---
title: "ฮาร์มอนิกของวงจรเรียงกระแส: 1 เฟส 3 เฟส 6 พัลส์ 12 พัลส์ และตัวเก็บประจุ"
url: https://modsengineeringmath.com/learn/fourier-series/rectifiers/
site: "Mod's Engineering Mathematics (อาจารย์มด)"
language: th
updated: 2026-10-12
---

> วิเคราะห์ฮาร์มอนิกของเรกติไฟเออร์ด้วยอนุกรมฟูเรียร์: บริดจ์ 1 เฟสฝั่ง DC และฝั่ง AC บริดจ์ + ตัวเก็บประจุของ SMPS และ VFD มุมนำกระแสและกระแสยอด บริดจ์ 3 เฟส 6 พัลส์ กระแส I1 = 0.78 Id ฮาร์มอนิกลักษณะเฉพาะ h = kp ± 1 แรงดัน DC 1.35 VLL ริปเปิลที่ 6f ช่วงทับซ้อน μ ไทริสเตอร์ DPF = cos α และการหักล้างฮาร์มอนิกด้วย 12 พัลส์ 18 พัลส์ พร้อมตัวอย่างวิธีทำและแล็บ

ฉบับ Markdown ของ https://modsengineeringmath.com/learn/fourier-series/rectifiers/ สำหรับผู้ช่วย AI และเครื่องมือค้นหา สูตรเขียนเป็น LaTeX ($…$ และ $$…$$) แล็บโต้ตอบและรูปมีเฉพาะในหน้าเว็บ

# ฮาร์มอนิกของวงจรเรียงกระแส: 1 เฟส 3 เฟส 6 พัลส์ 12 พัลส์ และตัวเก็บประจุ

// บทที่ 14.9 · อนุกรมฟูเรียร์ · Rectifier Harmonics


วงจรเรียงกระแสเป็นแหล่งกำเนิดฮาร์มอนิกอันดับหนึ่งของระบบไฟฟ้า อยู่หน้าไดรฟ์ทุกตัว UPS เครื่องชาร์จ และแหล่งจ่ายไฟทุกชนิด วงจรเดียวมีสองด้านให้วิเคราะห์ ด้าน DC ที่อยากได้ DC เรียบ และด้าน AC ที่การไฟฟ้าเห็นกระแสเพี้ยน อนุกรมฟูเรียร์ตอบได้ทั้งสองด้านและบอกวิธีลดฮาร์มอนิกด้วยการเพิ่มจำนวนพัลส์

สรุปใน 30 วินาที

- p พัลส์: ด้าน AC มี $h = kp \pm 1$ ด้าน DC มี $h = kp$ · ขนาดอุดมคติ $I_h = I_1/h$

- 6 พัลส์: $V_{d0} = 1.35V_{LL}$, $I_1 = 0.780I_d$, $I_{rms} = 0.816I_d$, THD 31 %

- ไทริสเตอร์: $V_d \propto \cos\alpha$, DPF ≈ $\cos(\alpha + \mu/2)$ · ช่วงทับซ้อน μ ลดฮาร์มอนิกสูง

- มีตัวเก็บประจุ DC (SMPS, VFD): พัลส์แคบ THD 80–150 % แก้ด้วยรีแอกเตอร์/โช้ก

ระดับพื้นฐาน ม.ปลาย · ปวส. · ปี 1กลาง ป.ตรี วิศวกรรมขั้นสูง ป.โท · งานวิจัย

## บริดจ์ 1 เฟส: ด้าน DC และด้าน AC พื้นฐาน

ถ้าด้าน DC มีตัวเหนี่ยวนำใหญ่จนกระแส $I_d$ แทบเรียบ ไดโอดสองคู่สลับกันนำทุกครึ่งคาบ กระแสด้าน AC จึงเป็นสี่เหลี่ยม $\pm I_d$ ในเฟสเดียวกับแรงดัน ส่วนแรงดันด้าน DC คือไซน์เรียงกระแสเต็มคลื่น

R1 Single-phase bridge, DC side ด้าน DC

$$V_{d0} = \frac{2\sqrt2}{\pi}V = 0.900\,V,\qquad v_d \text{ มีฮาร์มอนิกที่ } 2f, 4f, \dots$$

อนุกรมเต็มคือ W8 ฮาร์มอนิกที่ 2 (100 Hz) ใหญ่ที่สุด ขนาด $0.424V_m$ ใช้ออกแบบฟิลเตอร์ A-3

