---
title: "แบตเตอรี่สำหรับโซลาร์: LiFePO4 ขนาด kWh DoD C-rate BMS และระบบสำรองไฟ"
url: https://modsengineeringmath.com/learn/solar-pv/battery-storage/
site: "Mod's Engineering Mathematics (อาจารย์มด)"
language: th
updated: 2026-10-13
---

> เลือกและคำนวณแบตเตอรี่สำหรับระบบโซลาร์ hybrid และ off-grid: เคมี LiFePO4 NMC ตะกั่วกรด โซเดียมไอออน สูตรความจุจากพลังงานกลางคืนและวันสำรอง DoD ประสิทธิภาพ Ah C-rate อายุรอบและอายุปฏิทิน ต้นทุนต่อหน่วยที่ผ่านแบต (LCOS) BMS ระบบ 48 V กับ high voltage การตั้งค่าชาร์จ ความปลอดภัย IEC 62619 UL 9540A พร้อมเครื่องคำนวณและตัวอย่าง

ฉบับ Markdown ของ https://modsengineeringmath.com/learn/solar-pv/battery-storage/ สำหรับผู้ช่วย AI และเครื่องมือค้นหา สูตรเขียนเป็น LaTeX ($…$ และ $$…$$) แล็บโต้ตอบและรูปมีเฉพาะในหน้าเว็บ

# แบตเตอรี่สำหรับโซลาร์: LiFePO4 ขนาด kWh DoD C-rate BMS และระบบสำรองไฟ

// บทที่ 16.7 · ออกแบบระบบโซลาร์เซลล์ · Battery Storage for PV


แบตเตอรี่คือส่วนที่แพงที่สุดและอันตรายที่สุดของระบบ hybrid และ off-grid ถ้าเล็กเกินไป ไฟหมดก่อนเช้า ถ้าใหญ่เกินไป ไม่เคยถูกใช้เต็มและไม่คุ้ม ถ้าเลือกเคมีหรือ BMS ผิด อายุสั้นหรือเสี่ยงไฟไหม้ หน้านี้คำนวณขนาดทั้งด้านพลังงานและกำลัง เปรียบเทียบเคมี และประเมินความคุ้มค่าแบบตรงไปตรงมา

สรุปใน 30 วินาที

- ความจุ $= \dfrac{E_{night} \times \text{วันสำรอง}}{DoD \times \eta}$ แล้วตรวจกำลัง (C-rate) และพลังงานแผงที่ใช้ชาร์จ

- งานติดตั้งอยู่กับที่ปี 2026: LiFePO4 เป็นค่าเริ่มต้น ตะกั่วกรดเหลือเฉพาะงบต่ำมาก โซเดียมไอออนเริ่มเข้าตลาด

- แบตกับอินเวอร์เตอร์ต้องคุยกันผ่าน CAN/RS485 (closed-loop) และอยู่ในรายการเข้ากันได้

- มูลค่าหลักของแบตในไทยวันนี้คือไฟสำรอง TOU และ peak shaving มากกว่าการเก็บไฟกลางวันไว้ใช้กลางคืน

## ศัพท์ที่ต้องรู้ พื้นฐาน

| คำ | ความหมาย |

| ความจุพิกัด (kWh, Ah) | พลังงานหรือประจุทั้งหมดที่เก็บได้เมื่อใหม่ ที่อัตราคายประจุมาตรฐาน · kWh = Ah × V / 1000 |

| SoC (State of Charge) | ประจุที่เหลือเป็น % ของความจุ |

| DoD (Depth of Discharge) | สัดส่วนที่ใช้ได้จริงต่อรอบ = 100 % − SoC ต่ำสุด |

| SoH (State of Health) | ความจุปัจจุบันเทียบตอนใหม่ ปกติสิ้นอายุที่ 70–80 % |

| C-rate | กระแสเทียบความจุ: 1C = กระแสที่คายหมดใน 1 ชั่วโมง |

| Round-trip efficiency | พลังงานที่ได้ออก ÷ พลังงานที่ใส่เข้า LFP 92–97 % (เฉพาะเซลล์) ตะกั่วกรด 75–85 % |

| Cycle life / calendar life | จำนวนรอบจนเหลือ 70–80 % / อายุตามเวลาแม้ไม่ใช้ (ขึ้นกับอุณหภูมิและ SoC ที่เก็บ) |

