---
title: "อ่านแบบวงจรควบคุมมอเตอร์: สัญลักษณ์ IEC 60617 เทียบ NEMA รหัสอุปกรณ์ IEC 81346 เลขขั้ว เลขสาย และการอ้างอิงข้าม"
url: https://modsengineeringmath.com/learn/motor-control/diagrams-symbols/
site: "Mod's Engineering Mathematics (อาจารย์มด)"
language: th
updated: 2026-10-15
---

> วิธีอ่านแบบวงจรไฟฟ้าควบคุมมอเตอร์ทั้งแบบยุโรป (IEC) อเมริกา (NEMA) และญี่ปุ่น: วงจรกำลังกับวงจรควบคุม สัญลักษณ์หน้าสัมผัส คอยล์ ไทเมอร์ โอเวอร์โหลด รหัสอุปกรณ์ -Q -K -F -S -P -M ตาม IEC 81346 เลขขั้ว 1/L1 2/T1 A1 A2 13 14 21 22 95 96 เลขสาย รางเทอร์มินัล การอ้างอิงข้ามหน้า และการแปลงวงจรรีเลย์เป็นพีชคณิตบูลีน เพิ่มไดอะแกรมเส้นเดียว (single-line) แบบ IEC และ ANSI/NEMA แลดเดอร์ NEMA/JIC ตารางขนาดสตาร์ทเตอร์ NEMA และเทียบรหัสอุปกรณ์ IEC กับ NEMA

ฉบับ Markdown ของ https://modsengineeringmath.com/learn/motor-control/diagrams-symbols/ สำหรับผู้ช่วย AI และเครื่องมือค้นหา สูตรเขียนเป็น LaTeX ($…$ และ $$…$$) แล็บโต้ตอบและรูปมีเฉพาะในหน้าเว็บ

# อ่านแบบวงจรควบคุมมอเตอร์: สัญลักษณ์ IEC 60617 เทียบ NEMA รหัสอุปกรณ์ IEC 81346 เลขขั้ว เลขสาย และการอ้างอิงข้าม

THภาษาไทยENEnglish

// บทที่ 21.5 · ควบคุมมอเตอร์ AC · Symbols & Reading Diagrams


แบบวงจรคือภาษากลางระหว่างผู้ออกแบบ ช่างประกอบตู้ และช่างซ่อม ถ้าอ่านคล่อง จะเดินสายถูกตั้งแต่ครั้งแรก และหาจุดเสียได้จากแบบโดยไม่ต้องรื้อตู้ หน้านี้สอนอ่านแบบตามธรรมเนียม IEC ที่ใช้ในชุดนี้ และเทียบกับแบบอเมริกาที่พบในเครื่องจักรนำเข้า

สรุปใน 30 วินาที

- แบบมีสองส่วน: วงจรกำลัง (400 V ไปมอเตอร์) และ วงจรควบคุม (230 VAC/24 VDC ไปคอยล์)

- หน้าสัมผัสวาดในสถานะปกติเสมอ (ไม่มีไฟเลี้ยง ไม่ถูกกด)

- อนุกรม = AND · ขนาน = OR · NC = NOT — อ่านวงจรควบคุมเป็นตรรกะได้ทันที

- รหัสอุปกรณ์ + เลขขั้ว เช่น “-K1:13” ระบุจุดต่อได้ไม่ซ้ำในทั้งตู้

- ไดอะแกรมเส้นเดียวแสดงทั้งระบบ · แบบ NEMA อ่านเป็นแลดเดอร์ซ้าย-ขวา มีเลขแลดเดอร์ใต้คอยล์

## วงจรกำลังและวงจรควบคุม พื้นฐาน

วงจรกำลัง (main circuit) วาดสามเส้น L1 L2 L3 ลงจากด้านบนผ่านเบรกเกอร์ คอนแทกเตอร์ โอเวอร์โหลด ไปมอเตอร์ อ่านจากบนลงล่างตามทางไหลของพลังงาน วงจรควบคุม (control circuit) วาดระหว่างรางบน (L หรือ +24 V) กับรางล่าง (N หรือ 0 V) แต่ละเส้นทางแนวตั้งเรียกว่า “path” หรือ “current path” มีหมายเลขคอลัมน์กำกับด้านบน สัญลักษณ์ของอุปกรณ์ชิ้นเดียวกัน (เช่น คอยล์ -K1 และหน้าสัมผัส -K1 13-14) อาจอยู่คนละคอลัมน์หรือคนละหน้า เชื่อมกันด้วยรหัสอุปกรณ์

