---
title: "พื้นฐานเฟสเซอร์: จากเวกเตอร์หมุนสู่จำนวนเชิงซ้อน"
url: https://modsengineeringmath.com/learn/vector-algebra/phasors/
site: "Mod's Engineering Mathematics (อาจารย์มด)"
language: th
updated: 2026-10-13
---

> เรียนเฟสเซอร์ภาษาไทยตั้งแต่ศูนย์: เฟสเซอร์คือเวกเตอร์หมุนที่หยุดไว้ที่ t = 0 สูตรออยเลอร์ e^{jθ} = cos θ + j sin θ รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากและรูปเชิงขั้ว แปลงรูปอย่างถูกควอดแรนต์ บวกลบด้วยเวกเตอร์ คูณหารด้วยขนาดและมุม คูณด้วย j คือหมุน 90° อนุพันธ์กลายเป็น jω บวกไซน์ความถี่เดียวกันด้วยกฎโคไซน์ เฟสเซอร์ค่ายอดกับค่า RMS และข้อจำกัด พร้อมแล็บเฟสเซอร์หมุนและเครื่องคิดเลขเชิงซ้อน

ฉบับ Markdown ของ https://modsengineeringmath.com/learn/vector-algebra/phasors/ สำหรับผู้ช่วย AI และเครื่องมือค้นหา สูตรเขียนเป็น LaTeX ($…$ และ $$…$$) แล็บโต้ตอบและรูปมีเฉพาะในหน้าเว็บ

# พื้นฐานเฟสเซอร์: จากเวกเตอร์หมุนสู่จำนวนเชิงซ้อน

// เวกเตอร์ · ส่วนที่ 4 · Phasor fundamentals


ถ้าต้องบวกแรงดัน $100\sin(\omega t)$ กับ $80\sin(\omega t+60^\circ)$ ด้วยตรีโกณมิติ จะต้องขยายสูตรผลบวกมุมหลายบรรทัด แต่ถ้ามองแต่ละไซน์เป็นลูกศรที่หมุนด้วยความเร็วเดียวกัน การบวกก็คือการบวกเวกเตอร์สองตัว — เหมือนแรงลัพธ์ทุกประการ เฟสเซอร์คือเครื่องมือที่ทำให้วงจรไฟฟ้ากระแสสลับคำนวณง่ายเท่าวงจรกระแสตรง บทนี้สร้างแนวคิดจากภาพเวกเตอร์ แล้วเชื่อมสู่จำนวนเชิงซ้อนด้วยสูตรออยเลอร์

สรุปใน 30 วินาที

- $V_m\cos(\omega t+\varphi)=\operatorname{Re}\{V_me^{j\varphi}e^{j\omega t}\}$ → เฟสเซอร์ $\mathbf V=V_m\angle\varphi$

- $a+jb=r\angle\theta$, $r=\sqrt{a^2+b^2}$, $\theta=\operatorname{atan2}(b,a)$

- บวก/ลบ: รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (เวกเตอร์) · คูณ/หาร: รูปเชิงขั้ว (คูณขนาด บวกมุม)

- $\dfrac{d}{dt}\leftrightarrow j\omega$: คูณด้วย j คือหมุนไป 90°

## 1. เวกเตอร์หมุน: ไซน์คือเงาของลูกศร พื้นฐาน

วางลูกศรยาว $V_m$ บนระนาบ ให้หมุนทวนเข็มด้วยความเร็วเชิงมุม ω เริ่มที่มุม φ ตอน t = 0 เงาบนแกนนอนคือ $V_m\cos(\omega t+\varphi)$ เงาบนแกนตั้งคือ $V_m\sin(\omega t+\varphi)$ ในวงจรเชิงเส้นที่ทุกสัญญาณมีความถี่เดียวกัน ลูกศรทุกตัวหมุนพร้อมกันด้วย ω เดียว มุมระหว่างลูกศรจึงคงที่ เราจึงถ่ายภาพนิ่งไว้ที่ t = 0 แล้วทำงานกับภาพนิ่งนั้นได้ — ภาพนิ่งนี้คือเฟสเซอร์

