พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. คลังความรู้
  3. อิเล็กทรอนิกส์กำลัง
  4. บูสต์

// บทที่ 15.7 · อิเล็กทรอนิกส์กำลัง · Boost Converter

บูสต์คอนเวอร์เตอร์ (Boost Converter): สูตร ขีดจำกัดอัตราขยาย RHP zero และการออกแบบ

วงจรเพิ่มแรงดัน 1/(1−D) ความต้านทานแฝงจำกัดอัตราขยาย ริปเปิลและ ESR ขอบ DCM อันตรายเมื่อไร้โหลด RHP zero และตัวอย่าง 24 V → 48 V

เขียนโดย อาจารย์มดอัปเดต
สรุปใน 30 วินาที
  • Vo/Vin=1/(1−D)V_o/V_{in} = 1/(1-D), IL=Io/(1−D)I_L = I_o/(1-D)
  • DCR จำกัดอัตราขยายจริง → ใช้ D ไม่เกิน ~0.85
  • กระแสขาออกเป็นพัลส์ → ESR ของ Cout สำคัญ
  • RHP zero ω=R(1−D)2/L\omega = R(1-D)^2/L → fc≤fRHPZ/5f_c \le f_{RHPZ}/5

การทำงาน

  • ON: สวิตช์ลัดลงกราวด์ vL=Vinv_L = V_{in} — สะสมพลังงานใน L, โหลดได้พลังงานจาก C เพียงอย่างเดียว
  • OFF: ไดโอดนำ vL=Vin−Vov_L = V_{in}-V_o — L ปล่อยพลังงานรวมกับแหล่งจ่ายไปที่ขาออก

U1 Volt-second balance (boost) อัตราส่วนแปลงผัน

VinDTs+(Vin−Vo)(1−D)Ts=0  ⇒  VoVin=11−D,IL=Io1−DV_{in}DT_s + (V_{in}-V_o)(1-D)T_s = 0 \;\Rightarrow\; \boxed{\frac{V_o}{V_{in}}=\frac{1}{1-D}},\qquad I_L = \frac{I_o}{1-D}

อัตราขยายจริงถูกจำกัดด้วยความต้านทานแฝง

U2 Gain limit from parasitic resistance อัตราขยายเมื่อมี DCR

VoVin=11−D⋅11+rLR(1−D)2\frac{V_o}{V_{in}} = \frac{1}{1-D}\cdot\frac{1}{1+\dfrac{r_L}{R(1-D)^2}}

ฟังก์ชันนี้มีค่าสูงสุดแล้วลดลงเมื่อ D→1D \to 1 → ห้ามใช้ D สูงเกิน ~0.85 ในทางปฏิบัติ ถ้าต้องการอัตราขยายเกิน 5–6 เท่า ใช้ coupled-inductor boost, หม้อแปลง (flyback/forward) หรือวงจรต่อซ้อน

Ripple และ CCM/DCM

U3 Boost ripple ริปเปิลกระแสและแรงดัน

ΔiL=VinDLfs,Δvo=IoDCfs+Io1−DESR  (ESR term dominates!)\Delta i_L = \frac{V_{in}D}{L f_s},\qquad \Delta v_o = \frac{I_o D}{C f_s} + \frac{I_o}{1-D}ESR \;(\text{ESR term dominates!})

กระแสขาออกเป็นพัลส์ขนาด ILI_L → ESR ของ CoutC_{out} สำคัญกว่าใน Buck มาก ขอบ CCM: Kcrit=D(1−D)2K_{crit}=D(1-D)^2 (สูงสุด 4/27 ที่ D=1/3D=1/3) ใน DCM: M=12(1+1+4D2/K)M = \tfrac{1}{2}\left(1+\sqrt{1+4D^2/K}\right)

Boost ไร้โหลด ในโหมด open-loop ถ้าถอดโหลดออก พลังงานจาก L ยังถูกดันเข้า C ทุกคาบ — แรงดันจะพุ่งจนตัวเก็บประจุหรือสวิตช์ระเบิด ต้องมี OVP (over-voltage protection) เสมอ และ Boost ไม่มีทางตัดกระแสลัดวงจรขาออก ได้ด้วยสวิตช์ (ไดโอดตรงจาก Vin ถึง Vout) ต้องใช้ฟิวส์/eFuse

