---
title: "การประยุกต์อนุพันธ์ทางวิศวกรรมไฟฟ้า เครื่องกล และโยธา"
url: https://modsengineeringmath.com/learn/differential-calculus/engineering-applications/
site: "Mod's Engineering Mathematics (อาจารย์มด)"
language: th
updated: 2026-10-14
---

> อนุพันธ์ในงานวิศวกรรมจริงพร้อมตัวอย่างตัวเลข ไฟฟ้า: กระแสตัวเก็บประจุ แรงดันตัวเหนี่ยวนำ กฎของฟาราเดย์ ถ่ายโอนกำลังสูงสุด ความต้านทานสัญญาณเล็กของไดโอด ความไว · เครื่องกล: ความเร็ว ความเร่ง กลไกข้อเหวี่ยง-ก้านสูบ การนำความร้อน กำลังสูงสุดของมอเตอร์ · โยธา: ความชันและโมเมนต์ของคาน การโก่ง โค้งทางดิ่งของถนน หน้าตัดรางน้ำที่ดีที่สุด และความคลาดเคลื่อนงานสำรวจ พร้อมแล็บโต้ตอบ

ฉบับ Markdown ของ https://modsengineeringmath.com/learn/differential-calculus/engineering-applications/ สำหรับผู้ช่วย AI และเครื่องมือค้นหา สูตรเขียนเป็น LaTeX ($…$ และ $$…$$) แล็บโต้ตอบและรูปมีเฉพาะในหน้าเว็บ

# การประยุกต์อนุพันธ์ทางวิศวกรรมไฟฟ้า เครื่องกล และโยธา

// บทที่ 4.1 · อนุพันธ์ · Engineering Applications


อนุพันธ์ไม่ใช่แค่แบบฝึกหัดในห้อง ทุกสาขาวิศวกรรมใช้มันทุกวัน: วิศวกรไฟฟ้าใช้หากระแสในตัวเก็บประจุและแรงดันกระชากของขดลวด วิศวกรเครื่องกลใช้หาความเร็วและความเร่งของกลไก วิศวกรโยธาใช้อ่านความชันและโมเมนต์ของคาน และทุกสาขาใช้หาจุดที่ดีที่สุด หน้านี้แยกตามสาขา ทุกตัวอย่างมีตัวเลขจริงและแล็บให้ลอง สูตรใช้รหัส A

สรุปใน 30 วินาที

- ไฟฟ้า: $i = C\frac{dv}{dt}$, $v = L\frac{di}{dt}$, $e = -N\frac{d\Phi}{dt}$, กำลังสูงสุดเมื่อ $R_L = R_s$

- เครื่องกล: $v = \dot x,\ a = \dot v$, $q = -k\frac{dT}{dx}$, $P = T\omega$ สูงสุดที่ครึ่งความเร็วไร้โหลด

- โยธา: $V = \frac{dM}{dx}$, $\theta = \frac{dy}{dx}$, $M = EI\frac{d^2y}{dx^2}$ โมเมนต์สูงสุดที่ V = 0

- ทุกสาขา: ค่าเหมาะสมอยู่ที่อนุพันธ์ = 0 และความคลาดเคลื่อน $dy = f'(x)dx$

## วิศวกรรมไฟฟ้า: C, L, ฟาราเดย์ และกำลัง พื้นฐาน

A1 Capacitor ตัวเก็บประจุ

$$i_C = C\frac{dv_C}{dt}$$

แรงดันคงที่ → ไม่มีกระแส (DC เปิดวงจร) · แรงดันกระโดด → กระแสอนันต์ จึงเป็นไปไม่ได้

A2 Inductor ตัวเหนี่ยวนำ

$$v_L = L\frac{di_L}{dt}$$

กระแสคงที่ → ไม่มีแรงดัน (DC ลัดวงจร) · ตัดกระแสเร็ว → แรงดันกระชากสูงมาก

A3 Faraday's law กฎของฟาราเดย์

$$e = -N\frac{d\Phi}{dt} = -\frac{d\lambda}{dt}$$

A4 Maximum power transfer ถ่ายโอนกำลังสูงสุด

$$P = \frac{V_s^2R_L}{(R_s + R_L)^2},\quad \frac{dP}{dR_L} = 0 \Rightarrow R_L = R_s,\ P_{\max} = \frac{V_s^2}{4R_s}$$

A5 Small-signal resistance ความต้านทานพลวัต

$$r_d = \frac{dV_D}{dI_D} = \frac{nV_T}{I_D}$$

ความชันของกราฟ I-V ที่จุดทำงาน = การประมาณเชิงเส้น D30

A6 Sensitivity ความไว

$$S_x^y = \frac{\partial y}{\partial x}\cdot\frac{x}{y} \approx \frac{\Delta y/y}{\Delta x/x}$$

