พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. อนุกรมฟูเรียร์
  4. ฟูเรียร์คืออะไร

// บทที่ 14.1 · อนุกรมฟูเรียร์ · What Is a Fourier Series?

อนุกรมฟูเรียร์คืออะไร: ทุกคลื่นคาบคือผลรวมของไซน์

คลื่นสี่เหลี่ยมจากเครื่องกำเนิดสัญญาณ แรงดันที่ขาออกของอินเวอร์เตอร์ กระแสที่คอมพิวเตอร์ดึงจากปลั๊ก ทั้งหมดไม่ใช่ไซน์ แต่ทุกรูปที่ซ้ำเดิมเป็นคาบเขียนเป็นผลรวมของไซน์ได้เสมอ นี่คือความคิดของโจเซฟ ฟูเรียร์ และเป็นภาษาที่วิศวกรไฟฟ้าใช้พูดถึงฮาร์มอนิก ตัวกรอง และคุณภาพไฟฟ้า หน้านี้ปูพื้นให้เห็นภาพก่อนลงมือคำนวณในหน้าถัดไป

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • สัญญาณคาบ x(t+T)=x(t)x(t + T) = x(t) มีความถี่มูลฐาน f0=1/Tf_0 = 1/T
  • x(t)=a0+∑n=1∞[ancos⁡nω0t+bnsin⁡nω0t]x(t) = a_0 + \sum_{n=1}^{\infty}\big[a_n\cos n\omega_0 t + b_n \sin n\omega_0 t\big] โดย ω0=2πf0\omega_0 = 2\pi f_0
  • ตัวที่ nn เรียกว่าฮาร์มอนิกที่ nn มีความถี่ nf0nf_0 ไฟ 50 Hz จึงมีฮาร์มอนิกที่ 150, 250, 350 Hz …
  • กราฟของ An=an2+bn2A_n = \sqrt{a_n^2 + b_n^2} เทียบ nn คือสเปกตรัม สิ่งที่ FFT บนสโคปและเครื่องวิเคราะห์กำลังแสดง
ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปวส. · ปี 1กลาง ป.ตรี วิศวกรรมขั้นสูง ป.โท · งานวิจัย

แนวคิด: ไซน์คืออิฐก้อนพื้นฐานของทุกคลื่นคาบ พื้นฐาน

ลองนึกถึงคอร์ดดนตรี เสียงที่ได้ยินคือโน้ตหลายตัวที่ดังพร้อมกัน หูของเราแยกได้ว่ามีโน้ตอะไรบ้าง อนุกรมฟูเรียร์ทำแบบเดียวกันกับสัญญาณไฟฟ้า มันบอกว่าคลื่นรูปไหนก็ตามที่ซ้ำเป็นคาบ ประกอบด้วยไซน์ความถี่อะไร ขนาดเท่าไร และเลื่อนเฟสไปเท่าไร

เงื่อนไขเดียวที่ต้องมีคือความเป็นคาบ รูปคลื่นต้องซ้ำเดิมทุกช่วงเวลา TT เท่ากัน ไซน์ที่ใช้ประกอบจึงมีได้เฉพาะความถี่ที่ซ้ำพอดีกับคาบนั้น คือ f0,2f0,3f0,…f_0, 2f_0, 3f_0, \dots ไม่มีความถี่อื่นปน

F1 Periodic signal & fundamental frequency สัญญาณคาบและความถี่มูลฐาน

x(t+T)=x(t),f0=1T,ω0=2πf0=2πTx(t + T) = x(t), \qquad f_0 = \frac{1}{T}, \qquad \omega_0 = 2\pi f_0 = \frac{2\pi}{T}

TT คือคาบที่สั้นที่สุดที่รูปซ้ำ ไฟบ้านไทย f0=50f_0 = 50 Hz, T=20T = 20 ms, ω0=314.16\omega_0 = 314.16 rad/s

