- หน้าแรก
- บทความ
- ลำดับและอนุกรม
- อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ ตัวอย่าง
// บทความ · ลำดับและอนุกรม
อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ (Mathematical Induction) ตัวอย่างพร้อมวิธีทำทีละขั้น รวมอุปนัยแบบเข้ม
อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ใช้พิสูจน์ข้อความที่ต้องจริงกับ “ทุกจำนวนนับ n” บทความนี้เริ่มจากวิธีเขียนข้อความ P(n) แล้วรวมตัวอย่าง 14 ข้อในแบบที่ออกสอบบ่อยที่สุด ได้แก่ สูตรผลบวก การหารลงตัว อสมการ ลำดับเวียนเกิดและอนุพันธ์ และอุปนัยแบบเข้ม ทุกข้อเขียนตามแม่แบบเดียวกันเพื่อให้เห็นว่าต่างกันแค่ลูกเล่นพีชคณิตในขั้นอุปนัย
- ข้อความ P(n) (induction statement): เขียนเป็นประโยคที่จริงหรือเท็จได้สำหรับแต่ละ n
- กรณีฐาน (base case): แสดงว่า จริง โดยคำนวณสองข้างแยกกัน
- ขั้นอุปนัย (inductive step): สมมติ จริง แล้วแสดงว่า จริง โดยต้องใช้สมมติฐานให้เห็น
- อุปนัยแบบเข้ม (strong induction): สมมติทุกกรณีจนถึง เมื่อขั้นอุปนัยต้องใช้กรณีก่อนหน้า และตรวจกรณีฐานให้ครบเท่าจำนวนขั้นที่ย้อน
ข้อความ P(n) (induction statement): สิ่งแรกที่ต้องเขียน
ทุกบทพิสูจน์ด้วยอุปนัยเริ่มจากการตั้งชื่อข้อความที่จะพิสูจน์ คือประโยคเกี่ยวกับ ที่เป็นจริงหรือเท็จได้เมื่อแทนตัวเลข การเขียนให้ครบไม่ใช่พิธีการ เพราะขั้นถัดไปต้องแทน และ ลงไป และความผิดพลาดทางพีชคณิตส่วนใหญ่มาจากการเขียน P(k+1) ไม่ระวัง
| โจทย์บอกว่า | ข้อความ P(n) | เริ่มที่ |
|---|---|---|
| ผลบวกของจำนวนคี่ n ตัวแรกเท่ากับ n² | ||
| เป็นพหุคูณของ 3 | มีจำนวนเต็ม ที่ | |
| ในที่สุด จะมากกว่า | ||
| ลำดับ มีรูปปิด |
- ต้องเป็นข้อความ ไม่ใช่นิพจน์ “ให้ ” ไม่ใช่ข้อความอุปนัย เพราะไม่มีค่าความจริง ต้องเขียนว่า “: เป็นจำนวนคู่”
- สร้าง P(k+1) โดยแทน n ทุกตัวด้วย k+1 รวมทั้งพจน์สุดท้ายของผลบวก: พจน์สุดท้ายของ กลายเป็น และด้านขวากลายเป็น
- เขียนเป้าหมาย P(k+1) ก่อนเริ่มจัดรูป รู้ปลายทางแล้วจะรู้ว่าต้องดึงตัวร่วมตัวไหน หรือต้องบวกลบพจน์ใด
แม่แบบ 4 ขั้นที่ใช้ได้ทุกข้อ
- นิยาม ให้ แทนข้อความ … (เขียนให้ชัด)
- กรณีฐาน แทน คำนวณด้านซ้ายและด้านขวาแยกกัน แล้วแสดงว่าเป็นจริง
- สมมติฐานการอุปนัย สมมติว่า จริงสำหรับจำนวนเต็ม บางค่า (เขียน P(k) ออกมาเต็ม ๆ และเขียนเป้าหมาย P(k+1))
