พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  1. หน้าแรก
  2. เฉลยโจทย์
  3. อินทิเกรต
  4. #001

// เฉลยโจทย์อินทิเกรต #001 · Euler's substitution

เฉลยอินทิเกรต ∫dx/√(x²+a²) ด้วยการแทนค่าแบบออยเลอร์ (Euler's substitution)

โจทย์ · อินทิเกรต #001

จงหาอินทิกรัลไม่จำกัดเขตต่อไปนี้ เมื่อ a>0a > 0 เป็นค่าคงที่ โดยใช้การแทนค่าแบบออยเลอร์ (Euler's substitution) u−x=x2+a2u - x = \sqrt{x^2+a^2} และอธิบายว่าทำไมต้องกำหนดแบบนี้

∫dxx2+a2\int \frac{dx}{\sqrt{x^2+a^2}}
แตะเพื่อดูคำตอบสุดท้าย (ลองคิดเองก่อนนะ)
∫dxx2+a2=ln⁡(x+x2+a2)+C\int \frac{dx}{\sqrt{x^2+a^2}} = \ln\left(x+\sqrt{x^2+a^2}\right) + C
ระดับ ปานกลางเทคนิค: Euler's substitutionเฉลยโดย อาจารย์มดอัปเดต
ไปที่วิธีทำ ↓

มองโจทย์ก่อน: อะไรทำให้ข้อนี้ยาก

ตัวที่ขวางอยู่คือรากที่สอง x2+a2\sqrt{x^2+a^2} ลองการเปลี่ยนตัวแปรแบบปกติ (u-substitution) ก่อน ถ้าให้ u=x2+a2u = x^2+a^2 จะได้ du=2x dxdu = 2x\,dx แต่ตัวเศษมีแค่ dxdx ไม่มี xx มาจับคู่ วิธีนี้จึงใช้ไม่ได้

เป้าหมายจริงของการแทนค่าในข้อนี้คือ หาตัวแปรใหม่ u ที่ทำให้ทั้ง xx และ x2+a2\sqrt{x^2+a^2} กลายเป็นเศษส่วนของพหุนามใน u (rational function) เพราะเมื่อไม่มีรากที่สองเหลืออยู่ อินทิกรัลจะเป็นฟังก์ชันตรรกยะ ซึ่งอินทิเกรตได้เสมอด้วยสูตรพื้นฐานหรือเศษส่วนย่อย

การแทนค่าแบบออยเลอร์ (Euler's substitution) คือสูตรสำเร็จสำหรับรากที่สองของพหุนามกำลังสองทุกตัว ข้อนี้ใช้แบบที่ 1 คือ x2+a2=u−x\sqrt{x^2+a^2} = u - x คำถามที่สำคัญกว่าวิธีทำคือ ทำไมต้องเป็น u−xu - x ซึ่งอธิบายได้สามมุม

ที่มาของการกำหนด u − x = √(x²+a²)

มุมที่ 1 · พีชคณิต: เลือกเพื่อให้ x² หายไปเอง

สมมติว่ายังไม่รู้ว่าควรลบ x กี่เท่า ให้ลอง x2+a2=u−kx\sqrt{x^2+a^2} = u - kx แล้วยกกำลังสองทั้งสองข้าง

x2+a2=u2−2kux+k2x2x^2 + a^2 = u^2 - 2kux + k^2x^2

ถ้า k2≠1k^2 \ne 1 ทั้งสองฝั่งยังมี x2x^2 ต้องแก้สมการกำลังสอง ได้ x ที่มีรากที่สองซ้อนอยู่อีก ไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่ถ้าเลือก k2=1k^2 = 1 คือ k=1k = 1 พจน์ x2x^2 ตัดกันพอดี

x2+a2=u2−2ux+x2⟹a2=u2−2ux\rc{x^2} + a^2 = u^2 - 2ux + \rc{x^2} \quad\Longrightarrow\quad a^2 = u^2 - 2ux