วงจรกำลัง (IEC): อ่านบน → ล่างตามทางไหลของพลังงาน พร้อมเลขขั้ว 1–6 และสาย PE

วงจรควบคุม (IEC 60204-1): ราง L1 → อุปกรณ์ → คอยล์ → ราง N พร้อมเลขคอลัมน์และตารางอ้างอิงข้าม

### สิ่งที่ปรากฏในแบบวงจรควบคุม IEC 60204-1

- เลขคอลัมน์ 1 2 3 … เหนือราง L1 ใช้ระบุตำแหน่งของทุกอุปกรณ์ และข้อความหน้าที่ (เช่น “ล็อกตัวเอง”) ใต้ราง N

- กล่องใต้คอยล์ คือตารางอ้างอิงข้าม (contact mirror): แถว NO / NC บอกว่าหน้าสัมผัสของคอยล์นั้นอยู่ที่คอลัมน์ใด “PWR” = ขั้วกำลังอยู่ในวงจรกำลัง

- คอยล์ต่อกับราง N และหน้าสัมผัสทั้งหมดต่อด้านราง L: ถ้าสายควบคุมเสียดินระหว่างหน้าสัมผัสกับคอยล์ คอยล์จะไม่ดูดเอง (IEC 60204-1 หัวข้อ 9.4.3)

- ฟิวส์ -F3 ป้องกันวงจรควบคุม · หน้าสัมผัสโอเวอร์โหลด -F2 95-96 (NC) อยู่หัวสายอนุกรมกับคอยล์ · 97-98 (NO) ส่งสัญญาณทริป

- รหัสสีไฟตาม IEC 60204-1 GN เขียว = ปกติ/เดิน · YE เหลือง = ผิดปกติ (ทริป) · RD แดง = อันตราย/ฉุกเฉิน · BU น้ำเงิน = ต้องดำเนินการ · WH ขาว = สถานะทั่วไป

- วงจรกำลัง: เส้นประเขียว-เหลือง = ตัวนำ PE ต่อเข้าโครงมอเตอร์ · เส้นประสั้นระหว่างขั้ว = การเชื่อมทางกล · โอเวอร์โหลดเป็นขดไบเมทัลต่อกลไกถึงหน้าสัมผัส 95-96

## ไดอะแกรมเส้นเดียว (single-line / one-line diagram) กลาง

ไดอะแกรมเส้นเดียวคือ “แผนที่ภาพรวม” ของระบบไฟฟ้า: ใช้เส้นเดียวแทนสามเฟส (ขีดเฉียงสามขีดบนเส้นแสดงว่ามีตัวนำสามเส้น) แสดงแหล่งจ่าย หม้อแปลง บัสบาร์ ฟีดเดอร์ อุปกรณ์ป้องกัน สตาร์ทเตอร์ และมอเตอร์ พร้อมพิกัด แต่ไม่แสดงวงจรควบคุม เลขขั้ว หรือการต่อสายภายในอุปกรณ์ ใช้ตรวจการประสานอุปกรณ์ป้องกัน คำนวณกระแสลัดวงจร และวางแผนการขยายระบบ

รูป 2 · ไดอะแกรมเส้นเดียวตามสัญลักษณ์ IEC 60617: หม้อแปลง 22/0.4 kV Dyn11 → ACB → บัส MDB → ฟีดเดอร์ DOL (MPCB + คอนแทกเตอร์ + โอเวอร์โหลด) ซอฟต์สตาร์ตเตอร์ และอินเวอร์เตอร์ (ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้)

### อ่านจากบนลงล่าง

- แหล่งจ่ายและหม้อแปลง — ระดับแรงดัน ความถี่ กำลัง (kVA) ค่า uk % กลุ่มเวกเตอร์ (Dyn11) และการต่อดินของนิวทรัล (TN-S)

- เมนเบรกเกอร์ (ACB) — กระแสพิกัด และความสามารถตัดกระแสลัดวงจร Icu ต้องมากกว่ากระแสลัดวงจรที่บัส

- CT และมิเตอร์ — วงกลมคล้องสายคือหม้อแปลงกระแส ต่อกับแอมมิเตอร์หรือเครื่องวัดกำลัง

