---
title: "วงจรสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (DOL): วงจรกำลัง วงจรควบคุมแบบล็อกตัวเอง ควบคุมสองจุด จ็อก และการเลือกอุปกรณ์ทีละขั้น"
url: https://modsengineeringmath.com/learn/motor-control/dol-starter/
site: "Mod's Engineering Mathematics (อาจารย์มด)"
language: th
updated: 2026-10-14
---

> วงจร Direct-On-Line สำหรับมอเตอร์สามเฟส 400 V: วงจรกำลัง MPCB คอนแทกเตอร์ โอเวอร์โหลด วงจรควบคุมล็อกตัวเอง (self-holding) ทำไมปุ่ม STOP ต้องเป็น NC ต่ออนุกรม ควบคุมหลายจุด ปุ่มจ็อก ไฟแสดงสถานะ ลำดับการทำงาน การเดินสาย และตัวอย่างเลือกอุปกรณ์ครบชุดสำหรับมอเตอร์ 7.5 kW

ฉบับ Markdown ของ https://modsengineeringmath.com/learn/motor-control/dol-starter/ สำหรับผู้ช่วย AI และเครื่องมือค้นหา สูตรเขียนเป็น LaTeX ($…$ และ $$…$$) แล็บโต้ตอบและรูปมีเฉพาะในหน้าเว็บ

# วงจรสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (DOL): วงจรกำลัง วงจรควบคุมแบบล็อกตัวเอง ควบคุมสองจุด จ็อก และการเลือกอุปกรณ์ทีละขั้น

THภาษาไทยENEnglish

// บทที่ 21.6 · ควบคุมมอเตอร์ AC · Direct-On-Line Starter


DOL คือวงจรมอเตอร์ที่ง่ายและพบมากที่สุด และเป็นแม่แบบของวงจรอื่นทั้งหมด: กลับทางหมุนคือ DOL สองชุดที่อินเตอร์ล็อกกัน สตาร์ท-เดลต้าคือ DOL ที่เพิ่มคอนแทกเตอร์และไทเมอร์ ถ้าเข้าใจหน้านี้ลึก หน้าต่อไปจะง่ายมาก

สรุปใน 30 วินาที

- วงจรกำลัง: Q1 (ลัดวงจร) → K1 (ตัด-ต่อ) → F2 (โหลดเกิน) → มอเตอร์

- วงจรควบคุม: F2 95-96 → STOP (NC) → [START (NO) ∥ K1 13-14] → คอยล์ K1

- STOP ทุกจุดต่ออนุกรม START ทุกจุดต่อขนาน

- ล็อกตัวเองให้ความปลอดภัยแบบ no-volt release: ไฟดับแล้วไม่สตาร์ทเอง

- มอเตอร์ 7.5 kW: MPCB 13–18 A · คอนแทกเตอร์ 18 A AC-3 · สาย 2.5 mm² (≤ 60 m)

## วงจรกำลัง พื้นฐาน

รูป 1 · วงจรกำลัง DOL: อุปกรณ์สามตัวทำสามหน้าที่ต่างกัน ห้ามใช้ตัวหนึ่งแทนอีกตัว (เช่น ใช้เบรกเกอร์ตัด-ต่อมอเตอร์ทุกวัน)

L1 DOL starting current กระแสสตาร์ทตรง

$$I_{st} = k_{st}\,I_n \qquad k_{st} = I_a/I_n \approx 6\text{–}8$$

L2 Voltage dip at the transformer แรงดันตกขณะสตาร์ทที่หม้อแปลง (ประมาณ)

$$\Delta U\% \approx \frac{S_{st}}{S_{sc} + S_{st}}\times 100 \qquad S_{st} = \sqrt3\,V_L\,I_{st} \qquad S_{sc} = \frac{S_{tr}}{u_k}$$

L3 Cable voltage drop แรงดันตกในสายมอเตอร์

$$\Delta V = \sqrt3\, I\, L\,(R\cos\varphi + X\sin\varphi) \qquad \cos\varphi_{start} \approx 0.3$$