เหลือ สมการเชิงเส้นของ x แก้ได้ทันที x=u2−a22ux = \dfrac{u^2-a^2}{2u} ไม่มีรากที่สองเลย นี่คือหัวใจของวิธี: สัมประสิทธิ์ของ x2x^2 ใต้รากคือ 11 เราจึงลบ 1⋅x=x\sqrt{1}\cdot x = x ออก ถ้าใต้รากเป็น px2+qx+rpx^2+qx+r ที่ p>0p > 0 ก็กำหนด px2+qx+r=u−p x\sqrt{px^2+qx+r} = u - \sqrt{p}\,x ด้วยเหตุผลเดียวกัน

มุมที่ 2 · ผลต่างกำลังสอง: อีกครึ่งตามมาเอง

ให้ y=x2+a2y = \sqrt{x^2+a^2} จะได้ y2−x2=a2y^2 - x^2 = a^2 แยกตัวประกอบแบบผลต่างกำลังสอง (difference of squares)

(y+x)(y−x)=a2(y + x)(y - x) = a^2

ถ้าตั้ง u=y+x\hlU{u = y + x} ซึ่งก็คือ u−x=x2+a2u - x = \sqrt{x^2+a^2} อีกตัวประกอบหนึ่งได้มาฟรี y−x=a2uy - x = \dfrac{a^2}{u} ตอนนี้มีสมการเชิงเส้นสองสมการ บวกและลบกันได้

y=12(u+a2u)=u2+a22u,x=12(u−a2u)=u2−a22uy = \frac{1}{2}\left(u + \frac{a^2}{u}\right) = \frac{u^2+a^2}{2u}, \qquad x = \frac{1}{2}\left(u - \frac{a^2}{u}\right) = \frac{u^2-a^2}{2u}

ได้ผลเดียวกับมุมที่ 1 คือทั้ง x และรากที่สองเป็นเศษส่วนของ u ปริมาณ x2+a2+x\sqrt{x^2+a^2} + x กับ x2+a2−x\sqrt{x^2+a^2} - x เป็นคู่สังยุค (conjugate) ที่คูณกันได้ค่าคงที่ a2a^2 การเลือก u เป็นตัวหนึ่ง จึงล็อกอีกตัวไว้ด้วย

มุมที่ 3 · เรขาคณิต: เส้นขนานเส้นกำกับตัดไฮเพอร์โบลาจุดเดียว

x y เส้นกำกับy = x เส้นกำกับ y = −x y = √(x²+a²) u = 3 y = u − x ขนาน y = −x u P(x, √(x²+a²)) a
ตัวอย่าง a=2a = 2: เส้นตรง y=u−xy = u - x ที่ u=5u = 5 ตัดกราฟที่ P(2.1, 2.9)P(2.1,\ 2.9) จุดเดียว ส่วนที่ u=3u = 3 ตัดที่ (0.83, 2.17)(0.83,\ 2.17) จุดเดียวเช่นกัน แต่ละค่า u จึงบอกตำแหน่งบนกราฟได้หนึ่งจุดพอดี

กราฟของ y=x2+a2y = \sqrt{x^2+a^2} คือกิ่งบนของไฮเพอร์โบลา (hyperbola) y2−x2=a2y^2 - x^2 = a^2 ซึ่งมีเส้นกำกับ (asymptote) y=±xy = \pm x สมการ u−x=x2+a2u - x = \sqrt{x^2+a^2} ก็คือเส้นตรง y=u−xy = u - x ความชัน −1-1 ตัดแกน y ที่ u ขนานกับเส้นกำกับ y=−xy = -x

เส้นตรงทั่วไปตัดไฮเพอร์โบลาได้ 2 จุด (สมการกำลังสองมี 2 ราก) แต่เส้นที่ขนานกับเส้นกำกับตัดได้ จุดเดียว เพราะสมการกำลังสองเสื่อมลงเหลือเชิงเส้น นี่คือภาพของ x2x^2 ที่หายไปในมุมที่ 1 ผลคือ ค่า u แต่ละค่าจับคู่กับจุด P บนกราฟได้หนึ่งต่อหนึ่ง เมื่อ x วิ่งจาก −∞-\infty ถึง ∞\infty ค่า u เพิ่มขึ้นจาก 00 ถึง ∞\infty ตลอด u จึงใช้แทน x ได้โดยไม่มีจุดซ้ำหรือจุดขาด

