- หน้าแรก
- คลังความรู้
- แล็บ FG + สโคป
- งานประยุกต์
// บทที่ 12.9 · แล็บ FG + สโคป · Engineering Applications
งานประยุกต์และโจทย์ที่เจอเสมอ: เรกติไฟเออร์ PWM คลิปเปอร์ และการวัด L C
โจทย์แล็บและงานจริงในวิศวกรรมไฟฟ้ามีรูปแบบซ้ำเดิมทุกปี: เรียงกระแสแล้วดูริปเปิล คุมความสว่างด้วย PWM ตัดยอดสัญญาณ หาค่าชิ้นส่วนที่ไม่รู้ ทดสอบเครื่องขยาย ถอดรหัสสัญญาณสื่อสาร และวัดกำลังไฟฟ้า หน้านี้รวมไว้ครบพร้อมตารางอาการบนจอ และชุดการทดลองสำหรับวิชาสัญญาณและระบบ สูตรใช้รหัส X
- ริปเปิล , = f (ครึ่งคลื่น) หรือ 2f (เต็มคลื่น)
- PWM: เฉลี่ย · RMS
- หา C จาก τ, หา L จากเรโซแนนซ์
- ทดสอบเครื่องขยายด้วยสี่เหลี่ยม: ยอดเอียง → ความถี่ต่ำ · ขอบมน → ความถี่สูง · แกว่ง → ใกล้ไม่เสถียร
เห็นแบบนี้บนจอ คืออะไร พื้นฐาน
ตารางนี้คือทางลัดเวลาเจอภาพบนสโคปแล้วงง ดูรูปทรงก่อน แล้วกดไปที่สูตรหรือคำอธิบาย
| สิ่งที่เห็น | สาเหตุ / วงจรที่เป็นไปได้ | ไปที่ |
|---|---|---|
| ภาพวิ่ง ไม่นิ่ง | ทริกเกอร์ | ทริกเกอร์ |
| ค่าเป็นครึ่งหนึ่งหรือสองเท่าของที่ตั้ง | ตั้ง Load ของ FG ไม่ตรงโหลดจริง | V4 |
| ค่าผิดไป 10 เท่าพอดี | สวิตช์โพรบไม่ตรงเมนู | O16 |
| ความถี่ต่ำผิดปกติทั้งที่ควรสูง | อเลียสซิง | O12 |
| ยอดบนและล่างแบนราบ | ออปแอมป์อิ่มตัว · คลิปเปอร์ · สโคปล้นจอ | U4 · X6 |
| ไซน์กลายเป็นสามเหลี่ยม | สลูว์เรตไม่พอ | U6 |
| สี่เหลี่ยมกลายเป็นสามเหลี่ยม | อินทิเกรเตอร์ · RC ที่ความถี่สูงกว่า มาก | R7 · U8 |
| ขอบขาขึ้นโค้งแบบชาร์จ | RC ต่ำผ่าน · โพรบชดเชยขาด · แบนด์วิดท์ไม่พอ | R2 · O7 |
| สไปก์แหลมที่ขอบ ยอดแบน 0 | RC สูงผ่าน / ดิฟเฟอเรนชิเอเตอร์ | R8 |
| ยอดเอียง (tilt) | คัปปลิง AC · ความถี่ต่ำถูกตัด | O6 · X11 |
| แกว่งหลังขอบแล้วยุบ | RLC · สายกราวด์โพรบยาว · ระบบใกล้ไม่เสถียร | R13 |
| เหลือแต่ครึ่งบน | เรกติไฟเออร์ครึ่งคลื่น | X1 |
| DC มีฟันเลื่อยเล็ก ๆ ขี่อยู่ | เรกติไฟเออร์ + C · PWM + RC | X2 · X5 |
| ไซน์ทั้งรูปเลื่อนขึ้นหรือลง | แคลมเปอร์ · ออฟเซต DC | X7 · W4 |
| ขาออกคอมพาเรเตอร์สั่นที่จุดตัด | นอยส์ ไม่มีฮิสเทอรีซิส | U11 |
