---
title: "ออสซิลโลสโคป: V/div Time/div ทริกเกอร์ โพรบ และแบนด์วิดท์"
url: https://modsengineeringmath.com/learn/function-generator/oscilloscope/
site: "Mod's Engineering Mathematics (อาจารย์มด)"
language: th
updated: 2026-10-12
---

> วิธีใช้ออสซิลโลสโคปตั้งแต่อ่านกราติคูล ตั้ง V/div และ Time/div ทริกเกอร์ให้ภาพนิ่ง โพรบ 1× 10× และการชดเชยโพรบ คัปปลิง AC DC แบนด์วิดท์กับเวลาขาขึ้น อัตราสุ่มและอเลียสซิง FFT การวัดอัตโนมัติ และความปลอดภัยเรื่องกราวด์ พร้อมสูตรรหัส O ตัวอย่างวิธีทำ และสโคปจำลองให้ลองหมุนเอง

ฉบับ Markdown ของ https://modsengineeringmath.com/learn/function-generator/oscilloscope/ สำหรับผู้ช่วย AI และเครื่องมือค้นหา สูตรเขียนเป็น LaTeX ($…$ และ $$…$$) แล็บโต้ตอบและรูปมีเฉพาะในหน้าเว็บ

# ออสซิลโลสโคป: V/div Time/div ทริกเกอร์ โพรบ และแบนด์วิดท์

// บทที่ 12.3 · แล็บ FG + สโคป · Oscilloscope


ออสซิลโลสโคปคือเครื่องวาดกราฟแรงดันเทียบเวลา แกนตั้งคือโวลต์ แกนนอนคือเวลา ปุ่มบนเครื่องดูมากแต่แบ่งได้แค่สี่กลุ่ม: แนวตั้ง แนวนอน ทริกเกอร์ และการวัด หน้านี้อธิบายทีละกลุ่ม พร้อมเรื่องที่ทำให้ค่าผิดโดยไม่รู้ตัว คือโพรบ แบนด์วิดท์ และอัตราสุ่ม ปิดท้ายด้วยความปลอดภัยเรื่องกราวด์ที่ทุกคนต้องรู้ สูตรใช้รหัส O

สรุปใน 30 วินาที

- ค่าบนจอ = จำนวนช่อง × ค่าต่อช่อง: $V = N_{div}\cdot V/div$, $t = N_{div}\cdot t/div$

- ภาพไม่นิ่ง → แก้ที่ทริกเกอร์: เลือกช่องที่ถูก ตั้งระดับไว้กลางสัญญาณ (ปุ่ม 50%)

- ใช้โพรบ 10× เป็นค่าเริ่มต้น ตั้งเมนูโพรบให้ตรง และชดเชยโพรบกับขั้ว Probe Comp ก่อนใช้

- แบนด์วิดท์ ≥ 5 เท่าของความถี่ที่วัด · อัตราสุ่มจริง $= N/(10\,t_{div})$ ต้องมากกว่า 2 เท่าของความถี่สูงสุด

- คลิปกราวด์โพรบคือสายดิน หนีบที่กราวด์ของวงจรเท่านั้น

ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปวส. · ปี 1กลาง ป.ตรี วิศวกรรมขั้นสูง ป.โท · งานวิจัย

## อ่านค่าจากจอ: กราติคูล V/div และ Time/div พื้นฐาน

จอสโคปแบ่งเป็นตาราง 10 ช่องแนวนอนและ 8 ช่องแนวตั้ง แต่ละช่องเรียกว่า division (div) แบ่งย่อยอีก 5 ขีดบนเส้นกลาง ตัวเลขที่มุมจอบอกว่าหนึ่งช่องมีค่าเท่าไร เช่น CH1 500 mV คือแนวตั้ง 1 ช่อง = 0.5 V และ H 200 µs คือแนวนอน 1 ช่อง = 200 µs การอ่านค่าจึงมีแค่ “นับช่องแล้วคูณ”

ไซน์สูงยอดถึงยอด 4 ช่องที่ 500 mV/div คือ 2 Vpp คาบ 5 ช่องที่ 200 µs/div คือ 1 ms หรือ 1 kHz

O1 Voltage from divisions แรงดันจากจำนวนช่อง

$$V = N_{div}\times (V/div)$$

ค่า V/div ที่จอแสดงรวมอัตราส่วนโพรบไว้แล้ว ถ้าตั้งเมนูโพรบถูกต้อง O16

O2 Time and frequency from divisions เวลาและความถี่จากจำนวนช่อง

$$t = N_{div}\times (t/div), \qquad f = \frac{1}{T}$$

O3 Screen window and choosing time/div เวลาทั้งจอและการเลือก Time/div

$$T_{win} = 10\,(t/div), \qquad t/div \approx \frac{n\,T}{10}$$

ให้เห็น $n = 2$ ถึง 3 คาบ ถ้า 1 kHz (T = 1 ms) ใช้ราว 200–500 µs/div

O4 Vertical resolution (8-bit) ความละเอียดแนวตั้ง

$$\Delta V_{LSB} \approx \frac{V/div}{25}$$

ADC 8 บิตมี 256 ระดับ กระจายราว 25 ระดับต่อช่อง ภาพที่สูงแค่ 1 ช่องจึงมีเพียง 25 ระดับ ควรปรับ V/div ให้สัญญาณสูง 5–7 ช่อง

ตัวอย่าง O-1 · อ่านค่าจากจอ

### ตั้ง 1 V/div และ 0.5 ms/div ภาพไซน์สูงยอดถึงยอด 5.6 ช่อง หนึ่งคาบยาว 3.6 ช่อง หา Vpp, Vrms และความถี่

- แรงดัน O1

$$V_{pp} = 5.6 \times 1 = 5.6\ \text{V}$$

- RMS ของไซน์ W7

$$V_{rms} = \frac{V_{pp}}{2\sqrt2} = \frac{5.6}{2.828} = 1.98\ \text{V}$$

- คาบและความถี่ O2

$$T = 3.6 \times 0.5 = 1.8\ \text{ms}, \qquad f = \frac{1}{1.8\times10^{-3}} = 555.6\ \text{Hz}$$

5.6 Vpp, 1.98 Vrms, 555.6 Hz · การอ่านจากกราติคูลคลาดเคลื่อนได้ราว ±0.1 ช่อง ถ้าต้องการละเอียดกว่านี้ใช้เคอร์เซอร์หรือการวัดอัตโนมัติ ดู ความคลาดเคลื่อนในการอ่าน