สรุปที่มาในบรรทัดเดียว: เลือก u−x=x2+a2u - x = \sqrt{x^2+a^2} เพราะลบด้วย x หนึ่งเท่าพอดีทำให้ x2x^2 ตัดกันตอนยกกำลังสอง (พีชคณิต) ตัวสังยุคได้มาฟรีเป็น a2/ua^2/u (ผลต่างกำลังสอง) และเส้นตรงนี้ขนานเส้นกำกับจึงตัดกราฟจุดเดียว (เรขาคณิต) ทั้งสามมุมคือเรื่องเดียวกัน

วิธีทำอย่างละเอียด

อ่านวิธีทำ ตัวแปรใหม่ u และสิ่งที่เขียนในรูป u สูตรที่ใช้ ค่าคงที่ C เส้นแดง = ตัดกัน
วิธีทำ · Euler's substitution แบบที่ 1

หา ∫dxx2+a2\displaystyle\int \frac{dx}{\sqrt{x^2+a^2}} เมื่อ a>0a > 0

  1. กำหนดตัวแปรใหม่ตามแนวคิดด้านบน สังเกตว่า u=x+x2+a2>0u = x + \sqrt{x^2+a^2} > 0 เสมอ เพราะ x2+a2>∣x∣\sqrt{x^2+a^2} > |x|

    u−x=x2+a2⟺u=x+x2+a2\hlU{u - x = \sqrt{x^2+a^2}} \qquad\Longleftrightarrow\qquad \hlU{u = x + \sqrt{x^2+a^2}}
  2. ยกกำลังสองทั้งสองข้าง พจน์ x2x^2 ตัดกัน แล้วแก้หา x

    (u−x)2=x2+a2u2−2ux+x2=x2+a22ux=u2−a2x=u2−a22u\begin{aligned} (u - x)^2 &= x^2 + a^2 \\ u^2 - 2ux + \rc{x^2} &= \rc{x^2} + a^2 \\ 2ux &= u^2 - a^2 \\ \hlU{x} &\hlU{= \frac{u^2 - a^2}{2u}} \end{aligned}
  3. เขียนรากที่สองในรูป u โดยใช้ x2+a2=u−x\sqrt{x^2+a^2} = u - x (ไม่ต้องถอดรากอีกเลย)

    x2+a2=u−u2−a22u=2u2−u2+a22u=u2+a22u\sqrt{x^2+a^2} = u - \frac{u^2 - a^2}{2u} = \frac{2u^2 - u^2 + a^2}{2u} = \hlU{\frac{u^2 + a^2}{2u}}
  4. หา dx: แยก x เป็นสองพจน์ก่อนแล้วหาอนุพันธ์เทียบ u ทีละพจน์

    x=u2−a22udxdu=12+a22u2=u2+a22u2dx=u2+a22u2 du\begin{aligned} x &= \frac{u}{2} - \frac{a^2}{2u} \\ \frac{dx}{du} &= \frac{1}{2} + \frac{a^2}{2u^2} = \frac{u^2 + a^2}{2u^2} \\ \hlU{dx} &\hlU{= \frac{u^2 + a^2}{2u^2}\,du} \end{aligned}
  5. แทนค่า dx และรากที่สองลงในอินทิกรัล หารเศษส่วนด้วยการคูณส่วนกลับ แล้วตัด (u2+a2)(u^2+a^2) กับ 2u2u

    ∫dxx2+a2=∫u2+a22u2 duu2+a22u=∫u2+a22u2⋅2uu2+a2 du=∫2u2u2 du=∫duu\begin{aligned} \int \frac{dx}{\sqrt{x^2+a^2}} &= \int \frac{\hlU{\dfrac{u^2 + a^2}{2u^2}\,du}}{\hlU{\dfrac{u^2 + a^2}{2u}}} \\ &= \int \frac{\rc{u^2 + a^2}}{2u^2}\cdot\frac{2u}{\rc{u^2 + a^2}}\,du \\ &= \int \frac{2u}{2u^2}\,du = \int \frac{du}{u} \end{aligned}
  6. อินทิเกรตด้วยสูตรส่วนกลับ F3 ∫du/u = ln|u|