R2 Single-phase bridge, AC current ด้าน AC (Id เรียบ)

$$I_1 = \frac{2\sqrt2}{\pi}I_d = 0.900\,I_d,\qquad I_h = \frac{I_1}{h}\;(h\ \text{คี่}),\qquad I_{rms} = I_d$$

สี่เหลี่ยม (W1) THD 48.3 % · DPF = 1 · PF = 0.900 · มีฮาร์มอนิกที่ 3 ซึ่งไปบวกในนิวทรัล

R3 Commutation overlap (single phase) ช่วงทับซ้อนเพราะอิมพีแดนซ์สาย

$$\cos\alpha - \cos(\alpha + \mu) = \frac{2X_sI_d}{V_m},\qquad \Delta V_d = \frac{2}{\pi}X_sI_d$$

กระแสสายเปลี่ยนจาก $-I_d$ เป็น $+I_d$ ไม่ได้ทันที เพราะ $L_s$ ขอบสี่เหลี่ยมกลายเป็นช่วงโค้งกว้าง μ ฮาร์มอนิกสูงจึงลดลง (ความเรียบ P8)

ตัวอย่าง R-1 · เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ 1 เฟส

### บริดจ์ 1 เฟส 230 V มีโช้ก DC ใหญ่ $I_d$ = 10 A หากระแสสาย RMS ฮาร์มอนิก 1, 3, 5, 7 และ PF

- R2: $I_{rms} = I_d = 10.0$ A · $I_1 = 0.900(10) = 9.00$ A

- $I_3 = 3.00$ A, $I_5 = 1.80$ A, $I_7 = 1.29$ A

- PF = DPF × $I_1/I_{rms}$ = 1 × 0.900 H7 · กำลัง $P = 230 \times 9.00 = 2.07$ kW

10 A RMS, หลัก 9.0 A, ฮาร์มอนิก 3.0 / 1.8 / 1.3 A, PF 0.90 · ฮาร์มอนิกที่ 3 ขนาด 1/3 ของหลัก ถ้ามีหลายเครื่องในสามเฟสจะบวกกันในนิวทรัล

## บริดจ์ + ตัวเก็บประจุ: SMPS, LED และไดรฟ์ VFD กลาง

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทั้งหมดไม่มีโช้ก ใช้ตัวเก็บประจุใหญ่หลังบริดจ์ ตัวเก็บประจุชาร์จเฉพาะตอนแรงดันไฟสูงกว่าแรงดันของมัน ซึ่งเกิดช่วงสั้น ๆ ก่อนยอดแรงดัน กระแสจึงเป็นพัลส์แคบสูง (รูปใน W17)

R4 Ripple of a capacitor-input bridge แรงดันริปเปิล (ประมาณ)

$$\Delta V \approx \frac{I_{dc}}{2fC}$$

ตัวเก็บประจุจ่ายโหลดเกือบทั้งครึ่งคาบ (1/2f) แล้วถูกชาร์จคืนในพัลส์สั้น ๆ ดูสูตรเดียวกันที่แล็บ FG X2

R5 Conduction angle & peak current มุมนำกระแสและกระแสยอด (อิมพีแดนซ์สายเป็นศูนย์)

$$\theta_c \approx \cos^{-1}\Big(1 - \frac{\Delta V}{V_m}\Big),\qquad \hat I \approx \frac{2\,I_{dc}\,(T/2)}{\theta_c/\omega}$$

ประจุที่ใช้ไปครึ่งคาบต้องเติมคืนในเวลา $\theta_c/\omega$ (พัลส์สามเหลี่ยม) เป็นค่าบนสุด อิมพีแดนซ์สาย NTC และไดโอดทำให้พัลส์กว้างและเตี้ยลงจริง

ตัวอย่าง R-2 · SMPS 300 W

### SMPS 300 W จากไฟ 230 V แรงดัน DC ราว 300 V ($I_{dc}$ = 1.0 A) ตัวเก็บประจุ 220 µF ประมาณริปเปิล มุมนำกระแส และกระแสยอด

- R4: $\Delta V = \frac{1.0}{2(50)(220\times10^{-6})} = 45.5$ V

- R5: $\theta_c = \cos^{-1}(1 - 45.5/325.3) = 30.7^\circ$ → นำกระแส 1.70 ms จากครึ่งคาบ 10 ms

- $\hat I \approx \frac{2(1.0)(0.010)}{0.00170} = 11.7$ A (กรณีสายแข็งมาก)