ลองเอง: หมุน Time/div และ V/div แล้วดูว่าภาพเปลี่ยน แต่ค่าที่วัดได้ไม่เปลี่ยน เพราะสัญญาณจริงยังเหมือนเดิม

## ภาคแนวตั้ง: V/div ตำแหน่ง และคัปปลิง AC DC GND พื้นฐาน

แต่ละช่อง (CH1, CH2) มีปุ่มชุดเดียวกัน V/div ขยายหรือย่อภาพในแนวตั้งตามลำดับ 1–2–5 ส่วน Position เลื่อนภาพขึ้นลงโดยไม่เปลี่ยนค่าจริง เมนูของช่องมีสามตัวเลือกสำคัญ

| คัปปลิง | สิ่งที่เข้าเครื่องวัด | ใช้เมื่อ |

| DC | สัญญาณทั้งหมด รวมระดับ DC | ค่าเริ่มต้นสำหรับทุกงาน อยากรู้ระดับจริง ลอจิก PWM แหล่งจ่าย |

| AC | ผ่านตัวเก็บประจุ ตัดค่าเฉลี่ยออก | ดูริปเปิลเล็ก ๆ ที่ขี่อยู่บน DC ใหญ่ เช่น ริปเปิล 50 mV บนไฟ 12 V |

| GND | ตัดสัญญาณ ต่ออินพุตลงกราวด์ภายใน | หาตำแหน่งเส้น 0 V บนจอก่อนวัด |

คัปปลิง AC มีตัวเก็บประจุอนุกรมกับความต้านทานอินพุต 1 MΩ จึงเป็นวงจรกรองสูงผ่าน ความถี่ต่ำมากถูกลดทอน คลื่นสี่เหลี่ยมความถี่ต่ำจะเห็นยอดเอียง (tilt) ทั้งที่สัญญาณจริงแบนราบ นักศึกษาหลายคนสรุปผิดว่าวงจรเสีย จริง ๆ แล้วเกิดจากสโคปเอง

สัญญาณเดียวกัน วัดด้วยคัปปลิง DC และ AC ที่ความถี่ต่ำ ยอดที่เอียงในภาพขวาเกิดจากตัวเก็บประจุคัปปลิงของสโคป

O5 AC-coupling low cutoff ความถี่ตัดต่ำของคัปปลิง AC

$$f_L = \frac{1}{2\pi R_{in} C_c}$$

ทั่วไปราว 5–10 Hz เมื่อใช้โพรบ 1× และต่ำลงราว 10 เท่าเมื่อใช้โพรบ 10× เพราะความต้านทานรวมเป็น 10 MΩ

O6 Square-wave tilt ยอดเอียงของคลื่นสี่เหลี่ยม

$$\text{tilt} = 1 - e^{-T/(2\tau)} \approx \frac{\pi f_L}{f},\quad \tau = \frac{1}{2\pi f_L}$$

ค่าประมาณใช้ได้เมื่อ tilt น้อยกว่าราว 10 % ใช้สูตรเดียวกันหาความถี่ตัดต่ำของเครื่องขยายได้ X11

ตัวอย่าง O-2 · ยอดเอียงจากคัปปลิง AC

### วัดคลื่นสี่เหลี่ยม 50 Hz ด้วยคัปปลิง AC โพรบ 10× ที่มี $f_L = 0.7$ Hz ยอดจะเอียงกี่เปอร์เซ็นต์

- สูตรประมาณ O6

$$\text{tilt} \approx \frac{\pi \times 0.7}{50} = 0.044 = 4.4\ \%$$

- ตรวจด้วยสูตรเต็ม

$$\tau = \frac{1}{2\pi(0.7)} = 0.227\ \text{s},\quad 1 - e^{-0.01/0.227} = 4.3\ \%$$

ราว 4.3 % ถ้าใช้โพรบ 1× ($f_L \approx 7$ Hz) จะเอียงถึงราว 36 % เห็นได้ชัด วิธีแก้คือกลับไปใช้คัปปลิง DC แล้วเลื่อน Position แทน

ลองเอง: CH1 ใช้คัปปลิง DC ส่วน CH2 ใช้ AC ทั้งคู่ใช้โพรบ 1× ลดความถี่ลงแล้วดูยอดของ CH2 เอียงมากขึ้น

BW Limit 20 MHz ในเมนูช่องคือตัวกรองต่ำผ่านภายใน ใช้ตัดนอยส์ความถี่สูงเมื่อดูสัญญาณช้า เช่น ริปเปิลแหล่งจ่าย แต่ห้ามเปิดเมื่อวัดขอบสัญญาณเร็ว Invert กลับขั้วภาพ ใช้คู่กับ Math เมื่อวัดผลต่างสองจุด

## ภาคแนวนอน: Time/div ตำแหน่ง และความยาวบันทึก พื้นฐาน

Time/div กำหนดว่าจอกว้างกี่วินาที ($10 \times t/div$) ส่วน Horizontal Position เลื่อนดูก่อนหรือหลังจุดทริกเกอร์ จุดทริกเกอร์คือสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ด้านบนจอ ปกติอยู่กลางจอ เราจึงเห็นทั้งสิ่งที่เกิดก่อนและหลังเหตุการณ์ ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะของสโคปแบบดิจิทัล

| ความถี่สัญญาณ | คาบ | Time/div ที่เห็นราว 2–5 คาบ |

| 50 Hz (ไฟบ้าน) | 20 ms | 5–10 ms |

| 1 kHz (เสียง) | 1 ms | 200–500 µs |

| 40 kHz (อัลตราโซนิก) | 25 µs | 5–10 µs |

| 100 kHz (สวิตชิงซัพพลาย) | 10 µs | 2–5 µs |

| 1 MHz | 1 µs | 200–500 ns |

| 16 MHz (คริสตัลไมโครคอนโทรลเลอร์) | 62.5 ns | 10–20 ns |

สโคปดิจิทัลเก็บข้อมูลเป็นจำนวนจุดจำกัด (record length) เช่น 10,000 จุด เมื่อเปลี่ยน Time/div เครื่องจะเปลี่ยนอัตราสุ่มตาม เพื่อให้จุดทั้งหมดพอดีจอ นี่คือที่มาของปัญหาอเลียสซิงในหัวข้อ อัตราสุ่ม

O11 Actual sample rate อัตราสุ่มจริงตามความยาวบันทึก

$$f_s = \min\!\left(f_{s,max},\ \frac{N}{10\,(t/div)}\right)$$

ตัวอย่าง 10 kpts ที่ 200 µs/div: $10^4/(2\times10^{-3}) = 5$ MSa/s แม้สเปกจะเขียน 1 GSa/s