- บัสบาร์ — เส้นหนา: ระบบ 3N~ 400/230 V · ทุกฟีดเดอร์แยกออกจากบัสนี้

- ฟีดเดอร์มอเตอร์ — เบรกเกอร์/MPCB → ตัวสตาร์ท (คอนแทกเตอร์ + โอเวอร์โหลด, ซอฟต์สตาร์ตเตอร์ หรืออินเวอร์เตอร์) → สาย (ขนาด/จำนวนแกน/ชีลด์) → มอเตอร์ (kW, กระแส)

รูป 3 · ไดอะแกรมเส้นเดียวแบบอเมริกา (ANSI/IEEE 315): เบรกเกอร์เป็นกล่องสี่เหลี่ยมบนเส้น รหัสอุปกรณ์ ANSI/IEEE C37.2 (52 = เบรกเกอร์ AC, 49 = โอเวอร์โหลดความร้อน) สตาร์ตเตอร์ NEMA ขนาด 1 และกระแส FLA จากตาราง NEC 430.250

| ประเภทแบบ | แสดงอะไร | ใช้ทำอะไร |

| ไดอะแกรมเส้นเดียว | ระบบทั้งหมดด้วยเส้นเดียวต่อสามเฟส พร้อมพิกัด | ประสานอุปกรณ์ป้องกัน กระแสลัดวงจร ขยายระบบ |

| วงจรกำลัง (power / multi-line) | ทุกตัวนำของฟีดเดอร์เดียว: L1 L2 L3 PE เลขขั้ว ขั้วมอเตอร์ | เดินสายตู้ ตรวจทิศหมุน |

| วงจรควบคุม | คอยล์ หน้าสัมผัส ปุ่ม เซนเซอร์ ระหว่างราง L–N (IEC) หรือ X1–X2 (NEMA) | ตรรกะการทำงาน แก้ปัญหา |

### รายการที่ไดอะแกรมเส้นเดียวที่ดีต้องมี

- แรงดัน ความถี่ ระบบต่อดิน (TN-S, TN-C-S, TT, IT) และกระแสลัดวงจรที่บัส (kA)

- ชนิด พิกัด และ Icu ของเบรกเกอร์ทุกตัว · ฟิวส์ · ค่าตั้งรีเลย์ป้องกัน

- ขนาดสาย จำนวนแกน วัสดุ ความยาว (เพื่อตรวจแรงดันตกและกระแสลัดวงจร)

- มอเตอร์: kW หรือ hp กระแสพิกัด วิธีสตาร์ท และรหัสอุปกรณ์ที่ตรงกับแบบวงจรควบคุม (-Q1 -K1 -F2 -M1 หรือ DISC M OL MTR)

- ชื่อมาตรฐานที่ใช้ (IEC 60617/81346 หรือ ANSI/IEEE 315/NEMA) ระบุไว้ในตารางสัญลักษณ์ของแบบ

## สัญลักษณ์ IEC 60617 พื้นฐาน

รูป 1 · เส้นประจากหน้าสัมผัสคือการเชื่อมทางกล เช่น ปุ่มกด (รูปวงเล็บเหลี่ยม) ลูกลอย สวิตช์ความดัน หรืออุปกรณ์ทางความร้อนของโอเวอร์โหลด

### กฎการวาดที่ต้องรู้

- หน้าสัมผัสวาดในสถานะ “ไม่มีไฟ ไม่ถูกกระทำ” — ลิมิตสวิตช์ที่ปกติถูกกดค้างจะมีหมายเหตุกำกับ

- หน้าสัมผัส NO วาดใบมีดเอียงไปทางซ้าย NC มีขีดขวางที่จุดสัมผัส

- สัญลักษณ์ครึ่งวงกลมบนหน้าสัมผัสไทเมอร์บอกทิศของการหน่วงเวลา (เหมือนร่มชูชีพ)

- จุดทึบ (●) คือจุดต่อสาย เส้นที่ตัดกันโดยไม่มีจุด ไม่ได้ต่อกัน

- ฟิวส์ = สี่เหลี่ยมที่มีเส้นตัวนำพาดผ่านตลอด · ขั้วคอนแทกเตอร์มีเสี้ยววงกลมที่จุดสัมผัส · เบรกเกอร์มีกากบาทที่ปลายใบมีด · สวิตช์ตัดต่อ (isolator) มีขีดขวางที่ปลายใบมีด