    ∫duu=ln⁡∣u∣+C\int \frac{du}{u} = \hlF{\ln|u|} + \hlC{C}
  7. แทนกลับ u=x+x2+a2u = x + \sqrt{x^2+a^2} และเพราะ u>0u > 0 ทุกค่า x จึงเอาค่าสัมบูรณ์ออกได้

    ln⁡∣x+x2+a2∣+C=ln⁡(x+x2+a2)+C\ln\left|x + \sqrt{x^2+a^2}\right| + C = \ln\left(x + \sqrt{x^2+a^2}\right) + \hlC{C}

∫dxx2+a2=ln⁡(x+x2+a2)+C\displaystyle\int \frac{dx}{\sqrt{x^2+a^2}} = \ln\left(x + \sqrt{x^2+a^2}\right) + C ตรงกับสูตร S5 ในหน้าสูตรอินทิเกรต

ตรวจคำตอบ: ddxln⁡(x+x2+a2)=1x2+a2\dfrac{d}{dx}\ln\left(x+\sqrt{x^2+a^2}\right) = \dfrac{1}{\sqrt{x^2+a^2}} ✓ (ทำละเอียดในหัวข้อถัดไป)

ทำไมผลถึงเหลือ du/u สวยขนาดนี้: หาอนุพันธ์ของ u ตรง ๆ จะได้ dudx=1+xx2+a2=x2+a2+xx2+a2=ux2+a2\dfrac{du}{dx} = 1 + \dfrac{x}{\sqrt{x^2+a^2}} = \dfrac{\sqrt{x^2+a^2} + x}{\sqrt{x^2+a^2}} = \dfrac{u}{\sqrt{x^2+a^2}} จัดรูปได้ dxx2+a2=duu\dfrac{dx}{\sqrt{x^2+a^2}} = \dfrac{du}{u} ทันที แปลว่าตัวถูกอินทิเกรตคือ u′/uu'/u อยู่แล้ว ตัวแปร u ที่ออยเลอร์เลือกคือฟังก์ชันที่ ln⁡u\ln u เป็นคำตอบพอดี

ตรวจคำตอบด้วยการหาอนุพันธ์

ให้ F(x)=ln⁡(x+x2+a2)F(x) = \ln\left(x + \sqrt{x^2+a^2}\right) ใช้กฎลูกโซ่ (chain rule) สองชั้น: อนุพันธ์ของ ln⁡g\ln g คือ g′/gg'/g และอนุพันธ์ของ x2+a2\sqrt{x^2+a^2} คือ xx2+a2\dfrac{x}{\sqrt{x^2+a^2}}

F′(x)=1x+x2+a2⋅(1+xx2+a2)=1x+x2+a2⋅x2+a2+xx2+a2=1x2+a2✓\begin{aligned} F'(x) &= \frac{1}{x + \sqrt{x^2+a^2}}\cdot\left(1 + \frac{x}{\sqrt{x^2+a^2}}\right) \\ &= \frac{1}{\rc{x + \sqrt{x^2+a^2}}}\cdot\frac{\rc{\sqrt{x^2+a^2} + x}}{\sqrt{x^2+a^2}} \\ &= \frac{1}{\sqrt{x^2+a^2}} \quad \checkmark \end{aligned}

ได้ตัวถูกอินทิเกรตกลับมาพอดี คำตอบจึงถูกต้องทุกค่า x

คำตอบรูปอื่นที่ถูกเหมือนกัน: sinh⁻¹(x/a)

ตำราหลายเล่มเขียนคำตอบเป็นฟังก์ชันไฮเพอร์โบลิกผกผัน (inverse hyperbolic sine) โดยใช้นิยาม sinh⁡−1z=ln⁡(z+z2+1)\sinh^{-1} z = \ln\left(z + \sqrt{z^2+1}\right) ดึง a ออกจากรากได้

ln⁡(x+x2+a2)=ln⁡[a(xa+x2a2+1)]=sinh⁡−1xa+ln⁡a\ln\left(x + \sqrt{x^2+a^2}\right) = \ln\left[a\left(\frac{x}{a} + \sqrt{\frac{x^2}{a^2}+1}\right)\right] = \sinh^{-1}\frac{x}{a} + \ln a

