พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. ลำดับและอนุกรม
  4. โลรองต์ vs เทย์เลอร์

// บทความ · ลำดับและอนุกรม

อนุกรมโลรองต์คืออะไร ต่างจากอนุกรมเทย์เลอร์อย่างไร (อธิบายด้วยภาพ)

อนุกรมเทย์เลอร์เขียนฟังก์ชันเป็นพหุนามยาวไม่สิ้นสุดรอบจุดที่ฟังก์ชัน “ปกติดี” แต่ในงานวิศวกรรมเรามักสนใจจุดที่ฟังก์ชันระเบิด เช่น โพลของฟังก์ชันถ่ายโอน อนุกรมโลรองต์แก้ปัญหานี้ด้วยไอเดียเดียว: ยอมให้มีกำลังลบ บทความนี้เทียบสองอนุกรมแบบเห็นภาพ และพาไปถึงเหตุผลที่วิศวกรไฟฟ้าใช้มันทุกวันผ่านการแปลง Z

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • เทย์เลอร์: ∑n≥0an(z−c)n\sum_{n\ge0} a_n(z-c)^n ลู่เข้าในดิสก์ · โลรองต์: ∑n=−∞∞an(z−c)n\sum_{n=-\infty}^{\infty} a_n(z-c)^n ลู่เข้าในวงแหวน
  • ฟังก์ชันเดียวมีอนุกรมโลรองต์ได้หลายแบบ หนึ่งแบบต่อหนึ่งวงแหวน
  • สัมประสิทธิ์ a−1a_{-1} คือเรซิดิว · การแปลง Z คืออนุกรมโลรองต์รอบ 0

เทียบกันตรง ๆ

อนุกรมเทย์เลอร์อนุกรมโลรองต์
รูป∑n=0∞an(z−c)n\sum_{n=0}^{\infty} a_n(z-c)^n∑n=−∞∞an(z−c)n\sum_{n=-\infty}^{\infty} a_n(z-c)^n
บริเวณที่ลู่เข้าดิสก์ ∣z−c∣<R|z - c| < Rวงแหวน r1<∣z−c∣<r2r_1 < |z - c| < r_2
ต้องการf วิเคราะห์ที่ cf วิเคราะห์ในวงแหวน (ที่ c จะเป็นอะไรก็ได้)
สัมประสิทธิ์an=f(n)(c)/n!a_n = f^{(n)}(c)/n!an=12πi∮f(z)(z−c)n+1dza_n = \frac{1}{2\pi i}\oint\frac{f(z)}{(z-c)^{n+1}}dz
จำนวนแบบต่อฟังก์ชันหนึ่งแบบต่อจุด cหนึ่งแบบต่อวงแหวน
ใช้ทำอะไรประมาณค่า ลิมิต ทำให้เป็นเชิงเส้นจำแนกจุดเอกฐาน เรซิดิว อินทิกรัล การแปลง Z

ทำไมต้องมีกำลังลบ

ลองกระจาย ezz2\dfrac{e^z}{z^2} รอบ 0 ด้วยเทย์เลอร์ ทำไม่ได้เพราะ f(0)f(0) ไม่นิยาม แต่ถ้าเอาอนุกรม ez=1+z+z22+⋯e^z = 1 + z + \tfrac{z^2}{2} + \cdots มาหารด้วย z2z^2 จะได้ทันที

ezz2=1z2+1z⏟ส่วนหลัก+12+z6+z224+⋯⏟ส่วนที่เหมือนเทย์เลอร์,0<∣z∣<∞\frac{e^z}{z^2} = \underbrace{\frac{1}{z^2} + \frac{1}{z}}_{\text{ส่วนหลัก}} + \underbrace{\frac12 + \frac{z}{6} + \frac{z^2}{24} + \cdots}_{\text{ส่วนที่เหมือนเทย์เลอร์}},\qquad 0 < |z| < \infty

พจน์กำลังลบสองตัวแรกบอกพฤติกรรมใกล้ 0 ทั้งหมด: ฟังก์ชันระเบิดแบบ 1/z21/z^2 (โพลอันดับ 2) และพจน์ 1/z1/z มีสัมประสิทธิ์ 1 ซึ่งคือเรซิดิว ส่วนที่เหลือเป็นพหุนามธรรมดาที่ไม่มีปัญหา

ฟังก์ชันเดียว หลายอนุกรม: เรื่องของวงแหวน

นี่คือจุดที่ทำให้นักศึกษาสับสนมากที่สุด f(z)=1(z−1)(z−2)f(z) = \dfrac{1}{(z-1)(z-2)} มีโพลที่ 1 และ 2 วงกลมที่ผ่านโพลแบ่งระนาบรอบ 0 ออกเป็นสามบริเวณ และแต่ละบริเวณมีอนุกรมของตัวเอง