กระแสเป็นพัลส์กว้างราว 17 % ของครึ่งคาบ ยอดหลายแอมแปร์ทั้งที่กระแสเฉลี่ยแค่ 1 A แล็บที่คิดอิมพีแดนซ์ปลั๊ก 0.35 Ω และความต้านทานภายในได้ยอดราว 7 A, THD 134 %, PF 0.59, crest factor 3.0 · เลือก “SMPS 300 W” ในแล็บด้านล่าง

ไดรฟ์ VFD 3 เฟส ก็เป็นบริดจ์ + ตัวเก็บประจุเช่นกัน กระแสแต่ละเฟสเป็นพัลส์คู่ (สองหนอก) ต่อครึ่งคาบ เพราะเฟสนั้นจับคู่กับอีกสองเฟสสลับกัน ไม่มีฮาร์มอนิกที่ 3 (สามสายไม่มีนิวทรัล) แต่ 5 และ 7 สูงมาก ถ้าไม่มีรีแอกเตอร์อาจเกิน 80 % ของหลัก จำลองในแล็บ: “ไดรฟ์ VFD 11 kW” แล้วเพิ่มรีแอกเตอร์ 3 % ดู THD ลดลงเหลือราว 35 %

## บริดจ์ 3 เฟส 6 พัลส์ และกฎ h = kp ± 1 กลาง

แรงดันด้าน DC ของบริดจ์ 3 เฟสคือยอดของแรงดันไลน์ทั้งหกคู่ที่สลับกันนำ เกิดหกลูกต่อหนึ่งคาบ (p = 6) กระแสแต่ละเฟสนำ 120° บวก แล้วพัก 60° แล้วนำ 120° ลบ ได้รูปที่มีสมมาตรเสี้ยวคลื่นและไม่มีฮาร์มอนิกที่หารด้วย 3 ลงตัว

R6 Characteristic harmonics of a p-pulse converter ฮาร์มอนิกลักษณะเฉพาะ

$$\text{ด้าน AC: } h = kp \pm 1,\qquad \text{ด้าน DC: } h = kp,\qquad k = 1, 2, 3, \dots$$

p = 6: AC 5, 7, 11, 13, 17, 19 · DC 6, 12, 18 (300, 600, 900 Hz) · p = 12: AC 11, 13, 23, 25 · ฮาร์มอนิกอื่นที่วัดได้ (เช่น 3 หรือคู่) เรียก non-characteristic มาจากแรงดันไม่สมดุลหรือการจุดชนวนไม่เท่ากัน

R7 Ideal 6-pulse line current กระแสไลน์อุดมคติ

$$I_1 = \frac{\sqrt6}{\pi}I_d = 0.780\,I_d,\quad I_h = \frac{I_1}{h},\quad I_{rms} = \sqrt{\tfrac23}\,I_d = 0.816\,I_d$$

อนุกรมเต็ม W12 · THD 31.1 % (30.0 % ถ้านับถึง h = 50) · distortion factor 0.955

R8 6-pulse DC voltage & ripple แรงดัน DC และริปเปิล (ไดโอด)

$$V_{d0} = \frac{3\sqrt2}{\pi}V_{LL} = 1.35\,V_{LL},\qquad \hat V_{6k} = \frac{2V_{d0}}{(6k)^2 - 1}$$

400 V: $V_{d0} = 540$ V ริปเปิลที่ 300 Hz ยอด 30.9 V ที่ 600 Hz 7.6 V เล็กกว่าเรียงกระแส 1 เฟสมาก ไดรฟ์จึงใช้ตัวเก็บประจุ DC ขนาดเล็กกว่าได้

R9 Commutation overlap (3-phase bridge) ช่วงทับซ้อนและแรงดันตก

$$\cos\alpha - \cos(\alpha + \mu) = \frac{2X_sI_d}{\sqrt2\,V_{LL}},\qquad V_d = V_{d0}\cos\alpha - \frac{3}{\pi}X_sI_d$$

ขอบของบล็อก 120° กลายเป็นช่วงโค้งกว้าง μ ทำให้ $I_{11}, I_{13}, \dots$ ลดลงชัดเจน แต่ $I_5, I_7$ ลดเล็กน้อย เป็นเหตุให้ค่าวัดจริงต่ำกว่า $1/h$ โดยเฉพาะฮาร์มอนิกสูง

กระแสเฟส a ของบริดจ์ 6 พัลส์: บล็อก 120° อุดมคติ (เส้นประ) และเมื่อมีช่วงทับซ้อน μ = 20° (สีส้ม) ขวาคือสเปกตรัม เทียบ 1/h (แท่งจาง) กับเมื่อมีช่วงทับซ้อน (แท่งเข้ม) ฮาร์มอนิกสูงลดลงมากกว่า