- ขั้นอุปนัย เริ่มจากด้านซ้ายของ P(k+1) จัดรูปให้เห็นก้อนของ P(k) ใช้สมมติฐาน แล้วจัดรูปจนได้ด้านขวา สรุปด้วยหลักอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์
ตัวอย่างแบบที่ 1: สูตรผลบวก
เทคนิค: ดึงพจน์สุดท้ายออก ส่วนที่เหลือคือด้านซ้ายของ P(k) พอดี
พิสูจน์ว่า ทุกจำนวนนับ
ให้ :
กรณีฐาน : ซ้าย ขวา จริง
สมมติ ต้องแสดงว่า
✓
โดยหลักอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ จริงทุก ∎
พิสูจน์ว่า
กรณีฐาน : ซ้าย ขวา จริง
สมมติจริงที่ ต้องแสดงว่าผลบวกถึงพจน์ เท่ากับ
(ดึงตัวร่วม ไม่ต้องกระจาย) ✓
จริงทุก · เคล็ดลับ: เขียนเป้าหมายก่อนเสมอ จะรู้ว่าต้องดึงตัวร่วมอะไร
พิสูจน์ว่า
กรณีฐาน : ซ้าย ขวา จริง
สมมติ เป้าหมาย:
จึงได้ผลบวกเท่ากับ ✓
จริงทุก · เป้าหมายบอกให้มองหาตัวประกอบ และ ในวงเล็บ
ตัวอย่างแบบที่ 2: การหารลงตัว
เทคนิค: เขียน “3 หาร b ลงตัว” เป็นสมการ แล้วแยก ให้เห็นก้อน
พิสูจน์ว่า หารด้วย 3 ลงตัว ทุกจำนวนนับ
กรณีฐาน : หารลงตัว
สมมติ สำหรับจำนวนเต็ม บางตัว
หารด้วย 3 ลงตัว ✓
จริงทุก · กลเม็ดหลัก: “บวกลบ” ให้ได้ ซึ่งเป็นก้อนของสมมติฐาน
พิสูจน์ว่า หารด้วย 5 ลงตัว ทุกจำนวนนับ
กรณีฐาน : หารลงตัว
สมมติ สำหรับจำนวนเต็ม บางตัว
✓
จริงทุก · เมื่อมีฐานสองตัว ให้บวกลบ เพื่อให้วงเล็บหนึ่งเป็น พอดี
พิสูจน์ว่า หารด้วย 6 ลงตัว ทุกจำนวนนับ
กรณีฐาน : หารลงตัว
สมมติ
เป็นผลคูณของจำนวนเต็มสองตัวที่ติดกัน จึงเป็นจำนวนคู่: ได้ รวมเป็น ✓
จริงทุก · ขั้นอุปนัยต้องใช้ข้อเท็จจริงเพิ่มหนึ่งข้อ (จำนวนเต็มสองตัวติดกันต้องมีตัวหนึ่งเป็นเลขคู่) ให้เขียนบอกให้ชัด อย่าข้าม
ตัวอย่างแบบที่ 3: อสมการ
เทคนิค: ใช้สมมติฐานเพื่อให้เกิดเครื่องหมาย > แล้วต่อด้วยอสมการช่วยที่ต้องใช้เงื่อนไขของ k ซึ่งเป็นตัวบอกว่ากรณีฐานต้องเริ่มที่เท่าไร
พิสูจน์ว่า สำหรับทุก
ทำไมเริ่มที่ 5: ได้ ไม่จริง
กรณีฐาน : จริง
สมมติ ():
เมื่อ จึงได้ ✓
จริงทุก
พิสูจน์ว่า สำหรับทุก
ทำไมเริ่มที่ 4: แต่
กรณีฐาน : จริง
สมมติ ():
เพราะ : ✓
จริงทุก · นี่คือเหตุผลที่พจน์ ในอนุกรมเลขชี้กำลังเล็กลงเร็วมาก
พิสูจน์ว่า ทุกจำนวนนับ และทุกจำนวนจริง
กรณีฐาน : จริง
สมมติ
คูณทั้งสองข้างด้วย ซึ่งทำได้โดยเครื่องหมายไม่กลับ เพราะ :
จึงได้ ✓
จริงทุก , · เงื่อนไข ถูกใช้ในบรรทัดเดียว คือตอนคูณอสมการด้วย