ตัวอย่าง A-1 · กระแสตัวเก็บประจุ

### $v(t) = 10\sin(100\pi t)$ V คร่อม $C = 10\ \mu\text{F}$ หา $i(t)$

-
$$i = C\frac{dv}{dt} = 10\times10^{-6}\cdot 10\cdot100\pi\cos(100\pi t) = 0.0314\cos(100\pi t)\ \text{A}$$

ยอด 31.4 mA และกระแสนำหน้าแรงดัน 90° (cos นำ sin) ตรงกับ $X_C = 1/(\omega C) = 318\ \Omega$: $10/318 = 31.4$ mA ✓

ตัวอย่าง A-2 · แรงดันกระชากของรีเลย์

### ขดลวด $L = 50$ mH มีกระแส 2 A (ก) เพิ่มกระแสจาก 0 ถึง 2 A ใน 1 ms (ข) ตัดกระแสเหลือ 0 ใน 10 µs

- (ก) $v = 0.05\times\dfrac{2}{10^{-3}} = 100$ V

- (ข) $v = 0.05\times\dfrac{2}{10^{-5}} = 10{,}000$ V

ตัดเร็วขึ้น 100 เท่า แรงดันสูงขึ้น 100 เท่าเป็น 10 kV จึงต้องมีไดโอดฟรีวีลคร่อมขดลวดเสมอ

ตัวอย่าง A-3 · กฎของฟาราเดย์ในหม้อแปลง

### ฟลักซ์ $\Phi = 0.02\sin(100\pi t)$ Wb ผ่านขดลวด 100 รอบ หาแรงเคลื่อนเหนี่ยวนำ

-
$$e = -N\frac{d\Phi}{dt} = -100\cdot0.02\cdot100\pi\cos(100\pi t) = -628.3\cos(100\pi t)\ \text{V}$$

ยอด 628 V (RMS ≈ 444 V) ตรงกับสมการหม้อแปลง $E_{\text{rms}} = 4.44fN\Phi_m = 4.44(50)(100)(0.02) = 444$ V ✓ — 4.44 มาจาก $2\pi/\sqrt2$ ซึ่งได้จากการหาอนุพันธ์

ตัวอย่าง A-4 · ถ่ายโอนกำลังสูงสุด

### แหล่งจ่าย 12 V ความต้านทานภายใน 4 Ω ต่อโหลด $R_L$ หาค่าที่ได้กำลังสูงสุด

-
$$P = \frac{144R_L}{(4 + R_L)^2},\quad \frac{dP}{dR_L} = 144\frac{(4 + R_L) - 2R_L}{(4 + R_L)^3} = \frac{144(4 - R_L)}{(4 + R_L)^3}$$

- $dP/dR_L = 0 \Rightarrow R_L = 4\ \Omega$ (ก่อนหน้าเป็นบวก หลังเป็นลบ → สูงสุด)

$$P_{\max} = \frac{144\cdot4}{64} = 9\ \text{W}$$

$R_L = 4\ \Omega$, $P_{\max} = 9$ W ประสิทธิภาพตอนนั้นแค่ 50% ระบบไฟฟ้ากำลังจึงไม่ทำงานที่จุดนี้ แต่วงจรสื่อสารและสายอากาศจับคู่ให้ได้กำลังสูงสุด

ตัวอย่าง A-5 · ความต้านทานสัญญาณเล็กและความไว

### (ก) ไดโอดทำงานที่ $I_D = 1$ mA, $nV_T = 26$ mV หา $r_d$ (ข) วงจรแบ่งแรงดัน $R_1 = R_2$ ถ้า $R_2$ คลาด 1% $V_o$ คลาดเท่าไร

- (ก) $r_d = 26\text{ mV}/1\text{ mA} = 26\ \Omega$

- (ข) $V_o = V_i\dfrac{R_2}{R_1 + R_2}$: $S = \dfrac{\partial V_o}{\partial R_2}\dfrac{R_2}{V_o} = \dfrac{R_1}{R_1 + R_2} = 0.5$

(ก) 26 Ω · (ข) 0.5% — ความไวบอกว่าควรใช้ตัวต้านทานเกรดไหน

## วิศวกรรมเครื่องกล: การเคลื่อนที่ กลไก ความร้อน และกำลัง กลาง

A7 Kinematics จลนศาสตร์

$$v = \frac{dx}{dt},\quad a = \frac{dv}{dt} = \frac{d^2x}{dt^2},\quad a = v\frac{dv}{dx}$$