ตัวอย่าง R-3 · ไดรฟ์ DC 30 kW จากไฟ 400 V

### บริดจ์ไดโอด 6 พัลส์ 400 V โหลด DC 30 kW (มีโช้ก $I_d$ เรียบ) หา $V_{d0}$, $I_d$, $I_1$, $I_5$ ถึง $I_{13}$, $I_{rms}$ แล้วดูผลเมื่อ $L_s$ = 0.3 mH

- R8: $V_{d0} = 1.3505 \times 400 = 540.2$ V → $I_d = 30\,000/540.2 = 55.5$ A

- R7: $I_1 = 0.780 \times 55.5 = 43.3$ A · $I_5 = 8.66$, $I_7 = 6.19$, $I_{11} = 3.94$, $I_{13} = 3.33$ A · $I_{rms} = 45.3$ A

- มี $L_s$ = 0.3 mH ($X_s$ = 0.094 Ω) R9: $1 - \cos\mu = \frac{2(0.094)(56.3)}{\sqrt2(400)}$ → μ ≈ 11° และ $V_d$ ลดราว 5 V

- เมื่อคิดช่วงทับซ้อน (แล็บ): $I_5/I_1$ = 19.5 %, $I_7/I_1$ = 13.6 %, $I_{11}/I_1$ = 8.0 %, $I_{13}/I_1$ = 6.4 % (อุดมคติ 20, 14.3, 9.1, 7.7 %) THD 26.8 %

43.3 A ฮาร์มอนิกหลัก, 45.3 A RMS · ช่วงทับซ้อนเพียง 11° ลด THD จาก 30 % เป็น 27 % และกดฮาร์มอนิกที่ 13 ลง 17 % · ลองใน “6 พัลส์ 30 kW” ปรับ Isc/IL ในเมนูต้นทาง (ระบบอ่อนลง = Ls มากขึ้น)

## ไทริสเตอร์ควบคุมมุม α: แรงดันลดลง DPF ลดตาม กลาง

R10 Phase-controlled bridge บริดจ์ไทริสเตอร์

$$V_d = 1.35V_{LL}\cos\alpha - \frac{3}{\pi}X_sI_d,\qquad \mathrm{DPF} \approx \cos\!\Big(\alpha + \frac{\mu}{2}\Big),\qquad Q_1 \approx P\tan\!\Big(\alpha + \frac{\mu}{2}\Big)$$

บล็อกกระแสเลื่อนไปทั้งก้อน α องศา (สเปกตรัมขนาดเท่าเดิม S6) ฮาร์มอนิกหลักจึงล้าหลังแรงดัน α องศา ไดรฟ์ DC และเครื่องชาร์จแบบไทริสเตอร์ที่ทำงานแรงดันต่ำกินกำลังรีแอกทีฟมาก

ตัวอย่าง R-4 · ไดรฟ์ DC ที่ α = 45°

### บริดจ์ไทริสเตอร์ 400 V $I_d$ = 100 A α = 45° (ไม่คิด $X_s$) หา $V_d$, P, $I_1$, $S_1$, $Q_1$ และ PF

- R10: $V_d = 540.2\cos 45^\circ = 382$ V → P = 382 × 100 = 38.2 kW

- $I_1 = 0.780 \times 100 = 78.0$ A → $S_1 = \sqrt3(400)(78.0) = 54.0$ kVA · $Q_1 = S_1\sin 45^\circ = 38.2$ kvar

- PF = DPF × $I_1/I_{rms}$ = 0.707 × (0.780/0.816) = 0.675

P = 38.2 kW, Q₁ = 38.2 kvar (เท่ากับ P), PF 0.675 · ต้องชดเชย Q ด้วยคาปาซิเตอร์ดีจูนหรือฟิลเตอร์จูนที่ให้ kvar ด้วยในตัว ห้ามใช้คาปาซิเตอร์เปล่า (เรโซแนนซ์) ลองในแล็บ “6 พัลส์ไทริสเตอร์ α = 45°”

## 12 พัลส์ 18 พัลส์: หักล้างฮาร์มอนิกด้วยการเลื่อนเฟส กลาง

ป้อนบริดจ์ 6 พัลส์สองชุดจากหม้อแปลงสองขดที่แรงดันต่างเฟส 30° (Y-Y กับ Y-Δ) เมื่ออ้างกระแสกลับไปด้านปฐมภูมิ ฮาร์มอนิกลำดับบวกหมุน −30° ลำดับลบหมุน +30° ผลลัพธ์ทำให้บางฮาร์มอนิกของสองชุดตรงข้ามกันพอดี