## วงจรควบคุมแบบล็อกตัวเอง พื้นฐาน

รูป 2 · คอลัมน์ 1 สั่งคอยล์ (STOP · START · K1) · คอลัมน์ 2 หน้าสัมผัสล็อกตัวเอง · คอลัมน์ 3 ไฟเดิน (K1 43-44) · คอลัมน์ 4 ไฟทริป (F2 97-98) · กล่องใต้คอยล์ K1 = ตำแหน่งหน้าสัมผัสของ K1

### ลำดับการทำงาน

- สภาวะปกติ: F2 95-96 ปิด · S0 ปิด · S1 เปิด · K1 13-14 เปิด → คอยล์ไม่มีไฟ

- กด S1: ไฟผ่าน S1 ถึงคอยล์ K1 → K1 ดูด → หน้าสัมผัสหลักต่อมอเตอร์ · 13-14 ปิด · 43-44 ไฟเดินติด

- ปล่อย S1: ไฟยังไปถึงคอยล์ผ่าน 13-14 ซึ่งขนานกับ S1 → ล็อกตัวเอง

- กด S0: ตัดเส้นทางทั้งหมด → K1 ปล่อย → 13-14 เปิด → ปล่อย S0 แล้วก็ไม่กลับมา

- โหลดเกิน: F2 95-96 เปิดเหมือนกด STOP · 97-98 ปิด ไฟทริปติด · ต้องแก้สาเหตุแล้วรีเซ็ต

- ไฟดับ: คอยล์หมดไฟ K1 ปล่อย ล็อกหาย → ไฟกลับมามอเตอร์ไม่เดินเอง

L4 Seal-in logic ตรรกะวงจรล็อกตัวเอง

$$K1_{\text{ใหม่}} = \overline{F2}\cdot\overline{S0}\cdot(S1 + K1_{\text{เดิม}})$$

ทำไม STOP ต้องเป็น NC: ถ้าใช้ปุ่ม NO แล้วออกแบบให้ “กดเพื่อตัด” สายหลุดหรือหน้าสัมผัสสกปรกจะทำให้กด STOP แล้วไม่มีผล ปุ่ม NC ที่ต่ออนุกรม ถ้าสายขาดเครื่องจะหยุดเอง — ล้มเหลวแบบปลอดภัย (fail-safe) เหตุผลเดียวกันใช้กับโอเวอร์โหลด 95-96 และหยุดฉุกเฉิน

ต้องเปิด JavaScript

## แบบ NEMA/JIC: วงจรเดียวกัน วาดแบบอเมริกา กลาง

เครื่องจักรจากอเมริกาเหนือและโรงงานที่ออกแบบตาม NFPA 79 / NEC วาดวงจรสตาร์ทตรงเป็น “วงจรกำลัง + แลดเดอร์ควบคุม” บนหน้าเดียวกัน รูปนี้คือวงจรเดียวกับรูป 1–2 ที่ 480 V 3Φ 60 Hz ควบคุม 120 V จากหม้อแปลงควบคุม

รูป 2ก · สตาร์ทตรงแบบ NEMA/JIC: ดิสคอนเนกต์+ฟิวส์ → สตาร์ตเตอร์ M (L1 L2 L3 → T1 T2 T3) → ฮีตเตอร์ OL → มอเตอร์ · หม้อแปลงควบคุม 480/120 V (X2 ต่อดิน) → แลดเดอร์ STOP – START ∥ M – คอยล์ M – OL

### เทียบกับแบบ IEC ในรูป 1–2

- แลดเดอร์ 3 สาย (three-wire): STOP (NC) – START (NO) ขนานกับหน้าสัมผัสช่วย M (NO) – คอยล์ M – OL (NC) — ตรรกะเดียวกับ IEC แต่อ่านซ้ายไปขวา

- OL อยู่ติดคอยล์ ใกล้ราง X2 ที่ต่อดิน (IEC วางหน้าสัมผัสโอเวอร์โหลดไว้หัวสาย) ส่วนฮีตเตอร์ OL อยู่ในวงจรกำลัง

