- หน้าแรก
- คลังความรู้
- ควบคุมมอเตอร์ AC
- วงจรประยุกต์
// บทที่ 21.11 · ควบคุมมอเตอร์ AC · Applied Circuits
วงจรควบคุมมอเตอร์ประยุกต์ในงานจริง: สตาร์ทเรียงลำดับ ปั๊มน้ำลูกลอย สลับปั๊ม ปั๊มลมสวิตช์ความดัน มอเตอร์สองความเร็ว และรีเลย์ป้องกันเฟส
เมื่อเข้าใจวงจรล็อกตัวเอง อินเตอร์ล็อก และไทเมอร์แล้ว วงจรในอาคารและโรงงานเกือบทั้งหมดคือการประกอบสามสิ่งนี้เข้ากับเซนเซอร์ หน้านี้รวมวงจรที่ช่างไฟพบบ่อยที่สุด พร้อมเหตุผลของแต่ละจุดในวงจร
- สตาร์ทเรียงลำดับ: หน้าสัมผัสของมอเตอร์ตัวก่อนอนุกรมในวงจรของตัวถัดไป
- ปั๊มลูกลอย: ช่วงต่างระหว่างระดับเปิด-ปิดกำหนดจำนวนครั้งสตาร์ท
- Hand-Off-Auto ต้องผ่านอุปกรณ์ป้องกันทุกตำแหน่ง
- รีเลย์ป้องกันเฟสคุ้มที่สุดในระบบที่ไฟไม่นิ่ง: กันเฟสขาด กลับเฟส แรงดันตก-เกิน
สตาร์ทเรียงลำดับ (สายพานต่อกัน) พื้นฐาน
สายพานหลายตัวที่ส่งของต่อกันต้องสตาร์ทจากปลายทางไปต้นทาง และหยุดจากต้นทางไปปลายทาง มิฉะนั้นวัสดุจะกองบนสายพานที่หยุดอยู่ วงจรทำได้ด้วยหน้าสัมผัส NO ของคอนแทกเตอร์ตัวก่อน (K1) อนุกรมในวงจรของตัวถัดไป (K2) และใช้ไทเมอร์ให้ตัวถัดไปสตาร์ทเองหลังตัวก่อนเดินครบเวลา — ยังช่วยกระจายกระแสสตาร์ทไม่ให้เกิดพร้อมกัน
A1 Sequence interlock เงื่อนไขสตาร์ทเรียงลำดับ
ปั๊มน้ำอัตโนมัติด้วยลูกลอยและ Hand-Off-Auto พื้นฐาน
ลูกลอยแบบสายเคเบิล (tethered float) เปลี่ยนสถานะเมื่อเอียงขึ้นหรือลง ช่วงต่างระหว่างระดับเปิดกับปิดจึงกำหนดด้วยความยาวสายห้อย ระบบที่ต้องการช่วงต่างกว้างใช้ลูกลอยสองตัว (ระดับบน/ล่าง) กับวงจรล็อกตัวเอง หรือใช้รีเลย์ระดับน้ำแบบอิเล็กโทรด (เช่น แท่ง E1 E2 E3) ที่มีวงจรล็อกในตัว
A2 Maximum starts per hour จำนวนครั้งสตาร์ทสูงสุดของปั๊มกับถัง
ปั๊ม 18 m³/h มอเตอร์ 5.5 kW ยอมให้สตาร์ทไม่เกิน 10 ครั้ง/ชม.
A2: m³ ระหว่างระดับเปิดกับปิด
ถังพื้นที่หน้าตัด 1.5 m² → ช่วงต่างระดับ m
ถ้าลูกลอยตัวเดียวให้ช่วงต่างเพียง 0.1 m ปั๊มจะสตาร์ทได้ถึง 30 ครั้ง/ชม. ในช่วงที่ใช้น้ำครึ่งหนึ่งของอัตราปั๊ม — ต้องใช้ลูกลอยสองระดับ
สลับปั๊มหลัก-สำรอง กลาง
ระบบประปาอาคารและบ่อสูบมักมีปั๊มสองตัว (duty/standby) ให้สลับทำงานทุกครั้งที่สั่งเดิน เพื่อให้ชั่วโมงใช้งานเท่ากัน และตัวสำรองพร้อมเสมอ วิธีที่ง่ายที่สุดคือรีเลย์สลับ (alternating relay) ซึ่งเปลี่ยนหน้าสัมผัสออกทุกครั้งที่สัญญาณสั่งเดินหายไป เพิ่มเติมที่ควรมี:
- ระดับน้ำสูงพิเศษ (high-high): สั่งปั๊มตัวที่สองช่วย (duty-assist)
- ถ้าตัวหลักทริป (F2 97-98 ปิด) ให้ตัวสำรองเดินแทนอัตโนมัติ และแจ้งเตือน
- นาฬิกานับชั่วโมงทำงานแยกแต่ละตัว ใช้วางแผนบำรุงรักษา
A3 Equal running hours ชั่วโมงทำงานเมื่อสลับทุกรอบ
ปั๊มลมด้วยสวิตช์ความดัน กลาง
สวิตช์ความดันมีหน้าสัมผัส NC ที่เปิดเมื่อความดันถึงค่าตัด (cut-out) และปิดเมื่อความดันลดถึงค่าต่อ (cut-in) ต่ออนุกรมกับคอยล์ในตำแหน่ง Auto ปั๊มลมลูกสูบต้องสตาร์ทตัวเปล่า จึงมีวาล์วระบาย (unloader) ที่ปล่อยลมหัวสูบตอนหยุด หากสตาร์ทสตาร์-เดลต้า ยิ่งต้องตรวจว่า unloader ทำงาน เพราะแรงบิดช่วงสตาร์มีน้อย