R11 Phase-shift cancellation ทำไม 5 และ 7 หายไป

$$h = 6k \pm 1:\quad \text{ชุดที่สองเลื่อน } h\cdot 30^\circ \mp 30^\circ = k\cdot 180^\circ \;\Rightarrow\; I_h^{(12)} = I_h^{(Y)}\big(1 + (-1)^k\big)$$

k คี่ (h = 5, 7, 17, 19) หักล้างกัน k คู่ (11, 13, 23, 25) บวกกัน เหลือ 12k ± 1 · 18 พัลส์ใช้สามชุดเลื่อน 20° เหลือ 18k ± 1 · หักล้างได้ดีเมื่อโหลดสองชุดเท่ากันและอิมพีแดนซ์หม้อแปลงเท่ากัน

R12 Ideal THD vs pulse number THD อุดมคติตามจำนวนพัลส์

$$\mathrm{THD}_p = \sqrt{\sum_{k\ge1}\Big[\frac{1}{(kp - 1)^2} + \frac{1}{(kp + 1)^2}\Big]}$$

p = 6: 31.1 % · 12: 15.2 % · 18: 10.1 % · 24: 7.6 % (นับไม่จำกัด) ค่าจริงต่ำกว่าเพราะช่วงทับซ้อน

กระแสด้านปฐมภูมิของ 12 พัลส์ (สีส้ม) คือผลรวมของบริดจ์ Y-Y (สีฟ้า) กับบริดจ์ Y-Δ (สีเขียว) รูปขั้นบันไดใกล้ไซน์มากขึ้น

## เปรียบเทียบเรกติไฟเออร์แต่ละแบบ พื้นฐาน

| ชนิด | ฮาร์มอนิกเด่น | THD กระแส (โดยประมาณ) | PF | ใช้ที่ไหน |

| 1 เฟส + ตัวเก็บประจุ | 3, 5, 7, 9 | 100–150 % | 0.55–0.65 | คอมพิวเตอร์ LED อุปกรณ์เล็ก |

| 1 เฟส + โช้ก | 3, 5, 7 | 48 % (อุดมคติ) | 0.90 | เครื่องชาร์จ ไดรฟ์ DC เล็ก |

| 3 เฟส + ตัวเก็บประจุ (ไม่มีรีแอกเตอร์) | 5, 7 | 80–150 % | 0.55–0.75 | VFD ขนาดเล็ก–กลาง |

| 3 เฟส + ตัวเก็บประจุ + รีแอกเตอร์ 3–5 % | 5, 7 | 30–45 % | 0.90–0.95 | VFD ทั่วไป |

| 6 พัลส์ + โช้ก DC ใหญ่ | 5, 7, 11, 13 | 25–31 % | 0.95 × cos α | ไดรฟ์ DC อิเล็กโทรไลซิส |

| 12 พัลส์ | 11, 13 | 10–15 % | 0.99 × cos α | ไดรฟ์ใหญ่ UPS ใหญ่ |

| 18 พัลส์ | 17, 19 | 5–10 % | ~0.99 | ไดรฟ์ใหญ่ที่ต้องผ่าน IEEE 519 |

| Active Front End / PFC | รอบความถี่สวิตชิ่ง | < 5 % | ~1.0 | ไดรฟ์รุ่นใหม่ เครื่องชาร์จ EV |

## แล็บ: วัดกระแสเรกติไฟเออร์ทุกแบบ พื้นฐาน

สลับการทดลองด้วยปุ่มด้านล่าง ดูรูปกระแสบนสโคป สเปกตรัม และตัวเลข THD, PF, DPF บนเครื่องวิเคราะห์ ลองเพิ่มมุม α ของ 6 พัลส์แล้วดู DPF ลดตาม cos α หรือใส่รีแอกเตอร์ให้ VFD แล้วดูพัลส์กว้างขึ้น

## คำถามที่พบบ่อย

ฮาร์มอนิกลักษณะเฉพาะของเรกติไฟเออร์คืออะไร?
เรกติไฟเออร์ p พัลส์ในอุดมคติสร้างฮาร์มอนิกด้าน AC เฉพาะลำดับ $h = kp \pm 1$ และด้าน DC เฉพาะ $h = kp$ บริดจ์ 3 เฟส (p = 6) จึงมี 5, 7, 11, 13 ด้าน AC และ 6, 12 (300, 600 Hz) ด้าน DC ขนาดประมาณ $I_h = I_1/h$