สองแบบต่างกันแค่ค่าคงที่ ln⁡a\ln a ซึ่งรวมเข้าไปใน C ได้ จึงถูกทั้งคู่

รูปของคำตอบใช้เมื่อ
ln⁡(x+x2+a2)+C\ln\left(x + \sqrt{x^2+a^2}\right) + Cได้จากวิธีออยเลอร์โดยตรง แทนค่าขอบเขตง่าย
sinh⁡−1xa+C\sinh^{-1}\dfrac{x}{a} + Cได้จากการแทนค่า x=asinh⁡tx = a\sinh t เครื่องคิดเลขส่วนใหญ่มีปุ่ม sinh⁻¹
ln⁡(x+x2+a2a)+C\ln\left(\dfrac{x + \sqrt{x^2+a^2}}{a}\right) + Cไม่มีหน่วยใน ln เหมาะกับงานฟิสิกส์ที่ x และ a มีหน่วยเมตร

ตัวอย่างตัวเลข: อินทิกรัลจำกัดเขต

ตัวอย่างตัวเลข · a = 3

หา ∫04dxx2+9\displaystyle\int_0^4 \frac{dx}{\sqrt{x^2+9}}

  1. ใช้การแทนค่าเดิม u=x+x2+9\hlU{u = x + \sqrt{x^2+9}} และเปลี่ยนขอบเขตเป็นค่า u ไปพร้อมกัน จะได้ไม่ต้องแทนกลับ

    x=0  ⇒  u=0+9=3x=4  ⇒  u=4+25=9\begin{aligned} x = 0 &\;\Rightarrow\; u = 0 + \sqrt{9} = 3 \\ x = 4 &\;\Rightarrow\; u = 4 + \sqrt{25} = 9 \end{aligned}
  2. จากวิธีทำด้านบน dxx2+9=duu\dfrac{dx}{\sqrt{x^2+9}} = \dfrac{du}{u}

    ∫04dxx2+9=∫39duu=[ln⁡u]39=ln⁡9−ln⁡3=ln⁡3\int_0^4 \frac{dx}{\sqrt{x^2+9}} = \int_3^9 \frac{du}{u} = \Big[\ln u\Big]_3^9 = \ln 9 - \ln 3 = \ln 3

∫04dxx2+9=ln⁡3≈1.0986\displaystyle\int_0^4 \frac{dx}{\sqrt{x^2+9}} = \ln 3 \approx 1.0986

ตรวจด้วยรูปอื่น: sinh⁡−143−sinh⁡−10=ln⁡(43+53)=ln⁡3\sinh^{-1}\frac{4}{3} - \sinh^{-1}0 = \ln\left(\frac{4}{3} + \frac{5}{3}\right) = \ln 3 ✓ และการอินทิเกรตเชิงตัวเลขได้ 1.098612 ✓

เทียบกับการแทนค่าตรีโกณและไฮเพอร์โบลิก

โจทย์เดียวกันทำได้อย่างน้อยสามวิธี ทุกวิธีได้คำตอบเดียวกัน แต่ระยะทางต่างกัน

วิธีแทนค่าอินทิกรัลที่ได้ข้อสังเกต
ออยเลอร์ (Euler)u=x+x2+a2u = x + \sqrt{x^2+a^2}∫duu=ln⁡u\int \frac{du}{u} = \ln uได้ฟังก์ชันตรรกยะเสมอ ใช้ได้กับรากของพหุนามกำลังสองทุกแบบ
ตรีโกณ (trigonometric)x=atan⁡θx = a\tan\theta∫sec⁡θ dθ\int \sec\theta\,d\thetaต้องรู้ว่า ∫sec⁡θ dθ=ln⁡∣sec⁡θ+tan⁡θ∣\int\sec\theta\,d\theta = \ln|\sec\theta + \tan\theta| ซึ่งพิสูจน์ด้วยเทคนิคคูณพิเศษ
ไฮเพอร์โบลิก (hyperbolic)x=asinh⁡tx = a\sinh t∫dt=t\int dt = tสั้นที่สุด แต่ต้องคุ้นกับ sinh, cosh และ cosh⁡2t−sinh⁡2t=1\cosh^2 t - \sinh^2 t = 1