| ฮัม 50 Hz ปนทุกช่อง | ลูปกราวด์ ขาเข้าลอย | ลดนอยส์ |
เรกติไฟเออร์และแรงดันริปเปิล พื้นฐาน กลาง
แหล่งจ่ายไฟ DC ทุกตัวที่ต่อจากไฟบ้านเริ่มจากการเรียงกระแส ไดโอดปล่อยเฉพาะครึ่งบวก (ครึ่งคลื่น) หรือพลิกครึ่งลบขึ้นมา (บริดจ์ เต็มคลื่น) ตัวเก็บประจุชาร์จที่ยอดแล้วจ่ายกระแสให้โหลดระหว่างยอด แรงดันจึงลดลงเป็นฟันเลื่อยเล็ก ๆ เรียกว่าริปเปิล ในแล็บใช้เครื่องกำเนิดสัญญาณแทนหม้อแปลงได้ที่แรงดันต่ำ แต่กระแสจะถูกจำกัดด้วย 50 Ω ของเครื่อง
X1 Peak output after the diodes แรงดันยอดหลังไดโอด
≈ 0.7 V (ซิลิคอน) 0.3 V (Schottky) · กระแสยอดสูงทำให้ตกเพิ่มอีกบนความต้านทานแหล่ง
X2 Ripple voltage แรงดันริปเปิล
สมมติ C คายตลอดคาบ จึงได้ค่าสูงกว่าจริงเล็กน้อย ใช้ออกแบบได้ปลอดภัย · ใช้ได้ดีเมื่อ
X3 DC level and ripple RMS ระดับ DC และ RMS ของริปเปิล
ริปเปิลรูปฟันเลื่อย RMS = ค่ายอดถึงยอด / (W12)
X4 Diode conduction and peak current (half-wave) มุมนำกระแสและกระแสยอดของไดโอด
ยิ่ง C ใหญ่ ริปเปิลเล็ก ไดโอดยิ่งนำกระแสช่วงสั้นและกระแสยอดยิ่งสูง ต้องเลือกไดโอดและหม้อแปลงรองรับ (เต็มคลื่น: แทน ด้วย )
หม้อแปลง 12 Vrms 50 Hz บริดจ์ซิลิคอน C = 2200 µF กระแสโหลด 0.5 A หา , ริปเปิล และ
DC ราว 14.4 V ริปเปิล 2.3 Vpp ถ้าต่อเรกกูเลเตอร์ 12 V (เช่น 7812 ต้องการส่วนต่างราว 2 V) ต้องดูว่าจุดต่ำสุด 15.57 − 2.27 = 13.3 V ยังเกิน 14 V ไหม ไม่เกิน จึงต้องเพิ่ม C เป็นราว 4700 µF ภาพที่วัดด้วยสโคป ใช้คัปปลิง AC ที่ 0.5 V/div จะเห็นฟันเลื่อยชัด
ไซน์ 10 Vpp 1 kHz เข้าเรกติไฟเออร์ครึ่งคลื่น = 10 kΩ, C = 1 µF ประมาณ และริปเปิล แล้วเทียบกับสโคปจำลอง
สโคปจำลองวัดได้ยอดราว 4.17 V และริปเปิลราว 0.36–0.38 Vpp ต่ำกว่าสูตรทั้งคู่: ยอดต่ำกว่าเพราะกระแสยอดของไดโอดไหลผ่าน 50 Ω ของเครื่อง ริปเปิลต่ำกว่าเพราะ C ไม่ได้คายตลอดคาบ (ช่วงชาร์จกินเวลาส่วนหนึ่ง) และการคายเป็นเอกซ์โพเนนเชียล ลองเพิ่ม C ดูว่าริปเปิลลดตามสูตร
PWM กับแรงดันเฉลี่ย พื้นฐาน กลาง
