจะดูดีกว่าแรงดันมาก เพราะตัวเหนี่ยวนำ “กรองกระแส”
หากระแสฮาร์มอนิก 1, 3, 5, 7 THD ของกระแส ค่ายอด และกำลังที่ตัวต้านทาน
แรงดัน : 396.0, 132.0, 79.2, 56.6 V ·
A4: = 32.97, 94.78, 157.4, 220.1 Ω
กระแสค่ายอด : 12.01, 1.393, 0.503, 0.257 A ลดลงตาม โดยประมาณ
THD กระแส (แรงดัน 48.3 %)
กำลัง: รวมทุกฮาร์มอนิก A → W (ฮาร์มอนิกหลักอย่างเดียว 721 W)
กระแสเกือบเป็นไซน์ (THD 12.6 %) ค่ายอดจริงจากการจำลอง 14.37 A (ไม่ใช่ 12.01 A เพราะฮาร์มอนิกเสริมกันที่ยอด) ฮาร์มอนิกที่เหลือยังสร้างความร้อนในมอเตอร์ 12 W และแรงบิดกระเพื่อม ผลต่อมอเตอร์
ฟิลเตอร์ LC หลังวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่น กลาง
แหล่งจ่ายไฟเชิงเส้นแบบ choke-input ใช้ L อนุกรมกับ C ขนานโหลด ถ้ากระแสในตัวเหนี่ยวนำไม่เคยลดถึงศูนย์ แรงดันหลังบริดจ์จะเป็นไซน์เรียงกระแสเต็มคลื่นพอดี (W8) วงจรที่เหลือเป็นเชิงเส้น วิเคราะห์ด้วยฟูเรียร์ได้
A7 Continuous-conduction condition เงื่อนไขกระแสต่อเนื่องของ choke-input
มาจากให้กระแส DC มากกว่าค่ายอดของกระแสฮาร์มอนิกที่ 2 ถ้าไม่ผ่าน ไดโอดหยุดนำบางช่วง วิธีนี้ใช้ไม่ได้
ไฟ 230 V เรียงกระแสเต็มคลื่น ฟิลเตอร์ L = 100 mH, C = 1000 µF โหลด R = 50 Ω หาแรงดัน DC และริปเปิล
ตรวจ A7: mH < 100 mH ✓
อินพุต W8 ( V): DC 207.1 V · ที่ 2 (100 Hz) 138.0 V · ที่ 4 (200 Hz) 27.6 V
, · ที่ 100 Hz · ที่ 200 Hz (ลดลงราว 4 เท่าต่อการเพิ่มความถี่ 2 เท่า คือ −40 dB/dec)
ขาออก: DC 207.0 V · ริปเปิลที่ 100 Hz V ยอด · ที่ 200 Hz 0.18 V
DC ≈ 207 V ริปเปิล ≈ 7.2 V ยอดถึงยอด (การจำลองจริง 7.25 V) เกือบทั้งหมดมาจาก 100 Hz ฮาร์มอนิกเดียว นี่คือเหตุผลที่สูตรออกแบบฟิลเตอร์แหล่งจ่ายไฟคิดแค่ฮาร์มอนิกที่ 2
เรโซแนนซ์คัดฮาร์มอนิก: วงจรจูน และเรโซแนนซ์ที่ไม่ต้องการ กลาง
ถ้า มียอดแหลมที่ความถี่หนึ่ง ฮาร์มอนิกที่ตกตรงยอดจะถูกขยายเทียบกับตัวอื่น ใช้ประโยชน์ได้ (คูณความถี่ ฟิลเตอร์ดักฮาร์มอนิก) และเป็นอันตรายได้ (คาปาซิเตอร์แก้ PF เรโซแนนซ์กับหม้อแปลง M2)
A8 Series RLC band-pass คัดเลือกฮาร์มอนิกด้วยเรโซแนนซ์
จูน ได้ฮาร์มอนิกที่ k ออกมาเกือบเต็ม ตัวอื่นถูกลดทอนตาม Q
สี่เหลี่ยม ±5 V 1 kHz ป้อน RLC อนุกรม R = 10 Ω, L = 10 mH, C = 281.4 nF วัดแรงดันที่ R ได้อะไร
Hz, A8
n = 3: → 2.122 V · n = 1: → → 0.127 V · n = 5: → 0.063 V