ที่น่าสนใจคือทั้งสามวิธีใช้ “u ตัวเดียวกัน” แต่สวมชุดต่างกัน เมื่อ x=atan⁡θx = a\tan\theta จะได้ sec⁡θ+tan⁡θ=x2+a2+xa=ua\sec\theta + \tan\theta = \dfrac{\sqrt{x^2+a^2} + x}{a} = \dfrac{u}{a} และเมื่อ x=asinh⁡tx = a\sinh t จะได้ et=x+x2+a2a=uae^t = \dfrac{x + \sqrt{x^2+a^2}}{a} = \dfrac{u}{a} เทคนิคคูณด้วย sec⁡θ+tan⁡θ\sec\theta + \tan\theta ที่ใช้พิสูจน์ ∫sec⁡θ dθ\int\sec\theta\,d\theta ในตำราแคลคูลัส จึงเป็นการแทนค่าแบบออยเลอร์ที่ซ่อนอยู่ในรูปตรีโกณนั่นเอง

อินทิกรัลนี้โผล่ที่ไหนในงานวิศวกรรมไฟฟ้า

ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือ ศักย์ไฟฟ้าของแท่งประจุ (finite line charge) แท่งยาว L มีประจุสม่ำเสมอ λ (C/m) หาศักย์ที่จุด P ห่างจากกึ่งกลางแท่งตามแนวตั้งฉากเป็นระยะ d ประจุชิ้นเล็ก λ dx\lambda\,dx ที่ตำแหน่ง x อยู่ห่างจาก P เป็น x2+d2\sqrt{x^2+d^2} ศักย์รวมจึงเป็นอินทิกรัลของข้อนี้พอดี โดยมี d แทน a

V=λ4πε0∫−L/2L/2dxx2+d2=λ4πε0ln⁡L2/4+d2+L/2L2/4+d2−L/2V = \frac{\lambda}{4\pi\varepsilon_0}\int_{-L/2}^{L/2} \frac{dx}{\sqrt{x^2+d^2}} = \frac{\lambda}{4\pi\varepsilon_0}\ln\frac{\sqrt{L^2/4 + d^2} + L/2}{\sqrt{L^2/4 + d^2} - L/2}

ตัวเลข: λ=1 nC/m\lambda = 1\ \text{nC/m}, L=0.6 mL = 0.6\ \text{m}, d=0.4 md = 0.4\ \text{m} จะได้ 0.09+0.16=0.5\sqrt{0.09 + 0.16} = 0.5 อัตราส่วนใน ln เท่ากับ 0.5+0.30.5−0.3=4\dfrac{0.5 + 0.3}{0.5 - 0.3} = 4 และ 14πε0≈8.99×109\dfrac{1}{4\pi\varepsilon_0} \approx 8.99\times10^9 ดังนั้น V≈8.99×109×10−9×ln⁡4≈12.5 VV \approx 8.99\times10^9 \times 10^{-9} \times \ln 4 \approx 12.5\ \text{V} ลองวางประจุและดูเส้นสนามได้ที่แล็บสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กเสมือน

การแทนค่าของออยเลอร์ทั้ง 3 แบบ

สำหรับอินทิกรัลที่มี px2+qx+r\sqrt{px^2+qx+r} ออยเลอร์ให้การแทนค่าไว้ 3 แบบ ทุกแบบมีเป้าหมายเดียวกัน คือยกกำลังสองแล้วให้พจน์หนึ่งตัดกันจนเหลือสมการเชิงเส้นของ x

แบบใช้เมื่อกำหนดยกกำลังสองแล้วอะไรหายไป
1p>0p > 0px2+qx+r=u−p x\sqrt{px^2+qx+r} = u - \sqrt{p}\,xpx2px^2 ตัดกัน (ข้อนี้: p=1, q=0, r=a2p = 1,\ q = 0,\ r = a^2)
2r>0r > 0px2+qx+r=xu+r\sqrt{px^2+qx+r} = xu + \sqrt{r}rr ตัดกัน แล้วหารด้วย x ได้
3มีรากจริง α, βp(x−α)(x−β)=(x−α)u\sqrt{p(x-\alpha)(x-\beta)} = (x-\alpha)uตัดตัวประกอบ (x−α)(x-\alpha) ได้