- เส้นประคือการเชื่อมทางกลระหว่างขั้วหรือระหว่างอุปกรณ์ เช่น ขั้วทั้งสามของคอนแทกเตอร์ ตัวปลดทริปของเบรกเกอร์ หรืออินเตอร์ล็อกทางกลระหว่างคอยล์ -K1 กับ -K2

## รหัสอุปกรณ์และเลขขั้ว กลาง

| รหัสแบบเดิม (ใช้ในชุดนี้) | IEC 81346-2 ฉบับใหม่ (ตัวอย่าง) | อุปกรณ์ |

| -Q | -QA | เบรกเกอร์ MPCB สวิตช์ตัดตอน (และคอนแทกเตอร์กำลังในฉบับใหม่) |

| -K | -QA (คอนแทกเตอร์) · -KF (รีเลย์ ไทเมอร์ PLC) | คอนแทกเตอร์ รีเลย์ ไทเมอร์ |

| -F | -FC | ฟิวส์ โอเวอร์โหลด อุปกรณ์ป้องกัน |

| -S | -SF | ปุ่มกด สวิตช์เลือก (คนสั่ง) |

| -B | -BG -BP -BL | เซนเซอร์ ลิมิตสวิตช์ สวิตช์ความดัน ลูกลอย |

| -P / -H | -PF -PG | หลอดไฟแสดงสถานะ มิเตอร์ |

| -M | -MA | มอเตอร์ |

| -X | -XD | รางเทอร์มินัล |

| -T | -TA | หม้อแปลง พาวเวอร์ซัพพลาย (ฉบับใหม่ใช้ T กับการแปลงพลังงาน) |

เลขขั้วอ่านคู่กับรหัสเสมอ เช่น “-K1:A1” คือขั้วคอยล์ของคอนแทกเตอร์ K1 “-X1:5” คือขั้วที่ 5 ของรางเทอร์มินัล X1 เลขสายในแบบมักตั้งตามหมายเลขหน้าและคอลัมน์ (เช่น สาย 2.4 คือสายในหน้า 2 คอลัมน์ 4) ทำให้ตามสายในตู้ได้จริง

### ตารางอ้างอิงข้าม (cross reference)

ใต้คอยล์แต่ละตัวในแบบ IEC มักมีตารางเล็ก ๆ บอกว่าหน้าสัมผัสของมันอยู่ที่ไหน เช่น

-K1
1-2 │ 3.2 ← หน้าสัมผัสหลัก อยู่หน้า 3 คอลัมน์ 2
13-14 │ 4.3 ← NO ใช้ล็อกตัวเอง หน้า 4 คอลัมน์ 3
21-22 │ 4.6 ← NC ใช้อินเตอร์ล็อก หน้า 4 คอลัมน์ 6
43-44 │ 4.8 ← NO ไฟเดิน

## อ่านวงจรควบคุมเป็นตรรกะ กลาง

ทางเดินไฟไปถึงคอยล์เมื่อมีอย่างน้อยหนึ่งเส้นทางที่หน้าสัมผัสปิดทั้งหมด จึงเขียนเป็นพีชคณิตบูลีนได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเขียนแลดเดอร์ใน PLC

G1 Series = AND หน้าสัมผัสอนุกรม

$$K = A \cdot B$$

G2 Parallel = OR หน้าสัมผัสขนาน

$$K = A + B$$

G3 NC contact = NOT หน้าสัมผัสปกติปิด

$$K = \overline{A}$$

G4 Self-holding (seal-in) สมการล็อกตัวเอง

$$K1 = \overline{S0}\cdot\overline{F2}\cdot(S1 + K1)$$

ตัวอย่าง G-1

### อ่านวงจร DOL เป็นสมการ

- เส้นทางเดียวจากราง L: F2 (95-96, NC) → S0 (NC) → [S1 (NO) ขนาน K1 13-14] → คอยล์ K1

- แทน NC ด้วย NOT ของ “ถูกกระทำ”: $K1 = \overline{F2}\cdot\overline{S0}\cdot(S1 + K1)$ — ตรงกับ G4

- ตรวจ: กด S1 → K1 = 1 · ปล่อย S1 → เทอม K1 ค้างไว้ · กด S0 หรือ F2 ทริป → K1 = 0 และไม่กลับมาเองเมื่อปล่อย