F2 Harmonic frequencies ความถี่ของฮาร์มอนิก

fn=nf0,ωn=nω0,n=1,2,3,…f_n = n f_0, \qquad \omega_n = n\omega_0, \qquad n = 1, 2, 3, \dots

n=1n = 1 คือฮาร์มอนิกหลัก (fundamental) n=2n = 2 คือฮาร์มอนิกที่ 2 ไปเรื่อย ๆ ความถี่ที่ไม่ใช่จำนวนเต็มเท่าเรียกว่าอินเตอร์ฮาร์มอนิก ไม่อยู่ในอนุกรมฟูเรียร์

F3 Fourier series (trigonometric form) อนุกรมฟูเรียร์รูปตรีโกณมิติ

x(t)=a0+∑n=1∞[ ancos⁡(nω0t)+bnsin⁡(nω0t) ]x(t) = a_0 + \sum_{n=1}^{\infty} \Big[\, a_n \cos(n\omega_0 t) + b_n \sin(n\omega_0 t) \,\Big]

a0a_0 คือค่าเฉลี่ย (DC) ส่วน ana_n กับ bnb_n บอกว่ามีโคไซน์และไซน์ของความถี่ nf0nf_0 อยู่เท่าไร วิธีหาอยู่ที่ T6 · บางตำราเขียน a0/2a_0/2 แทน a0a_0 ชุดนี้ใช้ a0a_0 = ค่าเฉลี่ยตลอด เพราะอ่านเป็นแรงดัน DC ได้ทันที

F4 Amplitude–phase form รูปแอมพลิจูด–เฟส (ฮาร์มอนิกละหนึ่งไซน์)

x(t)=a0+∑n=1∞Ancos⁡(nω0t+φn),An=an2+bn2x(t) = a_0 + \sum_{n=1}^{\infty} A_n \cos(n\omega_0 t + \varphi_n), \qquad A_n = \sqrt{a_n^2 + b_n^2}

รวมโคไซน์กับไซน์ความถี่เดียวกันเป็นไซน์ตัวเดียว (harmonic addition จากตรีโกณมิติ) AnA_n คือแอมพลิจูด (ค่ายอด) ของฮาร์มอนิกที่ nn รายละเอียดมุม φn\varphi_n ที่ C3

−101tT/2Tสี่เหลี่ยมf₀ (n = 1)3f₀ × ⅓5f₀ × ⅕ผลรวม 3 ตัว
คลื่นสี่เหลี่ยม (เส้นประ) กับไซน์ความถี่ f0f_0, 3f03f_0, 5f05f_0 ที่ขนาด 1,13,151, \tfrac13, \tfrac15 ของตัวแรก ผลรวมสามตัว (สีส้ม) เริ่มเหลี่ยมแล้ว

สังเคราะห์: รวมไซน์ให้ได้คลื่นสี่เหลี่ยม พื้นฐาน

คลื่นสี่เหลี่ยมสูง ±A\pm A เขียนเป็นอนุกรมได้ว่า x(t)=4Aπ[sin⁡ω0t+13sin⁡3ω0t+15sin⁡5ω0t+⋯]x(t) = \tfrac{4A}{\pi}\big[\sin\omega_0 t + \tfrac13 \sin 3\omega_0 t + \tfrac15 \sin 5\omega_0 t + \cdots\big] มีเฉพาะฮาร์มอนิกคี่ และขนาดลดลงตาม 1/n1/n ที่มาของสูตรนี้อยู่ในตัวอย่าง T-1 ตอนนี้ลองเชื่อไปก่อนแล้วดูด้วยตาว่ามันรวมกันเป็นสี่เหลี่ยมจริง กด “▶ เพิ่มทีละตัว” หรือเลื่อน N

ตัวอย่าง F-1 · ผลรวมสามพจน์

ใช้ฮาร์มอนิกที่ 1, 3, 5 ของคลื่นสี่เหลี่ยม ±1\pm1 V หาค่าที่ t=T/4t = T/4 และ t=T/8t = T/8 แล้วบอกว่ารวมสามตัวได้กำลังกี่เปอร์เซ็นต์