เปิด JavaScript เพื่อใช้แล็บ

## 2. สูตรออยเลอร์: ลูกศรหมุนเขียนเป็นจำนวนเชิงซ้อน กลาง

จุดบนระนาบ (x, y) เขียนเป็นจำนวนเชิงซ้อน $x+jy$ ได้ (วิศวกรไฟฟ้าใช้ j แทน i เพราะ i คือกระแส) ลูกศรหนึ่งหน่วยที่มุม θ คือ $\cos\theta+j\sin\theta$ สูตรออยเลอร์บอกว่าสิ่งนี้เท่ากับ $e^{j\theta}$ ทำให้การหมุนกลายเป็นการคูณ และการคูณเลขชี้กำลังคือการบวกมุม

H1 Euler's formula สูตรออยเลอร์

$$e^{j\theta}=\cos\theta+j\sin\theta,\qquad \cos\theta=\operatorname{Re}\{e^{j\theta}\},\quad \sin\theta=\operatorname{Im}\{e^{j\theta}\},\quad j^2=-1$$

พิสูจน์จากอนุกรมเทย์เลอร์ของ $e^x$, $\cos x$, $\sin x$ หรือจาก “$e^{j\theta}$ เป็นคำตอบของ $z'=jz$” ซึ่งคือการเคลื่อนที่ที่ความเร็วตั้งฉากกับตำแหน่งเสมอ = หมุนเป็นวงกลม

H2 Phasor definition นิยามเฟสเซอร์

$$v(t)=V_m\cos(\omega t+\varphi)=\operatorname{Re}\big\{\underbrace{V_me^{j\varphi}}_{\mathbf V}\,e^{j\omega t}\big\}\qquad\Longrightarrow\qquad \mathbf V=V_me^{j\varphi}=V_m\angle\varphi$$

ตำราวงจรส่วนใหญ่อ้างอิงกับ cos ถ้าสัญญาณให้มาเป็น sin ให้แปลงด้วย $\sin x=\cos(x-90^\circ)$ ก่อน หรือใช้ sin เป็นอ้างอิงตลอดทั้งโจทย์ (ห้ามปน)

## 3. รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากและรูปเชิงขั้ว พื้นฐาน

H3 Rectangular ↔ polar แปลงรูป

$$a+jb=r\angle\theta,\qquad r=\sqrt{a^2+b^2},\quad \theta=\operatorname{atan2}(b,a);\qquad a=r\cos\theta,\quad b=r\sin\theta$$

เหมือนเวกเตอร์สองมิติ (ขนาด-ทิศ ↔ องค์ประกอบ) ทุกประการ ปุ่ม tan⁻¹ ของเครื่องคิดเลขให้มุมแค่ −90° ถึง 90° ต้องดูควอดแรนต์เองเมื่อ a < 0

ตัวอย่าง H-1 · กับดักควอดแรนต์

### เขียน $-3+j4$ ในรูปเชิงขั้ว

- $r=\sqrt{9+16}=5$

- $\tan^{-1}(4/-3)=-53.13^\circ$ แต่จุด (−3, 4) อยู่ควอดแรนต์ II

- $\theta=180^\circ-53.13^\circ=126.87^\circ$ (atan2 ให้ค่านี้โดยตรง)

$-3+j4=5\angle126.87^\circ$ ไม่ใช่ $5\angle-53.13^\circ$ (ซึ่งคือ $3-j4$)