12(ก)(ข)(ค) |z| > 2(ก) |z| < 1 เทย์เลอร์ · (ข) 1 < |z| < 2 · (ค) ภายนอกReIm
สามบริเวณรอบ 0: (ก) ดิสก์ |z| < 1 ให้อนุกรมเทย์เลอร์ (ข) วงแหวน 1 < |z| < 2 (ค) ภายนอก |z| > 2

เคล็ดลับมีข้อเดียว: แยกเศษส่วนย่อย f=1z−2−1z−1f = \dfrac{1}{z-2} - \dfrac{1}{z-1} แล้วกระจายแต่ละตัวด้วยอนุกรมเรขาคณิต โดยโพลที่อยู่ข้างในบริเวณให้กำลังลบ โพลที่อยู่ข้างนอกให้กำลังบวก

  • (ก) ∣z∣<1|z| < 1: f=12+34z+78z2+⋯f = \tfrac12 + \tfrac34 z + \tfrac78 z^2 + \cdots (ไม่มีกำลังลบ = เทย์เลอร์)
  • (ข) 1<∣z∣<21 < |z| < 2: f=⋯−1z2−1z−12−z4−z28−⋯f = \cdots - \tfrac{1}{z^2} - \tfrac{1}{z} - \tfrac12 - \tfrac{z}{4} - \tfrac{z^2}{8} - \cdots (มีทั้งสองทิศ)
  • (ค) ∣z∣>2|z| > 2: f=1z2+3z3+7z4+⋯f = \tfrac{1}{z^2} + \tfrac{3}{z^3} + \tfrac{7}{z^4} + \cdots (มีแต่กำลังลบ)

ตรวจด้วยการแทนค่าก็ได้: ที่ z=1.5z = 1.5 อนุกรม (ข) ลู่เข้าสู่ f(1.5)=−4f(1.5) = -4 แต่ถ้าใช้อนุกรม (ก) ที่ z=1.5z = 1.5 จะลู่ออก ทั้งที่ f(1.5) มีค่าปกติ ลองลากจุดดูเองในแล็บวงแหวนโลรองต์

อ่านชนิดจุดเอกฐานจากส่วนหลัก

ถอดได้: sin x / xx → 0โพล: 1/x²x → 0เอกฐานแท้: e^(1/x)x → 0
ถอดได้: มีขอบเขต · โพล: ระเบิดทุกทิศ · เอกฐานแท้: พฤติกรรมขึ้นกับทิศที่เข้าใกล้
  • ไม่มีกำลังลบ → ถอดได้ เช่น sin⁡zz=1−z26+⋯\tfrac{\sin z}{z} = 1 - \tfrac{z^2}{6} + \cdots
  • กำลังลบจำนวนจำกัด สูงสุด m → โพลอันดับ m เช่น sin⁡zz4=1z3−16z+⋯\tfrac{\sin z}{z^4} = \tfrac{1}{z^3} - \tfrac{1}{6z} + \cdots (อันดับ 3)
  • กำลังลบอนันต์พจน์ → เอกฐานแท้ เช่น e1/z=1+1z+12z2+⋯e^{1/z} = 1 + \tfrac1z + \tfrac{1}{2z^2} + \cdots

เรซิดิว: ตัวเลขตัวเดียวที่เหลือจากอินทิกรัล

เมื่ออินทิเกรตอนุกรมโลรองต์รอบวงกลมในวงแหวน ทุกพจน์ (z−c)n(z-c)^n ให้ศูนย์ ยกเว้น n=−1n = -1 ที่ให้ 2πi2\pi i ดังนั้น ∮f dz=2πi a−1\oint f\,dz = 2\pi i\,a_{-1} ตัวเลข a−1a_{-1} จึงชื่อเรซิดิว (ส่วนที่เหลือ) และนี่คือที่มาของเทคนิค “cover-up” ในการแยกเศษส่วนย่อยเพื่อหาการแปลงลาปลาซผกผัน ซึ่งแท้จริงคือการหาเรซิดิวที่แต่ละโพล

ทำไมวิศวกรไฟฟ้าต้องรู้: การแปลง Z

การแปลง Z ของสัญญาณดิจิทัล X(z)=∑x[n]z−nX(z) = \sum x[n]z^{-n} คืออนุกรมโลรองต์รอบ 0 โดยตรง สัญญาณ x[n] คือสัมประสิทธิ์ของ z−nz^{-n} เรื่องที่ตำราระบบสัญญาณเรียก “ROC” ก็คือวงแหวนการลู่เข้า ตัวอย่าง X(z)=zz−0.5X(z) = \dfrac{z}{z - 0.5}:

  • ROC ∣z∣>0.5|z| > 0.5 (นอกโพล): X=1+0.5z−1+0.25z−2+⋯X = 1 + 0.5z^{-1} + 0.25z^{-2} + \cdots ⇒ x[n]=0.5nu[n]x[n] = 0.5^n u[n] สัญญาณข้างขวา
  • ROC ∣z∣<0.5|z| < 0.5 (ในโพล): กระจายเป็นกำลังบวก ⇒ x[n]=−0.5nu[−n−1]x[n] = -0.5^n u[-n-1] สัญญาณข้างซ้าย