| Autonomy | จำนวนวันที่แบตจ่ายโหลดได้เองโดยไม่มีแสง (สำคัญกับ off-grid) |

## เปรียบเทียบเคมีแบตเตอรี่ พื้นฐาน

| เคมี | V ต่อเซลล์ | DoD ใช้งาน | อายุรอบ | ความปลอดภัย | เหมาะกับ |

| LiFePO4 (LFP) | 3.2 V | 90–100 % | 4,000–8,000 | ดีมาก | บ้าน อาคาร ฟาร์ม off-grid ทุกขนาด (ค่าเริ่มต้น) |

| NMC / NCA | 3.6–3.7 V | 80–90 % | 1,500–4,000 | ต้องระวัง thermal runaway | รถยนต์ไฟฟ้า แบตมือสองจาก EV (ต้องมี BMS ใหม่และการทดสอบ) |

| ตะกั่วกรด AGM / Gel | 2.0 V | 50 % | 500–1,500 | ดี แต่มีไฮโดรเจนเมื่อชาร์จเกิน | งบต่ำมาก สำรองนาน ๆ ครั้ง |

| ตะกั่วกรดน้ำ (OPzS) | 2.0 V | 50–60 % | 1,500–3,000 | ต้องระบายอากาศ เติมน้ำกลั่น | สถานีสื่อสารเดิม |

| โซเดียมไอออน | ~3.1 V | 90–100 % | 3,000–6,000 (ช่วงเริ่มตลาด) | ดี ทนเย็น ขนส่งที่ 0 V ได้ | เริ่มมีในระบบกักเก็บพลังงาน ตามดูตลาด |

ค่าเป็นช่วงทั่วไปจากดาต้าชีตผลิตภัณฑ์ ใช้ค่าของรุ่นที่จะซื้อจริงในการออกแบบ อายุรอบขึ้นกับ DoD อุณหภูมิ และ C-rate ที่ระบุในเงื่อนไขทดสอบ

## คำนวณขนาดแบตเตอรี่ พื้นฐาน

B1 Nominal battery capacity ความจุพิกัดที่ต้องการ

$$C_{nom} = \frac{E_{bat,day}\times N_{auto}}{DoD \times \eta_{bat+inv}}$$

B2 kWh to Ah แปลงพลังงานเป็นแอมป์-ชั่วโมง

$$C_{Ah} = \frac{C_{kWh}\times 1000}{V_{nom}} \qquad V_{nom} = N_{cell}\,V_{cell}\quad(\text{LFP }16\text{s} = 51.2\ \text{V})$$

B3 Battery current and C-rate กระแสแบตและ C-rate

$$I_{bat} = \frac{P_{load}}{V_{bat}\,\eta_{inv}} \qquad C\text{-rate} = \frac{I_{bat}}{C_{Ah}}$$

B4 Off-grid array size ขนาดแผงสำหรับระบบ off-grid

$$P_{PV} = \frac{E_{load,day}}{PSH_{worst}\times PR_{off}} \qquad PR_{off} \approx 0.60\text{–}0.70$$

ระบบ off-grid มี PR ต่ำกว่า on-grid เพราะพลังงานส่วนใหญ่ผ่านแบตเตอรี่ และเมื่อแบตเต็ม MPPT ต้องลดกำลังแผงทิ้ง (curtailment) ใช้ PSH ของเดือนที่แย่ที่สุด (ในไทยมักเป็นส.ค.–ก.ย. หรือช่วงหมอกควันในภาคเหนือ)

ตัวอย่าง B-1

### บ้าน hybrid: ใช้ไฟกลางคืน 6 kWh

- B1: $C_{nom} = \dfrac{6 \times 1}{0.90 \times 0.90} = 7.41$ kWh

- B2: ที่ 51.2 V → $7410/51.2 = 145$ Ah → เลือก 2 โมดูล 5.12 kWh (100 Ah) = 10.24 kWh 200 Ah เหลือเผื่อการเสื่อม 20–30 %

- B3: โหลดสูงสุด 3.5 kW → $I = 3500/(51.2 \times 0.94) = 72.7$ A → C-rate = 72.7/200 = 0.36C ✓ (LFP ทั่วไปต่อเนื่อง ≤ 0.5C)