  1. ที่ t=T/4t = T/4 มุม ω0t=π/2\omega_0 t = \pi/2: sin⁡π2=1\sin\tfrac{\pi}{2} = 1, sin⁡3π2=−1\sin\tfrac{3\pi}{2} = -1, sin⁡5π2=1\sin\tfrac{5\pi}{2} = 1

    x5 ⁣(T4)=4π(1−13+15)=1.2732×0.8667=1.1035 Vx_5\!\left(\tfrac{T}{4}\right) = \frac{4}{\pi}\Big(1 - \tfrac13 + \tfrac15\Big) = 1.2732 \times 0.8667 = 1.1035\ \text{V}
  2. ที่ t=T/8t = T/8 มุม π/4\pi/4: sin⁡45∘=0.7071\sin 45^\circ = 0.7071, sin⁡135∘=0.7071\sin 135^\circ = 0.7071, sin⁡225∘=−0.7071\sin 225^\circ = -0.7071

    x5 ⁣(T8)=4π(0.7071+0.70713−0.70715)=1.0204 Vx_5\!\left(\tfrac{T}{8}\right) = \frac{4}{\pi}\Big(0.7071 + \tfrac{0.7071}{3} - \tfrac{0.7071}{5}\Big) = 1.0204\ \text{V}
  3. กำลัง (ค่า RMS²) ของสี่เหลี่ยมคือ A2=1A^2 = 1 ส่วนฮาร์มอนิกที่ nn มีกำลัง An2/2A_n^2/2 P5

    12(4π)2(1+19+125)=0.8106×1.1511=0.9331\frac{1}{2}\Big(\frac{4}{\pi}\Big)^2\Big(1 + \tfrac19 + \tfrac1{25}\Big) = 0.8106 \times 1.1511 = 0.9331

ค่าที่ T/4 เกินไป 10 % ที่ T/8 เกินไป 2 % แต่สามตัวแรกให้กำลังแล้ว 93.3 % ของทั้งหมด ฮาร์มอนิกหลักตัวเดียวมีกำลัง 81.1 % ส่วนที่เหลือคือสิ่งที่ทำให้มุมคม

ตรวจในแล็บด้านบน: ตั้ง N = 5 อ่าน “กำลังที่รวมแล้ว” ได้ 93.31 % ✓

สังเกต: เพิ่มฮาร์มอนิกเท่าไรมุมก็คมขึ้น แต่ยอดแหลมข้างรอยกระโดดไม่หาย มันสูงราว 9 % ของขนาดรอยกระโดดเสมอ เรียกว่าปรากฏการณ์กิบส์ อธิบายที่ 12.5

ภาษาของฮาร์มอนิก: ชื่อที่ต้องรู้ พื้นฐาน

งานไฟฟ้าใช้คำเหล่านี้ทุกวัน ในรายงานคุณภาพไฟฟ้า สเปกของไดรฟ์ หรือหน้าจอเครื่องวัด

F5 DC component องค์ประกอบ DC = ค่าเฉลี่ย

a0=1T∫0Tx(t) dta_0 = \frac{1}{T}\int_{0}^{T} x(t)\,dt

ไซน์บริสุทธิ์มี a0=0a_0 = 0 คลื่นที่เรียงกระแสแล้ว หรือพัลส์ 0 ถึง 5 V มี a0≠0a_0 \neq 0 ฮาร์มอนิกที่ “ลำดับศูนย์” คือ DC

F6 Odd, even and triplen harmonics ฮาร์มอนิกคี่ คู่ และทริปเพลน

odd: n=1,3,5,…even: n=2,4,…triplen: n=3,9,15,…\text{odd: } n = 1, 3, 5, \dots \quad \text{even: } n = 2, 4, \dots \quad \text{triplen: } n = 3, 9, 15, \dots

ครึ่งบวกกับครึ่งลบหน้าตาเหมือนกัน (กลับหัว) → มีแต่ฮาร์มอนิกคี่ S4 · ทริปเพลน (คี่ที่หารด้วย 3 ลงตัว) บวกกันในสายนิวทรัล H10

F7 Line spectrum สเปกตรัมเส้น: มองสัญญาณในโดเมนความถี่

x(t)  ⟷  { a0; (A1,φ1); (A2,φ2); … }at0, f0, 2f0, …x(t) \;\longleftrightarrow\; \{\, a_0;\ (A_1, \varphi_1);\ (A_2, \varphi_2);\ \dots \,\} \quad \text{at} \quad 0,\ f_0,\ 2f_0,\ \dots