ไมโครคอนโทรลเลอร์ให้ได้แค่ 0 กับ 5 V (หรือ 3.3 V) แต่ถ้าสลับเร็วพอ โหลดที่ช้ากว่า เช่น หลอด LED ในสายตาคน มอเตอร์ ตัวกรอง RC หรือตัวเหนี่ยวนำในบักคอนเวอร์เตอร์ จะตอบสนองต่อค่าเฉลี่ย การปรับดิวตี้จึงเท่ากับปรับแรงดัน นี่คือหลักของการคุมมอเตอร์ หรี่ไฟ DAC ราคาถูก และอิเล็กทรอนิกส์กำลังเกือบทั้งหมด
X5 PWM average and RC-filter ripple PWM: ค่าเฉลี่ยและริปเปิลหลังกรอง RC
ริปเปิลสูงสุดที่ D = 50 % · เพิ่มความถี่ PWM หรือ RC ลดริปเปิล แต่ RC ใหญ่ทำให้ตอบสนองช้า (≈ 5RC) · RMS ของ PWM เองคือ W11
PWM 0–5 V 1 kHz ดิวตี้ 30 % กรองด้วย R = 10 kΩ, C = 1 µF หาแรงดันเฉลี่ยและริปเปิล
ค่าเฉลี่ย X5
ริปเปิล ( = 10 ms ≫ 1 ms)
1.5 V ริปเปิลราว 0.1 Vpp ตรงกับสโคปจำลอง (1.50 V, 0.104 Vpp) ใช้เป็น DAC หยาบ ๆ ได้ ถ้าต้องการริปเปิลน้อยกว่านี้ใช้ RC สองชั้นหรือเพิ่มความถี่ PWM เป็นหลายสิบ kHz
ในบักคอนเวอร์เตอร์ ตัวเหนี่ยวนำกับตัวเก็บประจุทำหน้าที่เดียวกับ RC นี้แต่ไม่สูญเสียพลังงาน แรงดันขาออกในโหมดกระแสต่อเนื่องจึงเท่ากับ เหมือนสูตร X5 ตรงตัว
คลิปเปอร์และแคลมเปอร์ พื้นฐาน
ไดโอดกับตัวต้านทานตัดยอดสัญญาณไม่ให้เกินระดับหนึ่ง (คลิปเปอร์) ใช้ป้องกันขาเข้าของวงจร เช่น ขา ADC ส่วนไดโอดกับตัวเก็บประจุยกระดับทั้งรูปคลื่น (แคลมเปอร์) โดยไม่เปลี่ยนรูปทรง ใช้ฟื้นระดับ DC ของสัญญาณวิดีโอ และเป็นภาคแรกของวงจรทวีแรงดัน
X6 Diode clipper วงจรตัดยอด
ต้องมีตัวต้านทานอนุกรมจำกัดกระแสไดโอดเสมอ ใช้ซีเนอร์ได้ระดับ
X7 Diode clamper วงจรยกระดับ
ต้องให้ ไม่เช่นนั้นตัวเก็บประจุคายจนรูปเพี้ยน · กลับทิศไดโอดได้การยกลง
หาค่า C และ L ที่ไม่รู้จากการวัด พื้นฐาน กลาง
ตัวเก็บประจุที่ลบตัวเลขไม่ได้ ขดลวดที่พันเอง หรือหม้อแปลงที่ไม่รู้สเปก หาค่าได้ด้วยเครื่องกำเนิดสัญญาณกับสโคปสามวิธี: ค่าคงตัวเวลา เรโซแนนซ์ และอิมพีแดนซ์ (B12)
X8 Capacitance from τ หา C จากค่าคงตัวเวลา
X9 Inductance from resonance หา L จากเรโซแนนซ์
ต่อ L อนุกรม C ที่รู้ค่า หาความถี่ที่ สูงสุดและเฟสเป็น 0° หรือวัด จากการแกว่ง (R12)
ต่อกับ R = 1 kΩ ป้อนสี่เหลี่ยม วัดเวลาขาขึ้นคร่อม C ได้ 108.7 µs หา C
ราว 47 nF (ค่ามาตรฐาน) ถ้าต้องการแม่นกว่านี้ ใช้ R ใหญ่ขึ้นให้ 50 Ω และความจุของโพรบมีผลน้อยลง
ต่ออนุกรม C = 100 nF หาเรโซแนนซ์ได้ที่ 5.03 kHz หา L