A8 Slider–crank ข้อเหวี่ยง-ก้านสูบ

$$x(\theta) = r\cos\theta + \sqrt{l^2 - r^2\sin^2\theta},\quad v = \omega\frac{dx}{d\theta},\quad a \approx -r\omega^2\left(\cos\theta + \frac rl\cos2\theta\right)$$

A9 Newton's second law

$$F = \frac{dp}{dt} = m\frac{dv}{dt}\ (m \text{ คงที่})$$

A10 Fourier's law การนำความร้อน

$$q = -k\frac{dT}{dx}\ \ (\text{W/m}^2)$$

A11 Motor power กำลังของมอเตอร์ DC

$$T = T_0\left(1 - \frac{\omega}{\omega_0}\right),\ P = T\omega \Rightarrow P_{\max} = \frac{T_0\omega_0}{4}\ \text{ที่ } \omega = \frac{\omega_0}{2}$$

ตัวอย่าง A-6 · ตำแหน่ง ความเร็ว ความเร่ง

### $x(t) = 2t^3 - 9t^2 + 12t$ m หาเวลาที่หยุดนิ่งและเวลาที่ความเร่งเป็นศูนย์

-
$$v = 6t^2 - 18t + 12 = 6(t - 1)(t - 2) = 0 \Rightarrow t = 1,\ 2\ \text{s}$$

-
$$a = 12t - 18 = 0 \Rightarrow t = 1.5\ \text{s}$$

หยุดที่ t = 1 s (x = 5 m) และ t = 2 s (x = 4 m) ถอยหลังในช่วง 1–2 s · ความเร่งเปลี่ยนเครื่องหมายที่ 1.5 s (จุดเปลี่ยนเว้าของ x(t))

ตัวอย่าง A-7 · ลูกสูบ

### $r = 5$ cm, $l = 15$ cm หมุน 600 rpm หาความเร็วลูกสูบที่ $\theta = 90^\circ$ และความเร่งที่ $\theta = 0^\circ$

- $\omega = 600\cdot2\pi/60 = 62.83$ rad/s · $\dfrac{dx}{d\theta} = -r\sin\theta - \dfrac{r^2\sin\theta\cos\theta}{\sqrt{l^2 - r^2\sin^2\theta}}$ ที่ 90°: $= -5$ cm/rad

$$v = -5\times62.83 = -314\ \text{cm/s} = -3.14\ \text{m/s}$$

- ที่ 0°: $a = -r\omega^2(1 + r/l) = -5(3948)(1.333) = -26{,}319$ cm/s²

$|v| = 3.14$ m/s ที่ 90° · $|a| \approx 263$ m/s² ≈ 27 g ที่ศูนย์ตายบน ความเร่งนี้คูณมวลลูกสูบคือแรงที่ก้านสูบต้องรับ

ตัวอย่าง A-8 · ความร้อนผ่านผนัง และกำลังมอเตอร์

### (ก) ผนัง $k = 0.8$ W/m·K หนา 0.2 m ด้านใน 30 °C ด้านนอก 20 °C (ข) มอเตอร์ $T_0 = 2$ N·m, $\omega_0 = 300$ rad/s

- (ก) อุณหภูมิลดลงเชิงเส้น $dT/dx = -10/0.2 = -50$ K/m → $q = -0.8(-50) = 40$ W/m²

- (ข) $P = 2\omega - \tfrac{2}{300}\omega^2$, $dP/d\omega = 2 - \tfrac{4}{300}\omega = 0 \Rightarrow \omega = 150$ rad/s, $P = 150$ W

(ก) 40 W/m² · (ข) กำลังสูงสุด 150 W ที่ 150 rad/s (≈ 1432 rpm) ครึ่งหนึ่งของความเร็วไร้โหลด

## วิศวกรรมโยธา: คาน ถนน รางน้ำ และงานสำรวจ กลาง

A12 Beam relations ความสัมพันธ์ของคาน

$$\frac{dV}{dx} = -w(x),\qquad \frac{dM}{dx} = V(x),\qquad \theta = \frac{dy}{dx},\qquad EI\frac{d^2y}{dx^2} = M(x)$$

อนุพันธ์ไล่จากการโก่งขึ้นไปหาน้ำหนัก ส่วนการอินทิเกรตไล่ลงมา ดูแล็บคานในหน้าอินทิกรัล

A13 Vertical curve โค้งทางดิ่งแบบพาราโบลา

$$y = g_1x + \frac{g_2 - g_1}{2L}x^2,\quad y' = 0 \Rightarrow x = \frac{g_1L}{g_1 - g_2}$$