สัญญาณคาบมีพลังงานเฉพาะที่ความถี่ nf0nf_0 กราฟสเปกตรัมจึงเป็นแท่ง ๆ ไม่ต่อเนื่อง ระยะห่างของแท่งคือ f0=1/Tf_0 = 1/T เครื่องวัดมักแสดงเป็นค่า RMS An/2A_n/\sqrt2 หรือเป็น % ของฮาร์มอนิกหลัก

v20 ms40 msสโคป: เห็นรูปร่างf%50 Hz150 Hz250 Hz100 %30 %15 %FFT / เครื่องวิเคราะห์: เห็นส่วนผสม
สัญญาณเดียวกันสองมุมมอง: ซ้ายคือโดเมนเวลา (สิ่งที่สโคปแสดง) ขวาคือโดเมนความถี่ (สิ่งที่ FFT หรือเครื่องวิเคราะห์กำลังแสดง) ไฟ 50 Hz ที่มีฮาร์มอนิกที่ 3 และ 5
ลำดับ nที่ 50 Hzที่ 60 Hzแหล่งกำเนิดที่พบบ่อยในงานไฟฟ้า
0 (DC)0 Hz0 Hzเรียงกระแสครึ่งคลื่น อุปกรณ์เสียข้างเดียว
1 (หลัก)50 Hz60 Hzไฟจากการไฟฟ้า กำลังจริงส่วนใหญ่อยู่ที่นี่
2100 Hz120 Hzกระแสพุ่งเข้าหม้อแปลง (inrush) โหลดไม่สมมาตร
3150 Hz180 HzSMPS คอมพิวเตอร์ หลอด LED หม้อแปลงอิ่มตัว → นิวทรัลร้อน
5, 7250, 350 Hz300, 420 Hzเรกติไฟเออร์ 3 เฟส 6 พัลส์ ไดรฟ์ VFD UPS 12.9
11, 13550, 650 Hz660, 780 Hz6 พัลส์ (รองลงมา) และ 12 พัลส์
รอบ mfm_fkHzkHzสวิตชิ่งของอินเวอร์เตอร์ PWM 12.10

อ่านสัมประสิทธิ์โดยไม่ต้องอินทิเกรต พื้นฐาน

ถ้าสัญญาณเขียนเป็นผลรวมของไซน์อยู่แล้ว อนุกรมฟูเรียร์ก็คือตัวมันเอง แค่จัดรูปให้ตรงกับ F3 และถ้าเป็นกำลังของไซน์ ใช้สูตรลดกำลังจากตรีโกณมิติเปลี่ยนเป็นผลบวกได้ทันที

ตัวอย่าง F-2 · อ่านค่าตรง

v(t)=12+5cos⁡(100πt)−2sin⁡(300πt)v(t) = 12 + 5\cos(100\pi t) - 2\sin(300\pi t) V หาคาบ f0f_0, a0a_0, ana_n, bnb_n และค่า RMS

  1. ความถี่เชิงมุมที่มีคือ 100π100\pi และ 300π300\pi rad/s ตัวที่ต่ำที่สุดที่ทุกตัวเป็นจำนวนเต็มเท่าคือ ω0=100π\omega_0 = 100\pi → f0=50f_0 = 50 Hz, T=20T = 20 ms

  2. เทียบกับ F3: a0=12a_0 = 12, a1=5a_1 = 5, b3=−2b_3 = -2 ค่าอื่นเป็นศูนย์ทั้งหมด (ไม่มีฮาร์มอนิกที่ 2)

  3. RMS จากพาร์เซวาล P6: DC ใช้ค่าเต็ม ไซน์ใช้ A/2A/\sqrt2

    Vrms=122+522+222=144+12.5+2=12.59 VV_{rms} = \sqrt{12^2 + \tfrac{5^2}{2} + \tfrac{2^2}{2}} = \sqrt{144 + 12.5 + 2} = 12.59\ \text{V}

f0=50f_0 = 50 Hz · a0=12a_0 = 12 V · a1=5a_1 = 5 V · b3=−2b_3 = -2 V · Vrms=12.59V_{rms} = 12.59 V

