พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. อนุกรมฟูเรียร์
  4. บั๊ก · ริปเปิล · EMI

// บทที่ 14.11 · อนุกรมฟูเรียร์ · DC-DC Converters

ฟูเรียร์ในคอนเวอร์เตอร์ DC-DC: บั๊ก ริปเปิล ฟิลเตอร์ LC และ EMI

บั๊กคอนเวอร์เตอร์ทำงานได้เพราะอนุกรมฟูเรียร์: โหนดสวิตช์เป็นพัลส์ที่มีส่วน DC เท่ากับ DVinDV_{in} และฟิลเตอร์ LC ปล่อยให้ผ่านเฉพาะส่วนนั้น มุมมองนี้ทำให้ประมาณริปเปิลได้ในบรรทัดเดียว เข้าใจว่าทำไม ESR สำคัญ และรู้ว่าสัญญาณรบกวนความถี่สูงมาจากไหน ตัวอย่างทั้งหน้าใช้บั๊ก 12 V → 5 V 2 A 50 kHz ตัวเดียวกับที่ใช้สอนในวิชาอิเล็กทรอนิกส์กำลัง

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • vsw=DVin+∑n2Vinnπsin⁡(nπD)cos⁡(nωst−nπD)v_{sw} = DV_{in} + \sum_n \frac{2V_{in}}{n\pi}\sin(n\pi D)\cos(n\omega_s t - n\pi D)
  • LC ที่ f≫f0f \gg f_0: ∣H∣≈(f0/f)2|H| \approx (f_0/f)^2 → ริปเปิล ≈ 2⋅2Vinπsin⁡(πD)⋅(f0/fs)22\cdot\frac{2V_{in}}{\pi}\sin(\pi D)\cdot(f_0/f_s)^2 (ยอดถึงยอด)
  • สูตรจริง ΔV=(1−D)Vo8LCfs2\Delta V = \frac{(1 - D)V_o}{8LCf_s^2} ต่างจากค่าประมาณ ~3 % · ESR เพิ่ม ≈ΔIL⋅ESR\approx\Delta I_L\cdot\mathrm{ESR}
  • EMI: เอนเวโลปหักที่ 1/(πτ)1/(\pi\tau) และ 1/(πtr)1/(\pi t_r) · ขอบช้าลง = EMI ต่ำลง
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปวส. · ปี 1กลาง ป.ตรี วิศวกรรมขั้นสูง ป.โท · งานวิจัย

แรงดันโหนดสวิตช์คืออนุกรมของพัลส์ พื้นฐาน

ในโหมดกระแสต่อเนื่อง (CCM) โหนดระหว่างสวิตช์กับไดโอด (หรือสวิตช์ล่าง) สลับระหว่าง VinV_{in} กับ 0 เป็นพัลส์ดิวตี้ D ที่ความถี่ fsf_s ตรงกับ W3 ทุกประการ

B1 Switch-node voltage of a buck converter แรงดันโหนดสวิตช์

vsw(t)=DVin+∑n=1∞2Vinnπsin⁡(nπD)cos⁡(nωst−nπD)v_{sw}(t) = DV_{in} + \sum_{n=1}^{\infty}\frac{2V_{in}}{n\pi}\sin(n\pi D)\cos\big(n\omega_s t - n\pi D\big)

พจน์ DC คือ DVinDV_{in} = แรงดันขาออกของบั๊กในอุดมคติ ทุกอย่างที่เหลือคือ “ขยะ” ที่ฟิลเตอร์ต้องกำจัด และ nfsn f_s คือความถี่ที่จะเห็นบนสเปกตรัม EMI

0 V5 V12 V0 µs20 µs40 µs60 µsv_swv_o ×200ริปเปิลจริง (ผลรวม 600 ฮาร์มอนิก) = 14.6 mVpp · ประมาณด้วยฮาร์มอนิกแรก (B3) = 14.96 mVppDC501001502002503003504004505005.007.381.911.80kHz
บั๊ก 12 V → 5 V: โหนดสวิตช์ (สีฟ้า) แรงดันขาออก (สีส้ม ขยาย 200 เท่ารอบ 5 V) และสเปกตรัมของโหนดสวิตช์ (ล่าง) DC 5 V ฮาร์มอนิกที่ 50 kHz 7.38 V ที่ 100 kHz 1.91 V ที่ 150 kHz 1.80 V