ข้อนี้มี r=a2>0r = a^2 > 0 ด้วย จึงใช้แบบที่ 2 ได้เช่นกัน แต่จะได้ฟังก์ชันตรรกยะที่ยาวกว่าและต้องแยกเศษส่วนย่อย แบบที่ 1 จึงเป็นทางที่สั้นที่สุด ส่วนรากที่ไม่ใช่กำลังสองสมบูรณ์ เช่น x2+2x+5\sqrt{x^2+2x+5} ให้ทำกำลังสองสมบูรณ์ก่อนเป็น (x+1)2+4\sqrt{(x+1)^2+4} แล้วใช้ผลของข้อนี้ได้ทันที

จุดที่มักพลาด

  • แทน x แล้วไม่แปลง dx ต้องหา dx=u2+a22u2 dudx = \dfrac{u^2+a^2}{2u^2}\,du ทุกครั้ง ถ้าเขียน dxdx ค้างไว้ อินทิกรัลจะผสมสองตัวแปรและผิดทันที
  • ใช้ u=x2+a2u = x^2 + a^2 ใช้ไม่ได้ เพราะตัวเศษไม่มี x dxx\,dx มาเป็น du
  • ลืมเปลี่ยนขอบเขต ในอินทิกรัลจำกัดเขต ถ้าอินทิเกรตในตัวแปร u ขอบเขตต้องเป็นค่า u (3 ถึง 9) ไม่ใช่ค่า x (0 ถึง 4)
  • คิดว่า ln(x+√(x²+a²)) กับ sinh⁻¹(x/a) เป็นคนละคำตอบ ต่างกันแค่ค่าคงที่ ln⁡a\ln a
  • เอาค่าสัมบูรณ์ออกในกรณี x2−a2\sqrt{x^2-a^2} สูตรคล้ายกันคือ ln⁡∣x+x2−a2∣+C\ln\left|x + \sqrt{x^2-a^2}\right| + C แต่ต้องคงค่าสัมบูรณ์ไว้ เพราะเมื่อ x≤−ax \le -a ค่าในวงเล็บติดลบ

ทบทวนสูตรที่เกี่ยวข้องได้ที่สูตรอินทิกรัลที่มีรากที่สองของ x² ± a², สูตร ∫dx/x = ln|x| และบทเรียนอินทิกรัลฉบับเต็ม

คำถามที่พบบ่อย

∫dx/√(x²+a²) เท่ากับเท่าไร?

เท่ากับ ln⁡(x+x2+a2)+C\ln\left(x+\sqrt{x^2+a^2}\right) + C ซึ่งเขียนอีกแบบได้ว่า sinh⁡−1(x/a)+C\sinh^{-1}(x/a) + C สองแบบต่างกันแค่ค่าคงที่ ln⁡a\ln a จึงถูกทั้งคู่

ทำไมต้องกำหนด u − x = √(x²+a²)?

เพราะเมื่อยกกำลังสองทั้งสองข้าง พจน์ x2x^2 ทั้งสองฝั่งตัดกันพอดี เหลือสมการเชิงเส้นของ x จึงเขียน x รากที่สอง และ dx เป็นเศษส่วนของ u ได้ทั้งหมด แล้วอินทิกรัลเหลือแค่ ∫du/u\int du/u

ทำไมคำตอบไม่ต้องใส่ค่าสัมบูรณ์ใน ln?

เพราะ x2+a2>∣x∣≥−x\sqrt{x^2+a^2} > |x| \ge -x ทำให้ x+x2+a2>0x+\sqrt{x^2+a^2} > 0 ทุกค่า x แต่ถ้าเป็น x2−a2\sqrt{x^2-a^2} ต้องใส่ค่าสัมบูรณ์ เพราะเมื่อ x≤−ax \le -a ผลบวกนี้ติดลบ

Euler's substitution ต่างจากการแทนค่าตรีโกณ x = a tan θ อย่างไร?

การแทนค่าตรีโกณได้ ∫sec⁡θ dθ\int\sec\theta\,d\theta ซึ่งต้องใช้เทคนิคคูณด้วย sec⁡θ+tan⁡θ\sec\theta+\tan\theta อีกชั้น ส่วนการแทนค่าแบบออยเลอร์ได้ฟังก์ชันตรรกยะของ u ทันที และ sec⁡θ+tan⁡θ\sec\theta+\tan\theta ก็คือ u/au/a นั่นเอง คำตอบจึงตรงกัน