เมื่อ Time/div ช้ากว่าราว 50–100 ms/div สโคปส่วนใหญ่เข้าโหมด Roll วาดภาพเลื่อนจากขวาไปซ้ายแบบเครื่องบันทึกกราฟ ไม่ต้องรอทริกเกอร์ เหมาะกับสัญญาณช้า เช่น การชาร์จตัวเก็บประจุค่าใหญ่ หรืออุณหภูมิจากเซนเซอร์

## ทริกเกอร์: ทำให้ภาพนิ่ง พื้นฐาน

สโคปวาดภาพซ้ำหลายสิบครั้งต่อวินาที ถ้าแต่ละครั้งเริ่มที่เวลาสุ่ม ภาพจะซ้อนกันจนอ่านไม่ได้ ทริกเกอร์คือกฎว่า “เริ่มวาดเมื่อสัญญาณช่องนี้ข้ามระดับนี้ในทิศนี้” ทุกภาพจึงเริ่มที่จุดเดียวกันบนรูปคลื่น ภาพจึงนิ่ง

ทริกเกอร์ขอบขึ้นที่ระดับ 0 V: สโคปเริ่มภาพทุกครั้งที่สัญญาณตัดเส้นสีส้มขาขึ้น จุดนั้นวางไว้กลางจอ

| การตั้งค่า | ตัวเลือก | คำแนะนำ |

| Source (แหล่ง) | CH1, CH2, EXT, AC Line | เลือกช่องที่มีสัญญาณชัดที่สุด หรือ EXT ต่อจาก SYNC ของเครื่องกำเนิดสัญญาณ AC Line ใช้ดูสัญญาณที่สัมพันธ์กับไฟบ้าน |

| Slope (ขอบ) | ขึ้น ↑ / ลง ↓ | ใช้ขอบลงเมื่ออยากดูเหตุการณ์หลังสัญญาณตก เช่น ลอจิก active-low |

| Level (ระดับ) | แรงดันที่ใช้ตัดสิน | ต้องอยู่ภายในช่วงสัญญาณ ปุ่ม 50% ตั้งให้อัตโนมัติ |

| Mode: Auto | ไม่มีทริกเกอร์ก็วาดเอง | เริ่มต้นใช้โหมดนี้ เห็นเส้นเสมอ แต่ภาพจะวิ่งถ้าทริกเกอร์ไม่ได้ |

| Mode: Normal | วาดเฉพาะเมื่อทริกเกอร์ | ใช้กับสัญญาณที่เกิดไม่สม่ำเสมอ ภาพค้างที่ครั้งล่าสุด ถ้าไม่มีสัญญาณจอจะว่าง |

| Mode: Single | จับครั้งเดียวแล้วหยุด | จับเหตุการณ์ครั้งเดียว เช่น กดปุ่มแล้วดูการเด้งของหน้าสัมผัส (bounce) |

| Holdoff | เวลาห้ามทริกเกอร์ซ้ำ | ใช้กับสัญญาณที่มีหลายขอบในหนึ่งชุด เช่น ข้อมูลอนุกรม ให้ภาพเริ่มที่ขอบแรกของชุดทุกครั้ง |

| Coupling ของทริกเกอร์ | DC, AC, HF Reject, LF Reject, Noise Reject | มีนอยส์มาก → Noise Reject หรือ HF Reject (ทริกเกอร์มีฮิสเทอรีซิสเหมือนชมิตต์ทริกเกอร์) |

ลองเอง: ระดับทริกเกอร์ตั้งไว้ 2.5 V แต่สัญญาณสูงสุดแค่ 1 V ภาพจึงวิ่ง หมุน Trigger level ลงมาให้อยู่ในช่วงสัญญาณ แล้วลองเปลี่ยนเป็นขอบลงและโหมด Normal

เคล็ดลับจากโต๊ะแล็บ: สัญญาณจากวงจรที่มีนอยส์หรือรูปร่างเปลี่ยน เช่น ขาออกวงจรกรอง ให้ทริกเกอร์จากสัญญาณขาเข้า (CH1) หรือจาก SYNC ของเครื่องกำเนิดสัญญาณผ่าน EXT แทน ภาพทุกช่องจะนิ่งพร้อมกันและเทียบเฟสกันได้ถูกต้อง ดู ขั้ว SYNC

## โพรบ 1× และ 10× และการชดเชยโพรบ พื้นฐาน กลาง

โพรบไม่ใช่สายไฟธรรมดา โพรบ 10× มีตัวต้านทาน 9 MΩ ที่ปลาย เมื่ออนุกรมกับ 1 MΩ ของสโคปจึงเป็นตัวแบ่งแรงดัน 10:1 ข้อดีคือวงจรเห็นโหลด 10 MΩ แทน 1 MΩ และเห็นความจุน้อยลงมาก แต่ตัวแบ่งแรงดันที่มีความจุของสายและอินพุตปนอยู่จะแบ่งเท่ากันทุกความถี่ก็ต่อเมื่อค่าคงตัวเวลาสองฝั่งเท่ากัน จึงต้องมีตัวเก็บประจุปรับค่าได้ (ทริมเมอร์) ไว้ปรับให้พอดี เรียกว่าการชดเชยโพรบ

วงจรของโพรบ 10× และภาพคลื่นสี่เหลี่ยมจากขั้ว Probe Comp เมื่อชดเชยขาด พอดี และเกิน ไขทริมเมอร์จนมุมคมและยอดแบน

| คุณสมบัติ | โพรบ 1× | โพรบ 10× |

| ลดทอน | ไม่ลด | ลด 10 เท่า (ต้องตั้งเมนูเป็น 10×) |

| ความต้านทานที่วงจรเห็น | 1 MΩ | 10 MΩ |

| ความจุที่วงจรเห็น | ราว 80–120 pF (สาย + อินพุต) | ราว 10–15 pF |

| แบนด์วิดท์ | ราว 6–10 MHz | 100–500 MHz ตามรุ่น |

| สัญญาณเล็กสุดที่ดีได้ | ดีกว่า (ไม่โดนลดทอน) | นอยส์ของสโคปขยาย 10 เท่า |

| แรงดันสูงสุด | ตามสเปกสโคป | สูงกว่า (ดูพิกัดบนตัวโพรบ) |

| ใช้เมื่อ | สัญญาณ mV ความถี่ต่ำ เช่น ริปเปิลเล็กมาก | งานทั่วไปเกือบทั้งหมด |

O7 Probe compensation เงื่อนไขชดเชยโพรบ

$$R_1C_1 = R_2C_2, \qquad \frac{v_{scope}}{v_{tip}} = \frac{R_2}{R_1 + R_2} = \frac{1}{10}$$