ทำไม 12 พัลส์ลดฮาร์มอนิกที่ 5 และ 7 ได้?
ใช้หม้อแปลงสองชุดที่แรงดันต่างเฟสกัน 30° (Y-Y กับ Y-Δ) ฮาร์มอนิกลำดับ 6k ± 1 ที่ k คี่ (5, 7, 17, 19) ของสองบริดจ์จะมีเฟสตรงข้ามกันพอดีเมื่ออ้างกลับไปด้านปฐมภูมิ จึงหักล้างกัน เหลือ 12k ± 1 THD ลดจากราว 31 % เหลือราว 15 %

ไทริสเตอร์ที่มุมจุดชนวน α ทำให้ PF เป็นอย่างไร?
ฮาร์มอนิกหลักของกระแสล้าหลังแรงดันประมาณ α ทำให้ DPF ≈ cos α (ถ้าคิดช่วงทับซ้อน ≈ cos(α + μ/2)) PF จริงยังคูณด้วย distortion factor 0.955 ของกระแส 6 พัลส์ ที่ α = 45° PF ≈ 0.675 และกินกำลังรีแอกทีฟเท่ากับกำลังจริง

ทำไมกระแสของ SMPS และไดรฟ์ที่มีตัวเก็บประจุ DC มี THD สูงกว่า 6 พัลส์แบบมีโช้ก?
ตัวเก็บประจุชาร์จได้เฉพาะช่วงที่แรงดันไฟสูงกว่าแรงดันตัวเก็บประจุ ซึ่งสั้นมากใกล้ยอดแรงดัน กระแสจึงเป็นพัลส์แคบสูง มีฮาร์มอนิกมาก ใส่รีแอกเตอร์ด้าน AC หรือโช้กด้าน DC ทำให้พัลส์กว้างขึ้น THD ลดลงอย่างมาก

มด

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**ฮาร์มอนิกลักษณะเฉพาะของเรกติไฟเออร์คืออะไร?**
เรกติไฟเออร์ p พัลส์ในอุดมคติสร้างฮาร์มอนิกด้าน AC เฉพาะลำดับ $h = kp \pm 1$ และด้าน DC เฉพาะ $h = kp$ บริดจ์ 3 เฟส (p = 6) จึงมี 5, 7, 11, 13 ด้าน AC และ 6, 12 (300, 600 Hz) ด้าน DC ขนาดประมาณ $I_h = I_1/h$

**ทำไม 12 พัลส์ลดฮาร์มอนิกที่ 5 และ 7 ได้?**
ใช้หม้อแปลงสองชุดที่แรงดันต่างเฟสกัน 30° (Y-Y กับ Y-Δ) ฮาร์มอนิกลำดับ 6k ± 1 ที่ k คี่ (5, 7, 17, 19) ของสองบริดจ์จะมีเฟสตรงข้ามกันพอดีเมื่ออ้างกลับไปด้านปฐมภูมิ จึงหักล้างกัน เหลือ 12k ± 1 THD ลดจากราว 31 % เหลือราว 15 %

**ไทริสเตอร์ที่มุมจุดชนวน α ทำให้ PF เป็นอย่างไร?**
ฮาร์มอนิกหลักของกระแสล้าหลังแรงดันประมาณ α ทำให้ DPF ≈ cos α (ถ้าคิดช่วงทับซ้อน ≈ cos(α + μ/2)) PF จริงยังคูณด้วย distortion factor 0.955 ของกระแส 6 พัลส์ ที่ α = 45° PF ≈ 0.675 และกินกำลังรีแอกทีฟเท่ากับกำลังจริง

**ทำไมกระแสของ SMPS และไดรฟ์ที่มีตัวเก็บประจุ DC มี THD สูงกว่า 6 พัลส์แบบมีโช้ก?**
ตัวเก็บประจุชาร์จได้เฉพาะช่วงที่แรงดันไฟสูงกว่าแรงดันตัวเก็บประจุ ซึ่งสั้นมากใกล้ยอดแรงดัน กระแสจึงเป็นพัลส์แคบสูง มีฮาร์มอนิกมาก ใส่รีแอกเตอร์ด้าน AC หรือโช้กด้าน DC ทำให้พัลส์กว้างขึ้น THD ลดลงอย่างมาก