ฟิลเตอร์ LC: ประมาณริปเปิลด้วยฮาร์มอนิกแรก กลาง

B2 LC attenuation far above f₀ การลดทอนของ LC

f0=12πLC,∣H(jnωs)∣≈(f0nfs)2    (nfs≫f0)f_0 = \frac{1}{2\pi\sqrt{LC}},\qquad |H(jn\omega_s)| \approx \Big(\frac{f_0}{nf_s}\Big)^2 \;\;(nf_s \gg f_0)

−40 dB/decade ฮาร์มอนิกที่ 2 ถูกลดทอนมากกว่าที่ 1 สี่เท่า และขนาดเริ่มต้นก็เล็กกว่า ฮาร์มอนิกแรกจึงกำหนดริปเปิลเกือบทั้งหมด

B3 Fundamental-harmonic ripple estimate ริปเปิลจากฮาร์มอนิกแรก

ΔVpp≈2⋅2Vinπsin⁡(πD)⋅(f0fs)2\Delta V_{pp} \approx 2\cdot\frac{2V_{in}}{\pi}\sin(\pi D)\cdot\Big(\frac{f_0}{f_s}\Big)^2

B4 Exact ripple (ideal C) สูตรจริงจากโดเมนเวลา

ΔVpp=(1−D)Vo8LCfs2=ΔIL8fsC\Delta V_{pp} = \frac{(1 - D)V_o}{8LCf_s^2} = \frac{\Delta I_L}{8f_sC}

ได้จากพื้นที่สามเหลี่ยมของกระแสริปเปิลที่ไหลเข้า C · อัตราส่วน B3/B4 = 8sin⁡πDπ3D(1−D)\frac{8\sin\pi D}{\pi^3D(1-D)} อยู่ระหว่าง 1.025–1.03 ในช่วงใช้งานปกติ

B5 ESR contribution ส่วนของ ESR

ΔVESR≈ΔIL⋅ESR\Delta V_{ESR} \approx \Delta I_L \cdot \mathrm{ESR}

เป็นสามเหลี่ยม (ตามรูปกระแส) ต่างเฟสกับส่วนของ C 90° ที่ฮาร์มอนิกแรก ผลรวมจึงน้อยกว่าบวกตรง ๆ ใช้แล็บหรือรวมฮาร์มอนิกด้วย ZC=ESR+1/(jωC)Z_C = \mathrm{ESR} + 1/(j\omega C)

ตัวอย่าง B-1 · บั๊ก 12 V → 5 V 2 A 50 kHz

L = 100 µH, C = 100 µF ประมาณริปเปิลด้วยฮาร์มอนิกแรก เทียบสูตรจริง แล้วดูผลเมื่อ C มี ESR 20 mΩ

  1. D=5/12=0.4167D = 5/12 = 0.4167 · B1: ฮาร์มอนิกแรกของโหนดสวิตช์ 2(12)πsin⁡(0.4167π)=7.379\frac{2(12)}{\pi}\sin(0.4167\pi) = 7.379 V

  2. B2: f0=12π10−8=1.592f_0 = \frac{1}{2\pi\sqrt{10^{-8}}} = 1.592 kHz · (f0/fs)2=1.013×10−3(f_0/f_s)^2 = 1.013\times10^{-3}

  3. B3: ริปเปิลยอด 7.379×1.013×10−3=7.487.379 \times 1.013\times10^{-3} = 7.48 mV → ยอดถึงยอด 14.96 mV

  4. B4: ΔIL=(12−5)(0.4167)100μ⋅50k=0.583\Delta I_L = \frac{(12 - 5)(0.4167)}{100\mu \cdot 50\text{k}} = 0.583 A · ΔV=0.5838(50k)(100μ)=14.58\Delta V = \frac{0.583}{8(50\text{k})(100\mu)} = 14.58 mV → ค่าประมาณสูงไป 2.6 %

  5. มี ESR 20 mΩ: ΔIL⋅ESR\Delta I_L\cdot\mathrm{ESR} = 11.7 mV แต่รวมฮาร์มอนิกทั้งหมดด้วย ZCZ_C ที่มี ESR ได้ 16.9 mV (ไม่ใช่ 14.6 + 11.7)