ถ้า $R_1C_1 > R_2C_2$ ชดเชยเกิน มุมพุ่ง · ถ้าน้อยกว่า ชดเชยขาด มุมมน แอมพลิจูดที่ความถี่สูงผิด

O16 Probe-ratio setting ค่าบนจอเมื่อตั้งอัตราส่วนโพรบ

$$V_{display} = V_{true}\cdot\frac{k_{menu}}{k_{probe}}$$

สวิตช์โพรบ 10× แต่เมนูตั้ง 1× ค่าบนจอจะเล็กไป 10 เท่า สลับกันก็ใหญ่ไป 10 เท่า

O14 Probe loading โหลดที่โพรบใส่ให้วงจร

$$Z_{in} = R_{in}\,\Big\|\,\frac{1}{j\omega C_{in}}, \qquad |X_C| = \frac{1}{2\pi f C_{in}}$$

ความจุสำคัญกว่าความต้านทานเมื่อความถี่สูง ที่ 10 MHz โพรบ 1× (100 pF) มี $|X_C| \approx 159\ \Omega$

ตัวอย่าง O-3 · ค่าทริมเมอร์ที่ต้องปรับ

### อินพุตสโคป 1 MΩ ∥ 15 pF สายโพรบมีความจุ 85 pF ต้องปรับ $C_1$ ที่ปลายโพรบ 9 MΩ เป็นเท่าไร

- ความจุฝั่งสโคปรวม

$$C_2 = 15 + 85 = 100\ \text{pF}$$

- เงื่อนไขชดเชย O7

$$C_1 = \frac{R_2 C_2}{R_1} = \frac{1\ \text{M}\Omega \times 100\ \text{pF}}{9\ \text{M}\Omega} = 11.1\ \text{pF}$$

ราว 11 pF วงจรจึงเห็นความจุอนุกรม $C_1$ กับ $C_2$ ≈ 10 pF ซึ่งน้อยกว่าโพรบ 1× เกือบ 10 เท่า ย้ายโพรบไปสโคปเครื่องอื่นหรือช่องอื่นต้องชดเชยใหม่ทุกครั้ง เพราะ $C_{in}$ ไม่เท่ากัน

ตัวอย่าง O-4 · โพรบเป็นโหลดของวงจร

### จุดที่วัดมีความต้านทานแหล่ง 1 kΩ สัญญาณ 10 MHz ใช้โพรบ 1× (100 pF) เทียบกับ 10× (12 pF) ต่างกันอย่างไร

- โพรบ 1× O14

$$|X_C| = \frac{1}{2\pi(10^7)(100\times10^{-12})} = 159\ \Omega$$

- แรงดันที่เหลือ (ตัวแบ่ง RC)

$$\frac{159}{\sqrt{1000^2 + 159^2}} = 0.157$$

- โพรบ 10×

$$|X_C| = 1.33\ \text{k}\Omega, \qquad \frac{1330}{\sqrt{1000^2 + 1330^2}} = 0.80$$

โพรบ 1× เห็นสัญญาณเหลือเพียง 16 % ของจริงและยังทำให้วงจรทำงานผิดไปด้วย ส่วนโพรบ 10× เหลือ 80 % จุดที่มีความต้านทานสูงและความถี่สูงต้องใช้โพรบแอกทีฟ (ความจุไม่กี่ pF)

ลองเอง: CH1 และ CH2 ต่อขั้ว Probe Comp ของสโคป โพรบ 1 ชดเชยเกิน โพรบ 2 ชดเชยขาด หมุนทริมเมอร์ของโพรบ 1 จนยอดแบนราบ

ต้องเปิด JavaScript เพื่อใช้สโคปจำลอง

สายกราวด์ยาว = ภาพสั่นเกิน: สายกราวด์ปากจระเข้ยาว 15 cm มีความเหนี่ยวนำราว 150 nH รวมกับความจุของโพรบเกิดเรโซแนนซ์หลายสิบ MHz เห็นเป็นการแกว่งหลังขอบสัญญาณทั้งที่วงจรไม่ได้แกว่ง เมื่อวัดขอบเร็วให้ถอดปลอกโพรบแล้วใช้สปริงกราวด์สั้นแตะกราวด์ใกล้จุดวัดที่สุด

## แบนด์วิดท์และเวลาขาขึ้น กลาง

แบนด์วิดท์ของสโคปคือความถี่ที่ไซน์ถูกลดทอนลง 3 dB (เหลือ 70.7 %) ไม่ใช่ความถี่สูงสุดที่วัดได้แม่น ภาคขยายของสโคปทำตัวเหมือนวงจรกรองต่ำผ่าน สัญญาณขอบเร็วจึงถูกทำให้ช้าลง ค่าเวลาขาขึ้นที่อ่านได้คือผลรวมของทุกส่วนในทางเดินสัญญาณ

เวลาขาขึ้นวัดจาก 10 % ถึง 90 % ของความสูงขั้น ใช้ระดับ 0 % และ 100 % ที่ “ฐาน” และ “ยอด” ของสัญญาณ ไม่ใช่ค่าสูงสุดต่ำสุดที่อาจมีการพุ่งเกิน

O8 Rise time ↔ bandwidth เวลาขาขึ้นกับแบนด์วิดท์

$$t_r \approx \frac{0.35}{BW}$$

มาจากวงจรอันดับหนึ่ง $t_r = 2.2\tau = 2.2/(2\pi f_c) = 0.35/f_c$ สโคปรุ่นใหม่บางรุ่นใช้ 0.4–0.45

O9 Measured rise time เวลาขาขึ้นที่สโคปแสดง

$$t_{r,meas} = \sqrt{t_{r,sig}^2 + t_{r,scope}^2 + t_{r,probe}^2}$$

หาค่าจริงกลับได้: $t_{r,sig} \approx \sqrt{t_{r,meas}^2 - t_{r,scope}^2 - t_{r,probe}^2}$ ใช้ได้ดีเมื่อสโคปเร็วกว่าสัญญาณพอสมควร