10.0 mH ความคลาดเคลื่อนของ C ส่งผลเต็ม ๆ (C ±5 % → L ±5 %) จึงควรวัด C ด้วยวิธี X8 ก่อน ความต้านทานของขดลวดหาได้จาก Q (ตัวอย่าง R-7)
ทดสอบเครื่องขยายเสียงด้วยคลื่นสี่เหลี่ยมและ FFT กลาง
คลื่นสี่เหลี่ยมมีทุกความถี่คี่อยู่ในตัว (W17) ป้อนเข้าเครื่องขยายครั้งเดียวก็เห็นทั้งผลตอบสนองความถี่ต่ำและสูงจากรูปทรง เป็นวิธีที่ช่างเครื่องเสียงใช้มานาน ส่วนความเพี้ยนดูด้วย FFT ของไซน์บริสุทธิ์
X10 THD from FFT THD จาก FFT
คือระดับ dBV ของฮาร์มอนิกที่ n · ดู W19 · THD ของกระแสในระบบไฟฟ้า TDD และ PF ที่ H2
X11 Low cutoff from tilt ความถี่ตัดต่ำจากยอดเอียง
tilt เป็นสัดส่วน (เช่น 0.05) ของคลื่นสี่เหลี่ยมความถี่ f · มาจาก O6
X12 High cutoff from rise time ความถี่ตัดสูงจากเวลาขาขึ้น
ถ้าขอบเป็นเส้นตรงเอียง (ไม่ใช่โค้ง) แปลว่าเป็นสลูว์เรต ไม่ใช่แบนด์วิดท์ ลดแอมพลิจูดแล้วดูใหม่ U6
สี่เหลี่ยม 100 Hz ยอดเอียง 5 % เวลาขาขึ้น 3.5 µs หาแบนด์วิดท์
แบนด์วิดท์ราว 1.6 Hz – 100 kHz ครอบย่านเสียง (20 Hz – 20 kHz) สบาย ๆ ลองในสโคปจำลอง: คัปปลิงคาปาซิเตอร์ 1 µF กับขาเข้า 100 kΩ ( = 1.6 Hz) เปลี่ยนความถี่แล้วดูยอดเอียง
FFT ของขาออกอ่านได้: พื้นฐาน −3.0 dBV ฮาร์มอนิกที่ 2 −49.0 dBV ที่ 3 −43.0 dBV หา THD
ระดับเทียบพื้นฐาน: −46 dB และ −40 dB X10
THD ≈ 1.1 % (−39 dB) ฮาร์มอนิกที่ 3 เด่นกว่า แปลว่าการตัดยอดสมมาตร (เช่น ภาคขาออกเริ่มอิ่มตัวทั้งบนล่าง) ถ้าที่ 2 เด่นแปลว่าไม่สมมาตร (เช่น ไบแอสไม่อยู่กลาง)
สัญญาณดิจิทัลและเซนเซอร์: UART และอัลตราโซนิก พื้นฐาน กลาง
สโคปคือเครื่องมือแรกเมื่อไมโครคอนโทรลเลอร์ “คุยกันไม่รู้เรื่อง” ทริกเกอร์ที่ขอบลงของบิตเริ่ม (โหมด Normal หรือ Single) แล้วอ่านบิตทีละช่วง ตรวจได้ทั้งอัตราบอด ระดับแรงดัน และข้อมูลที่ส่ง สโคปรุ่นใหม่ถอดรหัส UART, I²C, SPI ให้อัตโนมัติ แต่ควรอ่านเองเป็นก่อน
X13 UART timing เวลาของ UART
9600 บอด: 104.17 µs ต่อบิต 1.04 ms ต่อไบต์ · 115200 บอด: 8.68 µs ต่อบิต · อัตราบอดสองฝั่งต่างกันเกินราว 2–3 % จะอ่านผิด
X16 Ultrasonic ranging วัดระยะด้วยอัลตราโซนิก
ส่งเบิสต์ 40 kHz ราว 8 รอบ วัดเวลาถึงเสียงสะท้อน ที่ 20 °C m/s