สูตรเดียวกัน สองสัญญาณ ต่างกันที่วงแหวน และระบบเสถียรเมื่อวงแหวนครอบวงกลมหนึ่งหน่วย ซึ่งคือเงื่อนไขการลู่เข้าแบบสัมบูรณ์ ∑∣h[n]∣<∞\sum|h[n]| < \infty ดูตัวอย่างสามบริเวณแบบเต็มในหัวข้อการแปลง Z

สรุป: ใช้ตัวไหนเมื่อไร

  • ต้องการประมาณค่า ทำให้เป็นเชิงเส้น หาลิมิต → เทย์เลอร์
  • ต้องการรู้พฤติกรรมใกล้โพล หาเรซิดิว อินทิกรัลเส้นปิด การแปลงผกผัน → โลรองต์
  • ถ้าบริเวณที่สนใจไม่มีจุดเอกฐานเลย สองอย่างคืออนุกรมเดียวกัน

เรียนต่อในคลังความรู้

คำถามที่พบบ่อย

อนุกรมโลรองต์ใช้เมื่อไร แทนอนุกรมเทย์เลอร์?

ใช้เมื่อต้องการกระจายฟังก์ชันรอบจุดที่ฟังก์ชันไม่วิเคราะห์ (จุดเอกฐาน) หรือในบริเวณที่มีจุดเอกฐานอยู่ข้างใน เช่นวงแหวน 1<∣z∣<21 < |z| < 2 ของ 1/((z−1)(z−2))1/((z-1)(z-2)) ถ้าฟังก์ชันวิเคราะห์ทั้งดิสก์ อนุกรมโลรองต์จะกลายเป็นอนุกรมเทย์เลอร์เอง

ส่วนหลัก (principal part) คืออะไร?

คือกลุ่มพจน์กำลังลบ ∑n≥1a−n(z−c)−n\sum_{n\ge1} a_{-n}(z-c)^{-n} ของอนุกรมโลรองต์ เป็นส่วนที่บอกว่าฟังก์ชัน “ระเบิด” อย่างไรใกล้ c ไม่มีส่วนหลักคือจุดเอกฐานที่ถอดได้ มีจำนวนจำกัดคือโพล มีอนันต์คือเอกฐานแท้

เรซิดิวสำคัญอย่างไร?

เรซิดิวคือสัมประสิทธิ์ a−1a_{-1} เป็นพจน์เดียวที่เหลือเมื่ออินทิเกรตรอบเส้นปิด จึงได้ทฤษฎีบทเรซิดิว ∮f dz=2πi∑Res⁡\oint f\,dz = 2\pi i\sum\operatorname{Res} ใช้คำนวณอินทิกรัลจริงที่ยาก การแปลงลาปลาซผกผัน และการแปลง Z ผกผัน

การแปลง Z เกี่ยวกับอนุกรมโลรองต์อย่างไร?

การแปลง Z นิยามเป็น X(z)=∑x[n]z−nX(z) = \sum x[n]z^{-n} ซึ่งคืออนุกรมโลรองต์รอบ 0 สัญญาณ x[n] คือสัมประสิทธิ์ และบริเวณการลู่เข้า (ROC) คือวงแหวนของอนุกรม X(z) เดียวกันกับ ROC ต่างกันจึงให้สัญญาณต่างกัน

ลำดับและอนุกรม เลือกการทดสอบการลู่เข้าอย่างไร: ผังตัดสินใจ 8 ขั้น พร้อมตัวอย่างทุกขั้น วิธีเลือกการทดสอบการลู่เข้าของอนุกรมให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก: ผังตัดสินใจ 8 ขั้น (พจน์ที่ n เรขาคณิต อนุกรม p กล้องส่องทางไกล เปรียบเทียบลิมิต… อ่านบทความ → ลำดับและอนุกรม รัศมีการลู่เข้าของอนุกรมกำลังหาอย่างไร: 3 วิธี ตรวจปลายช่วง และเหตุผลจากระนาบเชิงซ้อน วิธีหารัศมีการลู่เข้า (radius of convergence) ของอนุกรมกำลัง 3 วิธี: การทดสอบอัตราส่วน การทดสอบราก และระยะถึงจุดเอกฐานเชิงซ้อน… อ่านบทความ → ลำดับและอนุกรม ลำดับและอนุกรมเรียนอะไรบ้าง? แผนที่ภาพรวมจากลำดับถึงอนุกรมโลรองต์ ภาพรวมทั้งบทลำดับและอนุกรมในหน้าเดียว: แต่ละเรื่องตอบคำถามอะไร สูตรหัวใจ แนวข้อสอบ และต่อกันอย่างไร ตั้งแต่ลำดับ อนุกรมอนันต์ การทดสอบการลู่เข้า… อ่านบทความ →

ดูบทความทั้งหมดในหมวดลำดับและอนุกรม (7 เรื่อง) → · บทความทั้งหมด