O10 Amplitude error near the bandwidth ความคลาดเคลื่อนแอมพลิจูด

$$\frac{V_{meas}}{V_{true}} \approx \frac{1}{\sqrt{1 + (f/BW)^2}}$$

ที่ $f = BW$ ค่าต่ำไป 29 % · $f = BW/3$ ต่ำไป 5 % · $f = BW/5$ ต่ำไป 2 % (แบบจำลองอันดับหนึ่ง)

ตัวอย่าง O-5 · สโคปทำให้ขอบช้าลงเท่าไร

### สัญญาณจริงมีเวลาขาขึ้น 5 ns วัดด้วยสโคป 100 MHz และโพรบ 500 MHz จะอ่านได้เท่าไร

- เวลาขาขึ้นของสโคปและโพรบ O8

$$t_{scope} = \frac{0.35}{100\ \text{MHz}} = 3.5\ \text{ns},\quad t_{probe} = \frac{0.35}{500\ \text{MHz}} = 0.7\ \text{ns}$$

- รวมแบบรากกำลังสอง O9

$$t_{meas} = \sqrt{5^2 + 3.5^2 + 0.7^2} = \sqrt{37.74} = 6.14\ \text{ns}$$

อ่านได้ 6.1 ns สูงกว่าจริง 23 % ต้องใช้สโคปราว 350 MHz ขึ้นไปจึงจะคลาดเคลื่อนไม่เกินราว 3 %

ตัวอย่าง O-6 · ลืมสับสวิตช์โพรบ

### วัดขอบ 10 ns แต่สวิตช์บนโพรบอยู่ที่ 1× (แบนด์วิดท์ 6 MHz) จะเห็นเท่าไร

- เวลาขาขึ้นของโพรบ 1× O8

$$t_{probe} = \frac{0.35}{6\ \text{MHz}} = 58\ \text{ns}$$

- รวม (ตัดค่าของสโคป 3.5 ns ซึ่งน้อยมาก) O9

$$t_{meas} = \sqrt{10^2 + 58^2 + 3.5^2} = 59\ \text{ns}$$

อ่านได้ราว 59 ns สิ่งที่เห็นคือความช้าของโพรบ ไม่ใช่ของวงจร ลองดูในสโคปจำลองด้านล่าง CH1 ใช้โพรบ 10× ส่วน CH2 ใช้ 1× สัญญาณ 1 MHz เดียวกัน

ต้องเปิด JavaScript เพื่อใช้สโคปจำลอง

## อัตราสุ่ม อเลียสซิง และความละเอียด กลาง ขั้นสูง

สโคปดิจิทัลไม่ได้เห็นสัญญาณต่อเนื่อง มันวัดเป็นจุด ๆ ตามอัตราสุ่ม ถ้าสุ่มช้ากว่าสองเท่าของความถี่สัญญาณ จุดที่ได้จะเรียงตัวเป็นรูปคลื่นที่ช้ากว่าความจริง เรียกว่าอเลียสซิง (aliasing) อันตรายตรงที่ภาพดูนิ่งและสวย แต่ความถี่ผิดทั้งหมด

สุ่มช้าเกินไป: สัญญาณ 9 รอบถูกสุ่ม 10 จุด สโคปจึงวาดไซน์ 1 รอบ ซึ่งไม่มีอยู่จริง

O12 Nyquist criterion and alias frequency เงื่อนไขไนควิสต์และความถี่อเลียส

$$f_s > 2 f_{max}, \qquad f_{alias} = \left| f - k f_s \right|,\ k = \text{round}\!\left(\tfrac{f}{f_s}\right)$$

ในทางปฏิบัติสโคปต้องการ $f_s \ge 2.5$–5 เท่าของแบนด์วิดท์ จึงจะวาดรูปคลื่นได้เนียน

ตัวอย่าง O-7 · ภาพนิ่งแต่ความถี่ผิด

### สัญญาณ 1.00002 MHz ดูที่ 5 ms/div สโคปมีหน่วยความจำ 10,000 จุด จะเห็นความถี่เท่าไร

- อัตราสุ่มจริง O11

$$f_s = \frac{10\,000}{10 \times 5\ \text{ms}} = 200\ \text{kSa/s}$$

- หาความถี่อเลียส O12

$$k = \text{round}\!\left(\frac{1\,000\,020}{200\,000}\right) = 5,\quad f_{alias} = |1\,000\,020 - 1\,000\,000| = 20\ \text{Hz}$$

สโคปแสดงไซน์ 20 Hz หนึ่งรอบเต็มจอ ทั้งที่สัญญาณจริง 1 MHz วิธีป้องกัน: เริ่มที่ Time/div เร็ว ๆ เสมอ หรือกด AUTO ก่อน แล้วค่อยหมุนออก ลองในสโคปจำลอง หมุน Time/div ลงจน 1 µs/div จะเห็นความถี่จริง

ต้องเปิด JavaScript เพื่อใช้สโคปจำลอง

ความละเอียดแนวตั้ง สโคปทั่วไปใช้ ADC 8 บิต O4 เมื่อดูสัญญาณเล็กบนระดับ DC ใหญ่ เช่น ริปเปิล 20 mV บนไฟ 12 V ด้วยคัปปลิง DC ที่ 2 V/div หนึ่งระดับ ADC มีค่า 80 mV จึงมองไม่เห็นริปเปิลเลย ให้ใช้คัปปลิง AC แล้วตั้ง 10 mV/div หรือใช้ออฟเซตของช่องดึงภาพลงแทน สโคปรุ่นใหม่บางรุ่นใช้ 12 บิตหรือโหมด High-Res ที่เฉลี่ยจุดใกล้กันเพื่อเพิ่มความละเอียด

## การวัดอัตโนมัติและเคอร์เซอร์ พื้นฐาน

ปุ่ม Measure คำนวณค่าจากจุดข้อมูลบนจอ ละเอียดกว่าการนับช่องมาก แต่ต้องรู้ว่าแต่ละค่านิยามอย่างไร และเมื่อไรที่เชื่อไม่ได้

| ค่า | นิยาม | ข้อควรระวัง |

| Vpp, Vmax, Vmin | สูงสุด − ต่ำสุดของจุดทั้งหมด | รวมนอยส์และสไปก์ จึงสูงกว่าค่าจริงเล็กน้อย |

| Vtop, Vbase, Vamp | ระดับที่พบบ่อยที่สุดด้านบนและด้านล่าง (ฮิสโทแกรม) | ใช้กับคลื่นสี่เหลี่ยมและพัลส์ ไม่สนใจการพุ่งเกิน |

| Vavg (Mean) | ค่าเฉลี่ย = ระดับ DC W6 | ควรเฉลี่ยเต็มจำนวนคาบ (เมนู Cycle Mean) |