A4 Receiver size for compressor cycling ขนาดถังลมกับรอบการทำงาน
= ความดันบรรยากาศ (สมบูรณ์) Δp = ช่วงต่างของสวิตช์ความดัน · ใส่ไทเมอร์หน่วงการสตาร์ทซ้ำ (anti-short-cycle) 1–3 นาทีหลังหยุด เพื่อกันมอเตอร์สตาร์ทถี่เกินกำหนด
มอเตอร์สองความเร็วแบบดาห์ลันเดอร์ ขั้นสูง
มอเตอร์ดาห์ลันเดอร์มีขดลวดชุดเดียวที่ต่อได้สองแบบให้จำนวนขั้วต่างกันสองเท่า เช่น 4/2 ขั้ว (1500/3000 rpm) ความเร็วต่ำต่อแบบ Δ ความเร็วสูงต่อแบบ YY (ขนานสองชุดเป็นสตาร์) ใช้คอนแทกเตอร์สามตัว: K1 (ต่ำ) และ K2+K3 (สูง: K2 จ่ายไฟ K3 ลัดจุดสตาร์) อินเตอร์ล็อกระหว่างต่ำกับสูงแบบเดียวกับวงจรกลับทาง และนิยมให้สตาร์ทที่ความเร็วต่ำก่อนเสมอ
A5 Pole-changing speeds ความเร็วของมอเตอร์เปลี่ยนขั้ว
พัดลมและปั๊มใช้แบบ “แรงบิดแปรผัน” (Y/YY) งานเครื่องจักรใช้แบบ “แรงบิดคงที่” (Δ/YY) หรือ “กำลังคงที่” ป้ายมอเตอร์จะระบุแบบและขั้วต่อ (1U 1V 1W สำหรับความเร็วต่ำ 2U 2V 2W สำหรับความเร็วสูง) ต้องใช้โอเวอร์โหลดแยกสำหรับแต่ละความเร็ว เพราะกระแสพิกัดต่างกัน
รีเลย์ป้องกันเฟสและแรงดัน พื้นฐาน
รีเลย์ตรวจเฟส (phase monitoring relay) ต่อวัดสามเฟส มีหน้าสัมผัสออกต่ออนุกรมในวงจรควบคุม ตัดคอนแทกเตอร์เมื่อเกิด:
| ความผิดปกติ | ผลถ้าไม่มีรีเลย์ | ค่าตั้งทั่วไป |
|---|---|---|
| เฟสขาด | มอเตอร์เดินสองเฟส กระแส ~1.7 เท่า ร้อนไหม้ สตาร์ทใหม่ไม่ได้ | ตรวจทันที |
| เฟสกลับ | ปั๊มหรือคอมเพรสเซอร์หมุนกลับ เสียหาย ลิฟต์/รอกอันตราย | ตรวจตอนจ่ายไฟ |
| แรงดันตก/เกิน | แรงบิดไม่พอ กระแสสูง หรือฉนวนเครียด | ±10–15 % หน่วง 2–10 s |
| ไม่สมดุล | โรเตอร์ร้อน (ดู S4–S5) | 5–10 % |
การสตาร์ทกลับอัตโนมัติหลังไฟดับ: วงจรที่ใช้ลูกลอยหรือสวิตช์ความดันในโหมด Auto จะเดินเองเมื่อไฟกลับ ซึ่งยอมรับได้สำหรับปั๊มน้ำแต่ไม่ใช่เครื่องจักรที่มีคนทำงานใกล้ ต้องประเมินความเสี่ยงตาม IEC 60204-1 และติดป้ายเตือน “อาจเดินเองโดยไม่แจ้งล่วงหน้า” ที่เครื่อง ถ้ามอเตอร์หลายตัวในอาคาร ให้หน่วงเวลาสตาร์ทกลับต่างกันเพื่อไม่ให้กระแสสตาร์ทรวมกันตอนไฟกลับ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมปั๊มที่ใช้ลูกลอยติด-ดับถี่?
ระยะระหว่างระดับเปิดกับปิดของลูกลอย (ช่วงต่าง) น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับอัตราการไหล ใช้สูตร A1 หาปริมาตรที่ต้องมีระหว่างสองระดับ หรือใช้ลูกลอยสองระดับ/อิเล็กโทรดสองระดับ ปั๊มที่สตาร์ทถี่เกินกำหนดจะร้อนและคอนแทกเตอร์สึกเร็ว
Hand-Off-Auto ต่างจาก Local-Remote อย่างไร?
Hand-Off-Auto เลือกว่ามอเตอร์จะเดินด้วยมือ (ข้ามระบบอัตโนมัติ) หยุด หรือให้อุปกรณ์อัตโนมัติ (ลูกลอย PLC) สั่ง ส่วน Local-Remote เลือกจุดที่ส่งคำสั่ง เช่น ปุ่มหน้าเครื่องหรือห้องควบคุม ทั้งสองแบบต้องไม่ข้ามอุปกรณ์ป้องกันและหยุดฉุกเฉิน