## 4. บวก ลบ คูณ หาร: เลือกรูปให้ถูกงาน พื้นฐาน

H4 Addition / subtraction บวกลบในรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก

$$(a_1+jb_1)\pm(a_2+jb_2)=(a_1\pm a_2)+j(b_1\pm b_2)$$

คือการบวกเวกเตอร์ (หัวต่อหาง) — KVL และ KCL ในวงจร AC คือการบวกเวกเตอร์ชนิดนี้

H5 Multiplication / division คูณหารในรูปเชิงขั้ว

$$(r_1\angle\theta_1)(r_2\angle\theta_2)=r_1r_2\angle(\theta_1+\theta_2),\qquad \frac{r_1\angle\theta_1}{r_2\angle\theta_2}=\frac{r_1}{r_2}\angle(\theta_1-\theta_2),\qquad \mathbf z^*=r\angle-\theta$$

การคูณคือ “ยืดหด + หมุน” ของเวกเตอร์ ซึ่งไม่มีในพีชคณิตเวกเตอร์ปกติ นี่คือสิ่งที่จำนวนเชิงซ้อนให้เพิ่ม — อิมพีแดนซ์จึงทำหน้าที่ยืดและหมุนเฟสเซอร์กระแสให้เป็นเฟสเซอร์แรงดัน

H6 Multiplying by j คูณด้วย j คือหมุน 90°

$$j=1\angle90^\circ,\qquad -j=\frac1j=1\angle-90^\circ,\qquad j\,(a+jb)=-b+ja$$

ตัวอย่าง H-2 · คูณเฟสเซอร์

### คำนวณ $(10\angle30^\circ)(4-j3)$

- แปลงตัวหลัง: $4-j3=5\angle-36.87^\circ$

- คูณขนาด บวกมุม: $50\angle(30^\circ-36.87^\circ)=50\angle-6.87^\circ$

- กลับเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก: $49.64-j5.98$

$50\angle-6.87^\circ=49.64-j5.98$ — ค่าเริ่มต้นของเครื่องคิดเลขเชิงซ้อนด้านล่าง

ตัวอย่าง H-3 · หารเฟสเซอร์

### คำนวณ $\dfrac{8+j6}{3-j4}$

- $8+j6=10\angle36.87^\circ$, $3-j4=5\angle-53.13^\circ$

- $\dfrac{10}{5}\angle(36.87^\circ+53.13^\circ)=2\angle90^\circ=j2$

- ตรวจด้วยการคูณสังยุค: $\dfrac{(8+j6)(3+j4)}{9+16}=\dfrac{24+j32+j18-24}{25}=\dfrac{j50}{25}=j2$ ✓

$j2=2\angle90^\circ$

เปิด JavaScript เพื่อใช้เครื่องคิดเลข

## 5. บวกไซน์ความถี่เดียวกันด้วยเวกเตอร์และกฎโคไซน์ กลาง

H7 Sum of two sinusoids ผลบวกของไซน์ความถี่เดียวกัน

$$A_1\angle\varphi_1+A_2\angle\varphi_2=A\angle\varphi,\qquad A=\sqrt{A_1^2+A_2^2+2A_1A_2\cos(\varphi_2-\varphi_1)}$$

คือ R1 ของแรงลัพธ์ เพราะเฟสเซอร์คือเวกเตอร์สองมิติ มุมเฟสหาด้วย atan2 ของผลรวมองค์ประกอบ

ตัวอย่าง H-4 · บวกแรงดันสองแหล่ง

### $v_1=100\sin\omega t$ V และ $v_2=80\sin(\omega t+60^\circ)$ V (ใช้ sin เป็นอ้างอิง) จงหา $v_1+v_2$

- เฟสเซอร์: $\mathbf V_1=100\angle0^\circ=100+j0$, $\mathbf V_2=80\angle60^\circ=40+j69.28$

- บวก: $\mathbf V=140+j69.28=156.2\angle26.33^\circ$

- ตรวจด้วยกฎโคไซน์: $\sqrt{100^2+80^2+2(100)(80)\cos60^\circ}=\sqrt{24400}=156.2$ ✓