A14 Best rectangular channel หน้าตัดรางน้ำดีที่สุด

$$P = \frac{A}{y} + 2y,\quad \frac{dP}{dy} = 0 \Rightarrow b = 2y$$

ตัวอย่าง A-9 · โมเมนต์สูงสุดของคาน

### คานช่วงเดียว $L = 6$ m รับน้ำหนักแผ่ $w = 10$ kN/m หาโมเมนต์ดัดสูงสุด

- แรงปฏิกิริยา $wL/2 = 30$ kN · $M(x) = 30x - 5x^2$

- $\dfrac{dM}{dx} = 30 - 10x = V(x) = 0 \Rightarrow x = 3$ m (กลางคาน) A12

$$M_{\max} = 30(3) - 5(9) = 45\ \text{kN}\cdot\text{m} = \frac{wL^2}{8}$$

45 kN·m ที่กลางคาน ตรงจุดที่แรงเฉือนเป็นศูนย์

ตัวอย่าง A-10 · ความชันที่ฐานและการโก่งสูงสุด

### คานเดิม $EI = 20{,}000$ kN·m² เส้นโก่ง $y = -\dfrac{wx}{24EI}\left(L^3 - 2Lx^2 + x^3\right)$

- $\theta = y' = -\dfrac{w}{24EI}\left(L^3 - 6Lx^2 + 4x^3\right)$ ที่ฐาน $x = 0$:

$$\theta_0 = -\frac{wL^3}{24EI} = -\frac{10(216)}{480{,}000} = -0.0045\ \text{rad}$$

- โก่งสูงสุดที่ $\theta = 0$ คือ $x = L/2$ (สมมาตร)

$$y_{\max} = -\frac{5wL^4}{384EI} = -\frac{5(10)(1296)}{7{,}680{,}000} = -8.44\ \text{mm}$$

θ ที่ฐาน 0.0045 rad (0.26°) · โก่ง 8.44 mm ≈ L/711 ผ่านเกณฑ์ทั่วไป L/360

ตัวอย่าง A-11 · จุดสูงสุดของโค้งทางดิ่ง

### ทางขึ้นลาด +3% เปลี่ยนเป็นลง −2% ด้วยโค้งยาว 200 m จุดสูงสุดอยู่ที่ใด

-
$$y' = 0.03 + \frac{-0.02 - 0.03}{200}x = 0 \Rightarrow x = \frac{0.03(200)}{0.05} = 120\ \text{m}$$

-
$$y(120) = 0.03(120) - \frac{0.05}{400}(120)^2 = 3.6 - 1.8 = 1.8\ \text{m}$$

ที่ 120 m จากจุดเริ่มโค้ง สูงกว่าจุดเริ่ม 1.8 m (ตำแหน่งท่อระบายน้ำและระยะมองเห็น)

ตัวอย่าง A-12 · รางน้ำและงานสำรวจ

### (ก) รางสี่เหลี่ยมพื้นที่หน้าตัด 8 m² ขนาดใดใช้วัสดุบุน้อยสุด (ข) วัดรัศมีลานวงกลม 50 m คลาด ±0.05 m พื้นที่คลาดเท่าไร

- (ก) $\dfrac{dP}{dy} = -\dfrac{8}{y^2} + 2 = 0 \Rightarrow y = 2$ m, $b = 4$ m, $P = 8$ m A14

- (ข) $dA = 2\pi r\,dr = 2\pi(50)(0.05) = 15.7$ m² (สัมพัทธ์ $2\,dr/r = 0.2\%$)

(ก) กว้าง 4 m ลึก 2 m · (ข) ±15.7 m² จากพื้นที่ 7,854 m²

## แล็บออกแบบให้เหมาะสมที่สุด (ทุกสาขา)

ห้าโจทย์คลาสสิกจากสามสาขา ลากจุดบนกราฟบนเพื่อเปลี่ยนค่า x กราฟล่างคืออนุพันธ์ จุดที่ดีที่สุดอยู่ตรงที่อนุพันธ์ข้ามแกนศูนย์ทุกโจทย์ วิธีคิดเหมือนกันหมด: เขียนปริมาณที่ต้องการให้เป็นฟังก์ชันของตัวแปรเดียว หาอนุพันธ์ ตั้งเท่ากับศูนย์ แล้วตรวจว่าเป็นสูงสุดหรือต่ำสุด