- เลขใต้คอยล์ “1 2 3”: M มีหน้าสัมผัส NO ที่แลดเดอร์ 1 (ล็อกตัวเอง) และ 2 (ไฟ RUN) และ NC ที่แลดเดอร์ 3 (ไฟ OFF)

- หม้อแปลงควบคุม: ฟิวส์ปฐมภูมิ FU1 FU2 ที่ H1 H4, ฟิวส์ทุติยภูมิ FU3 ที่ X1 และ X2 ต่อดิน — เหตุผลเดียวกับ “คอยล์ติด N” ของ IEC: เสียดินที่สายควบคุมต้องไม่ทำให้คอยล์ดูดเอง

- ไม่มีเลขขั้ว 1-2 หรือ 13-14 และ 95-96 — ใช้ชื่ออุปกรณ์ (M, OL) กับเลขสาย 1–6 แทน · สตาร์ตเตอร์ NEMA เลือกจาก hp: มอเตอร์ 10 hp 460 V (FLA 14 A) ใช้ขนาด 1 — ดูตารางที่ หน้าสัญลักษณ์

## ควบคุมหลายจุดและจ็อก กลาง

เครื่องจักรมักต้องสั่งได้ทั้งที่ตู้และที่หน้างาน กฎคือ STOP ทุกตัวต่ออนุกรม (กดตัวไหนก็หยุด) และ START ทุกตัวต่อขนาน (กดตัวไหนก็เดิน) ปุ่มจ็อก (inching) ให้มอเตอร์เดินเฉพาะขณะกด ใช้ตั้งตำแหน่งสายพานหรือเครื่องมือ ทำได้ด้วยปุ่มคู่ NO+NC: ส่วน NC ตัดเส้นทางล็อกตัวเอง ส่วน NO จ่ายคอยล์โดยตรง

รูป 3 · ปุ่มจ็อกแบบคู่: หน้าสัมผัส NC ต้องเปิดก่อนที่ NO จะปิด (break-before-make) มิฉะนั้นมอเตอร์จะล็อกค้างหลังปล่อยปุ่ม

งานจ็อกบ่อย ๆ คือ AC-4 หน้าสัมผัสคอนแทกเตอร์ตัดกระแสสตาร์ททุกครั้ง ต้องลดพิกัดคอนแทกเตอร์หรือเลือกขนาดใหญ่ขึ้น และระวังมอเตอร์ร้อนจากการสตาร์ทถี่

## เลือกอุปกรณ์ครบชุดทีละขั้น กลาง

ตัวอย่าง L-1

### ปั๊มน้ำ 7.5 kW 400 V 14.6 A ห่างตู้ 60 m หม้อแปลง 500 kVA uk 4 %

- L1: $I_{st} = 6.5 \times 14.6 = 95$ A

- L2: $S_{st} = \sqrt3(400)(95) = 65.8$ kVA · $S_{sc} = 500/0.04 = 12.5$ MVA → $\Delta U = 65.8/(12{,}500 + 65.8) = 0.5\,\%$ ที่หม้อแปลง — สตาร์ทตรงได้สบาย

- คอนแทกเตอร์ 18 A AC-3 · MPCB ช่วง 13–18 A ตั้ง 14.6 A คลาส 10 (ปั๊มเร่ง < 2 s)

- L3 สาย 2.5 mm² (R = 0.0225/2.5 = 9 mΩ/m): ขณะเดิน $\Delta V = \sqrt3(14.6)(60)(0.009 \times 0.82 + 0.00008 \times 0.57) = 11.3$ V = 2.8 % ✓

- ขณะสตาร์ท $\Delta V = \sqrt3(95)(60)(0.009 \times 0.3 + 0.00008 \times 0.95) = 27.4$ V = 6.9 % — รวมกับหม้อแปลงยังต่ำกว่า 10 % ✓