- ชาร์จเต็มจาก DoD 90 % ด้วยกำลัง 5 kW: $t = 10.24(0.9)/(5 \times 0.95) = 1.9$ ชั่วโมง → แผงต้องมีพลังงานเหลือจากโหลดกลางวันอย่างน้อย ≈ 9.7 kWh ในวันปกติ

ตัวอย่าง B-2

### บ้านพักบนดอย off-grid ใช้ไฟ 3 kWh/วัน สำรอง 2 วัน

- LFP, DoD 80 % (เผื่ออายุ), $\eta$ = 0.85: $C_{nom} = 3(2)/(0.8 \times 0.85) = 8.8$ kWh → 2 × 5.12 kWh

- B4: PSH เดือนแย่สุด 4.2 h, $PR_{off}$ = 0.65 → $P_{PV} = 3/(4.2 \times 0.65) = 1.10$ kWp → เผื่อชาร์จคืนหลังวันฝนตก ใช้ 2 kWp (4 แผง × 580 W = 2.32 kWp)

- ถ้าเป็นตะกั่วกรด DoD 50 %: $3(2)/(0.5 \times 0.8) = 15$ kWh = 313 Ah ที่ 48 V — หนักกว่า 3–4 เท่าและอายุสั้นกว่ามาก

## BMS แรงดันระบบ และการตั้งค่าชาร์จ กลาง

### BMS (Battery Management System) ทำอะไร

- วัดแรงดันทุกเซลล์ อุณหภูมิหลายจุด และกระแส · ตัดเมื่อแรงดันเซลล์เกินหรือต่ำเกิน กระแสเกิน อุณหภูมิผิดปกติ (โดยเฉพาะห้ามชาร์จ LFP ที่ต่ำกว่า 0 °C)

- ปรับสมดุลเซลล์ (passive balancing หรือ active balancing)

- ประมาณ SoC/SoH และส่งค่าขีดจำกัดกระแสชาร์จ/คาย (CCL/DCL) และแรงดันเป้าหมายให้อินเวอร์เตอร์ผ่าน CAN หรือ RS485 — เรียกว่า closed-loop communication ทำให้อินเวอร์เตอร์ชาร์จตามที่แบตต้องการจริง

### 48 V (low voltage) กับ high voltage

| | LV 48/51.2 V | HV 150–800 V |

| กระแสที่ 5 kW | ~100 A (สายใหญ่ 35–50 mm² ฟิวส์/เบรกเกอร์ DC กระแสสูง) | ~10–25 A |

| ประสิทธิภาพ | ต่ำกว่าเล็กน้อย (ขั้น DC-DC แปลงแรงดันสูงขึ้น) | สูงกว่า |

| ความปลอดภัยต่อการสัมผัส | แรงดันต่ำ (ELV) แต่กระแสลัดวงจรสูงมาก | แรงดันอันตราย ต้องติดตั้งโดยผู้ชำนาญ |

| ขยายระบบ | ขนานโมดูลง่าย หลายยี่ห้อ | ซ้อนเป็นสแต็กของยี่ห้อเดียวกัน |

| เหมาะกับ | บ้าน 3–15 kW off-grid/hybrid ทั่วไป | บ้านใหญ่ อาคาร ระบบ 3 เฟส |

### ค่าชาร์จทั่วไปของ LFP 16 เซลล์ (51.2 V)

- Bulk/Absorption: 3.45–3.55 V/เซลล์ → 55.2–56.8 V · Float: 3.35–3.40 V/เซลล์ → 53.6–54.4 V (หรือไม่ใช้ float)

- ตัดคายประจุ: 2.9–3.0 V/เซลล์ → 46.4–48 V · ใช้ค่าที่ผู้ผลิตแบตกำหนดเสมอ และใช้ closed-loop เมื่อทำได้

- เก็บระยะยาวที่ SoC 40–60 % ในที่ร่ม อุณหภูมิสูงเร่งการเสื่อมตามเวลา (ห้องแบตควรไม่เกิน 30–35 °C)