| Vrms | RMS รวม DC W8 | ค่า AC RMS ตัด DC ออก ตรงกับมิเตอร์ True RMS ย่าน AC |

| Freq, Period | จากเวลาระหว่างขอบที่ตัดระดับกลาง | ต้องมีอย่างน้อย 1–2 คาบบนจอ นอยส์มากทำให้นับผิด |

| +Width, Duty | ความกว้างช่วงบวกที่ 50 % และสัดส่วนต่อคาบ | ดู W9 |

| Rise, Fall | 10 %–90 % ของ Vbase ถึง Vtop | ต้องขยาย Time/div ให้ขอบกินหลายช่อง และคำนึงถึง O9 |

| Phase, Delay | เวลาห่างของขอบสองช่อง | ดู การวัดเฟส |

ทุกค่าจะผิดถ้า สัญญาณล้นจอ (clip) เพราะ ADC ตัดยอดที่ขอบจอ สโคปจริงมักขึ้นเครื่องหมาย ? หรือ > ที่ค่า สโคปจำลองในเว็บนี้แสดงเป็นสีแดงพร้อมเครื่องหมาย ? ให้เพิ่ม V/div จนเห็นยอดครบ เคอร์เซอร์ คือเส้นที่เราลากเอง ใช้เมื่อการวัดอัตโนมัติไม่รู้ว่าเราสนใจส่วนไหน เช่น ความสูงของการแกว่งลูกแรก หรือเวลาจากขอบหนึ่งไปยังเหตุการณ์ที่สนใจ

## FFT: ดูสัญญาณในโดเมนความถี่ กลาง ขั้นสูง

ฟังก์ชัน Math → FFT แปลงข้อมูลบนจอเป็นสเปกตรัม แกนนอนเป็นความถี่ แกนตั้งเป็น dBV ใช้ดูฮาร์มอนิกของคลื่นสี่เหลี่ยม ความเพี้ยนของเครื่องขยาย หรือหาแหล่งนอยส์ เช่น ฮัม 50 Hz และสวิตชิง 100 kHz ที่ซ่อนอยู่

ที่มาของ FFT จากอนุกรมฟูเรียร์ อเลียสซิง การรั่วของสเปกตรัม หน้าต่าง และการตั้ง FFT ให้วัดฮาร์มอนิกได้ตรงเครื่องวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้า อ่านต่อที่ DFT และ FFT · ฝึกอ่านฮาร์มอนิกของกระแสจริงใน แล็บวิเคราะห์ฮาร์มอนิก

O13 FFT resolution and span ความละเอียดและช่วงของ FFT

$$\Delta f = \frac{f_s}{N} = \frac{1}{T_{rec}}, \qquad f_{span} = \frac{f_s}{2}$$

อยากแยกความถี่ใกล้กันให้ได้ → เพิ่มเวลาบันทึก (Time/div ช้าลง) · อยากเห็นความถี่สูง → เพิ่มอัตราสุ่ม

ตัวอย่าง O-8 · ฮาร์มอนิกของคลื่นสี่เหลี่ยม

### คลื่นสี่เหลี่ยม 1 kHz 2 Vpp ดูที่ 1 ms/div จะเห็นยอด FFT ที่ไหนบ้าง สูงเท่าไร และละเอียดแค่ไหน

- ความละเอียด O13

$$T_{rec} = 10\ \text{ms}\ \Rightarrow\ \Delta f = 100\ \text{Hz}$$

- อนุกรมฟูริเยร์ของสี่เหลี่ยม ±1 V มีแต่ฮาร์มอนิกคี่ W17

$$V_{n,rms} = \frac{4}{n\pi\sqrt2}\ \text{V}$$

- เป็น dBV W16

$$n=1: 0.900\ \text{V} = -0.9\ \text{dBV},\quad n=3: -10.5\ \text{dBV},\quad n=5: -14.9\ \text{dBV}$$

ยอดที่ 1, 3, 5, 7 … kHz ลดลงตาม $1/n$ (−20 dB ต่อดีเคด) ไม่มีฮาร์มอนิกคู่ ถ้าดิวตี้ไม่ใช่ 50 % จะมีฮาร์มอนิกคู่โผล่ขึ้นมา ลองเปลี่ยนรูปคลื่นเป็นไซน์หรือสามเหลี่ยมแล้วดูว่าฮาร์มอนิกหายไปแค่ไหน

ต้องเปิด JavaScript เพื่อใช้สโคปจำลอง

FFT ในสโคปมีหน้าต่าง (window) ให้เลือก Rectangular แยกความถี่ได้คมที่สุดแต่ยอดรั่วมาก Hanning เป็นค่าเริ่มต้นที่ดี Flat-top อ่านแอมพลิจูดแม่นที่สุดแต่ยอดกว้าง ถ้าจำนวนคาบบนจอไม่เป็นจำนวนเต็ม พลังงานจะรั่วไปถังข้าง ๆ (spectral leakage) ซึ่งหน้าต่างช่วยลดได้ การวิเคราะห์สเปกตรัมเชิงลึกต่อได้ที่ แล็บสัญญาณ

## Math, XY และการวัดแบบผลต่าง กลาง

Math สร้างช่องใหม่จาก CH1 กับ CH2: บวก ลบ คูณ หรือ FFT การลบ CH1 − CH2 คือวิธีวัดแรงดันคร่อมอุปกรณ์ที่ไม่ได้ต่อกราวด์ เช่น ตัวต้านทานด้านบนของวงจรแบ่งแรงดัน หรือแรงดันคร่อมตัวเหนี่ยวนำในบักคอนเวอร์เตอร์ การคูณแรงดันกับแรงดันคร่อมตัวต้านทานตรวจกระแสได้กำลังขณะหนึ่ง (instantaneous power) XY นำ CH1 เป็นแกนนอนและ CH2 เป็นแกนตั้ง ได้รูปลิสซาจู ใช้เทียบเฟสและอัตราส่วนความถี่ ดู วงรีลิสซาจู

O15 Differential measurement with Math วัดแรงดันระหว่างสองจุด

$$v_{AB} = v_A - v_B \quad (\text{CH1} - \text{CH2})$$

ตั้ง V/div สองช่องให้เท่ากัน ความแม่นยำลดลงเมื่อ $v_A$, $v_B$ ใหญ่มากแต่ผลต่างเล็ก (common mode สูง) งานไฟฟ้ากำลังควรใช้โพรบดิฟเฟอเรนเชียล