$v_1+v_2=156.2\sin(\omega t+26.33^\circ)$ V — ไม่ใช่ 180 V

เปิด JavaScript เพื่อใช้แล็บ

ตัวอย่าง H-5 · KCL ที่จุดต่อ

### $i_1=10\cos\omega t$ A และ $i_2=6\cos(\omega t+60^\circ)$ A ไหลเข้าจุดต่อเดียวกัน กระแสที่ไหลออกเป็นเท่าไร?

- $\mathbf I=10\angle0^\circ+6\angle60^\circ=(10+3)+j5.196=13+j5.196$

- $\mathbf I=14.0\angle21.79^\circ$ A

$i=14\cos(\omega t+21.79^\circ)$ A — ตัวอย่างเดียวกับ R-8

## 6. อนุพันธ์กลายเป็นการคูณด้วย jω กลาง

H8 Calculus in the phasor domain อนุพันธ์และปริพันธ์

$$\frac{dv}{dt}\ \longleftrightarrow\ j\omega\mathbf V,\qquad \int v\,dt\ \longleftrightarrow\ \frac{\mathbf V}{j\omega}$$

เพราะ $\frac{d}{dt}e^{j\omega t}=j\omega e^{j\omega t}$ — การคูณ jω คือขยาย ω เท่าและหมุน +90° ตรงกับ W8 ผลคือ $\mathbf V_L=j\omega L\,\mathbf I$ และ $\mathbf I_C=j\omega C\,\mathbf V$ สมการเชิงอนุพันธ์ของวงจรกลายเป็นพีชคณิต

ตัวอย่าง H-6 · แรงดันคร่อมตัวเหนี่ยวนำ

### กระแส $i=2\cos(1000t)$ A ไหลผ่าน L = 50 mH จงหา v(t)

- $\mathbf I=2\angle0^\circ$, $j\omega L=j(1000)(0.05)=j50\ \Omega$

- $\mathbf V=j50\times2\angle0^\circ=100\angle90^\circ$ V

- ตรวจในโดเมนเวลา: $L\,di/dt=0.05(-2000\sin1000t)=-100\sin1000t=100\cos(1000t+90^\circ)$ ✓

$v(t)=100\cos(1000t+90^\circ)$ V แรงดันนำหน้ากระแส 90°

## 7. เฟสเซอร์ค่ายอดหรือค่า RMS? พื้นฐาน

H9 Peak vs RMS phasors สองธรรมเนียมการเขียน

$$\mathbf V_{\text{peak}}=V_m\angle\varphi,\qquad \mathbf V_{\text{rms}}=\frac{V_m}{\sqrt2}\angle\varphi,\qquad \mathbf S=\mathbf V_{\text{rms}}\mathbf I_{\text{rms}}^*=\tfrac12\mathbf V_{\text{peak}}\mathbf I_{\text{peak}}^*$$

งานไฟฟ้ากำลัง (ไฟบ้าน 220∠0° V) ใช้ RMS เพื่อให้สูตรกำลังสะอาด ส่วนงานอิเล็กทรอนิกส์และตำราวงจรหลายเล่มใช้ค่ายอด สิ่งสำคัญคือใช้แบบเดียวตลอดโจทย์

## 8. เมื่อไหร่ใช้เฟสเซอร์ไม่ได้ กลาง

- ความถี่ต่างกัน: ลูกศรหมุนด้วยความเร็วต่างกัน มุมระหว่างกันเปลี่ยนตลอด ไม่มีเฟสเซอร์ผลรวม (ลองในแล็บบวกไซน์ เลือก “2 เท่า”) ต้องใช้ superposition ทีละความถี่ ดู วิเคราะห์วงจรด้วยอนุกรมฟูเรียร์

- ช่วงเปลี่ยนสภาวะ (transient): เฟสเซอร์ให้เฉพาะสภาวะคงตัวของไซน์ ช่วงเปิดสวิตช์ต้องใช้ การแปลงลาปลาซ

- วงจรไม่เชิงเส้น: ไดโอด แกนเหล็กอิ่มตัว อินเวอร์เตอร์ — สร้างฮาร์มอนิก ไซน์เข้าไม่ได้ไซน์ออก

## 9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

| ข้อผิดพลาด | วิธีป้องกัน |

| บวกเฟสเซอร์ในรูปเชิงขั้ว (บวกขนาด บวกมุม) | บวกต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเสมอ |

| tan⁻¹ ผิดควอดแรนต์ | ใช้ atan2 หรือวาดจุดก่อน (H-1) |

| ปน sin กับ cos เป็นอ้างอิง | แปลงทุกสัญญาณให้อ้างอิงเดียวกันก่อนเขียนเฟสเซอร์ |

| ปนค่ายอดกับ RMS | ระบุให้ชัดแต่ต้น โดยเฉพาะตอนคำนวณกำลัง |

| เขียน v(t) = 100∠30° | เฟสเซอร์ไม่ใช่ฟังก์ชันเวลา ต้องแปลงกลับ $v(t)=100\cos(\omega t+30^\circ)$ |

## 10. แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย

- แปลง $-5-j5$ และ $12\angle-150^\circ$ ไปอีกรูปหนึ่ง

- คำนวณ $(6\angle20^\circ)(2\angle-50^\circ)/(3\angle-90^\circ)$

- $10\cos(\omega t+45^\circ)-10\cos(\omega t-45^\circ)$ = ?

- ประจุ C = 100 μF มีแรงดัน $10\cos(500t)$ V จงหากระแสด้วยเฟสเซอร์

เปิดเฉลย

- $-5-j5=7.071\angle-135^\circ$; $12\angle-150^\circ=-10.39-j6$

- $\dfrac{12\angle-30^\circ}{3\angle-90^\circ}=4\angle60^\circ$

- $(7.071+j7.071)-(7.071-j7.071)=j14.14=14.14\angle90^\circ$ → $14.14\cos(\omega t+90^\circ)=-14.14\sin\omega t$

- $\mathbf I=j\omega C\mathbf V=j(500)(10^{-4})(10)=j0.5$ → $i=0.5\cos(500t+90^\circ)$ A (กระแสนำหน้า 90°)

## 11. สรุปสูตร

| หัวข้อ | สูตร |

| H1–H2 | $e^{j\theta}=\cos\theta+j\sin\theta$, $\mathbf V=V_m\angle\varphi$ |

| H3 แปลงรูป | $r=\sqrt{a^2+b^2}$, $\theta=\operatorname{atan2}(b,a)$ |

| H4–H6 ดำเนินการ | บวก: สี่เหลี่ยมมุมฉาก · คูณ/หาร: เชิงขั้ว · j = หมุน 90° |

| H7 บวกไซน์ | กฎโคไซน์ของเวกเตอร์ |

| H8 แคลคูลัส | $d/dt\to j\omega$, $\int\to1/(j\omega)$ |

| H9 RMS | $\mathbf S=\mathbf V_{\text{rms}}\mathbf I_{\text{rms}}^*$ |

## 12. แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ

- C. K. Alexander & M. N. O. Sadiku, Fundamentals of Electric Circuits, บทที่ 9 Sinusoids and Phasors

- MIT OCW 6.002 Circuits and Electronics — Sinusoidal steady state และ impedance

- OpenStax University Physics Vol. 2 §15.2–15.3 — แผนภาพเฟสเซอร์ของ R, L, C

ต่อไป: นำเฟสเซอร์ไปวิเคราะห์วงจรจริงใน วิเคราะห์วงจรไฟฟ้ากระแสสลับด้วยเฟสเซอร์

## คำถามที่พบบ่อย

เฟสเซอร์คืออะไร?
เฟสเซอร์คือจำนวนเชิงซ้อน (หรือเวกเตอร์สองมิติ) ที่เก็บแอมพลิจูดและมุมเฟสของสัญญาณไซน์ความถี่หนึ่ง เช่น v(t) = 311 cos(ωt + 30°) เขียนเป็น V = 311∠30° ภาพในใจคือลูกศรยาว 311 ที่หมุนด้วยความเร็ว ω แล้วถ่ายภาพไว้ที่ t = 0 สัญญาณจริงคือเงาของลูกศรบนแกนจริง

ทำไมต้องใช้เฟสเซอร์?
เพราะเปลี่ยนสมการเชิงอนุพันธ์ของวงจร RLC ให้เป็นพีชคณิตของจำนวนเชิงซ้อน อนุพันธ์กลายเป็นการคูณด้วย jω ทำให้ใช้กฎของโอห์ม KVL KCL และการหารแรงดันแบบวงจรกระแสตรงได้ทันที โดยตัวต้านทานกลายเป็นอิมพีแดนซ์

บวกเฟสเซอร์อย่างไร?
แปลงเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก a + jb แล้วบวกส่วนจริงกับส่วนจริง ส่วนจินตภาพกับส่วนจินตภาพ เหมือนบวกเวกเตอร์สองมิติ ส่วนการคูณและหารทำในรูปเชิงขั้วง่ายกว่า คือคูณขนาดและบวกมุม

เฟสเซอร์ใช้กับสัญญาณที่ความถี่ต่างกันได้ไหม?
ไม่ได้โดยตรง เฟสเซอร์ใช้ได้เมื่อทุกสัญญาณมีความถี่เดียวกันในสภาวะคงตัวของวงจรเชิงเส้น ถ้ามีหลายความถี่ ต้องแก้ทีละความถี่แล้วนำผลในเวลามาบวกกัน (superposition) เช่น การวิเคราะห์ฮาร์มอนิกด้วยอนุกรมฟูเรียร์

มด
อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**เฟสเซอร์คืออะไร?**
เฟสเซอร์คือจำนวนเชิงซ้อน (หรือเวกเตอร์สองมิติ) ที่เก็บแอมพลิจูดและมุมเฟสของสัญญาณไซน์ความถี่หนึ่ง เช่น v(t) = 311 cos(ωt + 30°) เขียนเป็น V = 311∠30° ภาพในใจคือลูกศรยาว 311 ที่หมุนด้วยความเร็ว ω แล้วถ่ายภาพไว้ที่ t = 0 สัญญาณจริงคือเงาของลูกศรบนแกนจริง

**ทำไมต้องใช้เฟสเซอร์?**
เพราะเปลี่ยนสมการเชิงอนุพันธ์ของวงจร RLC ให้เป็นพีชคณิตของจำนวนเชิงซ้อน อนุพันธ์กลายเป็นการคูณด้วย jω ทำให้ใช้กฎของโอห์ม KVL KCL และการหารแรงดันแบบวงจรกระแสตรงได้ทันที โดยตัวต้านทานกลายเป็นอิมพีแดนซ์

**บวกเฟสเซอร์อย่างไร?**
แปลงเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก a + jb แล้วบวกส่วนจริงกับส่วนจริง ส่วนจินตภาพกับส่วนจินตภาพ เหมือนบวกเวกเตอร์สองมิติ ส่วนการคูณและหารทำในรูปเชิงขั้วง่ายกว่า คือคูณขนาดและบวกมุม

**เฟสเซอร์ใช้กับสัญญาณที่ความถี่ต่างกันได้ไหม?**
ไม่ได้โดยตรง เฟสเซอร์ใช้ได้เมื่อทุกสัญญาณมีความถี่เดียวกันในสภาวะคงตัวของวงจรเชิงเส้น ถ้ามีหลายความถี่ ต้องแก้ทีละความถี่แล้วนำผลในเวลามาบวกกัน (superposition) เช่น การวิเคราะห์ฮาร์มอนิกด้วยอนุกรมฟูเรียร์