## แบบอเมริกา (NEMA/JIC) และญี่ปุ่น กลาง

ในอเมริกาเหนือ แบบวงจรมอเตอร์ยึด NEMA ICS 19 (รหัสและสัญลักษณ์), NEMA ICS 2 (คอนแทกเตอร์ สตาร์ทเตอร์ และขนาด NEMA), NFPA 79 / JIC (ไฟฟ้าในเครื่องจักรอุตสาหกรรม) และ NEC (การติดตั้ง) สัญลักษณ์อ้างอิง ANSI Y32.2 / IEEE 315 ภาพนี้เป็นชุดสัญลักษณ์ที่ใช้ในแลดเดอร์ของชุดบทเรียนนี้

รูป 4 · สัญลักษณ์ NEMA/JIC: หน้าสัมผัสเป็นเส้นคู่ขนาน NO ┤ ├ และ NC ┤/├ · คอยล์และไฟแสดงเป็นวงกลมมีตัวอักษร · ฮีตเตอร์โอเวอร์โหลดเป็นเส้นซิกแซก · ขั้วกำลังเป็นขีดคู่ขวางเส้น

| เรื่อง | IEC (ยุโรป · ไทย · อาเซียน) | NEMA / JIC (อเมริกาเหนือ) |

| ทิศการวาด | รางบน-ล่าง วงจรแนวตั้ง · คอลัมน์ 1 2 3 | รางซ้าย-ขวา (X1 · X2) แถวนอนเป็นขั้นบันได (ladder) · เลขแลดเดอร์ 1 2 3 |

| หน้าสัมผัส NO / NC | ใบมีดเอียง / ใบมีดพาดขีด | เส้นขนานสองเส้น ─┤ ├─ / มีเส้นทแยง ─┤/├─ |

| คอยล์ | สี่เหลี่ยม A1–A2 | วงกลมมีตัวอักษร M, CR, TR (ไม่มีเลขขั้ว) |

| รหัสอุปกรณ์ | -K1 -S1 -F2 -P1 -M1 | M · CR · TR · OL · PB · FU · PL · MTR |

| ขั้วหน้าสัมผัสหลัก | 1/L1 2/T1 3/L2 4/T2 5/L3 6/T3 | L1 L2 L3 → T1 T2 T3 |

| ขั้วมอเตอร์ 6 ขั้ว | U1 V1 W1 U2 V2 W2 | T1 T2 T3 T4 T5 T6 (ตรงกัน: U1=T1 V1=T2 W1=T3 U2=T4 V2=T5 W2=T6) |

| โอเวอร์โหลด | รีเลย์ -F2 95-96 อยู่หัวสายอนุกรมกับคอยล์ | ฮีตเตอร์ OL ในวงจรกำลัง · หน้าสัมผัส OL (NC) อยู่ติดคอยล์ ใกล้ราง X2 |

| แรงดันควบคุม | 230 VAC / 24 VDC | 120 VAC จากหม้อแปลงควบคุม (X2 ต่อดิน) / 24 VDC |

| การอ้างอิงข้าม | กล่องใต้คอยล์ บอกคอลัมน์ของ NO/NC | เลขแลดเดอร์ใต้คอยล์ · ขีดเส้นใต้ = NC |

| เลขสาย / สีสาย | ตามหน้า-คอลัมน์ · เขียว-เหลือง = PE | เลขสายต่อจุดต่อ · NFPA 79: ดำ = กำลัง แดง = ควบคุม AC ขาว = กราวด์ (X2) เขียว = ดิน |

| ขนาดอุปกรณ์สตาร์ท | พิกัดตามประเภทการใช้งาน AC-3 (kW, A) | ขนาด NEMA 00–9 ตาม hp ที่แรงดันนั้น (ตารางด้านล่าง) |

### อ่านแลดเดอร์ NEMA

- อ่านซ้ายไปขวา: ปุ่ม/หน้าสัมผัสทางซ้าย โหลดทางขวา — คอยล์ M อยู่ขวาสุดต่อกับ OL และราง X2 ที่ต่อดิน (แนวคิดเดียวกับ “คอยล์ติด N” ของ IEC)