ริปเปิล 14.6 mV (C อุดมคติ) และ 16.9 mV เมื่อ ESR 20 mΩ ฮาร์มอนิกแรกตัวเดียวทำนายได้ภายใน 3 % · เปิดแล็บด้านล่างแล้วเปลี่ยน C, L หรือความถี่ดูได้ทันที

แล็บ “บั๊ก 12 V → 5 V 50 kHz” (ไม่มี ESR): ฮาร์มอนิกหลักขาออก 7.48 mV ยอด ยอดถึงยอดจริง 14.6 mV ✓

กระแสในตัวเหนี่ยวนำ: สามเหลี่ยมไม่สมมาตร กลาง

B6 Inductor ripple current กระแสริปเปิลของตัวเหนี่ยวนำ

ΔIL=(Vin−Vo)DLfs=Vo(1−D)Lfs\Delta I_L = \frac{(V_{in} - V_o)D}{Lf_s} = \frac{V_o(1 - D)}{Lf_s}

B7 Harmonics & RMS of the inductor current ฮาร์มอนิกและ RMS

IL,n=ΔIL ∣sin⁡nπD∣π2n2D(1−D),IL,rms=Io2+ΔIL212I_{L,n} = \frac{\Delta I_L\,|\sin n\pi D|}{\pi^2n^2D(1 - D)},\qquad I_{L,rms} = \sqrt{I_o^2 + \frac{\Delta I_L^2}{12}}

จาก W18 และพาร์เซวาล · ความสูญเสียทองแดงที่ความถี่สูง ∑IL,n2Rac(nfs)\sum I_{L,n}^2R_{ac}(nf_s) ซึ่ง RacR_{ac} โตขึ้นตาม skin/proximity effect

ตัวอย่าง B-2 · กระแสตัวเหนี่ยวนำของ B-1

หาฮาร์มอนิก 1–3 ของกระแสริปเปิล และกระแส RMS ของตัวเหนี่ยวนำ

  1. B7: π2D(1−D)=2.399\pi^2D(1 - D) = 2.399 · IL,1=0.583(0.966)2.399=0.235I_{L,1} = \frac{0.583(0.966)}{2.399} = 0.235 A · IL,2=0.030I_{L,2} = 0.030 A · IL,3=0.019I_{L,3} = 0.019 A (ยอด)

  2. RMS: 22+0.5832/12=2.0071\sqrt{2^2 + 0.583^2/12} = 2.0071 A

ริปเปิล 29 % ของกระแสโหลดเพิ่ม RMS เพียง 0.35 % แต่ฮาร์มอนิกที่ 50 kHz ยอด 0.235 A คือสิ่งที่สร้างความสูญเสียในแกนและเสียงรบกวน

กระแสด้านเข้าและตัวเก็บประจุอินพุต กลาง

ด้านเข้าของบั๊กดึงกระแสเป็นพัลส์ (≈ IoI_o ช่วง DT และ 0 ช่วงที่เหลือ) แหล่งจ่ายควรเห็นแค่ค่าเฉลี่ย DIoDI_o ส่วนที่เหลือต้องมาจากตัวเก็บประจุอินพุตที่อยู่ใกล้สวิตช์ที่สุด

B8 Input-capacitor RMS current กระแส RMS ในตัวเก็บประจุอินพุต

ICin,rms=IoD(1−D),Iin,n=2Ionπ∣sin⁡nπD∣I_{C_{in},rms} = I_o\sqrt{D(1 - D)},\qquad I_{in,n} = \frac{2I_o}{n\pi}|\sin n\pi D|

มาจากพาร์เซวาลของพัลส์ W3 หักส่วน DC สูงสุดที่ D = 0.5 (Io/2I_o/2) ใช้เลือกตัวเก็บประจุตามพิกัด ripple current

ตัวอย่าง B-3 · ตัวเก็บประจุอินพุตของ B-1

หากระแส RMS ในตัวเก็บประจุอินพุตและฮาร์มอนิกที่ 50 kHz ของกระแสด้านเข้า

  1. B8: 20.4167×0.5833=0.9862\sqrt{0.4167 \times 0.5833} = 0.986 A RMS

  2. Iin,1=2(2)πsin⁡(0.4167π)=1.23I_{in,1} = \frac{2(2)}{\pi}\sin(0.4167\pi) = 1.23 A ยอด

ต้องใช้ตัวเก็บประจุที่ทนกระแสริปเปิลอย่างน้อย 1 A RMS ที่ 50 kHz (เกือบเท่าครึ่งหนึ่งของกระแสโหลด) ถ้าตัวเก็บประจุอินพุตเล็กไป กระแส 1.23 A ที่ 50 kHz จะไหลย้อนไปในสายแหล่งจ่ายกลายเป็น EMI