CH1 ต่อขาส่ง CH2 ต่อขารับ เห็นเบิสต์สะท้อนกลับหลังเบิสต์ส่ง 5.83 ms ที่ 20 °C วัตถุอยู่ห่างเท่าไร
1.00 m ใช้เคอร์เซอร์เวลาวัด Δt ระหว่างจุดเริ่มของสองเบิสต์ ทริกเกอร์จากเบิสต์ส่ง ลองดูเบิสต์ 40 kHz จากเครื่องกำเนิดสัญญาณด้านล่าง
วัดกระแสด้วยชันต์และกำลังไฟฟ้า AC กลาง ขั้นสูง
สโคปวัดได้แต่แรงดัน การดูกระแสจึงต้องแปลงเป็นแรงดันด้วยตัวต้านทานค่าน้อย (ชันต์) หรือใช้โพรบกระแส เมื่อมีทั้งแรงดันและกระแส ใช้ Math คูณสองช่องได้กำลังขณะหนึ่ง และวัดเฟสได้ตัวประกอบกำลัง ทั้งหมดนี้กับไฟบ้านต้องทำผ่านหม้อแปลงแยกหรือโพรบดิฟเฟอเรนเชียลเท่านั้น (ความปลอดภัย)
X14 Current through a shunt วัดกระแสด้วยชันต์
เลือก ให้แรงดันตกไม่กี่สิบถึงร้อย mV · วางชันต์ฝั่งกราวด์ (low-side) จะวัดเทียบกราวด์ได้ตรง ๆ
X15 AC power from two channels กำลังไฟฟ้า AC
ค่าเฉลี่ยของ Math CH1×CH2 คือ P โดยตรง ใช้ได้แม้รูปคลื่นไม่ใช่ไซน์ (ตอนนั้น )
ชุดแล็บสัญญาณและระบบด้วย FG + สโคป กลาง ขั้นสูง
ทุกหัวข้อหลักของวิชาสัญญาณและระบบทดลองได้ด้วยเครื่องกำเนิดสัญญาณ สโคป และวงจร RC RLC ออปแอมป์ ชุดนี้เรียงจากง่ายไปยาก แต่ละข้อเปิดได้ทันทีในแล็บจำลอง
| หัวข้อในวิชา | การทดลอง | เปิดในแล็บ / อ่าน |
|---|---|---|
| สัญญาณพื้นฐาน คาบ พลังงาน RMS | อ่าน Vp Vrms Vavg ของทุกรูปคลื่น | เปิด · W |
| ความเป็นเชิงเส้น | เพิ่มขาเข้าสองเท่า ขาออก RC เพิ่มสองเท่าไหม เทียบกับวงจรตัดยอดที่ไม่เชิงเส้น | RC · คลิปเปอร์ |
| ผลตอบสนองขั้น | สี่เหลี่ยมช้าเข้า RC และ RLC หา τ, ζ, ωn | RC · RLC |
| ผลตอบสนองอิมพัลส์ | พัลส์แคบ พื้นที่คงที่ เข้า RC | เปิด · R17 |
| คอนโวลูชัน | สี่เหลี่ยมเข้า RC = คอนโวลูชันของพัลส์กับ ดูรูปทรงที่ความถี่ต่าง ๆ | เปิด · แล็บสัญญาณ |
| ผลตอบสนองความถี่ / Bode | ไซน์ทีละความถี่ วัดอัตราส่วนและเฟส | เปิด · B7–B9 |
| อนุกรมฟูริเยร์ | FFT ของสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม เทียบสูตร | เปิด · W17 |
| ตัวกรองและเรโซแนนซ์ | กวาดความถี่ผ่าน RLC เห็นเปลือก | เปิด · B10 |
| การสุ่มและอเลียสซิง | ลด Time/div จนความถี่ผิด | เปิด · O12 |