ตัวอย่างแบบที่ 4: ลำดับเวียนเกิดและอนุพันธ์อันดับ n
เทคนิค: นิยามของลำดับ (หรือของอนุพันธ์) คือสะพานจาก k ไป k+1 อยู่แล้ว ให้เดารูปแบบจากพจน์แรก ๆ แล้วพิสูจน์ด้วยอุปนัย
พิสูจน์ว่า
พจน์แรก ๆ: น้อยกว่า อยู่หนึ่ง จึงเดาว่า
กรณีฐาน : จริง
สมมติ : ✓
ทุก · คือจำนวนครั้งที่ต้องย้ายในปัญหาหอคอยฮานอยที่มี n แผ่น
พิสูจน์ว่า ทุกจำนวนนับ
กรณีฐาน : กฎผลคูณ จริง
สมมติ
✓
จริงทุก · ที่ อนุพันธ์อันดับ n มีค่า ได้อนุกรมแมคลอริน ดูอนุกรมเทย์เลอร์คืออะไร
ตัวอย่างอุปนัยแบบเข้ม (Strong Induction)
ในอุปนัยแบบเข้ม (strong หรือ complete induction) สมมติฐานคือทุกกรณี เป็นจริง ไม่ใช่แค่ ผลที่พิสูจน์ได้เป็นแบบเดียวกันทุกอย่าง เพียงแต่อนุญาตให้ขั้นอุปนัยใช้กรณีก่อนหน้าได้ ใช้เมื่อการไปถึง ต้องพึ่ง , หรือกรณีที่เล็กกว่าซึ่งบอกล่วงหน้าไม่ได้
อยากฝึกให้เข้มข้นขึ้น: ดู อุปนัยแบบเข้ม 17 ตัวอย่างพร้อมแล็บฝึกพิสูจน์ (กรณีฐานกี่ตัว แสตมป์ ฟีโบนัชชี เกม merge sort) และใช้ เครื่องแก้ความสัมพันธ์เวียนเกิด ที่เขียนบทพิสูจน์ด้วยอุปนัยแบบเข้มให้อัตโนมัติ
พิสูจน์ว่าจำนวนเต็ม ทุกตัวเป็นจำนวนเฉพาะ หรือเป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะ
กรณีฐาน : 2 เป็นจำนวนเฉพาะ จริง
สมมติฐานแบบเข้ม: สมมติว่าจำนวนเต็ม ทุกตัวที่ เป็นจำนวนเฉพาะหรือผลคูณของจำนวนเฉพาะ
พิจารณา ถ้าเป็นจำนวนเฉพาะก็จบ ถ้าไม่ใช่ จะเขียนได้ โดย และ
ตามสมมติฐาน และ ต่างเป็นจำนวนเฉพาะหรือผลคูณของจำนวนเฉพาะ ดังนั้น เป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะ ✓
จริงทุก · อุปนัยธรรมดาใช้ไม่ได้ในข้อนี้ เพราะรู้เรื่องของ ก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับตัวประกอบของ ซึ่งเป็นจำนวนที่เล็กกว่าตัวไหนก็ได้
มีแสตมป์ราคา 3 บาทและ 5 บาทเท่านั้น แสดงว่ารวมได้พอดีทุกราคา บาท
กรณีฐาน (สามค่า):
สมมติฐานแบบเข้ม: ให้ และสมมติว่าทุกราคาตั้งแต่ 8 ถึง บาทรวมได้
และ ราคา จึงรวมได้ตามสมมติฐาน เติมแสตมป์ 3 บาทอีกดวง ✓
รวมได้ทุกราคาตั้งแต่ 8 บาทขึ้นไป (7 บาทรวมไม่ได้) · ขั้นอุปนัยย้อนไป 3 ขั้น จึงต้องมีกรณีฐาน 3 ค่า ถ้าตรวจแค่ ขั้นจาก 8 ไป 9 จะต้องพึ่ง ซึ่งไม่เคยแสดงไว้
เมื่อ พิสูจน์ว่า
กรณีฐาน (สองค่า เพราะความสัมพันธ์ใช้สองพจน์ก่อนหน้า): และ จริง
สมมติฐานแบบเข้ม: ให้ และสมมติ ทุก
✓ (ตรวจ: )