## ความปลอดภัย: กราวด์ของโพรบคือสายดิน พื้นฐาน

สโคปตั้งโต๊ะเกือบทุกเครื่องต่อขั้วกราวด์ของ BNC ทุกช่อง และคลิปกราวด์ของโพรบทุกเส้น เข้ากับสายดินของปลั๊กไฟโดยตรง ดังนั้นคลิปกราวด์ไม่ใช่ “ขั้วลบ” ที่หนีบที่ไหนก็ได้ มันคือดิน ถ้าหนีบกับจุดที่มีแรงดันเทียบกับดิน กระแสจะลัดวงจรผ่านโพรบทันที

ความผิดพลาดที่อันตรายที่สุดในแล็บ: หนีบกราวด์โพรบกับจุดในวงจรที่ต่อไฟบ้านโดยตรง

- หนีบคลิปกราวด์ที่กราวด์ของวงจรเท่านั้น และกราวด์ของทุกโพรบต้องเป็นจุดเดียวกัน

- วงจรที่ต่อไฟบ้านโดยไม่มีหม้อแปลงแยก (บอร์ดสวิตชิงฝั่งไฟสูง ไดรฟ์มอเตอร์ วงจรไทรแอก) ห้ามวัดด้วยโพรบธรรมดาเทียบกราวด์ ใช้โพรบดิฟเฟอเรนเชียลแรงดันสูง

- ห้ามตัดหรือดัดแปลงสายดินของปลั๊กสโคปเพื่อให้ “ลอย” ตัวถังและขั้ว BNC ทั้งหมดจะมีไฟ

- ดูพิกัดแรงดันและ CAT บนตัวโพรบและอินพุตสโคป เช่น 300 V CAT II อินพุต 1 MΩ หลายรุ่นทนได้ไม่เกินราว 300 Vrms ลดลงที่ความถี่สูง

- ลำดับที่ปลอดภัย: ปิดเครื่องกำเนิดสัญญาณหรือแหล่งจ่าย → ต่อโพรบ → เปิด → วัด → ปิด → ถอด

ในบอร์ดแล็บที่ใช้แหล่งจ่ายตั้งโต๊ะหรือเครื่องกำเนิดสัญญาณ กราวด์ของเครื่องกำเนิดสัญญาณก็ต่อดินเช่นกัน กราวด์ของเครื่องกำเนิดสัญญาณ สโคป และวงจร จึงต้องเป็นจุดเดียวกันเสมอ ถ้าหนีบกราวด์โพรบที่ขาด้านบนของตัวต้านทาน จะลัดวงจรตัวต้านทานทิ้งผ่านสายดิน ค่าที่วัดได้จะผิดทั้งวงจร

## ตั้งสโคปจากศูนย์ใน 7 ขั้น และแก้อาการที่เจอบ่อย พื้นฐาน

- ค่าเริ่มต้น: กด Default Setup (ถ้าเครื่องเป็นของส่วนรวม คนก่อนอาจตั้งค่าแปลก ๆ ไว้)

- โพรบ: สับสวิตช์ 10× ตั้งเมนูช่องเป็น 10× ต่อเข้าขั้ว Probe Comp แล้วชดเชยให้ยอดแบน O7

- กราวด์: หนีบคลิปกราวด์ที่กราวด์ของวงจร แตะปลายโพรบที่จุดวัด

- คัปปลิง DC: ใช้ DC ไว้ก่อนเสมอ ตั้งเส้น 0 V ด้วยคัปปลิง GND หรือ Position

- AUTO หรือประมาณเอง: V/div ≈ Vpp ที่คาด / 6 และ Time/div ≈ 2–3 คาบ / 10 O3

- ทริกเกอร์: แหล่งเป็นช่องที่มีสัญญาณ ขอบขึ้น กด 50% โหมด Auto

- วัด: เปิด Measure Vpp, Freq ฯลฯ ตรวจว่าภาพไม่ล้นจอ แล้วจดค่าพร้อม V/div, Time/div และความคลาดเคลื่อน

| อาการ | สาเหตุที่พบบ่อย | แก้ |

| จอว่าง ไม่มีเส้น | โหมดทริกเกอร์ Normal แต่ไม่มีทริกเกอร์ · ช่องปิด · Position เลื่อนออกนอกจอ | เปลี่ยนเป็น Auto · เปิดช่อง · กด AUTO |

| เห็นเส้นตรง | คัปปลิง GND · FG ไม่ได้กด OUTPUT · โพรบไม่แตะจุด · V/div ใหญ่เกิน | ตรวจตามลำดับ · ลด V/div |

| ภาพวิ่ง | ระดับทริกเกอร์นอกสัญญาณ · แหล่งทริกเกอร์ผิดช่อง | ปุ่ม 50% · เลือกแหล่งใหม่ · ใช้ EXT จาก SYNC |

| ค่าผิดไป 10 เท่า | สวิตช์โพรบกับเมนูไม่ตรงกัน | O16 |

| ค่าเป็นสองเท่าหรือครึ่งหนึ่งของที่ตั้ง FG | ตั้ง Load ของ FG ไม่ตรงกับโหลดจริง | V4 |

| คลื่นสี่เหลี่ยมมุมมนหรือพุ่ง | โพรบไม่ได้ชดเชย · ใช้โพรบ 1× | O7 |

| ยอดสี่เหลี่ยมความถี่ต่ำเอียง | คัปปลิง AC | O6 |

| เห็นความถี่ต่ำแปลก ๆ ทั้งที่ควรสูง | อเลียสซิงที่ Time/div ช้า | O12 |

| เส้นหนามีนอยส์มาก | สายกราวด์ยาว · สัญญาณเล็กกับโพรบ 10× · ฮัม 50 Hz | สปริงกราวด์ · BW Limit · Average B13 |

| แกว่งหลังขอบสัญญาณเร็ว | สายกราวด์ยาว (L ของสาย + C ของโพรบ) | สปริงกราวด์สั้น |

พร้อมแล้วลองทุกอย่างพร้อมกันบน โต๊ะแล็บจำลองเต็มรูปแบบ แล้วไปต่อที่ เทคนิคการวัด

## คำถามที่พบบ่อย

ทำไมภาพบนออสซิลโลสโคปวิ่งไม่นิ่ง?
เกือบทุกครั้งเป็นเพราะทริกเกอร์ ระดับทริกเกอร์อยู่นอกช่วงของสัญญาณ เลือกแหล่งทริกเกอร์ผิดช่อง หรือสัญญาณมีหลายความถี่ปนกัน ให้กดปุ่ม 50% เพื่อตั้งระดับไว้กลางสัญญาณ เลือกแหล่งเป็นช่องที่มีสัญญาณ และถ้ามาจากเครื่องกำเนิดสัญญาณ ให้ต่อขั้ว SYNC เข้า EXT TRIG