ตัวอย่าง F-3 · ความไม่เป็นเชิงเส้นสร้างฮาร์มอนิก

ป้อน x=sin⁡ωtx = \sin\omega t เข้าอุปกรณ์ที่ได้ขาออก y=x2y = x^2 และ y=x3y = x^3 ขาออกมีฮาร์มอนิกอะไรบ้าง

  1. สูตรลดกำลัง (power-reduction) จากตรีโกณมิติ

    sin⁡2ωt=12−12cos⁡2ωt\sin^2\omega t = \tfrac12 - \tfrac12\cos 2\omega t
  2. sin⁡3ωt=34sin⁡ωt−14sin⁡3ωt\sin^3\omega t = \tfrac34\sin\omega t - \tfrac14\sin 3\omega t

  3. อ่านค่า: x2x^2 มี a0=12a_0 = \tfrac12, a2=−12a_2 = -\tfrac12 · x3x^3 มี b1=34b_1 = \tfrac34, b3=−14b_3 = -\tfrac14

กำลังสอง (ไม่สมมาตร) สร้าง DC กับฮาร์มอนิกคู่ กำลังสาม (สมมาตรแบบคี่) สร้างเฉพาะฮาร์มอนิกคี่ นี่คือเหตุผลที่แกนเหล็กหม้อแปลงที่อิ่มตัว (คี่) สร้างฮาร์มอนิกที่ 3 และไดโอด (ไม่สมมาตร) สร้างฮาร์มอนิกคู่ ดู S7

ทำไมวิศวกรไฟฟ้าต้องรู้อนุกรมฟูเรียร์ พื้นฐาน

หลักการเดียวกันใช้ได้ตั้งแต่ห้องแล็บวงจรจนถึงสถานีไฟฟ้า ทุกงานในตารางนี้มีหน้าอธิบายในชุดนี้

งานคำถามที่ฟูเรียร์ตอบอ่านต่อ
คุณภาพไฟฟ้าTHD เท่าไร ผ่าน IEEE 519 ไหม ทำไม PF ต่ำทั้งที่ cos φ ดี12.8
อาคารสำนักงานทำไมสายนิวทรัลร้อน หม้อแปลงร้อน ทั้งที่โหลดไม่เต็มH10
โรงงานทำไมคาปาซิเตอร์แก้ PF ระเบิด ต้องใช้รีแอกเตอร์ดีจูนกี่ %12.12
อิเล็กทรอนิกส์กำลังอินเวอร์เตอร์ PWM มีฮาร์มอนิกที่ไหน ต้องกรองที่ความถี่เท่าไร12.10
แหล่งจ่ายไฟริปเปิลของบั๊กคอนเวอร์เตอร์เท่าไร EMI ไปถึงกี่ MHz12.11
วงจรกรองสัญญาณคลื่นสี่เหลี่ยมผ่าน RC แล้วได้อะไร ทำไมมุมมน12.7
เครื่องมือวัดFFT บนสโคปและเครื่องวิเคราะห์กำลังคำนวณอย่างไร ทำไมค่าคลาดเคลื่อน12.13
ระบบควบคุมทำนายลิมิตไซเคิลด้วยฮาร์มอนิกหลัก (describing function)U1
มุมมองของอาจารย์: ช่างเทคนิควัด THD ได้จากเครื่องวัด แต่วิศวกรต้องตอบได้ว่าตัวเลขนั้นมาจากไหน จะเปลี่ยนอะไรในวงจรให้มันลดลง และจะลดลงเท่าไร คำตอบทั้งหมดมาจากสูตรสามบรรทัดของฟูเรียร์

อนุกรมฟูเรียร์ใช้กับอะไรได้ และอะไรไม่ได้ กลาง

  • ใช้ได้: สัญญาณคาบในสถานะคงตัว (steady state) ที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของดีริชเลต์ ซึ่งสัญญาณไฟฟ้าจริงทุกตัวผ่าน แม้จะมีรอยกระโดดหรือมุมแหลม P1
  • ไม่เป็นคาบ เช่นพัลส์เดียว ใช้การแปลงฟูเรียร์ (Fourier transform) ได้สเปกตรัมต่อเนื่อง ดูแล็บสัญญาณ
  • ช่วงชั่วครู่ เช่นสวิตช์เพิ่งเปิด ใช้การแปลงลาปลาซ แล้วค่อยใช้ฟูเรียร์กับส่วนสถานะคงตัว
  • ความถี่ไม่สัมพันธ์กัน เช่น 50 Hz กับ 173 Hz ผลรวมไม่เป็นคาบที่สั้น เรียก 173 Hz ว่าอินเตอร์ฮาร์มอนิก เครื่องวัดตามมาตรฐานจัดกลุ่มแยกไว้ D8