จริงทุก · แนวคิดเดียวกันใช้พิสูจน์ขอบเขตของเลขฟีโบนัชชี และรูปปิดของสมการผลต่างอันดับสองที่ใช้ในระบบควบคุมดิจิทัล
เปรียบเทียบอุปนัยธรรมดากับอุปนัยแบบเข้ม
| อุปนัยธรรมดา (weak) | อุปนัยแบบเข้ม (strong) | |
|---|---|---|
| สมมติฐาน | จริง | จริงทั้งหมด |
| ใช้เมื่อขั้นอุปนัยต้องการ | กรณีก่อนหน้าหนึ่งกรณี | , หรือกรณีที่เล็กกว่าซึ่งไม่รู้ล่วงหน้า |
| กรณีฐาน | มักมีค่าเดียว | เท่ากับจำนวนขั้นที่ย้อน (2 ค่าเมื่อใช้ กับ , 3 ค่าเมื่อใช้ “ แล้วเติมแสตมป์ 3 บาท”) |
| โจทย์ที่พบบ่อย | ผลบวก หารลงตัว อสมการ ลำดับเวียนเกิดอย่างง่าย | แยกตัวประกอบเฉพาะ แสตมป์และเหรียญ ฟีโบนัชชี ลำดับที่ใช้สองพจน์ก่อนหน้า |
ทั้งสองแบบมีพลังเท่ากัน อะไรที่พิสูจน์ด้วยอุปนัยแบบเข้มได้ ก็เขียนใหม่เป็นอุปนัยธรรมดาบนข้อความ “ จริงทั้งหมด” ได้เสมอ เลือกแบบที่ทำให้ขั้นอุปนัยเขียนง่ายกว่า
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียคะแนน
- ลืมกรณีฐาน: สูตรผิด ผ่านขั้นอุปนัยได้ แต่ที่ ได้
- สรุปจากตัวอย่าง: เป็นจำนวนเฉพาะถึง แต่ ได้
- เขียนสมการ P(k+1) แล้วจัดรูปสองข้างจนได้ 0 = 0: เท่ากับสมมติสิ่งที่จะพิสูจน์ ให้เริ่มจากด้านซ้ายด้านเดียว
- ขั้นอุปนัยใช้ไม่ได้กับ k เล็ก: ปัญหา “ม้าทุกตัวสีเดียวกัน” พังที่ขั้น 1 → 2
- อุปนัยแบบเข้มแต่กรณีฐานไม่ครบ: ถ้าขั้นอุปนัยใช้ กรณีที่ย้อนลงไปถึงไม่ได้ต้องตรวจตรงทุกค่า เหมือนตัวอย่าง 13
ลองทำเอง
- พิสูจน์ว่า
คำใบ้
ดึง ออก:
- พิสูจน์ว่า หารด้วย 4 ลงตัว
คำใบ้
- พิสูจน์ว่า ทุก
คำใบ้
กรณีฐาน แล้ว
- มีแสตมป์ 4 บาทและ 7 บาท หาค่า ที่น้อยที่สุดที่รวมได้ทุกราคา แล้วพิสูจน์ด้วยอุปนัยแบบเข้ม
เฉลย
(17 บาทรวมไม่ได้) กรณีฐาน 18 ถึง 21 (สี่ค่า เพราะขั้นอุปนัยคือ )
เรียนต่อในคลังความรู้
- อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์ฉบับเต็ม: แบบเข้ม แคลคูลัส ลาปลาซ และงานวิศวกรรม
- อุปนัยแบบเข้มเพิ่มเติม: แสตมป์ 4 และ 5 บาท ขอบเขตฟีโบนัชชี และลำดับเวียนเกิดที่มีขอบเขต
- ตัวตรวจอุปนัย: แทนตัวเลขในขั้นอุปนัย และตรวจสูตรผลบวกของคุณเอง
- เกมหาบรรทัดผิดในบทพิสูจน์ 5 ข้อ
- สูตรซิกมาและผลบวกที่ใช้อุปนัยพิสูจน์
- อ่านต่อ: สูตรอนุกรมเรขาคณิต และเมื่อไรจึงลู่เข้า
คำถามที่พบบ่อย
อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์มีกี่ขั้นตอน?
สองขั้นหลัก คือกรณีฐาน (แสดงว่า จริง) และขั้นอุปนัย (สมมติ จริงแล้วแสดงว่า จริง) เวลาเขียนตอบนิยมแบ่งเป็น 4 ส่วน: นิยาม P(n) กรณีฐาน สมมติฐานการอุปนัย และขั้นอุปนัยพร้อมข้อสรุป
ข้อความ P(n) (induction statement) คืออะไร?
คือประโยคที่ต้องการพิสูจน์ เขียนให้เป็นจริงหรือเท็จได้เมื่อแทนค่า n เช่น : ต้องเป็นข้อความ ไม่ใช่นิพจน์ การเขียนว่า “ให้ ” ไม่ใช่ข้อความอุปนัย เพราะไม่มีค่าความจริง
อุปนัยธรรมดากับอุปนัยแบบเข้ม (strong induction) ต่างกันอย่างไร?
อุปนัยธรรมดาสมมติเพียง เพื่อพิสูจน์ ส่วนอุปนัยแบบเข้มสมมติทุกกรณีตั้งแต่ ถึง ใช้เมื่อขั้นอุปนัยต้องพึ่งกรณีก่อนหน้า เช่น หรือกรณีที่เล็กกว่าซึ่งไม่รู้ล่วงหน้า เช่นลำดับเวียนเกิดที่ใช้สองพจน์ก่อนหน้า การแยกตัวประกอบเฉพาะ และโจทย์แสตมป์หรือเหรียญ อุปนัยแบบเข้มต้องมีกรณีฐานเท่ากับจำนวนขั้นที่ย้อนกลับไป
กรณีฐานต้องเริ่มที่ n = 1 เสมอไหม?
ไม่เสมอ เริ่มที่ค่าแรกที่ข้อความจริงและขั้นอุปนัยใช้ได้ต่อเนื่อง เช่น ต้องเริ่มที่ เพราะ ไม่จริง
ทำไมตรวจหลายค่าแล้วยังไม่ถือว่าพิสูจน์?
เพราะจำนวนนับมีไม่สิ้นสุด เช่น เป็นจำนวนเฉพาะทุกค่าตั้งแต่ ถึง แต่ที่ ได้ ต้องมีขั้นอุปนัยที่ใช้ได้กับทุก k
ถ้าพิสูจน์ขั้นอุปนัยได้โดยไม่ใช้สมมติฐานเลย ผิดไหม?
ไม่ผิดทางตรรกะ แต่แปลว่าข้อนั้นพิสูจน์ตรงได้โดยไม่ต้องใช้อุปนัย ในข้อสอบส่วนใหญ่ ถ้าไม่ได้ใช้สมมติฐานมักเป็นสัญญาณว่ามีอะไรผิด ควรทำเครื่องหมายบรรทัดที่ใช้สมมติฐานให้ชัด
บทความอื่นที่น่าอ่าน
ดูบทความทั้งหมดในหมวดลำดับและอนุกรม (7 เรื่อง) → · บทความทั้งหมด