- วงจรควบคุม 230 VAC ผ่านฟิวส์ 2 A · ปุ่ม START/STOP · ไฟเดิน/ทริป

## เดินสายในตู้: แนวปฏิบัติ

- สีสายวงจรกำลังตามมาตรฐานที่ใช้ (ไทยตาม วสท.: L1 น้ำตาล L2 ดำ L3 เทา N ฟ้า PE เขียวคาดเหลือง) วงจรควบคุมใช้สีแยก เช่น แดง (AC) น้ำเงินเข้ม (DC)

- สวมปลอกเลขสายทั้งสองปลายตามแบบ ย้ำหางปลา/ปลอกย้ำสาย (ferrule) ทุกเส้นที่เป็นสายฝอย

- ปุ่มกดหน้าตู้ต่อผ่านรางเทอร์มินัล -X1 ไม่ต่อตรงจากอุปกรณ์ในตู้ เพื่อถอดประตูซ่อมได้

- ทดสอบวงจรควบคุมก่อนต่อมอเตอร์: ปลดวงจรกำลัง กด START/STOP ดูคอนแทกเตอร์และไฟแสดงทำงานถูกลำดับ

- ทดสอบโอเวอร์โหลดด้วยปุ่ม TEST ระหว่างเดิน ต้องหยุดและไฟทริปติด

## คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้องใช้หน้าสัมผัสช่วยล็อกตัวเอง ไม่ใช้สวิตช์ค้าง?
เพื่อความปลอดภัย: เมื่อไฟดับแล้วกลับมา วงจรล็อกตัวเองจะไม่สตาร์ทมอเตอร์เอง (no-volt release) เพราะคอนแทกเตอร์ปล่อยตอนไฟดับและต้องมีคนกด START ใหม่ ถ้าใช้สวิตช์ค้าง มอเตอร์จะเดินทันทีที่ไฟกลับ ซึ่งอันตรายกับคนที่กำลังซ่อมเครื่อง (IEC 60204-1 กำหนดเรื่องการป้องกันการสตาร์ทเองโดยไม่ตั้งใจ)

มอเตอร์ขนาดเท่าไรสตาร์ทตรงได้?
ไม่มีตัวเลขเดียว ขึ้นกับความแข็งแรงของแหล่งจ่าย (ขนาดหม้อแปลง ความยาวสาย) และข้อกำหนดของการไฟฟ้า หลักทั่วไปคือแรงดันตกขณะสตาร์ทที่ตู้เมนไม่ควรเกิน 10–15 % และไม่กระทบอุปกรณ์อื่น ใช้เครื่องคำนวณแรงดันตกในหน้านี้ตรวจ และตรวจข้อกำหนดการขอใช้ไฟในพื้นที่

มด

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**ทำไมต้องใช้หน้าสัมผัสช่วยล็อกตัวเอง ไม่ใช้สวิตช์ค้าง?**
เพื่อความปลอดภัย: เมื่อไฟดับแล้วกลับมา วงจรล็อกตัวเองจะไม่สตาร์ทมอเตอร์เอง (no-volt release) เพราะคอนแทกเตอร์ปล่อยตอนไฟดับและต้องมีคนกด START ใหม่ ถ้าใช้สวิตช์ค้าง มอเตอร์จะเดินทันทีที่ไฟกลับ ซึ่งอันตรายกับคนที่กำลังซ่อมเครื่อง (IEC 60204-1 กำหนดเรื่องการป้องกันการสตาร์ทเองโดยไม่ตั้งใจ)

**มอเตอร์ขนาดเท่าไรสตาร์ทตรงได้?**
ไม่มีตัวเลขเดียว ขึ้นกับความแข็งแรงของแหล่งจ่าย (ขนาดหม้อแปลง ความยาวสาย) และข้อกำหนดของการไฟฟ้า หลักทั่วไปคือแรงดันตกขณะสตาร์ทที่ตู้เมนไม่ควรเกิน 10–15 % และไม่กระทบอุปกรณ์อื่น ใช้เครื่องคำนวณแรงดันตกในหน้านี้ตรวจ และตรวจข้อกำหนดการขอใช้ไฟในพื้นที่