- เลขแลดเดอร์ นอกราง X1 · เลขสาย บนเส้น: จุดต่อทางไฟฟ้าเดียวกันใช้เลขเดียวกัน

- ตัวเลขใต้คอยล์บอกว่าหน้าสัมผัสของคอยล์นั้นอยู่แลดเดอร์ใด — ขีดเส้นใต้ = NC เช่น “1 2 3” = NO ที่แลดเดอร์ 1 และ 2, NC ที่แลดเดอร์ 3

- หน้าสัมผัสไม่มีเลขขั้ว 13-14: ระบุด้วยชื่ออุปกรณ์ (M, CR1, TR) · หน้าสัมผัสหน่วงเวลาระบุชนิด NOTC / NCTO (on-delay) หรือ NOTO / NCTC (off-delay)

- ตัวอย่างเต็มพร้อมวงจรกำลัง: สตาร์ทตรง · กลับทางหมุน · สตาร์-เดลต้า (wye-delta)

### เทียบรหัสอุปกรณ์ IEC ↔ NEMA

| อุปกรณ์ | IEC | NEMA / JIC |

| เบรกเกอร์ / MPCB | -Q1 | CB · MCP · DISC |

| คอนแทกเตอร์ / สตาร์ทเตอร์ | -K1 (-QA1) | M · F · R · 1M 2M 1S |

| รีเลย์ควบคุม · ไทเมอร์ | -K2 · -K4T | CR · TR |

| โอเวอร์โหลด | -F2 (95-96) | OL |

| ฟิวส์ | -F1 -F3 | FU |

| ปุ่ม START / STOP | -S1 / -S0 | START / STOP (PB) |

| ลิมิต · ความดัน · ลูกลอย | -B1 -B2 -B3 | LS · PS · FS |

| ไฟแสดงสถานะ | -P1 (GN, RD) | PL (G, R, A, W) |

| หม้อแปลงควบคุม | -T1 | CT / CPT (H1–H4, X1–X2) |

| มอเตอร์ | -M1 (U1 V1 W1) | MTR (T1 T2 T3) |

### ขนาดสตาร์ทเตอร์ NEMA (ICS 2)

| ขนาด NEMA | กระแสต่อเนื่อง (A) | สูงสุด hp ที่ 230 V | สูงสุด hp ที่ 460 V |

| 00 | 9 | 1.5 | 2 |

| 0 | 18 | 3 | 5 |

| 1 | 27 | 7.5 | 10 |

| 2 | 45 | 15 | 25 |

| 3 | 90 | 30 | 50 |

| 4 | 135 | 50 | 100 |

| 5 | 270 | 100 | 200 |

ค่า hp เป็นพิกัดสูงสุดสำหรับสตาร์ทตรงแบบไม่กลับทางหมุน ตรวจกับแค็ตตาล็อกผู้ผลิตและ NEMA ICS 2 ก่อนเลือกใช้ ขนาด NEMA เลือกจาก hp ไม่ใช่จากกระแสจริง ส่วนขนาด IEC เลือกจากกระแสและประเภทการใช้งาน AC-3

แบบญี่ปุ่นปัจจุบันใช้ JIS C 0617 ซึ่งตรงกับ IEC 60617 แต่เครื่องจักรรุ่นเก่ายังพบสัญลักษณ์แบบเดิม แลดเดอร์ใน PLC ทุกยี่ห้อวาดแบบแนวนอนคล้าย NEMA

## ขั้นตอนอ่านแบบเพื่อหาจุดเสีย

- เริ่มที่มอเตอร์/โหลดที่มีปัญหา ดูรหัสอุปกรณ์ในวงจรกำลัง (เช่น -K3)

- หาคอยล์ -K3 ในวงจรควบคุม แล้วไล่จากราง L ลงมาทีละอุปกรณ์

- วัดแรงดันเทียบราง N ทีละจุด จุดแรกที่ “ไม่มีไฟ” อยู่หลังอุปกรณ์ที่เปิดวงจร

- ดูตารางอ้างอิงข้ามว่าหน้าสัมผัสที่เปิดอยู่ (เช่น -K2 21-22) ขึ้นกับอุปกรณ์ตัวใด แล้วตามต่อ

## คำถามที่พบบ่อย

แบบวงจรแสดงหน้าสัมผัสในสถานะใด?
สถานะปกติ คือไม่มีไฟเลี้ยงคอยล์ ไม่มีใครกดปุ่ม และไม่มีแรงกระทำกับเซนเซอร์ (de-energised, unactuated) NO จึงวาดเป็นเปิด NC วาดเป็นปิด แม้ในการใช้งานจริงคอนแทกเตอร์จะดูดอยู่เกือบตลอดก็ตาม