| มอดูเลชัน AM FM | หาดัชนีมอดูเลชันจากเปลือก ดูแถบข้างใน FFT | AM · FM · V8–V11 |
| ระบบป้อนกลับ | ออปแอมป์: เกนกับแบนด์วิดท์แลกกัน, ชมิตต์ (ป้อนกลับบวก) | GBW · ชมิตต์ |
| การเฉลี่ยและนอยส์ | เฉลี่ย N ครั้ง SNR ดีขึ้น √N | เปิด · B13 |
ทฤษฎีที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด (คอนโวลูชัน การแปลงฟูริเยร์และลาปลาซ ฟังก์ชันถ่ายโอน) อ่านต่อได้ที่ แล็บสัญญาณเบื้องต้น การแปลงลาปลาซ ระบบอันดับหนึ่ง และ ระบบอันดับสอง
ต่อยอด: ระบบควบคุมในงานจริง
งานประยุกต์จำนวนมากเป็นระบบควบคุมป้อนกลับ ดูไอเดียกว่า 70 ระบบในคลังไอเดียระบบควบคุม และงานมอเตอร์ หุ่นยนต์ พาวเวอร์ซัพพลายในเมคาทรอนิกส์ โรโบติกส์ และตัวแปลงกำลัง
คำถามที่พบบ่อย
แรงดันริปเปิลของวงจรเรียงกระแสคำนวณอย่างไร?
ประมาณได้จาก V_r(pp) ≈ I_L/(f_r C) = V_peak/(f_r R_L C) โดย f_r คือความถี่ริปเปิล เท่ากับความถี่ไฟเข้าสำหรับครึ่งคลื่น และสองเท่าสำหรับเต็มคลื่น เช่น ไฟ 50 Hz เต็มคลื่น กระแส 0.5 A ตัวเก็บประจุ 2200 µF ได้ริปเปิลราว 2.3 Vpp สูตรนี้ให้ค่าสูงกว่าจริงเล็กน้อยจึงใช้ออกแบบได้ปลอดภัย
PWM ดิวตี้ 30 % ของ 5 V ได้แรงดันเท่าไร?
แรงดันเฉลี่ยคือ D × V_H = 0.3 × 5 = 1.5 V ถ้ากรองด้วย RC ที่ τ ยาวกว่าคาบมาก จะได้ DC ราว 1.5 V มีริปเปิลประมาณ V_H D(1 − D)/(f R C) แต่ค่า RMS ของ PWM เองคือ V_H√D = 2.74 V ใช้ค่า RMS เมื่อคิดความร้อนในตัวต้านทาน
วัดความเพี้ยนฮาร์มอนิก (THD) ด้วยออสซิลโลสโคปได้ไหม?
ได้คร่าว ๆ ด้วย FFT อ่านระดับ dBV ของความถี่พื้นฐานและฮาร์มอนิก แล้วคำนวณ THD = √(V₂² + V₃² + …)/V₁ สโคป 8 บิตวัดได้ดีถึงราว −50 ถึง −60 dB (0.1–0.3 %) ถ้าต้องการต่ำกว่านั้นต้องใช้เครื่องวิเคราะห์เสียงหรือการ์ดเสียงคุณภาพสูง
ต่อสโคปวัดวงจรไฟบ้านหรือวงจรเรียงกระแสบริดจ์ได้อย่างไรให้ปลอดภัย?
ห้ามหนีบกราวด์โพรบกับจุดที่ต่อไฟบ้าน ใช้หม้อแปลงแยก (isolation transformer) ที่ฝั่งวงจร หรือใช้โพรบดิฟเฟอเรนเชียลแรงดันสูง และสำหรับบริดจ์ ขาออกกับขาเข้าไม่มีกราวด์ร่วมกัน วัดทั้งสองฝั่งพร้อมกันด้วยโพรบธรรมดาไม่ได้ ให้ใช้วิธีผลต่างสองช่องหรือโพรบดิฟเฟอเรนเชียล