โพรบ 1× กับ 10× ต่างกันอย่างไร ควรใช้แบบไหน?
โพรบ 10× ลดทอนสัญญาณ 10 เท่า แต่มีความต้านทานอินพุต 10 MΩ และความจุเพียงราว 10–15 pF แบนด์วิดท์หลายร้อย MHz จึงรบกวนวงจรน้อยกว่ามาก โพรบ 1× มีแบนด์วิดท์เพียงราว 6 MHz และความจุราว 100 pF เหมาะเฉพาะสัญญาณเล็กมากความถี่ต่ำ งานทั่วไปให้ใช้ 10× และตั้งเมนูโพรบของสโคปเป็น 10× ให้ตรงกัน

สโคป 100 MHz วัดสัญญาณ 100 MHz ได้ไหม?
ได้แต่ค่าจะต่ำไปราว 30 % เพราะแบนด์วิดท์คือความถี่ที่แอมพลิจูดลดลง 3 dB ถ้าต้องการความคลาดเคลื่อนไม่เกินราว 2–3 % ควรเลือกสโคปที่แบนด์วิดท์อย่างน้อย 5 เท่าของความถี่ที่วัด สำหรับคลื่นสี่เหลี่ยมให้คิดจากเวลาขาขึ้นด้วยสูตร BW ≈ 0.35/t_r

หนีบกราวด์โพรบที่จุดไหนก็ได้ไหม?
ไม่ได้ คลิปกราวด์ของโพรบต่อกับสายดินของปลั๊กสโคปโดยตรง ต้องหนีบที่กราวด์ของวงจรเท่านั้น ถ้าวงจรต่อไฟบ้านโดยไม่มีหม้อแปลงแยก หรือจุดที่วัดไม่ใช่กราวด์ จะเกิดลัดวงจรผ่านโพรบ ให้วัดแบบผลต่างสองช่อง (CH1 − CH2) ใช้โพรบดิฟเฟอเรนเชียล หรือหม้อแปลงแยกที่ฝั่งวงจร

อัตราสุ่ม 1 GSa/s แต่ทำไมที่ Time/div ช้า ๆ สโคปบอกแค่ไม่กี่ kSa/s?
หน่วยความจำมีจำนวนจุดจำกัด อัตราสุ่มจริงเท่ากับจำนวนจุดหารด้วยเวลาทั้งจอ $f_s = N/(10\,t_{div})$ เช่น 10,000 จุดที่ 5 ms/div ได้เพียง 200 kSa/s ถ้าสัญญาณมีความถี่สูงกว่าครึ่งหนึ่งของค่านี้ จะเกิดอเลียสซิง เห็นความถี่ผิด ให้ลด Time/div ลงก่อนเสมอแล้วค่อยขยายออก

มด

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**ทำไมภาพบนออสซิลโลสโคปวิ่งไม่นิ่ง?**
เกือบทุกครั้งเป็นเพราะทริกเกอร์ ระดับทริกเกอร์อยู่นอกช่วงของสัญญาณ เลือกแหล่งทริกเกอร์ผิดช่อง หรือสัญญาณมีหลายความถี่ปนกัน ให้กดปุ่ม 50% เพื่อตั้งระดับไว้กลางสัญญาณ เลือกแหล่งเป็นช่องที่มีสัญญาณ และถ้ามาจากเครื่องกำเนิดสัญญาณ ให้ต่อขั้ว SYNC เข้า EXT TRIG

**โพรบ 1× กับ 10× ต่างกันอย่างไร ควรใช้แบบไหน?**
โพรบ 10× ลดทอนสัญญาณ 10 เท่า แต่มีความต้านทานอินพุต 10 MΩ และความจุเพียงราว 10–15 pF แบนด์วิดท์หลายร้อย MHz จึงรบกวนวงจรน้อยกว่ามาก โพรบ 1× มีแบนด์วิดท์เพียงราว 6 MHz และความจุราว 100 pF เหมาะเฉพาะสัญญาณเล็กมากความถี่ต่ำ งานทั่วไปให้ใช้ 10× และตั้งเมนูโพรบของสโคปเป็น 10× ให้ตรงกัน

**สโคป 100 MHz วัดสัญญาณ 100 MHz ได้ไหม?**
ได้แต่ค่าจะต่ำไปราว 30 % เพราะแบนด์วิดท์คือความถี่ที่แอมพลิจูดลดลง 3 dB ถ้าต้องการความคลาดเคลื่อนไม่เกินราว 2–3 % ควรเลือกสโคปที่แบนด์วิดท์อย่างน้อย 5 เท่าของความถี่ที่วัด สำหรับคลื่นสี่เหลี่ยมให้คิดจากเวลาขาขึ้นด้วยสูตร BW ≈ 0.35/t_r

**หนีบกราวด์โพรบที่จุดไหนก็ได้ไหม?**
ไม่ได้ คลิปกราวด์ของโพรบต่อกับสายดินของปลั๊กสโคปโดยตรง ต้องหนีบที่กราวด์ของวงจรเท่านั้น ถ้าวงจรต่อไฟบ้านโดยไม่มีหม้อแปลงแยก หรือจุดที่วัดไม่ใช่กราวด์ จะเกิดลัดวงจรผ่านโพรบ ให้วัดแบบผลต่างสองช่อง (CH1 − CH2) ใช้โพรบดิฟเฟอเรนเชียล หรือหม้อแปลงแยกที่ฝั่งวงจร

**อัตราสุ่ม 1 GSa/s แต่ทำไมที่ Time/div ช้า ๆ สโคปบอกแค่ไม่กี่ kSa/s?**
หน่วยความจำมีจำนวนจุดจำกัด อัตราสุ่มจริงเท่ากับจำนวนจุดหารด้วยเวลาทั้งจอ $f_s = N/(10\,t_{div})$ เช่น 10,000 จุดที่ 5 ms/div ได้เพียง 200 kSa/s ถ้าสัญญาณมีความถี่สูงกว่าครึ่งหนึ่งของค่านี้ จะเกิดอเลียสซิง เห็นความถี่ผิด ให้ลด Time/div ลงก่อนเสมอแล้วค่อยขยายออก