ขาออกเป็นไซน์ 3 kHz ยอด 2.12 V มีฮาร์มอนิกหลักปนเพียง 6 % ได้ “ตัวคูณความถี่” จากคลื่นสี่เหลี่ยม · ลองเปลี่ยน C ให้ = 5 kHz (C = 101.3 nF) จะได้ฮาร์มอนิกที่ 5 แทน
กำลังเฉลี่ยและค่า RMS จากฮาร์มอนิก พื้นฐาน
ใช้ได้เมื่อไร และใช้ไม่ได้เมื่อไร กลาง
- ต้องเป็นเชิงเส้น ไดโอด ทรานซิสเตอร์อิ่มตัว แกนเหล็กอิ่มตัว ใช้ตรง ๆ ไม่ได้ แต่ถ้ารู้รูปคลื่นที่ขาเข้าของส่วนเชิงเส้นแล้ว (เช่น A-3) ใช้กับส่วนนั้นได้
- ได้เฉพาะสถานะคงตัว ช่วงเปิดเครื่องใช้ลาปลาซหรือจำลอง ODE (แล็บด้านล่างใช้ ODE เป็นคำตอบอ้างอิง)
- โหลดไม่เชิงเส้นในระบบไฟฟ้า นิยมแทนด้วย “แหล่งจ่ายกระแสฮาร์มอนิก” แล้วใช้ A2 กับโครงข่ายที่เหลือ เรียก harmonic load flow ซึ่งเป็นวิธีของแล็บในหน้า 12.14
- อยากได้ฮาร์มอนิกหลักอย่างเดียว ในระบบไม่เชิงเส้นที่ส่วนเชิงเส้นกรองฮาร์มอนิกสูงทิ้ง ใช้ฟังก์ชันพรรณนา (describing function) U1
แล็บ: แยก คูณ รวม ทีละขั้น พื้นฐาน
เลือกการทดลองสำเร็จรูป (สี่เหลี่ยม → RC, อินเวอร์เตอร์ → RL, เรียงกระแส → LC, RLC คัดฮาร์มอนิก, บั๊ก 12 → 5 V) ตารางในแผงวิธีคิดคือขั้น A1–A3 ของทุกฮาร์มอนิก เส้นประคือคำตอบจริงจากการแก้สมการอนุพันธ์ ใช้ตรวจว่ารวมฮาร์มอนิกพอหรือยัง
คำถามที่พบบ่อย
วิเคราะห์วงจรที่ป้อนด้วยคลื่นสี่เหลี่ยมอย่างไร?
เขียนคลื่นสี่เหลี่ยมเป็นอนุกรมฟูเรียร์ แต่ละฮาร์มอนิกคือแหล่งจ่าย AC ความถี่ หาเฟเซอร์ขาออกด้วยอิมพีแดนซ์ที่ความถี่นั้น แล้วรวมผลในโดเมนเวลา ใช้ได้เพราะวงจร RLC เป็นเชิงเส้น ซูเปอร์โพซิชันจึงใช้ได้
ทำไมกระแสในมอเตอร์ที่ป้อนด้วยอินเวอร์เตอร์คลื่นสี่เหลี่ยมเกือบเป็นไซน์?
รีแอกแตนซ์ของขดลวด โตตาม n ฮาร์มอนิกที่ 3 จึงเจออิมพีแดนซ์ราว 3 เท่า แรงดันฮาร์มอนิกที่ 3 มีขนาด 1/3 กระแสจึงเหลือราว 1/9 ของฮาร์มอนิกหลัก ตัวอย่างในหน้านี้แรงดัน THD 48 % แต่กระแส THD เหลือราว 13 %
วิธีอนุกรมฟูเรียร์ใช้กับวงจรไดโอดได้ไหม?
ใช้กับวงจรทั้งก้อนไม่ได้ เพราะไดโอดไม่เป็นเชิงเส้น ซูเปอร์โพซิชันไม่จริง แต่ถ้ารู้รูปคลื่นที่จุดใดจุดหนึ่งแล้ว (เช่นแรงดันหลังบริดจ์ที่นำกระแสต่อเนื่อง) ส่วนที่ตามหลังซึ่งเป็นเชิงเส้นใช้วิธีนี้ได้ ส่วนวงจรไม่เชิงเส้นต้องจำลองในโดเมนเวลาหรือใช้ harmonic balance
กำลังเฉลี่ยเมื่อแรงดันและกระแสมีหลายฮาร์มอนิกคำนวณอย่างไร?
โดย เป็นค่า RMS และ คือมุมระหว่างแรงดันกับกระแสของฮาร์มอนิกเดียวกัน แรงดันกับกระแสต่างความถี่ไม่ให้กำลังเฉลี่ย