ขอบสัญญาณกับ EMI: เอนเวโลปของพัลส์คางหมู ขั้นสูง

สวิตช์จริงใช้เวลาขาขึ้น trt_r โหนดสวิตช์จึงเป็นคางหมู (W14) ใช้ ∣sinc x∣≤min⁡(1,1/(πx))|\mathrm{sinc}\,x| \le \min(1, 1/(\pi x)) ได้เอนเวโลปแบบ Bode ที่วาดด้วยมือได้

B9 Trapezoid spectrum envelope เอนเวโลปสเปกตรัมของคางหมู

∣Vn∣≤2AD⋅min⁡(1,1πfτ)⋅min⁡(1,1πftr),f1=1πτ,f2=1πtr|V_n| \le 2AD\cdot\min\Big(1, \frac{1}{\pi f\tau}\Big)\cdot\min\Big(1, \frac{1}{\pi f t_r}\Big),\qquad f_1 = \frac{1}{\pi\tau},\quad f_2 = \frac{1}{\pi t_r}

แบนถึง f1f_1 (τ=DT\tau = DT ความกว้างพัลส์) ลด −20 dB/decade ถึง f2f_2 แล้ว −40 dB/decade · เวลาขาขึ้นเป็นตัวเดียวที่ย้าย f2f_2 จึงคุม EMI ย่าน MHz ได้โดยตรง

6080100120140100k1M10M100MHzdBµVf₁ = 379 kHz102.188.630 MHzt_r = 10 ns · f₂ = 31.8 MHzt_r = 50 ns · f₂ = 6.37 MHz
เอนเวโลปของโหนดสวิตช์ 12 V 500 kHz D = 0.42 เป็น dBµV: trt_r = 10 ns (สีส้ม) เทียบ 50 ns (สีฟ้า) ที่ 30 MHz ต่างกันราว 13 dB
ตัวอย่าง B-4 · ขอบเร็วกับขอบช้า

บั๊ก 12 V 500 kHz D = 0.42 เปรียบเทียบเอนเวโลปที่ 30 MHz เมื่อ trt_r = 10 ns และ 50 ns (เป็น dBµV)

  1. τ=0.42×2 μs=0.84 μs\tau = 0.42 \times 2\ \mu\text{s} = 0.84\ \mu\text{s} → f1=379f_1 = 379 kHz · 2AD=10.082AD = 10.08 V = 140.1 dBµV

  2. B9 trt_r = 10 ns: f2=31.8f_2 = 31.8 MHz (30 MHz ยังไม่ถึง) → 10.08/(π⋅30M⋅0.84μ)=0.12710.08/(\pi \cdot 30\text{M}\cdot 0.84\mu) = 0.127 V = 102.1 dBµV

  3. trt_r = 50 ns: f2=6.37f_2 = 6.37 MHz → คูณเพิ่ม 1/(π⋅30M⋅50n)=0.2121/(\pi\cdot 30\text{M}\cdot 50\text{n}) = 0.212 → 0.027 V = 88.6 dBµV

ขอบช้าลง 5 เท่าลดเอนเวโลปที่ 30 MHz ได้ 13.5 dB แต่ความสูญเสียสวิตชิ่ง ∝trfs\propto t_r f_s เพิ่ม 5 เท่า วิศวกรเลือกจุดสมดุล หรือเพิ่ม snubber/ฟิลเตอร์ EMI แทน

บูสต์และการเลือกความถี่สวิตชิ่ง กลาง

B10 Boost output ripple ริปเปิลของบูสต์

ΔVo=DIoCfs\Delta V_o = \frac{DI_o}{Cf_s}

ขาออกของบูสต์รับกระแสจากไดโอดเป็นพัลส์ (เหมือนด้านเข้าของบั๊ก) ไม่มี L กั้น ริปเปิลจึงมากกว่าบั๊กที่ L, C เท่ากันมาก และตัวเก็บประจุขาออกรับ IoD/(1−D)I_o\sqrt{D/(1-D)} RMS