ประวัติสั้น ๆ: Joseph Fourier เสนอแนวคิดนี้ในงานเรื่องการนำความร้อน (ค.ศ. 1807) และตีพิมพ์หนังสือ Théorie analytique de la chaleur ใน ค.ศ. 1822 คำถามว่าอนุกรมลู่เข้าเมื่อใดถูกตอบภายหลังโดย Dirichlet

เรียนต่ออะไร: เส้นทางในชุดนี้ พื้นฐาน

  1. 12.2 หาสัมประสิทธิ์ทีละขั้น ต้องใช้อินทิกรัล (ทีละส่วน) และตรีโกณมิติ
  2. 12.3 สมมาตร ลดงานคำนวณได้ครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า
  3. 12.4 รูปเชิงซ้อนและสเปกตรัม และ 12.5 พาร์เซวาล สะพานสู่ RMS และ THD
  4. 12.6 ตารางรูปคลื่น ใช้เป็นสูตรสำเร็จในงานจริง
  5. นำไปใช้: วงจร → กำลังไฟฟ้า → เรกติไฟเออร์ → อินเวอร์เตอร์ → บั๊ก → วิธีแก้
  6. วัดจริง: FFT และแล็บเสมือน

คำถามที่พบบ่อย

อนุกรมฟูเรียร์คืออะไรในหนึ่งประโยค?

คือการเขียนสัญญาณที่ซ้ำรูปเดิมทุกคาบ TT ให้เป็นผลรวมของค่าคงตัว (DC) กับไซน์และโคไซน์ที่ความถี่เป็นจำนวนเต็มเท่าของ f0=1/Tf_0 = 1/T เรียกแต่ละตัวว่าฮาร์มอนิก

ฮาร์มอนิกที่ 3 ของไฟ 50 Hz คือความถี่อะไร?

ฮาร์มอนิกที่ n มีความถี่ nf0n f_0 ไฟ 50 Hz จึงมีฮาร์มอนิกที่ 3 ที่ 150 Hz ที่ 5 ที่ 250 Hz และที่ 7 ที่ 350 Hz ถ้าเป็นระบบ 60 Hz ฮาร์มอนิกที่ 3 อยู่ที่ 180 Hz

อนุกรมฟูเรียร์ต่างจากการแปลงฟูเรียร์และการแปลงลาปลาซอย่างไร?

อนุกรมฟูเรียร์ใช้กับสัญญาณคาบ ได้สเปกตรัมเป็นเส้นที่ความถี่ nf0nf_0 การแปลงฟูเรียร์ใช้กับสัญญาณไม่เป็นคาบ ได้สเปกตรัมต่อเนื่อง ส่วนการแปลงลาปลาซใช้ s=σ+jωs = \sigma + j\omega เหมาะกับผลตอบสนองชั่วครู่ที่เริ่มจากเวลา 0 งานฮาร์มอนิกในระบบไฟฟ้าซึ่งอยู่ในสถานะคงตัวจึงใช้อนุกรมฟูเรียร์

ทำไมไฟในอาคารที่ใช้คอมพิวเตอร์มากจึงมีฮาร์มอนิกสูง?

แหล่งจ่ายไฟสวิตชิ่งที่ไม่มี PFC ดึงกระแสเป็นพัลส์แหลมเฉพาะช่วงยอดแรงดัน กระแสรูปนี้เมื่อแยกด้วยอนุกรมฟูเรียร์มีฮาร์มอนิกคี่จำนวนมาก โดยเฉพาะที่ 3 ซึ่งบวกกันในสายนิวทรัล ดูหน้าเรื่องกำลังไฟฟ้าเมื่อมีฮาร์มอนิก

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์