แบบจำลองสัญญาณเล็กและ RHP Zero

U4 Boost Gvd with RHP zero ฟังก์ชันถ่ายโอนและ RHP zero

Gvd(s)=Vo1−D⋅1−sωRHPZLC(1−D)2s2+LR(1−D)2s+1,ωRHPZ=R(1−D)2L,ω0=1−DLCG_{vd}(s)=\frac{V_o}{1-D}\cdot\frac{1-\dfrac{s}{\omega_{RHPZ}}}{\dfrac{LC}{(1-D)^2}s^2+\dfrac{L}{R(1-D)^2}s+1}, \qquad \omega_{RHPZ}=\frac{R(1-D)^2}{L},\quad \omega_0=\frac{1-D}{\sqrt{LC}}

ความหมายเชิงฟิสิกส์ของ RHP zero: เมื่อเพิ่ม D ทันที เวลา OFF สั้นลง กระแสที่ส่งให้ขาออกลดลง ก่อน ที่ iLi_L จะเพิ่มทัน → แรงดันตกก่อนแล้วค่อยขึ้น (non-minimum phase) เฟสเพิ่มลบ 90° แต่ขนาดเพิ่มขึ้น → ชดเชยไม่ได้ กฎ: fc≤fRHPZ/5f_c \le f_{RHPZ}/5 และประเมินที่ Vin,minV_{in,min}, Io,maxI_{o,max} (กรณีแย่สุด)

Current-mode ไม่ได้ลบ RHP zero แต่ทำให้ระบบเหลือขั้วเด่นเดียว ออกแบบด้วย Type II ได้ง่ายขึ้น — ดู ตัวชดเชย

ตัวอย่างออกแบบ: 24 V → 48 V, 1 A, 50 kHz

ตัวอย่าง U-1

24 V → 48 V, 1 A, 50 kHz

  1. D=1−24/48=0.5D = 1 - 24/48 = 0.5, IL=2I_L = 2 A

  2. ΔiL=30%×2=0.6\Delta i_L = 30\% \times 2 = 0.6 A → L=24(0.5)0.6(50k)=400 μHL = \dfrac{24(0.5)}{0.6(50\text{k})} = 400\ \mu\text{H}, Ipk=2.3I_{pk}=2.3 A

  3. Δvo=0.5\Delta v_o = 0.5 V → C≥1(0.5)50k(0.5)=20 μFC \ge \dfrac{1(0.5)}{50\text{k}(0.5)} = 20\ \mu\text{F}, ESR ≤0.25/2≈0.12 Ω\le 0.25/2 \approx 0.12\ \Omega (แบ่ง ripple ครึ่งหนึ่งให้ ESR)

  4. fRHPZ=48(0.25)2π(400μ)≈4.8f_{RHPZ} = \dfrac{48(0.25)}{2\pi(400\mu)} \approx 4.8 kHz → fc≤950f_c \le 950 Hz (ช้า! เป็นธรรมชาติของ boost)

  5. สวิตช์/ไดโอด ≥ 75–100 V, ไดโอดควรเป็น Schottky หรือ ultrafast (ลด QrrQ_{rr})

หัวข้อขยาย

  • Boost PFC — ใช้ boost ทำให้กระแสอินพุตตามรูป sine (average current mode), ดู SMPS
  • Interleaved boost ในอินเวอร์เตอร์โซลาร์และรถยนต์ไฟฟ้า
  • Synchronous boost สำหรับแบตเตอรี่ (ทำงานสองทิศทางเป็น buck ได้)

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมบูสต์จึงตอบสนองช้ากว่าบั๊ก?

เพราะมีศูนย์ครึ่งระนาบขวา (RHP zero) เมื่อเพิ่ม D ทันที เวลาที่ส่งพลังงานไปขาออกสั้นลงก่อนที่กระแส L จะเพิ่มทัน แรงดันจึงตกก่อนแล้วค่อยขึ้น ทำให้ต้องจำกัดความถี่ครอสโอเวอร์ไว้ต่ำกว่าราวหนึ่งในห้าของความถี่ RHP zero

ถอดโหลดของบูสต์ออกจะเกิดอะไรขึ้น?

ในโหมด open loop พลังงานจากตัวเหนี่ยวนำยังถูกดันเข้าตัวเก็บประจุทุกคาบ แรงดันขาออกจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนอุปกรณ์เสียหาย จึงต้องมีวงจรป้องกันแรงดันเกิน (OVP) เสมอ

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์