เพิ่ม fsf_sผลจากมุมมองฟูเรียร์
ริปเปิลลดตาม 1/fs21/f_s^2 (B2, B4) ใช้ L C เล็กลงได้
ความสูญเสียสวิตชิ่งเพิ่มตาม fsf_s
ความสูญเสียแกนและ RacR_{ac}ฮาร์มอนิกของกระแส L อยู่ที่ความถี่สูงขึ้น
EMIเส้นสเปกตรัมห่างขึ้น ฮาร์มอนิกแรกอาจเลื่อนเข้าแถบ 150 kHz ของมาตรฐาน EMI
ระบบควบคุมครอสโอเวอร์ได้สูงขึ้น (ราว fs/10f_s/10) ดู ตัวชดเชย Type III

แล็บ: บั๊ก 12 V → 5 V ทีละฮาร์มอนิก พื้นฐาน

ค่าเริ่มต้นคือบั๊กของตัวอย่าง B-1 ดูขาออกแบบ AC (ขยายริปเปิล) และสเปกตรัมเป็น dB เปลี่ยน L หรือ C แล้วดูแท่งที่ 50 kHz ลดตาม (f0/fs)2(f_0/f_s)^2 หรือเปลี่ยน f₀ เป็น 100k ดูริปเปิลลด 4 เท่า

โครงการต่อยอด: ควบคุมบั๊กคอนเวอร์เตอร์ด้วยตัวชดเชย Type II/III · เรียนต่อทั้งวิชา: อิเล็กทรอนิกส์กำลัง · แล็บจำลองคอนเวอร์เตอร์ระดับการสวิตช์

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมบั๊กคอนเวอร์เตอร์ให้แรงดันขาออก D·Vin?

แรงดันที่โหนดสวิตช์เป็นพัลส์สูง Vin ดิวตี้ D อนุกรมฟูเรียร์ของมันมี DC เท่ากับ D·Vin บวกฮาร์มอนิกที่ความถี่สวิตชิ่ง ฟิลเตอร์ LC ให้ DC ผ่านเต็มที่ (H(0)=1H(0) = 1) และลดทอนฮาร์มอนิกตาม (f0/nfs)2(f_0/nf_s)^2 ขาออกจึงเหลือ D·Vin กับริปเปิลเล็ก ๆ

ประมาณแรงดันริปเปิลของบั๊กอย่างไร?

ใช้ฮาร์มอนิกแรกของโหนดสวิตช์ 2Vinπsin⁡πD\frac{2V_{in}}{\pi}\sin\pi D คูณการลดทอนของ LC (f0/fs)2(f_0/f_s)^2 ได้ค่ายอดของริปเปิล คูณสองเป็นค่ายอดถึงยอด ผลต่างจากสูตรจริง (1−D)Vo/(8LCfs2)(1-D)V_o/(8LCf_s^2) เพียงราว 2–3 % เพราะฮาร์มอนิกสูงกว่าถูกลดทอนมากจนแทบไม่มีผล

ESR ของตัวเก็บประจุมีผลต่อริปเปิลอย่างไร?

กระแสริปเปิลสามเหลี่ยมไหลผ่าน ESR สร้างแรงดันสามเหลี่ยม ΔIL⋅ESR\Delta I_L \cdot \mathrm{ESR} ซึ่งต่างเฟสกับส่วนของ C ในตัวอย่างบั๊ก 12 V → 5 V ESR 20 mΩ ทำให้ริปเปิลจาก 14.6 mV เป็น 16.9 mV ตัวเก็บประจุอิเล็กโทรไลต์ที่ ESR สูงกว่านี้ ESR มักเป็นตัวกำหนดริปเปิล

เวลาขาขึ้นของสวิตช์มีผลต่อ EMI อย่างไร?

สเปกตรัมของพัลส์คางหมูมีเอนเวโลปแบนถึง 1/(πτ)1/(\pi\tau) ลด −20 dB/decade ถึง 1/(πtr)1/(\pi t_r) แล้วลด −40 dB/decade ขอบที่ช้าลง 5 เท่า (10 → 50 ns) ลดเอนเวโลปที่ 30 MHz ได้ราว 13 dB แลกกับความสูญเสียสวิตชิ่งที่เพิ่มขึ้น

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์