## แบตเตอรี่คุ้มไหม กลาง

B5 Simple levelized cost of storage ต้นทุนต่อหน่วยที่ผ่านแบตเตอรี่ (อย่างง่าย)

$$LCOS \approx \frac{\text{ราคาแบต}}{C_{nom}\times DoD \times N_{cycles,eff}\times \eta} \qquad N_{cycles,eff} = \min(N_{cycle\,life},\ 365\,Y_{calendar})$$

B6 Value of shifting one kWh มูลค่าของการเก็บไฟกลางวันไว้ใช้กลางคืน

$$v_{shift} = c_{buy,night} - c_{sell,day} \qquad \text{คุ้มเมื่อ } v_{shift} > LCOS$$

ตัวอย่าง B-3

### LCOS ของ LFP 10.24 kWh

สมมติราคาแบตติดตั้ง 70,000 บาท (≈ 6,840 บาท/kWh — ใช้ราคาจริงของคุณแทน) อายุปฏิทิน 15 ปี ใช้วันละรอบ

- $N_{cycles,eff} = \min(6000,\ 365 \times 15) = 5{,}475$ รอบ

- $LCOS = \dfrac{70{,}000}{10.24 \times 0.9 \times 5475 \times 0.9} = 1.54$ บาท/kWh

- B6: ค่าไฟกลางคืน 4.2 − ราคาขายกลางวัน 2.2 = 2.0 บาท/kWh > 1.54 → คุ้มเล็กน้อย ถ้าใช้ทุกวันจนครบอายุ แต่ยังไม่รวมส่วนต่างราคาอินเวอร์เตอร์ไฮบริดและค่าเสียโอกาสของเงิน

- ข้อสรุป: ซื้อแบตเพราะต้องการไฟสำรอง ใช้กับ TOU หรือ peak shaving ของกิจการ — ถ้าเหตุผลเดียวคือย้ายไฟกลางวันไปกลางคืน ให้คำนวณด้วยตัวเลขของตัวเองก่อน

## ความปลอดภัยและการติดตั้ง พื้นฐาน

- เลือกแบตที่ผ่าน IEC 62619 (และ UL 9540A สำหรับการลามไฟระดับระบบ) มี BMS ที่ตัดได้จริง ไม่ใช่แบตประกอบเองจากเซลล์ไม่ทราบที่มา

- ติดตั้งในที่อากาศถ่ายเท ไม่โดนแดด ไม่ใช่ห้องนอนหรือทางหนีไฟ ห่างจากวัสดุติดไฟ พื้นแข็งแรงรับน้ำหนัก (แบต 5 kWh ≈ 45–55 kg)

- ฝั่ง DC ของแบตต้องมีฟิวส์หรือเบรกเกอร์ DC ใกล้ขั้วแบตที่ตัดกระแสลัดวงจรระดับหลายพันแอมป์ได้ (เช่น ฟิวส์ NH หรือ class T) สายขนาดพอและย้ำหัวด้วยเครื่องมือที่ถูกต้อง

- เมื่อขนานหลายโมดูล ใช้สายยาวเท่ากันหรือต่อแบบทแยง (diagonal) ให้กระแสแบ่งเท่ากัน และเชื่อมการสื่อสาร BMS ตามคู่มือ

- เตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะ และแจ้งผู้อยู่อาศัยเรื่องการตัดระบบในกรณีฉุกเฉิน

## ประเด็นระดับปริญญาโท ขั้นสูง

- แบบจำลองวงจรสมมูล (Thevenin 1RC/2RC) ของเซลล์ LFP และการประมาณ SoC ด้วย Extended/Unscented Kalman filter — ยากเพราะเส้น OCV-SoC ของ LFP แบนมาก

- แบบจำลองการเสื่อม แยก calendar aging (ขึ้นกับอุณหภูมิและ SoC ตาม Arrhenius) และ cycle aging (ขึ้นกับ DoD และ throughput) เพื่อหานโยบายการชาร์จที่เหมาะสม

- Energy management ด้วย model predictive control ใช้พยากรณ์แสงและโหลดล่วงหน้า (ดู พยากรณ์) เพื่อตัดสินใจชาร์จ/คายในอัตรา TOU

- Second-life EV batteries ทดสอบ SoH คัดกลุ่ม ออกแบบ BMS ใหม่ และประเด็นความปลอดภัย