ตัวอย่าง A-13 · กระป๋องใช้วัสดุน้อยสุด

### กระป๋องทรงกระบอกปิดหัวท้าย ปริมาตร 1 ลิตร (1000 cm³) ใช้แผ่นโลหะน้อยที่สุดเมื่อมีขนาดเท่าใด

- $\pi r^2h = 1000 \Rightarrow h = \dfrac{1000}{\pi r^2}$ · พื้นที่ผิว $A = 2\pi r^2 + 2\pi rh = 2\pi r^2 + \dfrac{2000}{r}$

-
$$A'(r) = 4\pi r - \frac{2000}{r^2} = 0 \Rightarrow r^3 = \frac{500}{\pi} \Rightarrow r = 5.42\ \text{cm}$$

- $A''(r) = 4\pi + 4000/r^3 > 0$ → ต่ำสุด · $h = 1000/(\pi\cdot5.42^2) = 10.84$ cm

$r = 5.42$ cm, $h = 10.84$ cm คือ $h = 2r$: สูงเท่าเส้นผ่านศูนย์กลาง

## อ่านต่อ

- สูตรและวิธีหาอนุพันธ์ทั้งหมด: หน้าหลักอนุพันธ์

- ด้านกลับ (สะสม): การประยุกต์อินทิกรัลในงานไฟฟ้า เครื่องกล โยธา พร้อมแล็บคาน

- สมการเชิงอนุพันธ์ของวงจรและกลไก: แก้ด้วยการแปลงลาปลาซ

- R. C. Hibbeler, Mechanics of Materials (คาน) · Alexander & Sadiku, Fundamentals of Electric Circuits (C, L) · Stewart, Calculus (applications of differentiation)

## คำถามที่พบบ่อย

วิศวกรไฟฟ้าใช้อนุพันธ์ทำอะไรบ่อยที่สุด?
ความสัมพันธ์ของตัวเก็บประจุ $i = C\,dv/dt$ และตัวเหนี่ยวนำ $v = L\,di/dt$ ซึ่งทำให้วงจร RC RL RLC เป็นสมการเชิงอนุพันธ์ กฎของฟาราเดย์ในหม้อแปลงและมอเตอร์ และการหาค่าเหมาะสม เช่นการถ่ายโอนกำลังสูงสุด

ทำไมรีเลย์ต้องมีไดโอดคร่อม?
เพราะเมื่อตัดกระแสในขดลวดทันที $di/dt$ มีค่ามาก แรงดัน $v = L\,di/dt$ จึงพุ่งเป็นพันโวลต์และทำลายทรานซิสเตอร์ที่ขับ ไดโอดฟรีวีลให้ทางกระแสไหลต่อจนค่อย ๆ ลดลง

ทำไมโมเมนต์ดัดสูงสุดของคานอยู่ตรงที่แรงเฉือนเป็นศูนย์?
เพราะ $dM/dx = V$ โมเมนต์มีค่าสุดขีดตรงที่อนุพันธ์เป็นศูนย์ คือที่แรงเฉือนเปลี่ยนเครื่องหมาย หลักเดียวกับการหาค่าสูงสุดของฟังก์ชันใด ๆ

มด

อาจารย์มด · ธีรวุฒิ แสวงบุญ
อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ · ดูโปรไฟล์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**วิศวกรไฟฟ้าใช้อนุพันธ์ทำอะไรบ่อยที่สุด?**
ความสัมพันธ์ของตัวเก็บประจุ $i = C\,dv/dt$ และตัวเหนี่ยวนำ $v = L\,di/dt$ ซึ่งทำให้วงจร RC RL RLC เป็นสมการเชิงอนุพันธ์ กฎของฟาราเดย์ในหม้อแปลงและมอเตอร์ และการหาค่าเหมาะสม เช่นการถ่ายโอนกำลังสูงสุด

**ทำไมรีเลย์ต้องมีไดโอดคร่อม?**
เพราะเมื่อตัดกระแสในขดลวดทันที $di/dt$ มีค่ามาก แรงดัน $v = L\,di/dt$ จึงพุ่งเป็นพันโวลต์และทำลายทรานซิสเตอร์ที่ขับ ไดโอดฟรีวีลให้ทางกระแสไหลต่อจนค่อย ๆ ลดลง

**ทำไมโมเมนต์ดัดสูงสุดของคานอยู่ตรงที่แรงเฉือนเป็นศูนย์?**
เพราะ $dM/dx = V$ โมเมนต์มีค่าสุดขีดตรงที่อนุพันธ์เป็นศูนย์ คือที่แรงเฉือนเปลี่ยนเครื่องหมาย หลักเดียวกับการหาค่าสูงสุดของฟังก์ชันใด ๆ