ทำไมบางแบบใช้ K สำหรับคอนแทกเตอร์ บางแบบใช้ Q?
ธรรมเนียมเดิมของ IEC/DIN ใช้ K กับคอนแทกเตอร์และรีเลย์ ส่วน IEC 81346-2 ฉบับใหม่จัดคอนแทกเตอร์กำลังไว้กลุ่ม Q (สวิตช์ตัด-ต่อพลังงาน) เช่น -QA1 และรีเลย์ควบคุมไว้กลุ่ม K เช่น -KF1 ทั้งสองแบบพบได้ในแบบจริง ให้ดูหน้าคำอธิบายรหัสของแบบชุดนั้น

ไดอะแกรมเส้นเดียว (single-line) ต่างจากวงจรกำลังอย่างไร?
ไดอะแกรมเส้นเดียวใช้เส้นเดียวแทนสามเฟสและแสดงทั้งระบบ (แหล่งจ่าย หม้อแปลง บัส ฟีดเดอร์ อุปกรณ์ป้องกัน มอเตอร์) พร้อมพิกัด ส่วนวงจรกำลังแสดงตัวนำทุกเส้นและเลขขั้วของฟีดเดอร์เดียว ใช้เดินสายในตู้

ทำไมแบบ NEMA ไม่มีเลขขั้ว 13-14 หรือ 95-96?
NEMA/JIC ระบุหน้าสัมผัสด้วยชื่ออุปกรณ์ (M, CR, TR, OL) และเลขสายบนเส้น ไม่ใช้เลขหน้าสัมผัสช่วยแบบ IEC 60947 ขั้วกำลังใช้ L1 L2 L3 → T1 T2 T3 และอ่านตำแหน่งหน้าสัมผัสจากเลขแลดเดอร์ใต้คอยล์ (ขีดเส้นใต้ = NC)

มด

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**แบบวงจรแสดงหน้าสัมผัสในสถานะใด?**
สถานะปกติ คือไม่มีไฟเลี้ยงคอยล์ ไม่มีใครกดปุ่ม และไม่มีแรงกระทำกับเซนเซอร์ (de-energised, unactuated) NO จึงวาดเป็นเปิด NC วาดเป็นปิด แม้ในการใช้งานจริงคอนแทกเตอร์จะดูดอยู่เกือบตลอดก็ตาม

**ทำไมบางแบบใช้ K สำหรับคอนแทกเตอร์ บางแบบใช้ Q?**
ธรรมเนียมเดิมของ IEC/DIN ใช้ K กับคอนแทกเตอร์และรีเลย์ ส่วน IEC 81346-2 ฉบับใหม่จัดคอนแทกเตอร์กำลังไว้กลุ่ม Q (สวิตช์ตัด-ต่อพลังงาน) เช่น -QA1 และรีเลย์ควบคุมไว้กลุ่ม K เช่น -KF1 ทั้งสองแบบพบได้ในแบบจริง ให้ดูหน้าคำอธิบายรหัสของแบบชุดนั้น

**ไดอะแกรมเส้นเดียว (single-line) ต่างจากวงจรกำลังอย่างไร?**
ไดอะแกรมเส้นเดียวใช้เส้นเดียวแทนสามเฟสและแสดงทั้งระบบ (แหล่งจ่าย หม้อแปลง บัส ฟีดเดอร์ อุปกรณ์ป้องกัน มอเตอร์) พร้อมพิกัด ส่วนวงจรกำลังแสดงตัวนำทุกเส้นและเลขขั้วของฟีดเดอร์เดียว ใช้เดินสายในตู้

**ทำไมแบบ NEMA ไม่มีเลขขั้ว 13-14 หรือ 95-96?**
NEMA/JIC ระบุหน้าสัมผัสด้วยชื่ออุปกรณ์ (M, CR, TR, OL) และเลขสายบนเส้น ไม่ใช้เลขหน้าสัมผัสช่วยแบบ IEC 60947 ขั้วกำลังใช้ L1 L2 L3 → T1 T2 T3 และอ่านตำแหน่งหน้าสัมผัสจากเลขแลดเดอร์ใต้คอยล์ (ขีดเส้นใต้ = NC)