- ตัวแปลง DC-DC สองทิศทาง (bidirectional buck-boost, DAB) ระหว่างแบตกับ DC-link — ต่อยอดจาก อิเล็กทรอนิกส์กำลัง

## คำถามที่พบบ่อย

บ้านควรใช้แบตเตอรี่โซลาร์กี่ kWh?
เริ่มจากพลังงานที่ใช้ช่วงไม่มีแดด (ประมาณ 17:00–07:00 น.) ที่ต้องการให้แบตจ่าย หารด้วย DoD และประสิทธิภาพ เช่น ใช้กลางคืน 6 kWh DoD 90 % ประสิทธิภาพ 90 % ต้องการแบตพิกัดประมาณ 7.4 kWh ในทางปฏิบัติเลือก 10 kWh (สองโมดูล 5.12 kWh) แล้วตรวจว่าแผงมีพลังงานเหลือพอชาร์จเต็มในวันปกติ

ทำไมแบตเตอรี่โซลาร์ส่วนใหญ่เป็น LiFePO4?
LiFePO4 (LFP) ปลอดภัยกว่า NMC มาก เพราะเกิด thermal runaway ยากกว่าและไม่ปล่อยออกซิเจน อายุรอบ 4,000–8,000 รอบ ใช้ DoD ได้ 90–100 % ไม่มีโคบอลต์ ราคาลดลงต่อเนื่อง ข้อเสียคือหนักกว่าและความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่า ซึ่งไม่สำคัญสำหรับงานติดตั้งอยู่กับที่

ติดแบตเตอรี่แล้วคุ้มไหม?
คุ้มเมื่อแต่ละหน่วยที่ย้ายจากกลางวันไปกลางคืนสร้างมูลค่ามากกว่าต้นทุนต่อหน่วยที่ผ่านแบต (LCOS) ภายใต้ net billing มูลค่าคือค่าไฟลบราคาขายไฟ ประมาณ 2 บาท/หน่วย ขณะที่ LCOS ของ LFP คุณภาพดีอยู่ราว 1.5–3 บาท/หน่วย จึงใกล้จุดคุ้มทุน มูลค่าที่ทำให้คุ้มชัดเจนมักเป็นไฟสำรองตอนไฟดับ อัตรา TOU หรือการลดความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**บ้านควรใช้แบตเตอรี่โซลาร์กี่ kWh?**
เริ่มจากพลังงานที่ใช้ช่วงไม่มีแดด (ประมาณ 17:00–07:00 น.) ที่ต้องการให้แบตจ่าย หารด้วย DoD และประสิทธิภาพ เช่น ใช้กลางคืน 6 kWh DoD 90 % ประสิทธิภาพ 90 % ต้องการแบตพิกัดประมาณ 7.4 kWh ในทางปฏิบัติเลือก 10 kWh (สองโมดูล 5.12 kWh) แล้วตรวจว่าแผงมีพลังงานเหลือพอชาร์จเต็มในวันปกติ

**ทำไมแบตเตอรี่โซลาร์ส่วนใหญ่เป็น LiFePO4?**
LiFePO4 (LFP) ปลอดภัยกว่า NMC มาก เพราะเกิด thermal runaway ยากกว่าและไม่ปล่อยออกซิเจน อายุรอบ 4,000–8,000 รอบ ใช้ DoD ได้ 90–100 % ไม่มีโคบอลต์ ราคาลดลงต่อเนื่อง ข้อเสียคือหนักกว่าและความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่า ซึ่งไม่สำคัญสำหรับงานติดตั้งอยู่กับที่

**ติดแบตเตอรี่แล้วคุ้มไหม?**
คุ้มเมื่อแต่ละหน่วยที่ย้ายจากกลางวันไปกลางคืนสร้างมูลค่ามากกว่าต้นทุนต่อหน่วยที่ผ่านแบต (LCOS) ภายใต้ net billing มูลค่าคือค่าไฟลบราคาขายไฟ ประมาณ 2 บาท/หน่วย ขณะที่ LCOS ของ LFP คุณภาพดีอยู่ราว 1.5–3 บาท/หน่วย จึงใกล้จุดคุ้มทุน มูลค่าที่ทำให้คุ้มชัดเจนมักเป็นไฟสำรองตอนไฟดับ อัตรา TOU หรือการลดความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด
